วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ฉลอง 33 ปีBCH เร่งลงทุน MRI 3 Tesla เครื่องแรกนนทบุรีปั้น Regional Imaging Center เสริม Medical Hub ฝั่งตะวันตก

รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ฉลอง 33 ปี BCH เร่งลงทุน MRI 3 Tesla เครื่องแรกนนทบุรีปั้น Regional Imaging Center เสริม Medical Hub ฝั่งตะวันตก


บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เดินหน้าสร้างการเติบโตในอุตสาหกรรมสุขภาพ ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง ล่าสุด โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ จัดงาน Grand Opening เฉลิมฉลองครบรอบ 33 ปีของการให้บริการ พร้อมทุ่มกว่า 80 ล้านบาท เปิดตัวเครื่องตรวจวินิจฉัย MRI 3 Tesla เครื่องแรกของจังหวัดนนทบุรี สะท้อนยุทธศาสตร์การพัฒนาโรงพยาบาลสู่ศูนย์กลางบริการสุขภาพครบวงจร รองรับความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกและปริมณฑลที่เติบโตต่อเนื่อง


ผศ.ดร.พญ.สมพร หาญพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเฉลิมฉลองครบรอบ 33 ปีของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาองค์กร ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาล ควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ เพื่อรองรับแนวโน้มอุตสาหกรรมสุขภาพที่มีการแข่งขันสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น

 

การลงทุนในเครื่อง MRI 3 Tesla ซึ่งใช้งบลงทุนมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์สำคัญของ BCH ในการเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในเครือให้สามารถรองรับการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน โดยเครื่องดังกล่าวมีความสามารถในการสร้างภาพวินิจฉัยที่มีความละเอียดสูง ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะโรคทางสมอง ระบบประสาท หลอดเลือด และโรคกระดูกและข้อ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว

 

ผศ.ดร.พญ.สมพร กล่าวอีกว่า ความสำเร็จของโรงพยาบาลตลอดระยะเวลากว่า 33 ปี เกิดจากความแข็งแกร่งของเครือข่ายโรงพยาบาลในกลุ่ม BCH ซึ่งประกอบด้วย โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้เข้ารับบริการผู้ป่วยนอก (OPD) รวมกันเฉลี่ยสูงกว่า 2.6 ล้านรายต่อปี หรือเกือบ 7,000 รายต่อวัน ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ และเป็นแรงผลักดันให้กลุ่มโรงพยาบาลเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ การตัดสินใจนำเครื่อง MRI 3 Tesla มาติดตั้งในจังหวัดนนทบุรี เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาศูนย์บริการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ระดับภูมิภาค หรือ Regional Imaging Center โดยเล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดนนทบุรีที่มีประชากรกว่า 1.3 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ป่วยที่ต้องการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงมักต้องเดินทางเข้าสู่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ส่งผลต่อระยะเวลาการเข้าถึงการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องการการวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน

 

การติดตั้ง MRI 3 Tesla ที่นี่ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีวินิจฉัยระดับโลกได้ใกล้บ้านมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถรองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในเครือ BCH รวมถึงโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

จุดเด่นของเครื่อง MRI 3 Tesla รุ่นใหม่นี้ ยังสามารถเพิ่มความเร็วในการตรวจวินิจฉัยได้ เร็วขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีมาตรฐาน ช่วยลดระยะเวลาการตรวจ เพิ่มความแม่นยำของผลวินิจฉัย และเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ป่วย ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้ม Healthcare Modernization ที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและประสิทธิภาพการรักษา

 

ผศ.ดร.พญ.สมพร กล่าวอีกว่า ในเชิงธุรกิจ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ถือเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลยุทธศาสตร์ของ BCH ในการรองรับการเติบโตของชุมชนเมืองและกำลังซื้อในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งมีการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ และประชากรกลุ่มรายได้ระดับกลางถึงสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการบริการสุขภาพระดับพรีเมียมและบริการตรวจคัดกรองโรคเชิงลึกมีแนวโน้มเติบโตสูง

 

นอกจากนี้ เทคโนโลยี MRI 3 Tesla ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ใช้บริการได้เพิ่มขึ้น พร้อมช่วยลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนการรักษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ และเสริมความแข็งแกร่งด้านการแข่งขันของ BCH ในตลาดโรงพยาบาลเอกชน

 

ปัจจุบัน BCH ยังคงเดินหน้าพัฒนาโรงพยาบาลในเครือให้ครอบคลุมบริการทางการแพทย์ครบวงจร พร้อมขยายศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ อาทิ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism)

 

“ในโอกาสครบรอบ 33 ปี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ยังคงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาพัฒนาการรักษา เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพที่แม่นยำ รวดเร็ว และเป็นที่พึ่งของประชาชนในระยะยาว” ผศ.ดร.พญ.สมพร กล่าวทิ้งท้าย

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 พรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 9 นำทีมผู้ช่วยหาเสียง แต่งชุด "เปาปุ้นจิ้น" และ สไบไทย ลงพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้าย ที่ ตลาดพี่ญาคนรุม ปากซอย 13/3 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 พรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 9 นำทีมผู้ช่วยหาเสียง แต่งชุด "เปาปุ้นจิ้น" และ สไบไทย ลงพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้าย ที่ ตลาดพี่ญาคนรุม ปากซอย 13/3 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 


วันนี้ 7 ก.พ.69 เวลาประมาณ 09.30 น. นายศักดิ์ปรินทร์ เกษมธนพัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 พรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 9 นำทีมผู้ช่วยหาเสียง แต่งชุด "เปาปุ้นจิ้น" และ "สไปไทย" ลงพื้นที่หาเสียง โค้งสุดท้าย ณ บริเวณ ตลาดพี่ญาคนรุม ปากซอย 13/3 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อ้อนขอคะคะแนน ขอโอกาสให้กับพรรคเศรษฐกิจ เลือก พล.อ.รังษี เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 33 ของประเทศไทย ต่อไป มีประชาชน ให้ความสนใจ จำนวนมาก


โดยชู 5 นโยบาย หลัก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤต เศรษฐกิจ วิกฤตความมั่นคง และวิกฤตทุจริตคอรัปชั่น ชู 2 เมกกะโปรเจคใหญ่ รถไฟความเร็วสูง และ Ocean links เชื่อมทะเลไทย อันดามัน เพื่อดังนักลงทุน และนักท่องเที่ยว จากต่างชาติ หารายได้เข้าสู่ประเทศ พร้อมส่งเสริม การสั่งซื้อสินค้าเกษตรล่วงหน้า ตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และเสนอกฏหมายประหารชีวิต แก่ผู้ทุจริต คอรัปชั่น หวังเปลี่ยนแปลงปรเทศ ก้าวข้ามวิกฤต ยกเลิก MOU 43-44  
พร้อม เชิญชวน พ่อแม่พี่น้อง ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันเยอะ วอนขอโอกาสให้กับพรรคเศรษฐกิจ และ พล.อ.รังษิ เจ้าสภา ไปเป็นรัฐบาล บัตรสีชมพู กา เบอร์ 11 ปทุมธานี เขต 3 บัตรสีเขียว กาเบอร์ 9 

อัจฉริยะไอเดียสุดยอด! ดร.”ธีรวุฒิ แก้วพยศ” เบอร์ 1 เขต11 กทม.แขวงคลองถนน แขวงสายไหม(ยกเว้นแขวงออเงิน) กับป้ายหาเสียงกลับหัว

อัจฉริยะไอเดียสุดยอด! ดร.”ธีรวุฒิ แก้วพยศ” เบอร์ 1 เขต11 กทม.แขวงคลองถนน แขวงสายไหม(ยกเว้นแขวงออเงิน) กับป้ายหาเสียงกลับหัว




แปลกแต่จริงมีอยู่สิ่งเดียวที่นี่…ที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ดร.ธีรวุฒิ แก้วพยศ เบอร์ 1 เขต11 กทม.แขวงคลองถนน แขวงสายไหม(ยกเว้นแขวงออเงิน) ที่ใช้วิธีคิดชี้ไปที่ขมับ เลยจับตัวเองตีลังกา ข้อมูลผู้สมัครในป้ายชี้ขึ้นฟ้า ตัวคนผู้สมัครตีลังกาหัวติดดิน สร้างความสงสัยให้กับพี่น้องประชาชนที่มีสิทธิ์ในการจะไปลงคะแนนเสียงต่างยืนงง และสงสัยกันอย่างถ้วนหน้า


จากการลงพื้นที่ของผู้สมัคร ส.ส.ดร.ธีรวุฒิ แก้วพยศ เบอร์ 1 เขต11 กทม.แขวงคลองถนน แขวงสายไหม(ยกเว้นแขวงออเงิน) จึงทำให้ผู้สื่อข่าวหลายสำนัก ได้มีโอกาสพูดคุยและขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวความคิดที่ใช้ไอเดียที่ไม่เหมือนผู้สมัครท่านอื่น ด้วยสาเหตุและเหตุผลจึงได้รับคำตอบ โดยเจ้าตัว ดร.ธีรวุฒิ แก้วพยศ เบอร์ 1 เขต11 ได้กล่าวว่า


หัวใจหลักของแนวความคิดป้ายกลับหัวก็คือ แค่เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตก็เปลี่ยนได้ คือผมอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาในท้องถิ่น ให้มีความเป็นอยู่กินดีอยู่ดี เพียงแค่เรามีมุมมองอีกด้านหนึ่ง เราก็จะมีโอกาสมองโลกในแง่ดีในด้านนั้นๆ ด้วยที่ผ่านมาผมทำธุรกิจประสบผลสำเร็จและถือโอกาสมาลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็น ส.ส.อยากเห็นพื้นที่คลองถนนและสายไหมมีความพัฒนาน่าอยู่ชุมชนน่าอยู่ เพราะในพื้นที่นั้นก็ยังมีปัญหาอยู่บ้างพอสมควรจึงอยากที่จะมาเติมเต็ม จึงเป็นที่มาของป้ายกลับหัว ดร.ธีรวุฒิ แก้วพยศ ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์1 เขต11 กทม.กล่าว


ดร.ธีรวุฒิ แก้วพยศ ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์1 เขต11 กทม.แขวงคลองถนน แขวงสายไหม(ยกเว้นแขวงออเงิน) เป็นคนหนุ่ม ที่ประสบความสำเร็จในด้านการทำธุรกิจ ที่สำคัญเป็นคนในพื้นที่ จึงรู้ถึงปัญหา และความเดือดร้อน พร้อมความต้องการของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ จึงได้เสนอตัวเองลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ ในนามของพรรคพลังประชารัฐ


การรณรงค์ติดป้ายหาเสียงในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความมึน และ งวยงง ให้กับผู้ที่พบเห็นสัญจรผ่านไปผ่านมา เกิดความสงสัยจึงต้องหยุดดู ให้แน่ใจว่าคนติดป้ายติดผิดหรือมีแนวความคิด มองการณ์ไกลไปข้างหน้า ใช้นิ้วชี้จี้ไปที่ขมับ บวกแนวความคิด ที่พร้อมจะพัฒนา และยกระดับความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ดีกว่าเก่า คนเดียวเท่านั้นที่จะบอกกล่าวแนวความคิดแบบนี้ ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน นอกจากคนพื้นที่ เรียกง่ายพบง่ายใช้คล่องต้อง ดร.ธีรวุฒิ แก้วพยศ ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์1 เขต11 กทม.แขวงคลองถนน แขวงสายไหม(ยกเว้นแขวงออเงิน)

ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 นาฬิกา เข้าคูหากา×เบอร์ 1 แบบ ส.ส.เขต แบบส.ส.บัญชีรายชื่อเบอร์พรรคกา×เบอร์ 43

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

วช. ร่วมกับ จ.สุราษฏร์ธานี ผสานวัฒนธรรมและนวัตกรรม จัดแสดง "โดรนแปรอักษรส่งเสริมการท่องเที่ยว ในงานสมโภชศาลหลักเมืองและกาชาดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569" ส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.สุราษฎร์ธานี

วช. ร่วมกับ จ.สุราษฏร์ธานี ผสานวัฒนธรรมและนวัตกรรม จัดแสดง "โดรนแปรอักษรส่งเสริมการท่องเที่ยว ในงานสมโภชศาลหลักเมืองและกาชาดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569" ส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.สุราษฎร์ธานี
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีเปิด "การแสดงโดรนแปรอักษรส่งเสริมการท่องเที่ยว" ภายในงาน “สมโภชศาลหลักเมืองและกาชาดสุราษฎร์ธานี” ประจำปี 2569 โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธาน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวสนับสนุนนวัตกรรม นายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี อาจารย์พิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับคณะผู้บริหารในพื้นที่ให้การต้อนรับ ประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำตาปี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ วช. ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการแสดงโดรนแปรอักษร มาสนับสนุนนการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของจังหวัด ในงานสมโภชศาลหลักเมืองและกาชาดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นงานประเพณีสำคัญของจังหวัด การแสดงดังกล่าวได้สร้างความตื่นตาตื่นใจและความประทับใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมช่วยสะท้อนอัตลักษณ์ ความงดงาม และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีในมุมมองใหม่ที่ทันสมัย สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่และเศรษฐกิจฐานการท่องเที่ยว จังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมให้การสนับสนุนและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ยกระดับกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ร่วมส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมของพื้นที่ ดังเช่นงานอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดสุราษฏร์ธานี ในงานสมโภชศาลหลักเมืองและกาชาดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้ นับเป็นงานประเพณีสำคัญที่สะท้อนถึงความศรัทธา ความสามัคคี และความภาคภูมิใจของประชาชนในท้องถิ่น ขณะเดียวกันจังหวัดสุราษฎร์ธานียังเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านการท่องเที่ยว ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่งดงาม การจัดการแสดงโดรนแปรอักษรในครั้งนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปวัฒนธรรมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ถ่ายทอดเรื่องราวความงดงามและอัตลักษณ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีผ่านการแสดงบนท้องฟ้า สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดในมิติที่ทันสมัย สร้างสรรค์ และสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม วช. มุ่งสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการยกระดับกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแสดงโดรนแปรอักษรในครั้งนี้ จะสร้างความประทับใจ ความภาคภูมิใจ และแรงบันดาลใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว และเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีสู่ความยั่งยืน

อาจารย์พิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การแสดงโดรนแปรอักษรในครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการบินไร้คนขับ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน โดยสมาคมฯ ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย การควบคุมการบิน และการออกแบบการแสดงให้สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรมของพื้นที่ การนำโดรนมาใช้เป็นสื่อถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์ของจังหวัด ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสาธารณประโยชน์ และเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนและบุคลากรในพื้นที่ได้เรียนรู้และต่อยอดทักษะด้านอากาศยานไร้คนขับ อันจะนำไปสู่การพัฒนากำลังคนและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในอนาคต
ทั้งนี้ การจัดแสดงโดรนแปรอักษรส่งเสริมการท่องเที่ยวในงานสมโภชศาลหลักเมืองและกาชาดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569 โดยจัดแสดงบินโดรนแปรอักษรจำนวน 500 ลำ ประกอบด้วย ภาพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภาพในหลวงและพระราชินี ภาพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ 
ภาพสภากาชาดไทย 
ภาพบรมธาตุไชยา

พร้อมด้วย การแปรอักษรเรื่องราวเฉพาะของจังหวัด อาทิ ตัวอักษรชื่องานกาชาดและงานสมโภชศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี ภาพเกาะนางยวน  ภาพเงาะโรงเรียนนาสาร ภาพไข่เค็มไชยา ภาพพุทธทาสภิกขุ และภาพ วช. & อว.เป็นต้น ได้สร้างมิติใหม่ของการท่องเที่ยว ส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยวิจัยและนวัตกรรม

"เคนปากช่อง" เปิดเวทีโค้งสุดท้าย! "เคนโด้" ปราศรัยเดือด ประกาศลั่น "เลิกทาสนายทุน" หวังยึดฐานเสียงปากช่อง-โคราช(นครราชสีมา)

"เคนปากช่อง" เปิดเวทีโค้งสุดท้าย! "เคนโด้" ปราศรัยเดือด ประกาศลั่น "เลิกทาสนายทุน" หวังยึดฐานเสียงปากช่อง-โคราช(นครราชสีมา)
 

บรรยากาศการเมืองโค้งสุดท้ายที่ปากช่องระอุ! "เคนปากช่อง" นายพิศณุพงศ์ สิทธิโชคแก้วมูล ผู้สมัครสส.เขต นครราชสีมา เขต 14 
เปิดเวทีปราศรัยหวังโกยคะแนนเสียงช่วงท้าย ด้าน "เคนโด้" ขึ้นเวทีซัดหนัก ปลุกพลังประชาชน "เลิกทาสนายทุน" เรียกเสียงเชียร์สนั่น


ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่าเป็นไปอย่างคึกคักและดุเดือด โดยล่าสุด "เคนปากช่อง" ได้เปิดเวทีปราศรัย ณ สวนสาธารณะเขาแคน เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและนำเสนอนโยบายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันลงคะแนน โดยมีประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่น


เคนปากช่อง คุ้นเคยพื้นที่และเข้าใจความเป็นอยู่ของเกษตรกร ชูนโยบาย ข้าวสารตันละ 15,000 บาท ปุ๋ยรัฐ 500 บาท/กระสอบ เพื่อลดต้นทุนเกษตรกร เปลี่ยนเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรที่มาร่วมงานอย่างมาก 


อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของเวที การขึ้นปราศรัยของ "เคนโด้"รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เน้นลีลาการพูดที่ดุดันและเข้าถึงอารมณ์ โดยได้หยิบยกประเด็นความเหลื่อมล้ำและปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนมาพูดถึง พร้อมประกาศจุดยืนที่ชัดเจนบนเวทีว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้อง "เลิกทาสนายทุน" โดยเน้นย้ำว่าการเมืองต้องเป็นของประชาชน และนโยบายต่างๆ ต้องทำเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย ไม่ใช่เพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนใหญ่
"เราจะไม่ยอมก้มหัวให้นายทุนอีกต่อไป ปากช่องต้องเปลี่ยน โคราชต้องเปลี่ยน อำนาจต้องกลับมาอยู่ในมือของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง" เคนโด้ กล่าวทิ้งท้ายท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเชียร์กึกก้อง


การเปิดเวทีในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการ "ยึดคะแนนเสียง" เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้กับฐานเสียงเดิมและดึงดูดคะแนนเสียงจากกลุ่มพลังเงียบ โดยทีมงานมั่นใจว่ากระแสตอบรับจากการปราศรัยครั้งนี้ จะส่งผลบวกอย่างมากในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

8กุมภาพันธ์ 2569 ชาวปากช่อง กาเบอร์5 บัตรสีเขียว เคนปากช่อง เป็น สส. เพื่อปากช่องต้องดีกว่านี้ กาเบอร์6 บัตรสีชมพู ดันพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นนายกรัฐมนตรี 

"ปรากฏการณ์ 5 ยักษ์ตื่น! Better Group ประกาศศักดาผู้นำเบอร์ 1 Waste to Energy ดันโรงงานไทยก้าวข้ามทุกกฎเหล็กสิ่งแวดล้อม"

"ปรากฏการณ์ 5 ยักษ์ตื่น! Better Group ประกาศศักดาผู้นำเบอร์ 1 Waste to Energy ดันโรงงานไทยก้าวข้ามทุกกฎเหล็กสิ่งแวดล้อม"
กลุ่มบริษัท เบตเตอร์ กรุ๊ป (Better Group) ผู้นำด้านการจัดการของเสียครบวงจรและพลังงานทดแทน ประกาศความพร้อมเต็มพิกัดในงาน "Asia EnwastExpo 2026" ภายใต้แนวคิด "Better Group Empowering Asia's Green Future" ตอกย้ำวิสัยทัศน์ปี 2569 ด้วยการผนึกกำลัง 5 บริษัทในเครือ รุกขยาย ฐานปฏิบัติการสู่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ พร้อมโชว์นวัตกรรมเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน (Waste-to-Energy) ขับเคลื่อนรายได้มั่นคง และยกระดับมาตรฐานโรงงานไทยสู่ Global Standard


คุณณัฐพรรณ เหลืองวิริยะ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและ สื่อสารองค์กร บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG เปิดเผยว่า “ปี 2569 ถือเป็นปี แห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด Green Regulation ที่กฎหมายสิ่งแวดล้อมจะมีความเข้มงวด มากขึ้น ซึ่ง Beller Group มีความพร้อมสูงสุดในการเป็นพันธมิตรคู่คิด ให้กับผู้ประกอบการ ด้วยการผนึก กำลัง 15 พลังยักษ์ใหญ่" (The Power of 5) ของกลุ่มบริษัท ประกอบด้วย BWG (บริหารจัดการ), ETC (โรงไฟฟ้าขยะ), AKP (เตาเผากากอันตราย), BWC (บริการครบวงจร) และ BME (ที่ปรึกษา) เพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคกมีมา


ใช้กลยุทธ์รุกตลาด รักษาฐานลูกค้า และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านกลยุทธ์การแข่งขัน บริษัทฯ สามารถแข่งขันในตลาดได้ด้วยการคงราคาค่าบริการไว้ เนื่องจากได้ปรับเปลี่ยนวิธีการกำจัดกาก อุตสาหกรรม โดยเพิ่มโครงการ Waste to Energy ซึ่งเป็นการนำขยะมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงประสิทธิภาพสูง (SRF) เพื่อผลิตไฟฟ้า และเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับโรงปูน ซึ่งเป็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มเติมที่สำคัญ และยั่งยืน มีการขยายเครือข่ายก็เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญ โดยการรุกเปิดสาขาใหม่ใน 3 หัวเมืองอุตสาหกรรม หนาแน่น ได้แก่ ระยอง อยุธยา และสมุทรปราการ การขยายฐานนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มฐานลูกค้า แต่ยังช่วยให้ บริษัทฯ บริหารจัดการค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขนส่งกากอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


ภายในงานได้ ขุนวัตกรรม Recovery สร้างมูลค่าเพิ่ม และผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ภายในงาน Asia EnwastExpo 2026 เบตเตอร์ กรุ๊ป ยังได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนที่บูธ P11 โดยนางสาวณัฐพรรณ กล่าวเสริมว่า “นอกจากนี้ BWG ยังเดินหน้าลดต้นทุนเชิงรุกและสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม (Recovery) โดยการจัดตั้ง บริษัท เบตเตอร์ เวสท์ แคร์ จำกัด ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้สารเคมีบำบัดน้ำได้อย่าง ชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการนำสารเคมีที่ไม่ใช้แล้วมาฟื้นฟู (Recovery) สร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทเอง ได้นำมาเปิดตัวภายในงาน เป็นน้ำยาทำความสะอาดพื้น และมีแผนจะขยายไลน์ ผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายในกลุ่มทำความสะอาดอื่นๆ อาทิ Multi-Purpose Cleaner ภายในปี 2569 เพื่อสร้าง New S-Curve การเติบโตใหม่ให้กับบริษัทฯ”


เดินหน้าธุรกิจแกร่ง ไม่หวั่นปัจจัยภายนอก ด้วยพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวสู่ธุรกิจที่มี มูลค่าเพิ่มอย่าง Waste to Energy ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันสูง และไม่หวันต่อปัจจัยภายนอก รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือการขึ้นลงของราคาค่าบริการ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสร้าง รายได้อย่างต่อเนื่อง และเติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการรักษาอันดับเครดิตองค์กรจากทริสเรทติ้ง (IRIS Rating) ที่ระดับ 'BBB' (Stable) ซึ่งสะท้อนวินัยทางการเงินที่ดีเยี่ยม

พบคำตอบที่ใช่เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน ขอเชิญร่วมเปิดประสบการณ์และค้นหาโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมที่ คุ้มค่าที่สุด พร้อมรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว และกิจกรรมร่วมสนุกรับของที่ระลึกมากมาย ได้ที่ บูธเบตเตอร์ กรุ๊ป (P11) อาคาร 5-6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงาน Asia EnwastExpo 2026 ตั้งแต่ วันนี้ - 8 กุมภาพันธ์ 2569

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

วช. หนุนนวัตกรไทยรุ่นใหม่ ต่อยอดผลงานจากเวที IPITEX 2026 สู่นวัตกรรมใช้ประโยชน์ ในงาน “2 กุมภาพันธ์ วันนักประดิษฐ์ @NRCT”

วช. หนุนนวัตกรไทยรุ่นใหม่ ต่อยอดผลงานจากเวที IPITEX 2026 สู่นวัตกรรมใช้ประโยชน์ ในงาน “2 กุมภาพันธ์ วันนักประดิษฐ์ @NRCT”



วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัด “พิธีมอบใบประกาศการอบรมการยกระดับผลงานนวัตกรรมรางวัลจากเวที IPITEx สู่การใช้ประโยชน์จริง“ ภายในงาน “2 กุมภาพันธ์ วันนักประดิษฐ์ @NRCT” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าศูนย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือแพทย์และวัสดูการแพทย์ชนิดบุกบุกรุกน้อย กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช.1 

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 วันของการอบรม ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเข้มข้นผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ทั้งในรูปแบบกิจกรรม Workshop การเรียนรู้โดยใช้โครงการเป็นฐาน (PBL) การทำความเข้าใจผู้ใช้งานด้วยแนวคิด Empathy ตลอดจนการประเมินระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี (TRL Assessment) และการวิเคราะห์ช่องว่างของผลงาน (Gap Analysis) เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การต่อยอดนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ กิจกรรมในครั้งนี้จึงนับเป็นการสร้าง “ต้นแบบความสำเร็จ” ของการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเสริมศักยภาพให้แก่นักวิจัยและนวัตกร ทั้งในด้านองค์ความรู้ เครื่องมือ และโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อผลักดันผลงานให้สามารถพัฒนาต่อยอดในอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าศูนย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือแพทย์และวัสดุการแพทย์ชนิดบุกรุกน้อย กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพของทีมนักนวัตกรระดับเหรียญทองทั้ง 50 ทีม ที่เข้าร่วมกระบวนการพัฒนาอย่างเข้มข้น ซึ่งช่วยให้เห็นพัฒนาการด้านกระบวนการคิด การออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหา และความตื่นตัวของนักประดิษฐ์ไทยที่พร้อมก้าวข้ามกรอบเดิม มุ่งสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และตอบโจทย์ความต้องการของสังคม

ภายในงานยังได้มีการคัดเลือกและมอบรางวัลแก่ “5 ทีมต้นแบบ” ที่มีศักยภาพโดดเด่นในการพัฒนาผลงานนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยมีทีมนักประดิษฐ์ที่รับรางวัล ดังนี้ 
1. ทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาผลงาน 
- ผลงาน “Natural Mangosteen Peel Colorant for Food & Beverage Innovation“ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
- ผลงาน “A-Compound“ จากมหาวิทยาลัยมหิดล
- ผลงาน “Water Adaptation Innovation Center“ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
- ผลงาน “Radio-controlled Shrimp feeding boat“ จากวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม
- ผลงาน “Water-Pressure Vegetable Vacuum Sealer for Energy Efficiency“ จากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี
2. ทุนสนับสนุนในการแข่งขันต่างประเทศ ณ ประเทศอินโดนีเซีย
- ผลงาน “Four-Propeller UAVs AI System in Pollination Commercial Hybrid Maize Seed Production” จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
3. ทุนสนับสนุนในการแข่งขันต่างประเทศ ณ ไต้หวัน
- ผลงาน “Rapid Test Kit for Detection of Enterocytozoon hepatopenaei (EHP), a Microsporidian Parasite Causing Disease in Black Tiger and White leg Shrimp” จากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) สวทช.

ทั้งนี้ วช. มุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการจุดประกายและกระตุ้นให้วงการนวัตกรรมไทยเกิดความตื่นตัวในการพัฒนาผลงานที่สามารถ “ใช้ได้จริง และต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง” พร้อมผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัย เทคโนโลยี และภาคการใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ฉลอง 33 ปีBCH เร่งลงทุน MRI 3 Tesla เครื่องแรกนนทบุรีปั้น Regional Imaging Center เสริม Medical Hub ฝั่งตะวันตก

รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ฉลอง  33  ปี  BCH  เร่งลงทุน  MRI  3  Tesla  เครื่องแรกนนทบุรี ปั้น  Regional Imaging Center  เ...