วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569

งานแห่งความภาคภูมิใจ “นพเก้าดาวมงกุฏเพชร 2569” เชิดชูผู้เสียสละ ผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศ


ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ สำหรับพิธีมอบรางวัล “นพเก้าดาวมงกุฏเพชร ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 9 ชั้น 2 บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นและคึกคัก โดยมีผู้มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม ประเทศชาติ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป

การจัดงานในครั้งนี้นำโดย คุณจินตนา เมธากิตติพร หรือ “นา ดาราวาไรตี้” ประธานบริหารดาราวาไรตี้ ทีวีบันเทิง ร่วมกับ ดร.กู้ ท่าน้ำนนท์ ผู้บริหารคนสำคัญ ซึ่งได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการจัดงานให้ยิ่งใหญ่ สมเกียรติแก่ผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน


ภายในงานมีศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง ศิลปินตลก นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน ตลอดจนบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมจากหลากหลายสาขาอาชีพ เดินทางเข้ารับรางวัลเกียรติยศกันอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนถึงคุณค่าของการทำความดีและการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

นอกจากพิธีมอบรางวัลแล้ว ยังมีการมอบทุนสนับสนุนให้แก่ผู้พิการ ศิลปินอาวุโสในวงการบันเทิง ทหารผ่านศึกสงครามเกาหลี รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่เสียสละและทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

บรรยากาศตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม ความภาคภูมิใจ และรอยยิ้มของผู้ได้รับรางวัลและผู้ร่วมงาน โดยถือเป็นอีกหนึ่งงานประกาศเกียรติคุณที่สะท้อนพลังแห่งความดี และสร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมไทยได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ คุณจินตนา เมธากิตติพร และคณะผู้จัดงาน ได้กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุน ผู้ได้รับรางวัล สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและเชิดชูบุคคลต้นแบบของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต

รางวัลแห่งความดี! พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม รับเกียรติบัตรนพเก้าดาวมงกุฏเพชร 2569

รางวัลแห่งความดี! พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม รับเกียรติบัตรนพเก้าดาวมงกุฏเพชร 2569

บรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มและความภาคภูมิใจเกิดขึ้นภายในงานพิธีมอบรางวัล “นพเก้าดาวมงกุฏเพชร ประจำปี 2569” เมื่อ พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม แห่งสำนักสงฆ์พุปะหัง จังหวัดราชบุรี ได้เข้ารับรางวัลเกียรติยศในสาขา ส่งเสริมผู้ทำความดีให้แก่วัดและพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งถือเป็นรางวัลที่มอบให้แก่บุคคลผู้สร้างคุณูปการและอุทิศตนเพื่อประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและสังคมส่วนรวม

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 9 ชั้น 2 บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ โดยได้รับเกียรติจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ศิลปิน นักแสดง นักร้อง นักธุรกิจ สื่อมวลชน และผู้ได้รับรางวัลจากทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เป็นพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเผยแผ่หลักธรรมคำสอน การสนับสนุนกิจกรรมของวัดและพระภิกษุสงฆ์ ตลอดจนการเป็นกำลังสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการทำความดีแก่ประชาชนและเยาวชนในชุมชน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระอาจารย์ได้อุทิศกำลังกาย กำลังใจ และกำลังศรัทธา เพื่อสนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนาและสาธารณประโยชน์ จนเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก และได้รับการยอมรับในฐานะผู้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างแท้จริง

การได้รับรางวัล “นพเก้าดาวมงกุฏเพชร ประจำปี 2569” ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์แห่งความเสียสละ ความมุ่งมั่น และการทำงานเพื่อส่วนรวมของพระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม ที่ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นแบบอย่างแห่งการทำความดีและการสืบทอดคุณค่าทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป


สำหรับงานมอบรางวัล “นพเก้าดาวมงกุฏเพชร ประจำปี 2569” จัดขึ้นโดย คุณจินตนา เมธากิตติพร หรือ “นา ดาราวาไรตี้” ประธานบริหารดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง ร่วมกับ ดร.กู้ ท่าน้ำนนท์ เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบ ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม และผู้สร้างแรงบันดาลใจในหลากหลายสาขาอาชีพทั่วประเทศ

https://vt.tiktok.com/ZSQEBBwtE/

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจอ่วมนักวิชาการชี้รัฐควรอุดรูรั่วก่อนเพิ่มภาระประชาชน

ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจอ่วม
นักวิชาการชี้รัฐควรอุดรูรั่วก่อนเพิ่มภาระประชาชน

ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2569 ที่ชะลอตัวกว่าคาด รัฐบาลกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางการคลัง พร้อมกับการหาแหล่งรายได้ใหม่เพื่อรองรับภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากสังคมผู้สูงอายุ โครงการสวัสดิการ และการกระตุ้นเศรษฐกิจ

คำถามสำคัญคือ รัฐควรเพิ่มรายได้ด้วยการ "ขึ้นภาษี" หรือควรเริ่มจากการ "อุดรูรั่ว" ในระบบภาษีเดิมก่อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการคลังหลายฝ่ายมองว่า หากรัฐบาลต้องการรายได้อย่างรวดเร็ว ภาษีสรรพสามิตยังเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นภาษีน้ำมัน สุรา ยาสูบ รวมถึงภาษีใหม่อย่างภาษีคาร์บอนและภาษีความเค็ม เนื่องจากสามารถปรับอัตราผ่านกฎกระทรวงได้โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมายหลัก

ขณะที่ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม" หรือ VAT ยังคงเป็นมาตรการที่สร้างรายได้สูงที่สุดให้รัฐ โดยมีการประเมินว่า การปรับขึ้นเพียง 1% อาจเพิ่มรายได้ให้รัฐบาลได้หลายแสนล้านบาทต่อปี

แต่ VAT กลับเป็นภาษีที่อ่อนไหวทางการเมืองมากที่สุด เพราะเป็นภาษีที่ประชาชนทุกคนต้องจ่ายในอัตราเดียวกัน ไม่ว่าจะมีรายได้มากหรือน้อย จึงถูกวิจารณ์ว่าเป็นภาษีที่ส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยมากกว่ากลุ่มอื่น

ด้วยเหตุนี้ จึงมีข้อเสนอให้รัฐบาลทยอยปรับขึ้นแบบขั้นบันไดในช่วงหลายปีข้างหน้า พร้อมกับเพิ่มมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางควบคู่กันไป

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายมากที่สุดกลับไม่ใช่การขึ้นภาษี แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีเดิม

ตัวอย่างเช่น การทบทวนสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางประเภท การจัดเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มดิจิทัลข้ามชาติ การใช้มาตรการหักภาษี ณ ที่จ่ายในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และการผลักดันภาษีขั้นต่ำระดับโลก (Global Minimum Tax) ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเพิ่มรายได้โดยไม่สร้างภาระใหม่ให้กับประชาชนส่วนใหญ่

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนไม่น้อยยังชี้ว่า ปัญหาสำคัญของประเทศไทยในปัจจุบันอาจไม่ได้อยู่ที่ "เก็บภาษีน้อยเกินไป" แต่อยู่ที่ "เก็บภาษีได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ" และ “ใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ"

ภาษีอัตราเดียว หนึ่งในเครื่องมือการเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเผชิญแรงกดดันด้านรายได้ของประเทศ หลายคนอาจนึกถึงการขึ้นภาษีเป็นลำดับแรก แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกแนวทางหนึ่งที่อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐได้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มภาระให้ประชาชน นั่นคือ "การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตให้เรียบง่ายขึ้น"
หนึ่งในแนวคิดที่ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่องคือ "ภาษีอัตราเดียว" หรือ Single Tax Rate
หลักการสำคัญของภาษีอัตราเดียวไม่ใช่การเก็บภาษีสูงขึ้น แต่เป็นการลดความซับซ้อนของระบบภาษี เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดช่องว่างในการหลีกเลี่ยงภาษี และทำให้ภาครัฐสามารถคาดการณ์รายได้ได้แม่นยำกว่าเดิม รวมทั้งยังช่วยลดต้นทุนการบริหารอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน การเก็บภาษีอัตราเดียวยังลดแรงจูงใจในการบิดเบือนตลาด ทั้งนี้เพราะเมื่อภาษีมีหลายอัตรา ผู้ประกอบการย่อมมีแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนสินค้า สูตรผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่โครงสร้างราคา เพื่อให้เข้าข่ายภาษีที่ต่ำกว่า ผลที่ตามมาคือการแข่งขันอาจไม่ได้อยู่ที่คุณภาพหรือประสิทธิภาพ แต่กลายเป็นการแข่งขันด้านการวางแผนภาษี
ภาษีอัตราเดียวช่วยให้ผู้ประกอบการแข่งขันกันบนพื้นฐานของคุณภาพ นวัตกรรม และประสิทธิภาพทางธุรกิจมากกว่าการหาช่องว่างทางกฎหมาย
ที่สำคัญที่สุดคือเป็นการเพิ่มรายได้รัฐอย่างยั่งยืนซึ่งหลายประเทศพบว่าการมีอัตราภาษีที่เรียบง่ายและชัดเจน ช่วยลดการหลีกเลี่ยงภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ
ทั้งนี้แม้ว่าอัตราภาษีอาจไม่ได้สูงขึ้น แต่รายได้ที่รัฐได้รับจริงกลับเพิ่มขึ้น เพราะฐานภาษีมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ง่ายกว่าเดิม ซึ่งสำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่รัฐบาลต้องการเพิ่มรายได้โดยไม่กระทบประชาชนมากเกินไป
สำหรับประเด็นเรื่องปัญหาสินค้าผิดกฎหมายนั้น แม้จะมีถกเถียงที่เกิดขึ้นบ่อยคือ เมื่อภาษีมีความแตกต่างระหว่างสินค้าอย่างมาก จะเกิดแรงจูงใจในการลักลอบนำเข้า การปลอมแปลงสินค้า หรือการหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ ในทางตรงกันข้ามการกำหนดโครงสร้างภาษีที่เรียบง่ายและมีความสมดุล สามารถช่วยลดแรงจูงใจดังกล่าว และทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสอดคล้องกับแนวคิดการปฏิรูประบบภาครัฐที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ การปฏิรูประบบภาษีให้เรียบง่ายขึ้นถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางเดียวกัน
คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่า “ควรขึ้นภาษีหรือไม่" แต่เป็นว่า "เราจะออกแบบระบบภาษีอย่างไรให้จัดเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย โปร่งใส เป็นธรรม และมีต้นทุนต่ำที่สุด” เพราะบางครั้ง การเพิ่มรายได้ให้รัฐ อาจไม่ได้มาจากการเก็บเงินเพิ่มจากประชาชน แต่อาจมาจากการทำให้ระบบภาษีที่มีอยู่แล้วทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม
ท้ายที่สุด การตัดสินใจเรื่องภาษีอาจไม่ใช่เพียงคำถามทางเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นคำถามเรื่อง "ความไว้วางใจ" ระหว่างรัฐกับประชาชน

เพราะหากประชาชนเชื่อมั่นว่าเงินภาษีทุกบาทถูกใช้อย่างคุ้มค่า การปรับภาษีอาจเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับได้

แต่หากความเชื่อมั่นยังไม่เกิดขึ้น การขึ้นภาษีแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจกลายเป็นชนวนของแรงต้านทางสังคมครั้งใหม่ได้เช่นกัน

Thailand Research Expo 2026 ชวนร่วม 2 เวทีเสวนาพิเศษด้านเกษตรมูลค่าสูงและมะพร้าวน้ำหอมไทย สู่การส่งออกระดับโลก

Thailand Research Expo 2026 ชวนร่วม 2 เวทีเสวนาพิเศษด้านเกษตรมูลค่าสูงและมะพร้าวน้ำหอมไทย สู่การส่งออกระดับโลก


กรุงเทพฯ – ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ (Hub of Talents) ขอเชิญชวนเกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิชาการ นักวิจัย ตลอดจนผู้สนใจด้านการเกษตรและนวัตกรรม เข้าร่วมรับฟัง 2 เวทีเสวนาพิเศษ ภายในงาน Thailand Research Expo 2026 (มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร


เวทีเสวนาพิเศษ
“ทางรอดของเกษตรกรไทยในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออก”
🕘 เวลา 09.00 – 12.00 น.
เวทีสำคัญที่รวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และเกษตรกรตัวจริง ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการผลิตมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพเพื่อรองรับตลาดส่งออก ท่ามกลางความท้าทายจากสภาวะโลกร้อน ปัญหาผลผลิตล้นตลาด และการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการแปรรูปเชิงอุตสาหกรรม
ผู้เข้าร่วมจะได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดมะพร้าวน้ำหอม การบริหารจัดการสวนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนโอกาสทางธุรกิจและการพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก
“เกษตรมูลค่าสูงไทย : จากเกษตรแม่นยำสู่ผู้นำตลาดผลไม้โลก”
🕜 เวลา 13.20 – 14.00 น.
เวทีเสวนาที่จะพาผู้เข้าร่วมเรียนรู้แนวทางการยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่เกษตรมูลค่าสูง ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Precision Agriculture, AI และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลไม้ไทยในตลาดโลก
พร้อมเปิดมุมมองจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และเกษตรกรต้นแบบ ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลไม้คุณภาพเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะทุเรียนและผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของไทย

ห้ามพลาด!
ทั้ง 2 เวทีจะเป็นโอกาสสำคัญในการอัปเดตองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร การพัฒนาผลผลิตเพื่อการส่งออก และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกรรม
📅 วันที่ 22 มิถุนายน 2569
📍 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร
🎟️ เข้าร่วมงานฟรี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📞 063-639-2697


ร่วมค้นหาคำตอบและโอกาสใหม่ของภาคการเกษตรไทย พร้อมก้าวสู่อนาคตแห่งการผลิตที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในตลาดโลก ภายในงาน Thailand Research Expo 2026 มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569

วช. แถลงความสำเร็จสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมไทยคว้ารางวัลเวทีนานาชาติ INTARG® 2026 คว้ารางวัล The Best Foreign Innovation Award ณ สาธารณรัฐโปแลนด์

วช. แถลงความสำเร็จสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมไทยคว้ารางวัลเวทีนานาชาติ INTARG® 2026 คว้ารางวัล The Best Foreign Innovation Award ณ สาธารณรัฐโปแลนด์


วันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการแถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ “The 19th International Inventions and Innovations Show” (INTARG® 2026) ณ เมืองคาโตไวซ์ สาธารณรัฐโปแลนด์ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร นักวิจัย และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ 


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. จัดแถลงข่าวเผยแพร่ความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยที่ได้เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงผลงานในเวที INTARG® 2026 ณ สาธารณรัฐโปแลนด์ โดยปีนี้ประเทศไทยส่งผลงานเข้าร่วมจำนวน 24 ผลงาน จาก 13 หน่วยงาน และเป็นที่น่ายินดีที่นักประดิษฐ์ของไทยสามารถคว้ารางวัล The Best Foreign Innovation Award ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของงาน  และได้รับรางวัล Platinum Award จำนวน 2 รางวัล ซึ่งเป็นรางวัลสำคัญของงาน รวมทั้งได้รับรางวัลพิเศษจาก Eurobusiness Poland อีก 3 รางวัล แสดงศักยภาพของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยในการพัฒนานวัตกรรมที่มีมาตรฐานระดับสากล


ภายในงาน มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ “Unlocking Value, Creating Opportunity:
นวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดย ผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากเวที INTARG® 2026 ได้แก่
* ผลงานเรื่อง “นวัตกรรมการสกัดอัลบูมินบริสุทธิ์จากพลาสมาขุ่นขาวที่เหลือทิ้งเพื่อยกระดับการรักษาในสุนัข” โดย รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.ศยามณ ศรีสุวัฒนาสกุล แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัล The Best Foreign Innovation Award
* ผลงานเรื่อง “โปรแกรมคัดกรองต้อหินป้องกันตาบอด” โดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ แห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับรางวัล Platinum Award
* ผลงานเรื่อง “CarbonCap: แพลตฟอร์มตรวจวัด และซื้อขายคาร์บอน stock แบบอัตโนมัติด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับรางวัล Platinum Award


การจัดแถลงข่าวครั้งนี้ วช. มุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยให้สามารถพัฒนาผลงานสู่เวทีนานาชาติ สร้างการยอมรับในระดับสากล และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทยในเวทีนานาชาติ

ลองนึกภาพ...ยายวัย 80 ที่เคยต้องเหมารถหลักพันบาทลงจากดอยไปหาหมอ วันนี้ได้พบพยาบาลและรับคำปรึกษาเรื่องยาผ่านจอ—ที่ รพ.สต. ใกล้บ้าน โดยไม่ต้องเดินทางไกลอีกต่อไป

ลองนึกภาพ...ยายวัย 80 ที่เคยต้องเหมารถหลักพันบาทลงจากดอยไปหาหมอ วันนี้ได้พบพยาบาลและรับคำปรึกษาเรื่องยาผ่านจอ—ที่ รพ.สต. ใกล้บ้าน โดยไม่ต้องเดินทางไกลอีกต่อไป

นี่ไม่ใช่อนาคต แต่กำลังเกิดขึ้นจริงแล้วในพื้นที่ห่างไกลของลำปาง ลำพูน และกระบี่ เมื่อ "ท้องถิ่น" ลุกขึ้นมาพลิกระบบสุขภาพ ด้วยการถ่ายโอน รพ.สต. สู่ อบจ. ควบคู่กับระบบบริการสุขภาพทางไกลบูรณาการ (Telehealth)
ขอเชิญผู้บริหารท้องถิ่น บุคลากรสาธารณสุข นักวิชาการ ภาคีเครือข่าย และทุกคนที่เชื่อว่า "สุขภาพดีต้องเข้าถึงได้ทุกคน"

มาร่วมค้นหาคำตอบไปด้วยกันว่า ท้องถิ่นจะดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียมได้อย่างไร พร้อมบทเรียนจริง เครื่องมือที่ใช้ได้ และข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะทำให้ระบบนี้ยั่งยืน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อระบบสุขภาพที่ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"

📅 ศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 8.30–16.30 น. ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น (หลักสี่) หรือร่วมออนไลน์ผ่าน Zoom และ Facebook Live สช. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ผู้ให้บริการรถไฟลักชูรี่ระดับโลก สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในมิติใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก

ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ผู้ให้บริการรถไฟลักชูรี่ระดับโลก สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในมิติใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก 


ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตจากจุดแข็งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และการบริการที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ในยุคที่พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  รวมถึง KPI ชี้วัดความสำเร็จของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน คือ “คุณค่าเชิงประสบการณ์“ ที่ได้รับ และ “มูลค่า” ที่กระจายสู่เศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเล็งเห็นถึงการยกระดับการท่องเที่ยวทางรางให้เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตอบโจทย์แนวคิดดังกล่าวนี้  โดยใช้การเดินทางโดย “รถไฟ” เพื่อประตูแห่งประสบการณ์ ที่จะเปลี่ยนระยะทางให้กลายเป็นคุณค่าทางความรู้สึก และเปลี่ยนเส้นทางคมนาคมให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหมาย เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสประเทศไทยในมิติที่แตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น


ซึ่งแนวทางของ ททท.นี้ สอดรับกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงนโยบายและกฎระเบียบใหม่ๆ ในการพัฒนาระบบรางของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่า ททท. จึงได้นำทีมหารือร่วมกับ Mr. Gary Franklin กรรมการผู้จัดการ Belmond Trains บริษัทในเครือ LVMH ผู้ให้บริการรถไฟลักชัวรีระดับโลก Eastern & Oriental Express เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสูงของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยโครงการดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มผู้มีรายได้สูงจากทั่วโลก โดยมีแผนนำร่องที่จะเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี – หัวหิน – หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ภายในปี 2570


ททท. เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมการขายสินค้าบริการท่องเที่ยว ควบคู่ เสน่ห์ไทย กับ 5 Must Do ตลอดจนช่วยกระจายการเดินทางและรายได้สู่เมืองรองและภูมิภาคของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป


#AmazingThailand
#HealingIsTheNewLuxury
#EasternAndOrientalExpress

งานแห่งความภาคภูมิใจ “นพเก้าดาวมงกุฏเพชร 2569” เชิดชูผู้เสียสละ ผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศ

ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ สำหรับพิธีมอบรางวัล “นพเก้าดาวมงกุฏเพชร ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุ...