วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 ดันเมืองแห่งศิลปะ 5 จังหวัด นำคุณค่าทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ
 ปี 2569 ดันเมืองแห่งศิลปะ 5 จังหวัด นำคุณค่าทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ


22 พฤษภาคม 2569 : กระทรวงวัฒนธรรม โดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้จัด “พิธีมอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569” โดย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล โดยมี คณะกรรมการการพัฒนาศักยภาพเมืองแห่งศิลปะ ศิลปินศิลปาธร ผู้ได้รับรางวัล ร่วมงาน ณ ห้องออดิทอเรียม หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ 


ภายในงาน ได้มีการเสวนา หัวข้อ "ข้อเสนอโครงการกับการพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ" จากผู้แทนคณะกรรมการที่จะร่วมเสวนามี 2 ท่าน ได้แก่ นางลักขณา คุณาวิชยานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาทัศนศิลป์ และนายศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาภาพยนตร์ และนิทรรศการการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 พร้อมกันนี้ได้จัดให้มีการแสดงผลงานภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปะ “Phimai Inspire”


นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของศิลปินและเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่ จึงเปิดรับสมัครข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 โดยมีโครงการที่เข้าร่วมการประกวด จำนวนทั้งสิ้น 56 โครงการ ดังนี้

1. จังหวัดกระบี่ จำนวน 6 โครงการ
2. จังหวัดเชียงราย จำนวน 18 โครงการ
3. จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 12 โครงการ
4. จังหวัดแพร่ จำนวน 11 โครงการ
5. จังหวัดราชบุรี จำนวน 9 โครงการ

จากการพิจารณาข้อเสนอโครงการในรอบคัดเลือกและรอบตัดสินโดยคณะกรรมการการพัฒนาศักยภาพเมืองแห่งศิลปะ ซึ่งประกอบไปด้วย คณะผู้บริหารจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยสาขาต่าง ๆ และวัฒนธรรมจังหวัดจากพื้นที่เมืองแห่งศิลปะทั้ง 5 จังหวัด ได้แก่ นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ประธานกรรมการ, นายอิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย รองประธานกรรมการ และ กรรมการ ได้แก่  นางปรียา แก้วบำรุง วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่, นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย, นางแสงเพชร ลำไธสง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา, นางสาวทัศนีย์ ดอนเนตร์ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่, นางสาวสุริสา นิลนารถ วัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี, นายอรรฆย์ ฟองสมุทร, นายศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์, นางลักขณา คุณาวิชยานนท์, รองศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ อินทรชูโต, นายวรรณศักดิ์  ศิริหล้า, ผู้ช่วยศาสตราจารย์หัตถกาญจน์ อารีศิลป, นางกาญจนา ตุ้มกลีบ ผู้อำนวยการสถาบันศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย


ทั้งนี้ การคัดเลือกข้อเสนอโครงการได้มีหลักเกณฑ์อย่างรอบด้าน เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชน ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ความเป็นไปได้จริงในการดำเนินการและงบประมาณ และความยั่งยืนและการบริหารจัดการ จนได้ผลการตัดสินข้อเสนอโครงการที่ได้รับรางวัล ดังนี้ 
รางวัลยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล โครงการบ้านนอก: เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติในพื้นที่ชนบท 
(ระยะที่หนึ่ง) จังหวัดราชบุรี โดย นางพรพิไล มีมาลัย จะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการ 900,000 บาท
รางวัลดีเด่น จำนวน 5 รางวัล จะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการ 500,000 บาท ได้แก่
1. โครงการเทศกาลแอนิเมชันนานาชาติ ภูแล 2569 จังหวัดเชียงราย โดย นายรัฐ จำปามูล
2.   โครงการอาร์ตบุรี: นิทรรศการ Pop-up และแผนที่ศิลปะดิจิทัลย่านเมืองเก่าราชบุรี จังหวัดราชบุรี 
โดย นางสาวพัชณาพร วิมลสาระวงค์
3.   โครงการแพร่-บ้าน-บ้าน จังหวัดแพร่ 
โดย นางสาวสลันดา สิระสราญ
4.   โครงการพัฒนาต้นแบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจบนฐานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (KORAT ART-CUBATOR) 
จังหวัดนครราชสีมา โดย นายอานนท์ บุณยประเวศ
5.   โครงการยุคภยนต์ เมืองกระบี่ KRABI MOVING ERA จังหวัดกระบี่ โดย นายกฤษฎา กันณรงค์

รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล จะได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 2,000 บาท  ได้แก่
1. โครงการ พัฒนาศักยภาพชุมชนสู่เมืองแห่งศิลปะสร้างสรรค์อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ภายใต้แนวคิด 
LONG art model : เพื่อพัฒนาศิลปินร่วมสมัยจากทุนวัฒนธรรมสู่การสร้างอัตลักษณ์เมืองลอง 
โดยนายพรรษา ทาปัน
2. โครงการ (แพร่)งทาง พร่างพ(ราย) : โครงการศิลปะบนระเบียงสร้างสรรค์ แพร่-เชียงราย 
โดยนายอนุสรณ์  ธัญญะปาลิต 
3. โครงการ ทุกที่คือแกลเลอรี่ พัฒนาพื้นที่สาธารณะ ชุมชนและตลาดในจังหวัดเชียงรายให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และส่งเสริมความเป็นเมืองศิลปะที่ยั่งยืน 
โดยนางสาวกีรติ  วุฒิสกุลชัย


โดยรางวัลยอดเยี่ยมและรางวัลดีเด่น จำนวน 6 โครงการนี้จะได้ดำเนินโครงการให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เมืองแห่งศิลปะทั้ง 5 จังหวัด เพื่อนำคุณค่าทางวัฒนธรรมของแต่ละเมืองมาสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

วช. เชิญชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมอาหารสุขภาพ ในงานแถลงข่าว NRCT x THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 InnoFood, Healthy Choice (นวัตกรรมอาหาร... สุขภาพที่เลือกได้)


วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม NRCT x THAIFEX-ANUGA ASIA 2026


InnoFood, Healthy Choice (นวัตกรรมอาหาร... สุขภาพที่เลือกได้) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และรองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในฐานะพันธมิตรที่ร่วมผนึกกำลังในการผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหาร และนางสาวพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนตลอดโซ่คุณค่า กล่าวรายงาน ณ ห้องศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม ชั้น 2 อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหารให้สามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม



ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดกิจกรรมเชิญชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์อาหาร ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ NIA และ มก. เพื่อร่วมกันผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านอาหารให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าทางธุรกิจ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ MSME ผ่านการจัดแสดงผลงานในบูธ Innovative House (วช.) ภายในงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 ภายใต้แนวคิด “Your Healthy Choice” โดยมีผู้ประกอบการร่วมออกบูธ 26 ราย ทั้งนี้ วช. มุ่งส่งเสริมการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และยกระดับศักยภาพอาหารไทยสู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน



ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง กล่าวว่า NIA มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ มก. และ วช. ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารของประเทศไทย ผ่านโครงการ Thai Kitchen: Crafted FoodTech Accelerator Program เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการด้านอาหารนวัตกรรมให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และโมเดลธุรกิจ ต่อยอดสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารไปจัดแสดงในเวทีระดับนานาชาติ THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของภูมิภาคในอนาคต



รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ กล่าวว่า มก. มีความยินดีที่ได้ร่วมผลักดันนวัตกรรมอาหารของประเทศไทย ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีอาหาร ร่วมกับ NIA และ วช. ภายใต้โครงการ Thai Kitchen: Crafted FoodTech Accelerator Program เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้สามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารสู่เชิงพาณิชย์ และขยายโอกาสทางธุรกิจในเวทีระดับนานาชาติอย่าง THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 พร้อมทั้งเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับศักยภาพอาหารไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน



นางสาวพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา กล่าวว่า การดำเนินงานภายใต้โครงการ Innovative House มุ่งส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการด้านอาหารให้สามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และภาคอุตสาหกรรมอาหารอย่างเป็นรูปธรรม




นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “กลไกความร่วมมือในการผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหารเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดสู่สากล” โดย นางสาวพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนตลอดโซ่คุณค่า รองศาสตราจารย์ ดร.กิติพงษ์ รัตนาภรณ์ หัวหน้าโครงการ Thai Kitchen: Crafted FoodTech Accelerator Program และนางสาวมณฑา ไก่หิรัญ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน


อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ การแนะนำผลิตภัณฑ์ Highlight ที่ร่วมออกบูธและจับคู่ธุรกิจกับ Innovative House วช. และโครงการ Thai Kitchen: Crafted FoodTech Accelerator Program ในงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 อาทิ เครื่องปรุงรสอาหารพร้อมปรุงสูตรไทยแท้ เฟรนช์ฟรายส์จากถั่วเขียวแช่แข็ง น้ำตาลโตนดก้อน GI ต่ำ เครื่องดื่มผักและผลไม้รวม เส้นอกไก่ไร้แป้ง กาแฟคั่วไอน้ำ เครื่องดื่มสปาร์คกลิ้ง และผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากองค์ความรู้ด้านวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย


พร้อมกันนี้ ภายในงานยังเปิดพื้นที่ “ชิม ช็อป สุดเพลิน” สำหรับผู้สนใจได้ร่วมสัมผัสและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารจากผู้ประกอบการมากกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ อาทิ ข้าวเกรียบทอดถั่วชิคพี กัมมี่เพคติน คุกกี้ผักโขมอบชีส สมูทตี้ผลไม้พร้อมปั่น น้ำปลาวีแกน ปลาแท่งกรอบเสริมแคลเซียม และผลไม้รวมแผ่น เป็นต้น ซึ่งสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยในการสร้างผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และสามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง




ทั้งนี้ วช. มุ่งหวังให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและผลักดันนวัตกรรมอาหารไทยสู่ตลาดสากล ตลอดจนยกระดับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน

วช. เสริมสมรรถนะเยาวชนด้านปัญญาประดิษฐ์ จัดอบรมเขียนโปรแกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร สร้างทักษะสู่การปฏิบัติ


วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร ระหว่างวันที่ 22 - 23 พฤษภาคม 2569 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม นายธนกนก หงส์ประสงค์ กรรมการอาวุโสของสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร บุคลากร วช. นักเรียน นิสิตและนักศึกษา เข้าร่วม ณ ลานนิทรรศการหมุนเวียน อาคาร วช. 8 




ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร เพื่อเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์แก่นักเรียนและนักศึกษา โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การวางแผนการบิน การออกแบบการแปรอักษร ไปจนถึงการเขียนโปรแกรมควบคุมโดรนอย่างแม่นยำและปลอดภัย พร้อมพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณ การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม


นายธนกนก หงส์ประสงค์ กล่าวว่า สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับ วช. จัดกิจกรรม “การอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร” ระหว่างวันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2569 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยด้านการเขียนโปรแกรมและเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในโลกยุคดิจิทัล ซึ่งการอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวนกว่า 30 ทีม จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ร่วม 100 คน โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร พร้อมสร้างเครือข่ายเยาวชนด้านเทคโนโลยีโดรนของประเทศไทย






ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือคิด ออกแบบ และพัฒนาศักยภาพด้านการเขียนโปรแกรมและเทคโนโลยีโดรนอย่างสร้างสรรค์




วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

"ไม้ วิพุธ" โพสต์อำลา ครบวาระสภากรุงเทพมหานครรอสู้ศึกเลือกตั้งใหม่ 28 มิ.ย.นี้

"ไม้ วิพุธ" โพสต์อำลา ครบวาระสภากรุงเทพมหานครรอสู้ศึกเลือกตั้งใหม่ 28 มิ.ย.นี้


วันที่ 21 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นับตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันครบวาระสภากรุงเทพมหานคร ส.ก.ทั้ง 50 คน ที่เป็นตัวแทนชาวกรุงเทพฯ จำนวน 50 เขต ก็จะดำรงตำแหน่งครบวาระวันนี้ โดยจะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ พร้อม ผู้ว่าฯ กทม.ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569


ล่าสุด นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.บางรัก และยังมีตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งจะต้องทำงานวันนี้เป็นวันสุดท้ายเนื่องจากครบวาระ ไปรอลุ้นผลการเลือกตั้งครั้งใหม่หลังประกาศเดินหน้าต่อ ณ พื้นที่เดิมในฐานะผู้สมัครสังกัดอิสระ ได้โพสต์ facebook ส่วนตัวพร้อมลงภาพการทำงานตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ว่า ครบ 4 ปี ของการทำหน้าที่ในสภากรุงเทพมหานคร ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ผมใช้สติคิดเพื่อแก้ไขปัญหา ใช้หัวใจนำในการทำงานและใช้สองมือนี้ ลงมือทำเพื่อประชาชนผมได้เห็นกรุงเทพมหานครในแทบทุกมิติ


ตั้งแต่วันที่เมืองเงียบที่สุดในช่วงโควิด วันที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนจากเหตุแผ่นดินไหว น้ำท่วม วันที่ติดตามปัญหาถนนยุบ


วันที่นั่งรถเข็นใส่เฝือกลงพื้นที่ และวันที่ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังในทุกสถานการณ์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ ผมมีโอกาสได้ร่วมผลักดันการแก้ไขข้อกฎหมาย ร่วมขับเคลื่อนข้อบัญญัติของเมืองเปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงเป็นตัวแทนกรุงเทพมหานครในการสร้างความร่วมมือกับเมืองต่างๆในต่างประเทศ
ตลอดระยะเวลา 4 ปีนี้ผมอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบในทุกเรื่อง แต่ผมพยายามทำหน้าที่นี้อย่างเต็มกำลังที่สุดในทุกวัน อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ขอบคุณทุกความไว้วางใจ ทุกกำลังใจ ทุกคำแนะนำ และทุกคำวิจารณ์ เพราะทั้งหมดนี้ ทำให้ผมเติบโตขึ้นมากจริงๆ และผมยังเชื่อเสมอว่า “เมืองจะดีขึ้นได้ เมื่อคนทำงานไม่หายไป ในวันที่ประชาชนต้องการ” ขอบคุณประชาชนทุกท่าน ขอบคุณทีมงานทุกคน รวมถึงผู้ใหญ่ทุกท่าน เพื่อน พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ที่คอยสนับสนุนและให้ความไว้วางใจผมมาโดยตลอด ขอบคุณจากหัวใจครับ"

"ไม้" วิพุธ ศรีวะอุไร.

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อบจ.มหาสารคาม ส่งครูกว่า 100 ชีวิต ดูงาน“ดรุณาราชบุรี”ต้นแบบโรงเรียนอนาคต ใช้ Active Learning ปั้นเด็กคิดวิเคราะห์ สร้างนวัตกรรมได้จริง

อบจ.มหาสารคาม ส่งครูกว่า 100 ชีวิต ดูงาน“ดรุณาราชบุรี”ต้นแบบโรงเรียนอนาคต ใช้ Active Learning ปั้นเด็กคิดวิเคราะห์ สร้างนวัตกรรมได้จริง


เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี สถานศึกษาในสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) มหาสารคาม ได้เข้ามาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning และการพัฒนาผู้เรียนสู่การสร้างนวัตกรรมด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps 

         
โดยนายพลพัฒน์ จรัสเสถียร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)มหาสารคาม กล่าวว่า โรงเรียนในสังกัด อบจ.มหาสารคาม มีอยู่ 21 โรง  ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียน กว่า 4,500 คน เด็กส่วนใหญ่มีฐานะยากจน เป็นเด็กด้อยโอกาส มีครูประมาณ 400 กว่าคน แต่โรงเรียนก็มีปัญหาขาดครูสอนภาษาอังกฤษ แต่ไม่สามารถรับเพิ่มได้ เพราะครูเกินอัตรานักเรียน จึงต้องแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีโดยเราจัดห้องสมาร์ทคาสรูมเพื่อช่วยให้การเรียนการสอนทั่วถึง ซึ่งก็สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่เท่านั้นยังไม่พอ ตนอยากให้เด็กคิดเป็น มีทักษะการวางแผนที่ไม่ใช่การท่องจำผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนที่เป็น Active  Learning เพราะเมื่อเด็กรู้จักคิดวิเคราะห์แยกแยะเป็น ต่อไปเมื่อไปเรียนที่ไหนก็จะอยู่ได้ ซึ่งเป็นโจทย์ที่อยากให้เกิดขึ้นกับเด็กในสังกัด อบจ.มหาสารคาม
“ผมสนใจการเรียนการสอนแบบ Active Learning มานานแล้ว อยากให้เด็กสังกัด อบจ.มหาสารคาม ได้เรียนรู้แบบ Active  Learning วันนี้พาครูมาศึกษาดูงานก็อยากให้ครูนำไปพัฒนาการเรียนการสอนให้กับเด็ก ๆ ซึ่งไม่มีโอกาสไปเรียนพิเศษเหมือนเด็กในเมือง เราจึงใช้เทคโนโลยีใส่ในสิ่งที่เค้าขาดลงไปให้ โดยไม่ต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มขึ้น ผมไม่ได้คาดหวังว่าเด็กจะต้องไปสอบแข่งขันหรือว่าต้องสอบติดหมอ แต่ขอให้เด็กมีภูมิต้านทานเพียงพอที่จะใช้ชีวิตแล้วทำงานในท้องถิ่นได้อย่างมีความสุขก็เพียงพอแล้ว”นายก อบจ.มหาสารคามกล่าว 


บาทหลวง ผศ.ดร.อภิสิทธิ์ กฤษเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรี กล่าวว่า โรงเรียนยินดีช่วยเผยแพร่เรื่องของการเรียนรู้แบบActive Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพราะเราเห็นผลจากที่เด็กสามารถคิดเป็นระบบได้ ซึ่งความคิดชั้นสูงจะเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ พัฒนาเด็ก เพราะเราเห็นว่าในสามปีที่เราใช้ Active Learning สามารถพัฒนาเด็กได้จริง อย่างไรก็ตามก่อนจะไปพัฒนาเด็กได้ เราต้องได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้ครูมีความคิด มีความเชี่ยวชาญจนสามารถมองได้ว่า บนเนื้อหาวิชาต่าง ๆ จะมาจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างไร เมื่อครูสามารถจัดได้ความเป็น Active Learning ก็จะออกมา ทำให้เด็กมีความสุขและผลสัมฤทธิ์ก็จะดี เพราะฉะนั้นในความคิดของพ่อคือ Active Learning ทำให้เด็กปฏิบัติได้ เด็กก็สนุกกับการเรียนและมีความสุข 
“เวลาที่ทำการเรียนการสอนกลไกสำคัญ คือ ผู้บริหารจะให้นโยบายได้  แต่ผู้บริหารต้องรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร แต่คนที่ลงมือปฏิบัติจริง ๆ คือ ครู เพราะฉะนั้นครูต้องการกำลังใจ ต้องการการสนับสนุน ต้องการการช่วยเหลือ ซึ่งผู้บริหารจะต้องมีให้ครู เพื่อครูจะได้มีพลังที่จะทำงาน เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นกลไกสำคัญ เครื่องมือใดที่สามารถช่วยให้ครูพัฒนาได้ ผู้บริหารต้องส่งเสริม เมื่อครูมีกำลังใจในการทำงาน ผลลัพธ์จะออกมาที่ตัวเด็ก ครูก็มีความสุข เด็กก็มีความสุขและสามารถไปต่อได้  เป็นการสร้างความภูมิใจให้ครู เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถพัฒนาเด็กให้สามารถคิดกระบวนการคิดชั้นสูงได้เขาก็สามารถต่อยอดได้ ถึงแม้ว่าจะจบจากโรงเรียนไปแล้ว ก็สามารถไปต่อยอดได้ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps ซึ่งเป็นความยั่งยืนกับตัวเด็ก”บาทหลวง ผศ.ดร.อภิสิทธิ์ กล่าว
คุณพ่ออภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า คนส่วนใหญ่จะมองการสร้างนวัตกรรมของเด็กในแบบผู้ใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้ววัยของเด็กจะเป็นเรื่องของจินตนาการตามวัย โรงเรียนจึงให้ความสำคัญกับการสอนให้เด็กคิดอย่างเป็นระบบตั้งแต่อนุบาล คิดจากง่าย ๆ ไปสู่ยาก จากที่ไม่สลับซับซ้อนไปสู่สลับซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเด็กจะมีความสุขกับการเรียน เพราะได้เรียนและได้ปฏิบัติไปพร้อมกัน ได้ลงมือทำ ไม่ใช่ฟังอย่างเดียว และเมื่อสร้างฐานได้แล้วเราก็จะสามารถขยับสร้างนวัตกรรมได้  ส่วนเรื่องความเชื่อมโยงระหว่าง AI กับ Active Learning ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ คือ GPAS 5 Steps เป็นกระบวนการคิด เวลาเด็กต้องทำนวัตกรรมจะต้องคิดรวบรวมข้อมูล หาแหล่งข้อมูลซึ่งมาจากกระบวนการ เพราะฉะนั้นถ้าเด็กคิดเป็น ก็จะสั่งการออกมาได้ คือ คิดว่าจะทำอะไร ก็ย้อนกลับมาเอาผลลัพธ์เป็นตัวตั้ง ถ้าต้องการแบบนี้จะต้องมีอะไรบ้าง ทำให้กระบวนการคิดเกิดขึ้นทันที  เช่นเดียวกันเวลาทำ AI  ต้องให้เราเขียน prompt ซึ่งการเขียนจะต้องรู้จักคิดว่าจะให้ AI ทำอะไร วิธีนี้ก็เป็นการเชื่อมโยงกันโดยธรรมชาติ ฉะนั้นถ้าเรามีกระบวนการคิดก็จะสามารถสั่งได้ตามที่เราต้องการ ไม่ใช่ AI เป็นนายเราแต่เราเป็นนาย AI ซึ่งโรงเรียนดรุณาราชบุรีวาดภาพว่า เราเป็นครีเอเตอร์ เราเป็นคนสร้างให้เด็กคิดจนเกิดเป็นผลงานนวัตกรรมมากมาย โดยปลูกฝังเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมลงไปด้วย เช่น เด็กคิดจะทำรถให้ครูที่เป็นสโตรก โดยมีโจทย์ว่า ครูสามารถมาสอนได้เพียงแค่เดินไม่สะดวก แสดงว่าพื้นฐานเด็กต้องมีจริยธรรมที่มองเห็นว่า การกระทำไหนเป็นการช่วยเหลือสังคม ซึ่งถ้าสังคมมีคนแบบนี้เยอะ ๆ สังคมก็จะมีความสุข 
 

ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว.กล่าวว่า โลกยุคใหม่ทำให้ “ความรู้มีวันหมดอายุ” และ AI สามารถประมวลผลข้อมูลได้เหนือกว่ามนุษย์ การศึกษาที่เน้นท่องจำเพื่อสอบจึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป พร้อมเตือนว่า วิกฤตสำคัญของไทยไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือ “ความล้าสมัยของกระบวนการเรียนรู้” ที่ทำให้ประเทศขาดนวัตกรและติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง
“การอบรมครั้งนี้เน้นการใช้ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือพัฒนากระบวนการคิดเชิงระบบ สร้าง Metacognition หรือ “การคิดถึงกระบวนการคิดของตนเอง” เพื่อให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ระยะยาว สามารถต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมได้จริงและโรงเรียนดรุณาราชบุรี ถือเป็นโมเดลความสำเร็จระดับประเทศ หลังนำ GPAS 5 Steps มาประยุกต์ใช้จนสามารถพัฒนานักเรียนสู่ “นวัตกรรุ่นเยาว์” ที่มีผลงานเป็นรูปธรรม โดย พว. ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงด้านวิชาการมายาวนานกว่า 25 ปี” ดร.ศักดิ์สิน กล่าวและว่า ตนยังเชื่อมั่นว่า การปฏิรูปจาก “ล่างขึ้นบน” ที่เริ่มจากห้องเรียน จะเริ่มเห็นผลชัดภายใน 1-3 ปี โดยปีแรกจะเกิด “ครูนวัตกร” ปีที่สองเกิด “นวัตกรรมผู้เรียน” และปีที่สามจะสะท้อนผ่านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและทัศนคติของเด็กที่เปลี่ยนจาก “ผู้รอรับ” เป็น “ผู้สร้าง” พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประเทศแห่งนวัตกร” อย่างยั่งยืนในอนาคต


วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

3 โรงเรียนเอกชนชั้นนำจับมือ “พว.” พลิกโฉมการเรียนรู้ ลงนาม MOU ยกระดับการศึกษาด้วย “GPAS 5 Steps” มุ่งปั้น “นวัตกร” สอดรับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

3 โรงเรียนเอกชนชั้นนำจับมือ “พว.” พลิกโฉมการเรียนรู้ ลงนาม MOU ยกระดับการศึกษาด้วย “GPAS 5 Steps” มุ่งปั้น “นวัตกร” สอดรับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ 


เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2569 ที่สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.)ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือทางวิชาการ(MOU)ครั้งสำคัญ ร่วมกับ 3 โรงเรียนเอกชนชั้นนำ ได้แก่ โรงเรียนดาราสมุทรศรีราชา โรงเรียนปรีชานุศาสน์(โรงเรียนคาทอลิกสังกัดสังฆมณทลจันทบุรี(รสจ.) และโรงเรียนประเสริฐสุข เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการเรียนแบบท่องจำสู่การสร้างนิสัยการคิด ผ่านนวัตกรรม “GPAS 5 Steps”พัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรและพลเมืองโลกในศตวรรษที่ 21


ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาครูและผู้เรียน โดยเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning การออกแบบการเรียนรู้แบบ Backward Design และการวัดผลตามสภาพจริง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ ทักษะ และคุณธรรมเข้าด้วยกัน พร้อมส่งเสริมศักยภาพตามแนวพหุปัญญา


ขณะที่ ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวบรรยายพิเศษว่า ทิศทางการศึกษาไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ “การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ” โดยสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการให้คำตอบกับผู้เรียน แต่ต้องสร้าง “ทักษะการคิด” และ “นิสัยการคิด” ที่ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต ทั้งนี้ Active Learning  ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการปลูกฝังทักษะการสังเกต การคิดวิเคราะห์ วางแผน และการกำกับตนเอง พร้อมมุ่งสร้าง “ครูนวัตกร” ที่สามารถโค้ชให้นักเรียนสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังช่วยเตรียมความพร้อมเด็กไทยสู่การเป็น “พลเมืองโลก” ที่มีคุณภาพในอนาคต   เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า ความร่วมมือของ พว.กับ 3 โรงเรียนในครั้งนี้ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย โดยเฉพาะการพัฒนาเด็กให้ “คิดเป็น” มากกว่าการท่องจำ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเก็บข้อมูล วิเคราะห์ สร้างองค์ความรู้ และต่อยอดสู่นวัตกรรมได้จริง เด็กไทยต้องไม่เป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่ต้องเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมในอนาคต การใช้ Active Learning จะช่วยสร้างนิสัยการคิด วิเคราะห์ และการประเมินตนเอง จนเกิดเป็นทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
 “ผมขอฝากถึงโรงเรียนทั่วประเทศว่า การพัฒนาคุณภาพการศึกษาต้องเริ่มจาก “ห้องเรียน” ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์หรือเปลี่ยนแปลงเชิงภาพลักษณ์ และขอชื่นชมทั้ง 3 โรงเรียนที่กล้าเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง และหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่ายโรงเรียนต้นแบบ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน”ดร.พิเชฐ กล่าว


ด้านบาทหลวง ดร.ลือชัย จันทร์โป๊ ผู้ลงนามแทนผู้รับในอนุญาต ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนดาราสมุทรศรีราชา กล่าวว่า ความร่วมมือวันนี้เกิดขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน โดยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นกระบวนการที่ชี้ให้เห็นว่าเรามีนักวิชาการไทยที่สร้างกระบวนการเรียนรู้เป็นของเราเอง ถ้าเราใช้วิธิการของคนไทย กับบริบทของเด็กไทย เด็กจะสามารถใช้ความคิดเอง สามารถลงมือทำและเกิดความภาคภูมิในผลงานของตัวเอง ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ เด็กจะรู้สึกไม่ล้าหลังทันเหตุการณ์ ขณะที่ครูจะมีความเชื่อมั่นว่าเด็กสามารถเติบโตในยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและครูก็จะเป็นโค๊ชที่มีความเชื่อมั่นในการสอนให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก จนเกิดเป็นผลงาน

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 ดันเมืองแห่งศิลปะ 5 จังหวัด นำคุณค่าทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ  ปี 2569 ดันเมืองแห่งศิลปะ 5 จังหวัด นำคุณค่าทา...