วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2569

งานรำลึก76 ปีสดุดีวีรชนทหารเรือไทยในสมรภูมิรบเกาหลีHERO OF THAILAND AWARD 2026


9 กันยายน 2569 ณ TOT แจ้งวัฒนะ(ตึก3 ชั้น8 ห้องประชุม9)
คณะกรรมการ การจัดงาน
งานรำลึก76 ปีสดุดีวีรชน
ทหารเรือไทยในสมรภูมิรบเกาหลี
HERO OF THAILAAWARD 2026
โดยมี นาวาอากาศเอก ดร.รณยุทธหิรัญบูรณะ (เลขาฯสมาคมทหารผ่านศึกเกาหลีในพระบรมราชูปถัมภ์) ประธานอำนวยการการจัดงาน พร้อมด้วย นายศักดิ์ปรินทร์ เกษมธนพัฒน์(โก้)ประธานโครงการ น.ส.ธัญญลักษณ์ นันต๊ะรัตน์ 
ประธานดำเนินงาน และรองประธานการจัดงาน อีกทั้งยังมีบุคคลสำคัญที่ได้รับเกียรติร่วมงานแถลงข่าว อาทิเช่น ว่าที่ พ.ต.กิตติเฉลิม โครงกาพย์ (ประธานชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทย) พล.ต.หญิง ดาวใจ เจิมเจิดพล (ผู้ทรงคุณวุฒิชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทย) คุณรัสมณี มีแสง
(ผู้บริหารกรรมการบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศท้ายเกาะเลเบอร์จำกัด) คุณกนกพรรธน์ ชัยสมิทธิวงศ์
(กรรมการผู้จัดการ Electricity Marketing/Business) คุณชลกฤต ศาตราคม ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร
และ ผู้ชำนาญการประจำตัว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง คุณ เกียรติยศ ศรีสกุลบรรณาธิการข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคกลาง คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ แนวหน้า  ประธานชมรมช่างภาพสื่อมวลชพระนครศรีอยุธยา ผู้อำนวยการ/บรรณาธิการ เกาะกระแสข่าว คุณปราโมทย์ สารรัตน์ (นายกสมาคมนักข่าวบันเทิง) อาจารย์วันชัย สุพรรณ (คุยเฟื่องเรื่องพระ) น.ส.จินตนา เมธากิตติพร 
(ผู้บริหารดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง) อ.ดร.ฐิตารีย์ ชัยคุณทวีชลธร(ดร.ฟาโรห์ จิวซ์)
คุณสุวรรณ บัวโรย (เลขานุการประจำกรรมาธิการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา)


วัตถุประสงค์สำหรับการจัดงานแถลงข่าวครั้งนี้ เป็นการจัดงานแถลงข่าว ที่สมพระเกียรติ ที่สุดและเพื่อระลึกเชิดชูเกียรติให้กับบุคคล เหล่าฮีโร่วีรชนที่ได้เสียสละชีพเพื่อชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อเชิดชู เกียรติยศอย่างสูงสุด


(ประวัติโดยย่อ)
โดยร่วมรำลึกวันทหารไทยไปร่วมรบสงคราม เกาหลี ตามมติสหประชาชาติจากสงคราม ความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ องค์การสหประชาชาติ ได้ร้องขอประเทศสมาชิกไปร่วมรบเพื่อผลักดันกอง กำลังเกาหลีเหนือ รัฐบาลไทยในพระบาท
สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ โดยการนำของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายก รัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้ตอบรับคำร้องขอขององค์การสหประชาชาติเป็นประเทศแรก และตกลงใจส่งทหารภาคพื้นดิน 1 กรมผสม คือ กรมผสมที่ 21 ไปร่วมรบกับกองกำลังสหประชาชาติโดยเดินทางออกจากประเทศไทย ด้วยเรือของกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2493 และไปปฏิบัติการรบจนได้รับชัยชนะในที่สุด



วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569

ส.ส.แฉ “บุหรี่เถื่อน” พุ่งแตะ 28.1% เศรษฐกิจพัง 3.3 หมื่นล้าน จี้รัฐเร่งอุดรอยรั่วออนไลน์-ขนส่งพัสดุ

“ปรีติ” ส.ส.ประชาชน นนทบุรี อภิปรายเดือดจี้รัฐจัดการปัญหาสินค้าหนีภาษี โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อน ชี้ทำรัฐเสียหายทางเศรษฐกิจ 3.3 หมื่นล้านบาท ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณด้านการป้องกันและปราบปราม กวดผู้เกี่ยวข้องตามพฤติกรรมขบวนการค้าบุหรี่เถื่อนให้ทันทั้งผ่านโลกออนไลน์และการขนส่งพัสดุ
นายปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี สังกัดพรรคประชาชน เปิดประเด็นปัญหาการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษีกลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง หยิบยกสถานการณ์บุหรี่ผิดกฎหมายขึ้นอภิปรายระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อตั้งคำถามว่าแม้รัฐบาลจะอัดฉีดงบประมาณด้านการปราบปรามเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สามารถยับยั้งการทะลักของสินค้าผิดกฎหมายได้จริง  
นายปรีติเปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์บุหรี่เถื่อนในประเทศไทยไตรมาสแรกของปี 2569 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 28.1% จากเดิม 24.9% ในช่วงปลายปี 2568 ส่งผลให้ปัจจุบันบุหรี่เถื่อนนอกระบบครองส่วนแบ่งมากกว่า 1 ใน 4 ของตลาดบริโภคทั้งหมด สอดคล้องกับรายได้ภาษีสรรพสามิตยาสูบที่ลดลงต่อเนื่อง จาก 68,603 ล้านบาทในปี 2560 เหลือเพียง 47,489 ล้านบาทในปี 2568 หรือลดลงราว 30.8% แม้ส่วนหนึ่งจะมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคและโครงสร้างภาษี แต่การขยายตัวของตลาดมืดถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ฉุดรั้งรายได้รัฐ 
การเติบโตของบุหรี่เถื่อนกระทบถึงห่วงโซ่อุตสาหกรรมยาสูบในประเทศ ตั้งแต่ความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมที่สูงถึง 33,665 ล้านบาทต่อปี เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ ร้านค้าปลีก ไปจนถึงร้านค้าผู้ประกอบการถูกกฎหมายทำตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด แต่กลับต้องแข่งขันกับสินค้าผิดกฎหมายที่ขายตัดราคา นอกจากนี้ยังทำให้รายได้ภาษียาสูบที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดเก็บได้ลดลงด้วย โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา ที่เคยจัดเก็บได้ราว 82.1 ล้านบาท ในปี 2554 เหลือเพียง 5.4 ล้านบาท ในปี 2568
นายปรีติอภิปรายต่อว่า อีกปัจจัยที่ทำให้อัตราการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ คือพฤติกรรมการขายในปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบไปอย่างสิ้นเชิง กลุ่มขบวนการได้ย้ายฐานการค้าจากการตั้งหน้าร้านแบบเดิม ไปสู่การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook และ LINE และอาศัยระบบขนส่งพัสดุเอกชนในการกระจายสินค้าตรงถึงมือผู้บริโภค ซึ่งเป็นรูปแบบที่รวดเร็ว ตรวจสอบยาก และวิ่งแซงหน้ากลไกการปราบปรามของรัฐไปไกล
ประเด็นสำคัญที่ สส.ปรีติ เน้นย้ำคือ ความล้มเหลวในเชิงโครงสร้างของการบังคับใช้กฎหมาย แม้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมสรรพสามิต กระทรวงมหาดไทย หรือตำรวจ จะรายงานสถิติการจับกุมบุหรี่เถื่อนได้เป็นจำนวนมากและมีการยึดของกลางนับล้านซองเพื่อแสดงผลงาน แต่กระบวนการสืบสวนกลับหยุดอยู่เพียงแค่ระดับผู้ค้ารายย่อยหรือพนักงานรับส่งพัสดุ โดยไม่มีการขยายผลไปสู่การใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อยึดทรัพย์สิน หรือสาวไปถึงกลุ่มทุนและตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง การทุ่มงบประมาณจำนวนมากจึงเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและละลายงบประมาณไปโดยไร้ประโยชน์ หากไม่มีการปรับเปลี่ยนมาตรการเชิงรุกที่มุ่งเจาะลึกถึงเส้นทางการเงินของขบวนการเหล่านี้ จึงทำให้การตั้งงบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์การปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายควรถูกพิจารณาปรับลดในปีงบประมาณที่จะถึงนี้

เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ผนึกกำลัง พว. ลงนาม MOU ขับเคลื่อน Active Learning ด้วย GPAS 5 Steps สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน


เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ณ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) โดย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ประธานกรรมการบริหาร กับ เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี อับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนคณะผู้บริหาร และคณะครู เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง


ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งพัฒนาศักยภาพครูและผู้เรียนให้สอดรับกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ทางศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายให้เด็กสามารถคิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ แก้ปัญหา และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง


ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ระบุว่า สช. ดูแลโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศประมาณ 3,000 แห่ง มีนักเรียนราว 2 ล้านคน ขณะที่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้เรียนจำนวนมากอยู่ในระบบโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามกว่า 300 แห่ง พื้นที่ดังกล่าวมีรูปแบบการศึกษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งการจัดการเรียนการสอนวิชาสามัญและอิสลามศึกษา การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงจำเป็นต้องเลือกใช้กระบวนการที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในห้องเรียน
หนึ่งในหัวใจสำคัญ คือการพัฒนาครูให้สามารถปรับบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปสู่ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ตั้งคำถาม สืบค้นข้อมูล ลงมือปฏิบัติ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ดร.ภิญญา มองว่า GPAS 5 Steps จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการช่วยพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการลงมือทำ พร้อมระบุว่า การขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันตั้งแต่ระดับผู้บริหารสถานศึกษาไปจนถึงครูผู้สอน เป้าหมายในระยะ 3 ปี คือทำให้รูปแบบการเรียนการสอนเกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม และส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนในระยะยาว ความร่วมมือครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอิสลามศึกษาควบคู่กับวิชาสามัญ เพราะ สช. ดูแลทั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันทางศาสนา ตลอดจนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดสำหรับเด็กในวัยเรียนจำนวนมากในพื้นที่


ว่าที่ ร.ต.ดร.อับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า ความร่วมมือด้านวิชาการครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มทั้งการพัฒนาครู สื่อการเรียนรู้ แผนการสอน และกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในวิชาสามัญและอิสลามศึกษา เป้าหมายสำคัญ คือทำให้การพัฒนาวิชาการเดินควบคู่ไปกับหลักศาสนาและวิถีชีวิตของชุมชน โดย GPAS 5 Steps สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นกระบวนการคิดและการเรียนรู้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างองค์ความรู้สมัยใหม่กับพื้นฐานทางศาสนาและวัฒนธรรมของพื้นที่ อีกหนึ่งศักยภาพสำคัญของโรงเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความหลากหลายด้านภาษา ผู้เรียนจำนวนมากมีพื้นฐานทั้งภาษาไทย ภาษามลายู ภาษาอาหรับ และภาษาอังกฤษ


นายมะสุขรี ซีเดะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาจังหวัดนราธิวาส ระบุว่า ปัจจุบันหลายโรงเรียนพัฒนาโปรแกรมด้านภาษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษามลายู และ Arab English Program รวมถึงมีครูจากต่างประเทศเข้ามาร่วมจัดการเรียนการสอน และบางโรงเรียนกำลังต่อยอดไปสู่การเชื่อมโยงกับการศึกษาระดับนานาชาติ การนำ Active Learning และ GPAS 5 Steps เข้ามาเสริม จึงเป็นโอกาสในการต่อยอดศักยภาพที่มีอยู่เดิม ให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงทักษะด้านภาษา ศาสนา วิทยาศาสตร์ และความรู้จากท้องถิ่นไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นรูปธรรม


ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. ระบุว่า กระบวนการ GPAS 5 Steps มีเป้าหมายสร้างทักษะการคิดและการเรียนรู้ให้ติดตัวผู้เรียนในระยะยาว เพราะแม้บริบททางสังคมและสิ่งแวดล้อมในอนาคตจะเปลี่ยนแปลง แต่เด็กที่มีพื้นฐานการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหา จะสามารถนำกระบวนการเหล่านี้ไปปรับใช้กับสถานการณ์ใหม่ได้ แนวทางดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ครูนำทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรในชุมชนมาเชื่อมกับการเรียนรู้ เช่น การนำวัตถุดิบ สมุนไพร หรือผลไม้ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นโครงงานด้านอาหารฮาลาล โดยผสมผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับหลักศาสนา ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว และพัฒนาต่อไปเป็นผลงานหรือ Portfolio ของตนเอง 
ตลอดระยะเวลา 3 ปี พว. จะสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ เอกสาร แผนการจัดการเรียนรู้ คลัง E-book ทีมวิทยากร รวมถึงการพัฒนาครูและการนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เครือข่ายโรงเรียนในพื้นที่จะร่วมขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงห้องเรียน เป้าหมายปลายทางจึงไม่ใช่เพียงการนำกระบวนการใหม่เข้าสู่โรงเรียน แต่คือการสร้างระบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ครูมีเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียน เด็กมีทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต และสามารถนำศักยภาพด้านศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และทุนท้องถิ่นมาต่อยอดได้อย่างเต็มที่


นี่จึงเป็นอีกก้าวของการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่เชื่อม “วิชาการ–ศาสนา–ภาษา–อัตลักษณ์–นวัตกรรม” เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคุณภาพการศึกษาที่เติบโตจากบริบทของพื้นที่ และเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569

รายได้ภาษีวูบ แสนล้าน! “กรณ์” จี้คลังทบทวนภาษีบุหรี่ แก้วิกฤตเงินคลังถังแตก


กรณ์ จาติกวณิช จี้กระทรวงการคลังทบทวนนโยบายภาษีบุหรี่ หลังชี้ว่ามาตรการที่เริ่มใช้เมื่อ 6-7 ปีก่อน ไม่สามารถลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ได้ตามเป้าหมาย ขณะที่รายได้รัฐลดลงต่อเนื่องและปัญหาบุหรี่เถื่อนกลับรุนแรงขึ้น สอดรับกับที่กรมสรรพสามิตชี้ว่าการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ได้ผ่านการพิจารณาระดับแล้ว แต่เรื่องยังไม่ผ่านกระทรวงการคลัง แม้มีแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทั้งฝั่งสาธารณสุข การเมือง และสังคมต่าง ๆ 


นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายงบประมาณมาตรา 8 กระทรวงการคลัง เมื่อวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 ชี้ว่า นโยบายภาษีบุหรี่ปัจจุบันที่มุ่งทำให้บุหรี่นำเข้ามีราคาสูงขึ้น แม้ถูกต้องตามเป้าหมายด้านสาธารณสุข แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับส่งผลเสียทั้งต่อรายได้ภาครัฐและประสิทธิผลเชิงนโยบาย โดยรายได้จากภาษีบุหรี่ลดลงต่อเนื่องจนคิดเป็นมูลค่าความสูญเสียเกือบแสนล้านบาทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่การลักลอบค้าบุหรี่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น และจำนวนผู้สูบบุหรี่ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงเห็นว่ากรมสรรพสามิตควรนำบทเรียนดังกล่าวกลับมาทบทวนเพื่อปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
ก่อนหน้านี้ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สส. พรรคภูมิใจไทย ได้สอบถามกรมสรรพสามิตว่ถึงเหตุผลที่กรมสรรพสามิตยังไม่ยอมปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีให้เป็นอัตราเดียวตามมาตรฐานสากล ทั้งที่ประเทศไทยกำลังเร่งกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) แต่ประเทศไทยยังคงติดเป็นประเทศ 1 จาก 7 ประเทศทั่วโลกที่ยังคงใช้ระบบภาษียาสูบหลายอัตราอยู่
คำอภิปรายดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางล่าสุดของกรมสรรพสามิต ซึ่งอยู่ระหว่างผลักดันการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว โดยนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การปรับระบบภาษีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้และลดการบิดเบือนกลไกตลาดที่เกิดจากระบบภาษีสองอัตราในปัจจุบัน ที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากกำหนดราคาสินค้าให้อยู่ต่ำเพื่อเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า ทำให้บุหรี่ในตลาดกว่า 95% กระจุกตัวอยู่ในช่วงราคาไม่เกิน 72 บาทต่อซอง กรมสรรพสามิตจึงมองว่าการจัดเก็บภาษีในอัตราเดียวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้และสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันมากขึ้น
อธิบดีสรรพสามิตระบุว่าขณะนี้การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับโครงสร้างภาษีใหม่ได้เสร็จสิ้นแล้ว ผ่านขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น (Hearing) ในระดับกรมแล้ว แต่กระทรวงการคลังเห็นว่าควรมีผลการประเมินจากนักวิชาการรองรับ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ จึงได้มอบหมายให้มีการนำข้อเสนอของกรมสรรพสามิตไปทำการประเมินผลและศึกษาวิจัยเพิ่มเติมอีกครั้งในระดับกระทรวง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายภายในเดือนตุลาคม 2569


ด้านฝ่ายสาธารณสุขยังคงสนับสนุนแนวคิดการจัดเก็บภาษีบุหรี่ในอัตราเดียวอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ได้แสดงความเห็นผ่านมูลธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ว่า การเร่งปรับระบบภาษีดังกล่าวจะช่วยลดช่องโหว่ที่ทำให้รายได้รัฐรั่วไหล ลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ และจำกัดการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบในกลุ่มเยาวชน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแนวทางดังกล่าวยังเผชิญความล่าช้าในการผลักดัน เนื่องจากขาดแรงสนับสนุนทางการเมืองและการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ชัดเจน
สอดคล้องกับความเห็นของ รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์แพทย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ระบุว่า หากพิจารณาตามกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO FCTC) ประเทศไทยยังมีหลายมาตรการที่ดำเนินการได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหรือยังไม่ได้เริ่มต้นอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การควบคุมการบริโภคยาสูบยังไม่บรรลุผลเท่าที่ควร โดยการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียวถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้เร่งดำเนินการ

วช. จัดประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น 2570 วันที่ 2 คึกคัก นักประดิษฐ์โชว์ของ เดินหน้าต่อยอดผลงานสู่การใช้ประโยชน์


วันที่ 10 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2570 เป็นวันที่ 2 บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักประดิษฐ์ นักวิจัย นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมชมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานประดิษฐ์คิดค้นอย่างต่อเนื่อง ณ อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ


การจัดงานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยให้ได้นำเสนอศักยภาพของผลงานต่อสาธารณชน พร้อมเปิดโอกาสให้ได้รับข้อคิดเห็นและคำแนะนำจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อันจะนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับผลงานให้มีคุณภาพ สามารถต่อยอดและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย วช. มุ่งหวังให้ผลงานประดิษฐ์คิดค้นจากทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนา ต่อยอด และเชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคมและประเทศ


สำหรับวันที่ 2 ของการจัดงาน ยังคงมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานประดิษฐ์คิดค้นจากหลากหลายสาขาวิชาการ โดยนักประดิษฐ์ได้นำเสนอ และสาธิตผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ขณะที่ผู้สนใจเข้าร่วมเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างคึกคัก 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Gen Z Science Show: เวทมนตร์วิทย์ พิชิตใจกรรมการ” จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผ่านการทดลองและการแสดงที่สนุกสนานและสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิดและความเป็นตัวตนของคนรุ่น Gen Z พร้อมส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้น่าสนใจและเข้าถึงได้ง่าย โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบันและภาคเอกชน ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อาจารย์ ดร.วรรณพร เทพบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, อาจารย์ ดร.กฤติเดช อนันต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และ เภสัชกรหญิง ดร.ปารมิตา สุทธปรีดา เจริญตา บริษัท เซน อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด ร่วมถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์การแสดงแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม


พร้อมกันนี้ ยังมีการอบรมในหัวข้อ “I-2B Bootcamp: Scale Up TRL: ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่มือผู้ใช้จริง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิรส ทองเชื้อ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการพัฒนาผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์จากระดับต้นแบบไปสู่การใช้งานจริง ตลอดจนส่งเสริมการต่อยอดและขยายผลผลงานให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดรุณาราชบุรี ใช้ GPAS 5 Steps พลิกโฉมวงการการศึกษา เด็กจากผู้จำ สู่ผู้คิด–ลงมือทำ–สร้างนวัตกรรม คณะผู้บริหารเทศบาลนครสมุทรปราการศึกษาดูงานActive Learning โมเดล GPAS 5 Steps


สำหรับโรงเรียนดารุณาราชบุรี ที่กลายเป็นหมุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักบริหารการศึกษาและบุคลากรทั่วประเทศ หลังจากสร้างผลงานเชิงประจักษ์จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในการยกระดับคุณภาพผู้เรียน ผ่านการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps


ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา คณะผู้บริหาร และครูจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ ได้ยกคณะเดินทางมาเยี่ยมเยียนและศึกษาดูงานการจัดห้องเรียนต้นแบบนวัตกร ของโรงเรียนดารุณาราชบุรี เพื่อเรียนรู้กระบวนการขับเคลื่อนหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้เด็กๆ ได้ลงมือปฏิบัติจริง คิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วยตนเอง การศึกษาดูงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จอันโดดเด่นของโรงเรียนดารุณาราชบุรี ที่ไม่เพียงแต่พัฒนาศักยภาพเด็กนักเรียนในพื้นที่ของตนเองเท่านั้น แต่ยังพร้อมเปิดบ้านต้อนรับและแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่เครือข่ายสถานศึกษาอื่นๆ จากทั่วประเทศในฐานะต้นแบบแห่งการปฏิรูปการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่อย่างแท้จริง


บาทหลวง ผศ.ดร.อภิสิทธิ์ กฤษเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรี มองว่า หัวใจสำคัญที่สุดประการหนึ่งไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์หรือเทคโนโลยี แต่คือ Mindset ของครูเพราะต่อให้มีหลักสูตร Active Learning แต่หากบทบาทของครูยังคงเป็นผู้พูด ผู้กำหนดคำตอบ และเด็กเป็นเพียงผู้รับ กระบวนการคิดของเด็กก็เกิดขึ้นได้ยาก “ถ้าคุณครูไม่เปลี่ยน Mindset มันไม่เกิด” เมื่อครูเปลี่ยนจากการให้คำตอบ มาเป็นผู้ตั้งคำถามและสร้างสถานการณ์ให้เด็กคิด บทบาทในห้องเรียนจึงเริ่มกลับด้าน ครูอาจต้องเตรียมการมากขึ้นก่อนเข้าห้อง แต่เมื่อเริ่มเรียนจริง ครูกลับพูดน้อยลง ขณะที่เด็กต้องทำงานทางความคิดมากขึ้น
อีกหัวใจหนึ่งคือ ความต่อเนื่อง โรงเรียนไม่ได้ทำ Active Learning เป็นกิจกรรมพิเศษเฉพาะบางวิชา หรือทำเพื่อโชว์ในบางโครงการ แต่พยายามวางกระบวนการคิดต่อเนื่องตั้งแต่เด็กปฐมวัย ไล่ระดับขึ้นไปจนถึงมัธยมปลาย เพื่อให้ “วิธีคิด” กลายเป็นทักษะติดตัว ไม่ใช่เทคนิคที่ใช้เฉพาะเวลาเรียนวิชาหนึ่งเป้าหมายในระยะต่อไป จึงเป็นการเพิ่มความเข้มข้นของกระบวนการนี้ พร้อมรักษาปรัชญาของโรงเรียน “คุณธรรมนำวิชา พัฒนาสุข” เพื่อให้ความสามารถในการคิดและสร้างสิ่งใหม่ เดินไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคม Good Student ต้องเริ่มจาก Good Teacher


นางปาลิกา ศรีสารากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ โรงเรียนดรุณาราชบุรี บอกว่า ผลที่โรงเรียนเห็นชัดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับนักเรียน แต่เกิดกับครูด้วย เมื่อเปลี่ยนจาก Passive Learning มาเป็น Active Learning โรงเรียนเริ่มมองเห็นสิ่งที่แต่เดิมอาจซ่อนอยู่ในตัวเด็ก ทั้งความสามารถในการคิด คุณลักษณะ การแก้ปัญหา และความรู้ที่เด็กสร้างขึ้นจากประสบการณ์ของตัวเอง ขณะเดียวกัน ครูต้องเปลี่ยนทั้งกระบวนการคิด วิธีสอน และวิธีประเมิน “ถ้าในอนาคตเราจะมี Good Student เราต้องมี Good Teacher” การวัดผลจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงตัดสินว่าใครผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ต้องใช้เพื่อดูด้วยว่า เด็กพัฒนาไปถึงไหนแล้ว และครูต้องช่วยเติมตรงไหนต่อ GPAS 5 Steps ไม่ได้เริ่มจาก “ทำกิจกรรมสนุก” แต่เริ่มจากระบบคิด สิ่งที่เรียกว่า GPAS 5 Steps ประกอบด้วยกระบวนการตั้งแต่การรวบรวมและคัดเลือกข้อมูล การคิดวิเคราะห์และจัดกระทำข้อมูล การนำความรู้ไปลงมือปฏิบัติ การสื่อสารนำเสนอ ไปจนถึงการกำกับและประเมินการเรียนรู้ของตัวเอง โดยเป้าหมายสำคัญคือทำให้ผู้เรียนสร้างความรู้และนำไปใช้แก้ปัญหาจริงได้ ไม่ใช่เพียงรับข้อมูลจากครู


นางสาวณภัชภา ชุติถาวรพัฒน์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา เทศบาลนครสมุทรปราการ มองว่า จุดที่น่าสนใจของดรุณาราชบุรี คือการนำ GPAS 5 Steps ไปใช้ในโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนกว่า 4,000 คน และทำให้เกิดการจัดการเรียนรู้ในทิศทางเดียวกัน สิ่งที่เห็นจึงไม่ใช่เพียงผลงานเด็กปลายทาง แต่รวมถึงนโยบายผู้บริหาร ระบบบริหารจัดการ และการส่งต่อแนวทางจากผู้บริหารไปสู่ครู ก่อนจะลงไปถึงตัวผู้เรียน



ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ซึ่งมีบทบาทผลักดันแนวคิด GPAS 5 Steps ในระบบการศึกษาไทย เคยอธิบายกรอบสำคัญของ Active Learning ไว้ในทิศทางเดียวกันว่า ผู้เรียนต้องไม่เป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่ต้องเป็น “เจ้าของการเรียนรู้” ตั้งแต่การแสวงหาข้อมูล คิดวิเคราะห์ ลงมือแก้ปัญหา สื่อสาร ไปจนถึงสร้างคุณค่าจากสิ่งที่เรียนรู้ ดังนั้น Active Learning จึงไม่ควรถูกตีความเพียงว่า “ครูพาเด็กทำกิจกรรมเยอะขึ้น” เพราะหากทำกิจกรรมเสร็จแล้วเด็กยังไม่ได้คิด กระบวนการเรียนรู้ก็อาจไม่ได้เปลี่ยนจากเดิมมากนัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ห้องเรียนมีกิจกรรมหรือไม่ แต่คือ ในกิจกรรมนั้น เด็กได้คิดอะไรด้วยตัวเองบ้าง เทศบาลนครสมุทรปราการมาดู ไม่ใช่แค่ “ห้องเรียน” แต่ดูทั้งระบบ


โมเดลดังกล่าวทำให้คณะผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด เทศบาลนครสมุทรปราการ เดินทางมาศึกษาดูงานที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี เพื่อดูตั้งแต่ระดับนโยบาย การบริหารจัดการ การพัฒนาครู ไปจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชั้นเรียน 


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่บทเรียนจากดรุณาราชบุรีกำลังสะท้อน อาจไม่ใช่การบอกว่าโรงเรียนทุกแห่งต้องมีเทคโนโลยีเหมือนกันทั้งหมด แต่อยู่ที่คำถามว่า โรงเรียนจะออกแบบระบบอย่างไร ให้ทุกเครื่องมือกลับไปทำหน้าที่เดียวกัน คือทำให้เด็กคิดได้ดีขึ้น หรือจากวันที่เด็กสามารถเจอปัญหาที่ไม่เคยมีอยู่ในข้อสอบ แล้วรู้ว่า จะคิดอย่างไรเพื่อหาคำตอบด้วยตัวเอง เพราะโลกที่เด็กรุ่นนี้กำลังจะออกไปเผชิญ จะมีคำถามใหม่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตำราเรียนจะเขียนคำตอบทันหากการศึกษายังทำหน้าที่เพียงส่งต่อ “คำตอบของเมื่อวาน”
สิ่งที่เด็กต้องการจากห้องเรียนในวันนี้ อาจไม่ใช่คำตอบเพิ่มอีกหนึ่งข้อ แต่คือ ความสามารถที่จะสร้างคำตอบของวันพรุ่งนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง

วช. ขนผลงานกว่า 300 รายโชว์ในงาน “การประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 2570”

วันที่ 9 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีเปิด “งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น” ประจำปีงบประมาณ 2570 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย นักประดิษฐ์ นักวิจัย คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วม ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ อาคาร วช.8

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น” เพื่อขอรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติในปีนี้ มีการเสนอผลงานเพื่อขอรับการพิจารณารางวัลมากกว่า 300 ผลงาน ในหลากหลายสาขาวิชาการ ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์, สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์, สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช, สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา, สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย, สาขาปรัชญา, สาขาเศรษฐศาสตร์, สาขาสังคมวิทยา, สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ และสาขาการศึกษา โดย วช. มุ่งหวังให้งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้นเป็นอีกกลไกสำคัญในการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้ได้รับการพัฒนา ต่อยอด และนำไปใช้ประโยชน์ จากทุกภาคส่วนของประเทศ

วช. ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา นักประดิษฐ์ นักวิจัย และประชาชนผู้สนใจ ร่วมเยี่ยมชม “งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2570” ระหว่างวันนี้ – 10 กันยายน 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ อาคาร วช.8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมร่วมส่งเสริมการพัฒนาและต่อยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์สู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

งานรำลึก76 ปีสดุดีวีรชนทหารเรือไทยในสมรภูมิรบเกาหลีHERO OF THAILAND AWARD 2026

9 กันยายน 2569 ณ TOT แจ้งวัฒนะ(ตึก3 ชั้น8 ห้องประชุม9) คณะกรรมการ การจัดงาน งานรำลึก76 ปีสดุดีวีรชน ทหารเรือไทยในสมรภูมิรบเกาหลี HERO OF THA...