วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

Ads.Face เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโต ในปี 2026

Ads.Face เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโต ในปี 2026
 

เป็นเจ้าของธุรกิจยุคปัจจุบันนี้ 
งานดีแค่ไหนแต่ไม่มีใครมองเห็น ก็เป็นเรื่องที่ยากของการเติบโต 

Ads.Face 
ผู้ให้บริการ ADS MARKETING 
พร้อมให้การช่วยเหลือ และ สะดวก รวดเร็วในการขึ้น โฆษณา ยุคใหม่นี้
ด้วยประสบการณ์ในการใช้โซเชียลในหลายแพลตฟอร์ม แบบมืออาชีพ
เฟสบุ๊ค , ติ๊กต๊อก , อินสตาแกรม ,LINE OA


Ads.Face 
ได้เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็ว สบายที่สุด ใน ปัจจุบัน 
ได้แก่ 
1. ต้องมีเพจเขียว พร้อมผู้ติดตาม 
2. ทำให้เพจมีความน่าเชื่อถือ 
3. บัญชีโฆษณายิงแอด เฟสบุ๊ค
4. โปรโมท เพจ และ บัญชีโฆษณา ร่วมกันเพื่อสร้างความเชื่อมโยง       
5. สร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง 
6. มี วิดีโอสั้นๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ
7. มีโปรโมชันช่วยกระตุ้นยอดขาย 
8. เพิ่มฐานลูกค้าจากการทำโฆษณา (ยิงแอด) 
9. มีบัญชี เริ่มต้นที่ปลดลิมิต วงเงินเยอะ  
10. พร้อม บัญชี LINE OA แบบผู้ติดตาม เพื่อความน่าเชื่อถือ สำหรับร้านค้า
 

สำหรับการทำโฆษณา (ยิงแอด) ให้มีประสิทธิภาพ อย่างรวดเร็ว
Ads.Face ให้ข้อมูลว่า สามารถทำได้ด้วยการรู้จักกลุ่มลูกค้าของเรา จากนั้นเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับตัวเอง และออกแบบโฆษณา (ยิงแอด) ให้น่าสนใจ รวมถึงต้องดูงบประมาณที่เหมาะสม และอย่าลืมที่จะ Call to Action ด้วย
 

หากสนใจที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
เรื่อง การเร่งยอด โฆษณา (บัญชียิงแอด) 
สามารถมาเป็นเพื่อนกับ Ads.Face 
พร้อมให้บริการและดูแลคุณ 
ได้ที่ Line : @ads.face 
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 

“Morton Thailand” เปิดเวทีใหญ่ MORTON DESIGN AWARDS 2026ผลักดันนักออกแบบไทยสู่อนาคตยั่งยืน

“Morton Thailand” เปิดเวทีใหญ่ MORTON DESIGN AWARDS 2026
ผลักดันนักออกแบบไทยสู่อนาคตยั่งยืน

Morton Thailand ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝ้าและผนัง ภายใต้แบรนด์ KOOLBOARD จัดงาน “MORTON DESIGN AWARDS 2026” ครั้งที่ 1 อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ณ Grande Centre Point Prestige Bangkok เพื่อเปิดเวทีระดับประเทศในการผลักดันเยาวชนและนักออกแบบรุ่นใหม่ ให้ได้แสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และทักษะการออกแบบอย่างมืออาชีพ
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาในสาขา Architectural Design และ Interior Design ให้สามารถนำเสนอแนวคิดที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ควบคู่กับการเลือกใช้วัสดุคุณภาพและนวัตกรรม โดยเฉพาะ KOOLBOARD ซึ่งเป็นวัสดุฝ้าและผนังที่ช่วยลดความร้อนและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย
 

“เวทีนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตใหม่ให้กับวงการออกแบบไทย เราต้องการเห็นนักออกแบบรุ่นใหม่เติบโตบนแนวคิดที่รับผิดชอบต่อทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม” คุณชาย บุญกล่อมจิตร Head of Business Development, Morton Thailand กล่าว
ภายในงานได้รับความสนใจจากสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมประกวดจำนวนมาก ผ่านการคัดเลือกในรอบ Preliminary สาขาละ 20 ผลงาน ก่อนเข้าสู่รอบ Final สาขาละ 6 ผลงาน เพื่อจัดแสดงและนำเสนอแนวคิดต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงในด้านการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน ประกอบด้วย
สาขา Architectural Design ได้แก่
• คุณจีรเวช หงสกุล – IDIN Architects
• คุณไพทยา บัญชากิติคุณ – ATOM Design
• คุณเศรษฐวัฒก์ ศรีวิโรจน์ – President, Nebula by MQDC
• คุณชัชวาลย์ วัฒนะโชติ – Kim Property Live
และสาขา Interior Design ได้แก่
• คุณธนาวัช สุขัคคานนท์ – Interior Visions / รองนายกสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย
• คุณพลัช ไพนุพงศ์ – That’s ITH Interior
• คุณเมธินี สุวรรณะบุณย์ – Chief Project Development Officer, The Mall
• คุณสมัชชา วิราพร – รองบรรณาธิการอำนวยการ บ้านและสวน
นอกจากนี้ Morton Thailand ยังได้ประกาศผลรางวัล “Kool First Class Award” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของโครงการ โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโอกาสเข้าร่วมทริปศึกษาดูงานด้านสถาปัตยกรรม ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงสิทธิ์ใช้งานโปรแกรมออกแบบ SketchUp และ Enscape Impact License ระยะเวลา 1 ปี มอบโดยคุณกอพล เลียวไพโรจน์ จากบริษัท ดิจิเทค วัน จำกัด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะในระดับวิชาชีพ
  
สำหรับผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่ ผลงาน “ATTUNE” ของนางสาวชาลิสา จินตนาเลิศ (น้องเณ) จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในสาขา Architectural Design
ขณะที่รางวัลชนะเลิศ Kool First Class Award สาขา Interior Design ได้แก่ ผลงาน “คองข้าวคองเฮา” ของนางสาวกนิษฐนาฎ เต็มทอง (น้องวุ้นเส้น) นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ Morton Thailand ในการขับเคลื่อนวงการออกแบบไทย ผ่านการสร้างเวทีแห่งโอกาส และการผลักดันแนวคิด “การออกแบบเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” อย่างเป็นรูปธรรม
 

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569

'โอเบค อาเซียน อีสปอร์ต ไฮสคูล'ดวล2ประเภทแชมป์ไปลุยต่างแดน

'โอเบค อาเซียน อีสปอร์ต ไฮสคูล'
ดวล2ประเภทแชมป์ไปลุยต่างแดน


เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต ระดับมัฐยมศึกษา รายการ "OBEC ASEAN ESPORTS HIGH SCHOOL 2025" รอบชิงชนะเลิศ ที่จะแข่งขันวันที่ 25 - 26 มีนาคม 2569 นี้ ที่ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพ

โดยมี ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เป็นประธาน ในพิธีเปิด พร้อมด้วย รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ต แห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรารรมการจัดการแข่งขันร่วมงานมากมาย

สำหรับการแข่งขันรอบนี้เป็น รอบชิงชนะเลิศของ ROV จากทั้งหมดที่เข้าร่วมในรอบแรก 868 ทีม ที่เป็นนักกีฬาอีสปอร์ต จากนักเรียนระดับมัธยมปลาย โรงเรียนสังกัด สพฐ ทั่วประเทศ คัดจนเหลือ 16 ทีมสุดท้ายมาแข่งขันกันในรอบ Final ในรอบนี้

และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ eFootball Mobile ที่คัดเลือกจาก 1,288 คน จากนักเรียนระดับมัธยมปลาย โรงเรียนสังกัด สพฐ ทั่วประเทศ ซึ่งจะมาแข่งขันกันในรอบ 16 คนสุดท้ายเช่นกัน

โดยมีเงินรางวัลการแข่งขันรวมของทั้ง 2 เกม ROV และ eFootball Mobile รวมกว่า 305,000 บาท (ไม่ร่วมตั๋วเครื่องบิน, ค่าที่พัก และค่าอาหารในการเดินทางไปต่างประเทศของทีมที่ได้อันดับที่ 1-3 ในอีก3ประเทศ)

โดยการแข่งข้นรอบ Grand Final แข่งขันกันที่ ที่ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ วันที่ 25-26 มีนาคมนี้ แฟนกีฬาอีสปอร์ตจะได้ พบกับแคสเตอร์ชื่อดัง มากมายภายในงาน ที่จะมาพากย์การแข่งขันกันแบบสุดมันส์ตลอดทั้ง 2 วัน

นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันรายการพิเศษ OBEC ESPORTS ตะลุมบอนทัวร์ ROV & eFootball Mobile ที่มีเงินรางวัลรวมถึง 60,000 บาท โดยแข่งขันประเภทละ 8 ทีม โดยทีมที่แข่งขันชนะได้แชมป์กลุ่มจะรับเงินรางวัลทันที ส่วนทีมแพ้สามารถต่อคิวเพื่อลงสมัครแข่งขันใหม่ได้ตลอดทั้งวัน (เว้นกรณีที่ชนะและได้รับเงินรางวัลแล้ว จะต้องมาแข่งขันใหม่ในวันถัดไป)

งานนี้เปิดให้เยาวชน-ประชาชนทั่วไปเข้ามาเชียร์สดหน้างานให้สนั่นฮอลล์ มาให้กำลังใจอนาคตเกมเมอร์ทีมนักเรียนไทย งานนี้ชมฟรี! ตลอดงาน! หรือชมการถ่ายทอดสดที่เพจ TESF และเพจ สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

วช. แถลงข่าวความพร้อมในการร่วมเป็นเจ้าภาพกับ STS forum ในการจัดงาน STS forum Japan–Thailand Symposium 2026 ยกระดับความร่วมมือวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ

วช. แถลงข่าวความพร้อมในการร่วมเป็นเจ้าภาพกับ STS forum ในการจัดงาน STS forum Japan–Thailand Symposium 2026 ยกระดับความร่วมมือวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ


วันที่ 24 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าว การจัดงาน STS forum Japan–Thailand Symposium 2026 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย Professor Yoshio Otani, Director of JSPS Bangkok Office คณะผู้บริหาร วช. รวมถึงสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยโดย วช. มีความพร้อมอย่างยิ่งในการร่วมเป็นเจ้าภาพกับ STS forum ในการจัดงาน STS forum Japan–Thailand Symposium 2026 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 เมษายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้หัวข้อ “The Great Convergence: AI-Driven Health, Environment and Bio-Economy” การจัดงานครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำระดับสูง นักวิจัยชั้นนำ ผู้กำหนดนโยบาย และภาคอุตสาหกรรมจากประเทศไทย ญี่ปุ่น และนานาประเทศ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และกำหนดทิศทางการพัฒนาในประเด็นสำคัญของโลก อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจชีวภาพ สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญในการ แสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภูมิภาค พร้อมทั้ง ผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการจัดงาน STS forum Japan–Thailand Symposium 2026 โดยผู้แทนจากภาควิชาการและองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ Professor Yoshio Otani Director of JSPS Bangkok Office รวมทั้ง รศ.ดร.กฤต จารุพานิช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ผศ.ดร. สุนทร ดันติถาวรวัฒน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล STS forum Young Leader 2025 ที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ร่วมสะท้อนมุมมองเชิงลึกและบทบาทของประเทศไทยบนเวทีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับโลก


ทั้งนี้ การจัดงาน STS forum Japan–Thailand Symposium 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 เมษายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร นับเป็นอีกนับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการก้าวสู่เวทีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เกิดการสร้างเครือข่ายนักวิจัยและการต่อยอดองค์ความรู้สู่การพัฒนาประเทศและภูมิภาคในอนาคตอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569

วช. ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า ลงนามความร่วมมือพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม เสริมธรรมาภิบาลและจริยธรรมเพื่อการยกระดับสู่มาตรฐานสากล

วช. ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า ลงนามความร่วมมือพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม เสริมธรรมาภิบาลและจริยธรรมเพื่อการยกระดับสู่มาตรฐานสากล


วันที่ 24 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้หลักสูตรการพัฒนาธรรมาภิบาลและจริยธรรมสำหรับนักบริหารงานวิจัยมืออาชีพ ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติกับสถาบันพระปกเกล้า โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม และ รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงแนวทางสนับสนุนความร่วมมือ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้าและผู้บริหาร วช. เข้าร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ อาคาร วช.1 


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ตระหนักว่าความเข้มแข็งของระบบวิจัยขึ้นอยู่กับคุณภาพของบุคลากรผู้บริหารจัดการระบบ ซึ่งมีหน้าที่เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติ กำกับดูแลทรัพยากรสาธารณะ และผลักดันให้งานวิจัยก่อประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยหลักสูตรการพัฒนาธรรมาภิบาลและจริยธรรมสำหรับนักบริหารงานวิจัยมืออาชีพภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ จะมุ่งเชื่อมโยงหลักการสู่การปฏิบัติผ่านการวิเคราะห์สถานการณ์จริง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกรณีศึกษา เพื่อพัฒนานักบริหารงานวิจัยให้เป็นมืออาชีพ ควบคู่กับการยึดมั่นในธรรมาภิบาลและจริยธรรม อันจะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพระบบวิจัยของประเทศให้มีความโปร่งใส คุ้มค่า และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ


รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ปัจจุบันการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาบุคลากรต้องควบคู่กับการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและจริยธรรม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อสังคม หลักสูตรนี้จึงมุ่งยกระดับนักบริหารงานวิจัยให้มีความเป็นมืออาชีพ มีคุณธรรม และสามารถบริหารจัดการงานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และร่วมกันขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้ก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไป



ทั้งนี้ วช. และสถาบันพระปกเกล้า มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานจริยธรรมและธรรมาภิบาลในระบบวิจัยและนวัตกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเสริมสร้างฐานกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมให้มีคุณภาพ ควบคู่คุณธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

วช. แถลงข่าวความสำเร็จนักประดิษฐ์ไทย คว้ารางวัลจากเวที The 51st International Exhibition of Inventions Geneva จุดพลังนวัตกรรมสู่สากล

วช. แถลงข่าวความสำเร็จนักประดิษฐ์ไทย คว้ารางวัลจากเวที  The 51st International Exhibition of Inventions Geneva  จุดพลังนวัตกรรมสู่สากล


วันที่ 23 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ “The 51st International Exhibition of Inventions Geneva” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนักประดิษฐ์ นักวิจัย และคณะผู้บริหาร วช. เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช.8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงานแถลงข่าวในวันนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่ความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยที่เข้าร่วมประกวดในเวที “The 51st International Exhibition of Inventions Geneva” ให้สาธารณชนได้รับรู้และเกิดความภาคภูมิใจ พร้อมทั้งจุดประกายแรงบันดาลใจแก่เยาวชน นักประดิษฐ์ และนักวิจัยรุ่นใหม่ ให้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถยกระดับประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่ระดับสากล โดย วช. ภายใต้กระทรวง อว. มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และเปิดโอกาสให้นักประดิษฐ์ไทยได้แสดงศักยภาพบนเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ เวทีดังกล่าวที่จัดขึ้น ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส มีผลงานเข้าร่วมกว่า 1,000 ผลงาน จากกว่า 30 ประเทศ และประเทศไทยได้นำผลงานเข้าร่วมมากกว่า 130 ผลงาน จาก 55 หน่วยงาน โดย วช. ทำหน้าที่คัดเลือกและผลักดันผลงานในนามประเทศไทยอย่างเป็นระบบ อันสะท้อนถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และศักยภาพของนักประดิษฐ์ไทยอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ผลงานของไทยสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองเกียรติยศ 9 รางวัล เหรียญทอง 33 รางวัล เหรียญเงิน 43 รางวัล และเหรียญทองแดง 35 รางวัล และรางวัลพิเศษจากหน่วยงาน/องค์กรนานาชาติต่างๆ อีกหลายรางวัล นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจยิ่ง การเข้าร่วมประกวดในเวทีเจนีวา ซึ่งเป็นเวทีสิ่งประดิษฐ์ระดับโลกที่มีความเก่าแก่ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง และสร้างโอกาสในการขยายผลเชิงพาณิชย์ให้กับผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของไทย



สำหรับเวทีเสวนา “Power of Innovation: จากงานวิจัยสู่นวัตกรรมเวทีโลก” ได้จุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจอย่างเข้มข้น โดยนักประดิษฐ์และนักวิจัยเจ้าของผลงานรางวัลเหรียญทองเกียรติยศและรางวัลพิเศษจากองค์กรนานาชาติได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของงานวิจัย การฝ่าฟันอุปสรรค ไปจนถึงการต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในเวทีระดับนานาชาติ โดยนักประดิษฐ์นักวิจัยได้ร่วมถ่ายทอดในประเด็นต่างๆ ดังนี้

นวัตกรรมเพื่อการจัดการน้ำและพลังงานอย่างยั่งยืน โดย 
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พลพัฒน์ นิลอุบล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ผลงาน: “ระบบกักเก็บน้ำฝนใต้ดิน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ และการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ”

- นายกฤตติวิทย์ คงประดิษฐ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ผลงาน: “แท่นยึดตัดเสาคอนกรีต”

นวัตกรรมเพื่อเกษตรและโภชนาการแห่งอนาคต โดย
- นายอาทิตย์ ประทุมพวง บริษัท ซัสเทน อินโนเทค จำกัด
ผลงาน: “เกษตรพรีเนอร์ (ประเทศไทย): ผู้นำเกษตรนวัตกรรม สร้างธุรกิจจากฟาร์มสู่ตลาดโลก”

- นายจิรพนธ์ เส็งหนองแบน บริษัท สมาร์ทเมดกรุ๊ป 2019 จำกัด
ผลงาน: “Moment of Motherhood: ซุปฟังก์ชัน เสริมการให้นมและฟื้นฟูหลังคลอด”

- นายพัศพงศ์ ชมเชย บริษัท อินโนโซลเทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ผลงาน: “บลูซอลท์พลัส: นวัตกรรมเกลือโซเดียมต่ำ ช่วยกระตุ้นการรับรู้รสชาติ และเสริมโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย NCDs” 

นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและความงามแห่งอนาคต โดย 
- เภสัชกรหญิง พุทธิมน ศรีบนฟ้า บริษัท ดอกเตอร์พงศ์ สกิน รีเสิร์ช แล็บ จำกัด
ผลงาน: “ACTIVEIN™: นาโนเจลระบบนำส่งอัตโนมัติ เพิ่มประสิทธิภาพและความคงตัวของสารออกฤทธิ์”

- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัญจพร วงศ์วิทยากูล สมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย
ผลงาน: “เทคโนโลยีลิพิดนาโนของเจนิสทีน เพื่อฟื้นฟูผิวชั้นลึก”


ทั้งนี้ วช. พร้อมเดินหน้าผลักดันและต่อยอดความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยในเวทีนานาชาติครั้งนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อศักยภาพด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมฐานความรู้ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นในเวทีระดับโลก

ขอแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนไทย ที่ได้รับรางวัลการแข่งขันโดรนในเวที ‘หนูน้อยจ้าวเวหา’ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สนามคัดเลือก สนามที่ 1


วันที่ 22 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และสถานีโทรทัศน์ Thai PBS จัดการแข่งขันเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ รายการ “หนูน้อยจ้าวเวหา” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประจําปี 2569 สนามคัดเลือก สนามที่ 1 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้เกียรติมอบรางวัลแก่เยาวชนผู้ชนะการแข่งขัน พร้อมด้วย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ คณะผู้บริหาร และผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วมรับชมการแข่งขัน ณ ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้การสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้แก่เยาวชนไทย ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงด้านการออกแบบอากาศยาน การควบคุม การเขียนโปรแกรม ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์และการทำงานเป็นทีม อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีของประเทศ นอกจากนี้ การแข่งขันยังมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอากาศยานสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้รับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัล

การแข่งขันเครื่องบินจำลองวิทยุบังคับ “หนูน้อยจ้าวเวหา” ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามคัดเลือก สนามที่ 1 ได้ผู้ชนะเลิศใน 3 ประเภทการแข่งขัน ดังนี้


ประเภทปีกหมุนประลองปัญญา

- รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม DW จากโรงเรียนดงหลวงวิทยา

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมตะโกราย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม BSP Drone T เดียว จากโรงเรียนบึงศรีราชาพิทยาคม


ประเภทยุทธวิธี

- รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมอัสสัมชัญโคราช จากโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมครั้งแรกคับพี่ จากโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมคนหัวใจสิงห์ ทีม1 จากโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์


ประเภทปีกหมุนประลองทักษะ

- รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมน้องฟาฟา&น้องพราวพราว IP นารีนุกูล จากโรงเรียนนารีนุกูล

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมน้องพาขวัญ&น้องภูมิ IP นารีนุกูล จากโรงเรียนนารีนุกูล

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมโรงเรียนมุกดาหาร จากโรงเรียนมุกดาหาร



ทั้งนี้ วช. และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ พร้อม ThaiPBS มุ่งหวังให้เวที “หนูน้อยจ้าวเวหา” เป็นพื้นที่ในการจุดประกายความสนใจด้านอากาศยานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่เยาวชน เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้กระบวนการคิดและการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นนักประดิษฐ์และนวัตกรในอนาคต

Ads.Face เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโต ในปี 2026

Ads.Face เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโต ในปี 2026   เป็นเจ้าของธุรกิจยุคปัจจุบันนี้  งานดีแค่ไหนแต่ไม่มีใครมองเห็น ก็เป็นเรื่องที่ยา...