วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

งานนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะและภาพเขียน "ศรัทธา" วันที่ 3-27 พฤษภาคม 2569 ณ.ห้องแสดงนิทรรศการ Co Creation & ArtSpace ชั้น 3 ศูนย์การค้าริเวอร์ไซด์ พลาซ่า กรุงเทพฯ

งานนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะและภาพเขียน "ศรัทธา" วันที่ 3-27 พฤษภาคม 2569 ณ.ห้องแสดงนิทรรศการ Co Creation & ArtSpace ชั้น 3 ศูนย์การค้าริเวอร์ไซด์ พลาซ่า กรุงเทพฯ



     ด้วยชมรมศิลปินสยาม ร่วมกับ At Siam Gallery โดยการสนับสนุนของศูนย์การค้าริเวอร์ไซด์ พลาซ่า กรุงเทพฯ ได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะและภาพเขียน ของภูผา จิตรกรเด็กอัจฉริยะ ( รพีวิชญ์ จิรมิตรมงคล )
    
 
กำหนดให้มีพิธีเปิดในวันที่ 3 พฤษภาคม 2569โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน
การแสดงครั้งสำคัญ


    งานแสดงผลงานศิลปะและภาพเขียนในครั้งนี้นับเป็นครั้งสำคัญเนื่องจาก เป็นการจัดแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรก The First Solo Art Exhibition ของภูผา จิตรกรเด็กอัจฉริยะ โดยรวบรวมผลงาน กว่า 100 ภาพ ที่เริ่มวาดตั้งแต่ ปฐมวัยซึ่งมีอายุเพียง 2 ขวบครึ่ง เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่ได้เจริญวัยมีอายุครบ20ปีบริบูรณ์ ผลงานอันเกิดจากการฝึกฝน ในเทคนิคการวาดภาพที่หลากหลาย ได้แก่ การวาดภาพศิลปะลายไทย ลายเส้น,สีน้ำ สีพาสเทล,สีอะคริลิค รวมถึงเทคนิคการใช้พู่กันจีนมาจัดการแสดงระหว่างวันที่ 3-27 พฤษภาคม 2569
ณ.ห้องแสดงนิทรรศการชั้น3ศูนย์การค้าริเวอร์ไซด์พลาซ่ากรุงเทพฯ


แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
ผลงานอันเกิดจาก ความรัก ความศรัทธา จินตนาการ เป็นพลังแห่งการ
สร้างสรรค์ ผลงานศิลปะ อันวิจิตรงดงาม ออกสู่สายตาประชาชนที่ผ่านมา
ผลงานหลายชิ้นที่ศิลปินได้ตั้งใจวาดเพื่อส่งมอบให้หน่วยงานการกุศล ได้
แก่ มูลนิธิ,องค์กร ทางพระพุทธศาสนา เพื่อนำไปประมูลหารายได้มาทำนุ
บำรุงพระพุทธศาสนารวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายภาพไปสงเคราะห์ผู้ด้อย
โอกาสและผู้ยากไร้ในสังคม


ความตั้งใจของศิลปิน
การจัดการแสดงผลงานภาพเขียนในครั้งนี้ ศิลปินมีความตั้งใจที่จะสื่อสารถึงผู้ที่ชื่นชอบผลงานศิลปะรวมถึงนักสะสมได้มีโอกาสสัมผัสงาน ที่ศิลปินได้นำเสนอแนวคิด
เกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา เทวนิยม-อเทวนิยมในรูปแบบศิลปะเพื่อนำสื่อความหมาย
เชิงปติมาและสัญญะ มาในรูปแบบของภาพบุคคล ปริศนาธรรม เพื่อให้เข้าถึงรูป
ธรรมสู่นามธรรมคือความรู้สึกเมื่อทัศนางานศิลปะในรูปแบบความศรัทธาที่หลาก
หลายแต่ในเนื้อความศรัทธานั้นเหมือนกัน เป็นการถ่ายทอดแนวคิดและ
จินตนาการที่เกิดจากความรัก ความศรัทธาผ่านผลงานศิลปะเพื่อจรรโลงใจผู้คนใน
สังคมต่อไป


ขอเรียนเชิญท่านให้เกียรติเข้าชมงานนิทรรศการ การแสดงผลงาน
ในครั้งนี้
ระหว่างวันที่ 3 - 27 พฤษภาคม 2569 ณ.ห้องแสดงนิทรรศการ
Co-Creation & Art Space 3rd Floor ศูนย์การค้าริเวอร์ไซด์
พลาซ่า กรุงเทพฯ
เข้าชมงาน ศิลปะ โดยการแสกน OR Code บนโครงการ
แสดงนิทรรศการผลงานศิลปะในครั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


*สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 081-736-0188 , 087-714-4447

ปัตตานี “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration”ททท.จัดยิ่งใหญ่ PATTANI NIGHT FEST ON THE BEACH” แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเวที KATPRO On The Beach ศึกวาสุกรีไฟท์ รากหญ้ามวยไทย” ชาวปัตตานี–มาเลเซียร่วมชมคึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน

ปัตตานี “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” ททท.จัดยิ่งใหญ่  PATTANI NIGHT FEST ON THE BEACH” แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเวที KATPRO On The Beach ศึกวาสุกรีไฟท์ รากหญ้ามวยไทย” ชาวปัตตานี–มาเลเซียร่วมชมคึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน 



เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.00 น. ณ บริเวณหาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานเปิดกิจกรรม “KATPRO On The Beach ศึกวาสุกรีไฟท์ รากหญ้ามวยไทย” ภายใต้โครงการยกระดับกิจกรรมดั้งเดิมของชุมชนให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural-Based Sport Tourism ท่ามกลางประชาชน นักท่องเที่ยว และแฟนกีฬามวยไทยจากทั้งในพื้นที่และประเทศมาเลเซียเข้าร่วมชมอย่างคับคั่ง


ภายในงานมี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ดร.สุปราณี คุปตาสา ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย นายอับดุลฮาลิม มินซาร์ นายกเทศมนตรีเมืองตะลุบัน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้แทนภาคเอกชน ตลอดจนเครือข่ายด้านการกีฬาและการท่องเที่ยว จากทั้งไทยและมาเลเซียเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและเป็นกันเอง สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดันกิจกรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี


ไฮไลต์สำคัญของงาน นอกจากมีการประดับไฟตกแต่งพื้นที่กิจกรรม และการแข่งขันมวยไทยคู่เอกแล้ว ททท.ยังได้จัดการแสดงโดรนโชว์ จำนวนกว่า 500 ลำ บินแปรอักษรเหนือท้องฟ้าชายหาดวาสุกรี ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก


พลโท นรธิป โพยนอก กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เน้น “คุณภาพและอัตลักษณ์” มากกว่าปริมาณ อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล การจัดการขยะ และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน 
จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับประเพณี และวิถีประมงพื้นบ้านให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของจังหวัดปัตตานีอย่างยั่งยืน และการมีกิจกรรม KATPRO On The Beach เป็นการเปิดพื้นที่ให้นักกีฬาจากทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพบนเวทีมาตรฐาน พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเชื่อมสัมพันธ์ด้านกีฬาและวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นการสร้างพื้นที่แห่งความสุข ความสามัคคี รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก การท่องเที่ยว และรายได้ของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

ด้าน ดร.สุปราณี คุปตาสา ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย ในฐานะลูกหลานคนสายบุรี มีความตั้งใจในการผลักดันหาดวาสุกรีให้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมด้านกีฬา และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง จึงจัดให้มีกิจกรรม KATPRO ON The Beach เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และช่าวต่างชาติให้เข้ามามีส่วนร่วมเพราะรายการนี้ได้รับความสนใจจากต่างชาติเป็นอย่างมาก และทำให้อำเภอสายบุรีเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ทั้งผู้ประกอบการ ร้านค้า ชุมชน รวมถึงเยาวชน โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้างความรัก ความสามัคคี และสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากของนักท่องเที่ยว ประชาชนจากทั้งไทยและมาเลเซีย ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของอำเภอสายบุรี ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและต่อยอดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่ได้ในอนาคต

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

งานอายุวัฒนมงคลพระเทพวชิรมงคล(สวัสดิ์ ทฺสสนีโย) ๘๔ ปี ๖๒ พรรษา

งานอายุวัฒนมงคลพระเทพวชิรมงคล(สวัสดิ์ ทฺสสนีโย) ๘๔ ปี ๖๒ พรรษา


วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๙ ที่วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเป็นประธานในพิธีทำบุญครบรอบอายุวัฒนมงคลพระเทพวชิโรบล(สวัสดิ์ ทฺสสนีโย) รศ.(เกียรติคุณ) ดร.(กิตต์)เนื่องในอายุวัฒนะมงคล ๘๔ ปี ๖๒ พรรษา โดยคณะศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันจัดให้มีการแสดงมุทิตาจิตขึ้น


ช่วงเช้ามีพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระสงฆ์สามเณรประมาณ ๑๐๐ รูป

เวลา ๐๘.๓๐ น.พิธีถวายสักการะ สรงน้ำ พระเทพวชิโรบล(สวัสดิ์ ทฺสสนีโย)


ในครั้งนี้พระเดชพระคุณ พระพรมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๐ (ธ) วัดบึงพลาญชัย (พระอารามหลวง) จังหวัดร้อยเอ็ด ให้โอวาทสัมโมทนียกถา

ในส่วนพระสงฆ์ในจังหวัดอุบลราชธานีได้มี พระสงฆ์พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ จำนวน ๒๓ รูป อาทิ พระราชธรรมสุธี เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี(ธ) ท่านเจ้าคุณพระวิบูลธรรมาภรณ์ (ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเขื่องใน) รศ.(เกียรติคุณ)ดร.(กิตต์) วัดสุปัฏนาราม วรวิหาร พระครูสุนทรวรดิตถ์ รศ.(เกียรติคุณ)ดร.(กิตต์) เจ้าคณะตำบลหนองขอน เป็นต้น

เวลา ๑๕.๐๐ น. ขบวนแห่ผ้าดิ้นทอง ๑๐๐ เมตร คณะครู-อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาและสาธุชนทั้งหลายขึ้นบนเจดีย์ชั้นที่ ๓ เสร็จพิธี

เวลา ๑๘.๐๐ น. ฟังเรื่องนิมิตรพิศวง โดย อ.ไพศาล แสนไชย 

เวลา ๒๐.๓๐ น.ฟังพระธรรมเทศนาโดย ท่านเจ้าคุณพระเทพวราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (วัดมณีวนาราม)

เวลา ๒๑.๓๐ น. พิธีบูชาเทพโดย บัณฑิตพราหมณ์สุวิทย์ ร่วมรักษ์ พร้อมทีมงาน

จุดเทียนชัย พระพิธีธรรมสวดคาถาพุทธาภิเษก คณะผู้ปฏิบัติธรรมบวชชีพราหมณ์ สวดอิติปิโสตลอดคืน


ในค่ำคืนนี้ท่านพระครูสาระธรรมประคุณ ศ.(พิเศษ) ดร.(กิตต์) (หลวงปู่รอดพระเกจิชื่อดังเมืองอุบล)วัดกุดคูณ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีร่วมนั่งปรก

เวลา ๐๔.๓๐ น. ดับเทียนชัย สวดชยันโต พระมหาจักรพรรดิ โดยพร้อมเพรียงกัน

ทำวัตรเช้า สมาทานศีล รับพร เป็นเสร็จพิธี

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

ไปช้อปไปชิล รีวิวให้ฉ่ำใจ ที่ “ครัวคุณต๋อยยกทัพ บุก เซ็นทรัล อุดร”

ไปช้อปไปชิล รีวิวให้ฉ่ำใจ ที่ 
“ครัวคุณต๋อยยกทัพ บุก เซ็นทรัล อุดร” 

“คุณตูน-พัทธยศ ลิมปพัทธ์” ในฐานะผู้จัดงาน ชวนมาตะลุยกินของแซ่บอีหลีออนซอนเด้กันที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” ฮีลใจสายกินถิ่นอุดร ช้อปชิลๆ รีวิวฉ่ำให้หนำใจตลอด 7 วันจัดเต็ม ระหว่างวันที่ 6 - 12 พฤษภาคม 2569 ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 เซ็นทรัล อุดร

ม่วนจอยกับร้านอร่อยระดับมืออาชีพ คับคั่งเมนูหลากสไตล์ ฟินกันได้ทั้งครอบครัว คัดสรรด้วยความตั้งใจโดยทีมงานครัวคุณต๋อย อาทิเช่นฉ่ำ ขนมต้มแดงโบราณ โคตรมะพร้าว / เจ๊กบหมูย่างเมืองตรัง / แก้มใส เปาจี่ สไตล์ญี่ปุ่น / ศรีจันทร์ซีฟู้ด บ๊ะจ่างเครื่องแน่น / ครัวรสหนึ่ง หมึกย่างน้ำจิ้มรสเด็ด / โกดังนัวส์ กุ้งแช่น้ำปลา / บ้านปลาทูมหาชัย / จินดา แกงไตปลาคั่วกลิ้ง / เจ๊หงษ์ซุปจีน / Moodaengs Amphawa Ice Cream

ไฮไลท์สุดพิเศษ ในวันเปิดงานวันแรก (เฉพาะวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เพียงวันเดียว) พบกับพิธีกรชื่อดังจากรายการครัวคุณต๋อย 
นำโดย “อาต๋อย-ไตรภพ ลิมปพัทธ์“ ”คุณเอ๊าะ-กีรติ เทพธัญญ์“
 ”คุณโก๊ะตี๋ ชัยกฤต“ ผู้จะพาทุกท่านดื่มด่ำกับเรื่องราวความอร่อยของทุกร้าน และพบกับเมนู “ข้าวผัดข่าแจ่วหอมหวาน และ ซ้วนเส้น” โดย “บ้านเชียง เฮือนอาร์ โฮมสเตย์” อาหารพื้นถิ่นทรงคุณค่าแห่งบ้านเชียง ที่รังสรรค์ด้วยภูมิปัญญาของชาวไทพวนอย่างแท้จริง และเมนู “พิคานย่าวัวบ้านย่างเตาถ่าน” โดยร้าน “เสือหลงป่า” เนื้อวัวบ้านสุดพรีเมี่ยมสุดยอดอาหารพื้นถิ่นได้ถูกคัดเลือก 1 จังหวัด 1 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น…รสชาติที่หายไป “The Lost Taste” ประจำจังหวัดอุดรธานี โดยกระทรวงวัฒนธรรม 

ตื่นตา ตื่นใจกับกิจกรรม Cooking Show โดยเชฟมืออาชีพแห่งเมืองอุดรธานี ที่จะมาแชร์ประสบการณ์ และรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากวัตถุดิบพื้นถิ่นให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง
สนุกกับกิจกรรม “ครัวคุณต๋อยอร่อยแชร์ไป” เพียงโพสต์รูปภาพในงานพร้อมติด #ครัวคุณต๋อยอร่อยแชร์ไป ตั้งโพสต์เป็นสาธารณะ รับคูปองส่วนลดช้อปสินค้าในงานมูลค่า 20 บาททันที ตั้งแต่วันที่ 6 - 10 พฤษภาคม 2569 (คูปองมีจำนวนจำกัด)

ฟินครบจบเเลก เพียงช้อปอาหารในงานครัวคุณต๋อยครบ 10 คะแนน ผ่านช่องทาง LINE รับไปเลยพวงกุญแจลิมิเต็ดครัวคุณต๋อย ทุก ๆ 100 บาท เท่ากับ 1 คะแนน ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 6 - 10 พฤษภาคม 2569 (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

พบกับครัวคุณต๋อยยกทัพ บุก เซ็นทรัล อุดร บริเวณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 12 พฤษภาคม 2569 
เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์ – ศุกร์ 10.30 - 21.00 น. / วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00 - 21.00 น. 
ร่วมสร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จโดย
• ศูนย์การค้า เซ็นทรัล อุดรธานี
• เมืองอุดรธานี
• การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน อุดรธานี
• ขอขอบคุณ Magiclean Kao Professional Solution สิทธิประโยชน์เพื่อผู้ประกอบการ ร้านสะอาดอนามัย ยืนหนึ่งในใจลูกค้า
• สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่อง3

ติดตามรายละเอียดได้ที่ FACEBOOK ครัวคุณต๋อย เว็บไซต์ www.kruakhuntoi.com แอปพลิเคชันครัวคุณต๋อย 
#ครัวคุณต๋อยยกทัพ #ครัวคุณต๋อย #ไม่กินถือว่าผิด #ประสบการณ์ที่ต้องลิ้มลอง #เซ็นทรัลอุดร #CentralUdon
 

เชิญร่วมสักการะ “พระบรมสารีริกธาตุ” 3 แผ่นดิน ศรีลังกา–อินเดีย–ไทย ณ สำนักสงฆ์ป่าเทสก์รังสี มหาวีโร คลอง 15 ตั้งอยู่ที่ ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก

เชิญร่วมสักการะ “พระบรมสารีริกธาตุ” 3 แผ่นดิน ศรีลังกา–อินเดีย–ไทย ณ สำนักสงฆ์ป่าเทสก์รังสี มหาวีโร คลอง 15 ตั้งอยู่ที่ ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก



หลวงพ่อจำรัส ปภัสสโร (หรือหลวงพ่อจำรัส ปกาสโร) แห่งวัดป่าเทสก์รังสีมหาวีโร (วัดป่าคลอง 15) ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมงานมหาบุญ มหากุศล สักการะบูชา “พระบรมสารีริกธาตุ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” จาก 3 แผ่นดิน ได้แก่ ศรีลังกา อินเดีย และประเทศไทย ณ สำนักสงฆ์ป่าเทสก์รังสี มหาวีร คลอง 15 ระหว่างวันที่ 1–11 พฤษภาคม 2569ตั้งแต่เวลา 08.00–20.00 น.


ภายในงานเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุอย่างใกล้ชิด เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมร่วมประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา อาทิ พิธีถวายเครื่องสักการะ และการแสดงพระธรรมเทศนา โดยพระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิ


กำหนดการกิจกรรมสำคัญ

เวลา 07.00 น. พิธีถวายเครื่องสักการะพระบรมสารีริกธาตุ

เวลา 08.00 น. เปิดให้เข้ากราบสักการะ

เวลา 11.00 น. พิธีถวายเครื่องสักการะ

เวลา 12.00 น. พระสงฆ์แสดงธรรมเทศนา

เวลา 18.00 น. พิธีถวายเครื่องสักการะ

เวลา 20.00 น. ปิดให้เข้ากราบสักการะ



การจัดงานครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่พุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมสั่งสมบุญกุศล และสืบสานพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

มูลนิธิปันเด็กดี โทร. 093-136-1041

Line: @pundekde

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

การบ้านที่ค้างอยู่ของทีมเศรษฐกิจไทย

การบ้านที่ค้างอยู่ของทีมเศรษฐกิจไทย


คนที่สภาพร่างกายไม่แข็งแรง เมื่อมีอาการป่วยก็มักจะหายยาก ฟื้นตัวช้า เพราะมีความอ่อนแอภายในเป็นทุนเดิม เศรษฐกิจไทยก็เช่นกัน เราผ่านวิกฤตโควิด-19 มาได้ แต่ก็ฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่นในภูมิภาค เมื่อหมดโรคระบาด ก็เจอกับสงครามการค้าโลก และวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบถึงห่วงโซ่อุปทานทุกอุตสาหกรรมของไทยไปจนถึงผู้บริโภคอย่างห้ามไม่ได้ บวกกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่ทำให้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของเราไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่กำลังเผชิญกับการเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสูงสุด ภัยใกล้ตัวที่กดดันรัฐบาลให้กลับมาคิดถึงการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน

ภารกิจสำคัญของทีมเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลอนุทิน 2 คือการพิสูจน์ว่าสโลแกน “พูดแล้วทำ พลัส” สามารถก่อให้เกิด ผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจที่จับต้องได้ภายใต้แรงกดดันของเวลาอย่างไร เพื่อยกเครื่องเศรษฐกิจไทยให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ พร้อมการรักษาวินัยทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด โจทย์ใหญ่ที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่จะต้องคิดให้ถี่ถ้วนว่าหากต้องการเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง ต้องทำอย่างไรให้รายได้ให้กับรัฐเพิ่มขึ้นไปพร้อม ๆ กันกับรายจ่ายที่แน่นอนจะต้องเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงทางการค้าและเชิงโครงสร้างต่างๆ 

ด้วยข้อจำกัดทางเวลาและการยุบสภาที่ผ่านมา ทำให้หลายโครงการที่มุ่งเน้นการจัดเก็บรายได้รัฐเพิ่มเติมยังคงค้างคาและรอการสานต่ออย่างเป็นรูปธรรม เมื่อรัฐบาลปัจจุบันมีวาระการทำงานที่เต็มรูปแบบถึง 4 ปี จึงเป็นโอกาสทองที่จะต้องเร่งเครื่องนโยบายเหล่านี้ให้สำเร็จ เพื่อลดการขาดดุลท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

นโยบายแรกที่ต้องได้รับการหยิบยกขึ้นมาพร้อมกับดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างรอบคอบ คือ การเดินหน้าปรับปรุงโครงการลดหย่อนภาษีเพื่อการออม หรือ “TISA” ซึ่งถือเป็นกลไกที่สอดรับกับสภาวะสังคมสูงวัยขั้นสูงสุดของประเทศไทย และลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เพราะโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระงบประมาณสวัสดิการของภาครัฐในระยะยาวผ่านการสนับสนุนให้ประชาชนรู้จักการออมด้วยตัวเอง แต่ยังเป็นเครื่องมือสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี โดยการมอบแรงจูงใจให้ชนชั้นกลางในขณะที่สามารถจัดเก็บภาษีจากผู้มีรายได้สูงได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม โครงการยังต้องมีการปรับปรุงเพิ่มเติมให้เกิดการยอมรับและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในสังคมโดยควรมีการสื่อสารที่ชัดเจนและการสร้างความเข้าใจแก่ภาคประชาชนรวมถึงตลาดทุน เพื่อให้มั่นใจว่าการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์จะส่งผลดีต่อผู้เสียภาษีทุกรายอย่างเป็นธรรม

นอกจากนี้ ในฝั่งของกรมสรรพากรยังต้องพิจารณาเรื่องปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% ซึ่งมีแผนที่จะทำนานแล้ว แต่ยังคงชะลอไว้เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ ทั้งนี้ แม้จะเป็นแหล่งรายได้ใหญ่ แต่ด้วยวิกฤตค่าครองชีพในปัจจุบันทำให้โครงการนี้จำเป็นต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพราะจะกระทบประชาชนในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงควรให้ความสำคัญกับแหล่งรายได้ใหม่ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง และสามารถทำได้เลยอย่างกรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต โดยในปี 2569 ศุลกากรได้เริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตั้งแต่ 1 บาทแรก เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้เข้ารัฐ และยังมีแนวคิดที่จะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าพัสดุกล่องย่อยให้อยู่ในระดับเพดานสูงสุด ซึ่งแนวคิดนี้จะสามารถปกป้องผู้ประกอบการไทยจากสินค้านำเข้าราคาถูกที่ทุ่มตลาดได้ด้วย

สำหรับกรมสรรพสามิต ได้มีการเริ่มจัดเก็บภาษีจากสินค้าใหม่ ๆ เช่น คาร์บอน ความเค็ม ความหวาน หรือแบตเตอรี่ แต่รายได้ส่วนใหญ่ของกรมสรรพสามิตยังคงมาจากสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น บุหรี่ ที่แม้จำนวนผู้สูบบุหรี่ที่แทบจะคงที่ แต่การจัดเก็บรายได้กลับลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากโครงสร้างภาษีแบบ 2 อัตราที่ใช้อยู่ทำให้ผู้ผลิต และผู้นำเข้าทุกรายลดราคาลงไปแข่งกันในตลาดราคาประหยัดที่มีอัตราภาษีต่ำ ประกอบกับมีการเพิ่มขึ้นของสินค้ายาสูบผิดกฏหมาย อาทิ บุหรี่เถื่อนบุหรี่ไฟฟ้า
กรมสรรพสามิตตระหนักถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่เป็นอย่างดีจากการศึกษามายาวนานหลายปีตั้งแต่สมัย ดร. เอกนิติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวรรพสามิตอยู่ จึงเตรียมพร้อมนำเสนอการปรับโครงสร้างภาษีเป็นรูปแบบ “อัตราเดียว” เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ทันก่อนการยุบสภา ซึ่งขณะนี้รัฐบาลมีอำนาจเต็มแล้วก็ควรเป็นหนึ่งโครงการที่ควรรีบหยิบขึ้นมาทำต่อโดยเร็วที่สุด เพราะตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ใช้โครงสร้างแบบ 2 อัตรา รัฐต้องสูญเสียรายได้ภาษีที่ควรจะเก็บได้ไปแล้วกว่า 7 หมื่นล้านบาท
มากกว่าการตระหนักรู้ว่าปัญหาคืออะไร ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลจะต้องกล้าทำ กล้าตัดสินใจ ให้ความรู้ความเข้าใจของเทคโนแครตถูกเปลี่ยนจากคำพูดให้กลายเป็นการกระทำที่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้ เริ่มจากโครงการที่ได้ทำการศึกษาไว้ถี่ถ้วนแล้วว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับรัฐได้จริง สิ่งที่ ดร.เอกนิติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังควรทำคือการสื่อสาร สร้างความรู้ความเข้าใจแก่สังคมว่าโครงการเหล่านี้ไม่ใช่การบีบบังคับในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่เป็นการสร้างความมั่นคงทางการคลัง ที่จะพาเศรษฐกิจไทยรอดจากวิกฤตอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569

ชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์เพชรบูรณ์-สุโขทัย ผนึกกำลังรับรัฐบาลใหม่ ชู 4 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน ยกระดับอุตสาหกรรมยาสูบไทยสู่สากล

ชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์เพชรบูรณ์-สุโขทัย ผนึกกำลังรับรัฐบาลใหม่ ชู 4 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน ยกระดับอุตสาหกรรมยาสูบไทยสู่สากล


สมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดสุโขทัย ได้จัดงานประชุมสามัญประจำปีของแต่ละสมาคมขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีสมาชิกชาวไร่เข้าร่วมรวมกว่า 2,000 คน แสดงพลังความพร้อม


ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น วอนรัฐบาลใหม่แก้ปัญหารายได้ภาษีบุหรี่ บุหรี่เถื่อน เพิ่มมูลค่าใบยาสูบ และ ตั้งกองทุนช่วยเหลือ คืนเงินเข้ากระเป๋าชาวไร่และชุมชนยาสูบ

ในงานประชุมของสมาคมชาวไร่ยาสูบฯ จ.สุโขทัย ได้มีการแสดงความยินดีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ในพื้นที่อย่างอบอุ่น โดยมี สส. ณัคนางค์ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 สุโขทัย สส. ณัฐธิดา เทพสุทิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมทั้งอดีต สส.พรรณศิริ กุลนาถศิริ เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ 


นายประเสริฐ สงวนทรัพย์ นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า “ชาวไร่ยาสูบได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตและค่าปัจจัยต่าง ๆ ที่พุ่งสูงขึ้นไม่ต่างจากเกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดอื่น เพราะปุ๋ย แรงงาน และน้ำมันถือเป็นต้นทุนหลักในการทำไร่ยาสูบ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเฉพาะตัวของอุตสาหกรรมยาสูบ ได้แก่การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบที่ลดลง บุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายทะลักเข้าประเทศ และการละเลยในการพิจารณาจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบ แต่กลับนำภาษียาสูบไปจ่ายให้กองทุน สสส. ปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังค้างคามานานหลายปี พวกเราเสนอข้อเรียกร้องให้ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาช่วยแก้ไข ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เด็ดขาดเสียที พวกเราหวังว่ารัฐบาลชุดนี้ซึ่งมีความเสถียรภาพและเข้าใจคนในพื้นที่ จะช่วยผลักดันให้เกิดแก้ปัญหาให้ชาวไร่ยาสูบได้อย่างรวดเร็วและจริงจัง”
ขณะที่งานประชุมของสมาคมชาวไร่ยาสูบฯ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งจัดตรงกับงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคภูมิใจไทย ทำให้สส. ซึ่งมาจากพรรคเดียวกันทั้งจังหวัดไม่สามารถเข้าร่วมพบปะชาวไร่ยาสูบได้ จึงมีเพียงนายจักรัตน์ พั้วช่วย ตัวแทนจากพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมงาน ชาวไร่ยาสูบยังคงใช้โอกาสนี้ชี้แจงปัญหาในอุตสาหกรรมยาสูบ ซึ่งเป็นเรื่องที่คั่งค้างมาหลายปีแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และจำเป็นต้องได้รับการสานต่อจากรัฐบาลชุดใหม่อย่างเร่งด่วน


นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า “การใช้โครงสร้างภาษีแบบ 2 อัตรา ตั้งแต่ปี 2560 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปากท้องของเกษตรกร โดยโควตาการปลูกถูกปรับลดลงมากกว่าร้อยละ 50 ทำให้เม็ดเงินที่เคยหมุนเวียนในชุมชนหายไปกว่า 900 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ปัญหาบุหรี่เถื่อนยังคงเป็นวิกฤตซ้ำเติม ซึ่งปัจจุบันกินส่วนแบ่งตลาดไปกว่า 1 ใน 4 ทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้จากภาษีไปถึง 26,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังคงขาดนโยบายที่เปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ เหมือนในระดับสากล ทำให้ชาวไร่เสียโอกาสในการพัฒนาและปรับตัวตามกลไกตลาดโลก”
นายสงกรานต์ ได้เน้นย้ำถึง 4 ข้อเรียกร้องหลักเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยาสูบไทย โดยประการแรกคือควรมีการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ให้มีความเหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบกับชาวไร่ ประการต่อมาคือการยกระดับการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายที่ขายกันทั่วไปทั้งออนไลน์และร้านค้าให้เข้มงวดขึ้น จับผู้กระทำผิดทั้งกระบวนการให้ได้ และยึดทรัพย์ไปเลย การพิจารณากฎหมายที่เปิดโอกาสให้ชาวไร่สร้างมูลค่าให้ใบยาสูบได้ เช่น การสกัดนิโคตินจากใบยาเพื่อส่งออกน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์นิโคตินถุง และประการสุดท้ายคือการจัดตั้งกองทุนชาวไร่เพื่อช่วยเหลือหรือประกันภัยพืชยาสูบ เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงที่ยั่งยืนให้กับอาชีพยาสูบ ซึ่งในปี 2568 พื้นที่ปลูกยาสูบสายพันธุ์เบอร์เลย์สามารถสร้างผลผลิตเพื่อการส่งออกได้สูงถึง 4.2 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 705 ล้านบาท สะท้อนถึงบทภาพสำคัญของพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ที่มีต่อภาคกลางตอนบน


ทั้งนี้ ตัวแทนชาวไร่ยาสูบทั้งสองจังหวัดได้ฝากความหวังไปยังรัฐบาลใหม่ให้ช่วยส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น เพราะยาสูบไทยไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบสำหรับผลิตบุหรี่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นสินค้าส่งออกคุณภาพดีที่สร้างรายได้เข้าประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท โดยเกษตรกรไม่เคยหยุดพัฒนาคุณภาพการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล หลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มคุณภาพยาสูบไทยสู่ตลาดโลก และขอให้รัฐบาลเห็นความสำคัญในการร่วมผลักดันอุตสาหกรรมยาสูบไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

งานนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะและภาพเขียน "ศรัทธา" วันที่ 3-27 พฤษภาคม 2569 ณ.ห้องแสดงนิทรรศการ Co Creation & ArtSpace ชั้น 3 ศูนย์การค้าริเวอร์ไซด์ พลาซ่า กรุงเทพฯ

งานนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะและภาพเขียน "ศรัทธา" วันที่ 3-27 พฤษภาคม 2569 ณ.ห้องแสดงนิทรรศการ Co Creation & ArtSpace ชั้น 3 ศูนย...