เรื่องของข่าว
วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569
วช. เปิดเวที “รู้ทัน รับมือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” นำชุดความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม เตรียมความพร้อม เผชิญสถานการณ์ภัยพิบัติ
คะแนนดัชนีภาษีบุหรี่โลกฉบับล่าสุด: ความจำเป็นในการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว
รองศาสตราจารย์ ดร.ภัทรกิตติ์ เนตินิยม นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน
เมื่อ 2 ปีก่อน ผมได้เคยเขียนถึงดัชนีภาษีบุหรี่โลก (Cigarette Tax Scorecard) ที่ให้คะแนนประเทศไทยเพียง 1.88 จากคะแนนเต็ม 5 อยู่ในอันดับที่ 100 จาก 174 ประเทศ และชี้ว่าปัญหาสำคัญคือ โครงสร้างภาษีตามมูลค่าแบบ 2 อัตรา ซึ่งได้เพียง 1 คะแนนจาก 5 ล่าสุด รายงานฉบับที่ 4 ได้เผยแพร่ออกมาเมื่อเดือนธันวาคม 2568 จัดทำโดย Economics for Health ของ Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health
รายงานฉบับใหม่ให้คะแนนรวมประเทศไทยที่ 2.25 อยู่ลำดับที่ 79–85 จาก 170 ประเทศที่มีข้อมูลเพียงพอต่อการจัดอันดับ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 2.01 เล็กน้อย เมื่อแยกดูองค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน ประเทศไทยได้ 2 คะแนนด้านระดับราคาบุหรี่ 2 คะแนนด้านการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการซื้อ 4 คะแนนด้านสัดส่วนภาษีในราคาขายปลีก และเพียง 1 คะแนนด้านโครงสร้างภาษี
นั่นคือด้านที่ไทยทำได้แย่ที่สุดคือด้านเดียวกับเมื่อ 6 ปีก่อนคือด้านโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ แม้เก็บภาษีบุหรี่ในสัดส่วนที่สูงมากจนได้ถึง 4 คะแนน แต่ออกแบบโครงสร้างภาษีได้ไม่ดีจนได้คะแนนต่ำสุดในระบบ แม้ค่าเฉลี่ยโลกด้านโครงสร้างภาษีอยู่ที่ 2.95 ค่าเฉลี่ยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ 1.30 ส่วนประเทศไทยอยู่ที่ 1.00 ต่ำกว่าแม้กระทั่งค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ได้คะแนนต่ำที่สุดในโลก
รายงานระบุว่าในรอบ 10 ปี ระหว่างปี 2557 ถึง 2567 มีเพียง 13 ประเทศทั่วโลกที่คะแนนด้านโครงสร้างภาษี “ลดลง” และประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้น โดยถูกกล่าวถึงควบคู่ไปกับเคนยา ซึ่งกลับไปใช้ภาษีตามปริมาณแบบหลายขั้นในปี 2558 ส่วนกลุ่มที่คะแนนตกหนักที่สุดคือแซมเบีย เลบานอน และตูนิเซีย
รายงานระบุว่า ประเทศไทย “ได้แทนที่ภาษีตามมูลค่าอัตราเดียว ด้วยภาษีตามมูลค่าที่เป็นแบบหลายขั้น ซึ่งอิงกับราคาขายปลีกเป็นหลัก” กล่าวอีกอย่างคือ ในขณะที่ประเทศ ส่วนใหญ่ของโลกเดินไปข้างหน้าด้วยการเลิกระบบหลายอัตรา ประเทศไทยเดินสวนทางด้วยการสร้างขึ้นมาใหม่ และได้ใช้โครงสร้างนี้มาเป็นปีที่ 9 แล้ว แม้ปัจจุบันเหลือเพียง 30 ประเทศจากราว 170 ประเทศทั่วโลกที่ยังใช้โครงสร้างภาษีแบบหลายอัตราอยู่เท่านั้น
ขณะที่ประเทศในอาเซียนนั้น ฟิลิปปินส์ได้คะแนนรวม 3.75 สูงเป็นอันดับที่ 3 ของโลก รองจากฟินแลนด์และเบลเยียม และได้คะแนนด้านโครงสร้างภาษีเต็ม 5 ด้านสิงคโปร์ได้ 3.25 มาเลเซียได้ 3.13 โดยทั้งสองประเทศได้ 4 คะแนนในด้านโครงสร้างภาษี ขณะที่อินโดนีเซียได้ 2.13
ทั้งนี้ ในบรรดาประเทศอาเซียนที่มีข้อมูล มีเพียงไทยและอินโดนีเซียเท่านั้นที่ได้ 1 คะแนนด้านโครงสร้างภาษี เนื่องจากทั้งสองประเทศยังคงใช้ระบบหลายอัตรา ต่างกันตรงที่อินโดนีเซียกำลังทยอยลดขั้นภาษีลงจากเดิม 19 ขั้น เหลือ 8 ขั้น ส่วนฟิลิปปินส์ตัดสินใจยกเลิกระบบหลายอัตราไปตั้งแต่การปฏิรูป Sin Tax ปี 2555 ทั้งที่เมื่อ 10 กว่าปีก่อนใช้ระบบภาษีที่ซับซ้อนไม่ต่างจากไทย
ต้นทุนของการยังใช้โครงสร้างภาษี 2 อัตรานี้ไม่ได้อยู่แค่ในตารางคะแนนประเมิน แต่คะแนนที่ได้คือสิ่งที่สะท้อนถึงความไม่มีประสิทธิภาพของโครงร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ไทย โดยสอดคล้องกับผลการศึกษาของหลายหน่วยงานที่ระบุว่า ความสามารถในการจัดเก็บภาษียาสูบของรัฐลดลงกว่า 21,000 ล้านบาทต่อปีเมื่อเทียบกับปี 2560 ขณะที่งานวิจัยของ Schneider และ Asllani ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ประเมินว่าสัดส่วนบุหรี่ผิดกฎหมายในไทยอยู่ที่ร้อยละ 28 ของตลาด คิดเป็นความสูญเสียทางตรงและทางอ้อมปีละประมาณ 1.8–3.0 หมื่นล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้เกิดขึ้นทั้งที่ไทยได้ถึง 4 คะแนนในด้านสัดส่วนภาษีที่อยู่ระดับที่สูง เราไม่ได้เก็บภาษีน้อย เราเก็บผิดวิธี และผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดกลับเป็นผู้ผลิตในประเทศที่โครงสร้างนี้ถูกสร้างมาเพื่อปกป้อง
หากประเทศไทยยกเลิกภาษีตามมูลค่าแบบ 2 อัตรา และเปลี่ยนมาใช้อัตราเดียวในระดับที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ คะแนนด้านโครงสร้างจะขยับจาก 1 เป็น 4 ทันที เท่ากับสิงคโปร์และมาเลเซีย และจะดึงคะแนนรวมของไทยขึ้นไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระบบภาษีบุหรี่ที่บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง นอกจากนี้ การเพิ่มน้ำหนักของภาษีตามปริมาณซึ่งโปร่งใสและคาดการณ์ได้มากกว่าก็เป็นทิศทางเดียวกับที่เวียดนามกำลังพิจารณาดำเนินการอยู่ และเป็นทิศทางที่รายงานฉบับนี้ให้คะแนนสูง
วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2569
กรมการค้าภายในชู “เนื้อไทย FESTIVAL” ขยายตลาดเนื้อโคไทย เชื่อมกลุ่มธุรกิจ–กระตุ้นบริโภค
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569
FDA สหรัฐฯ อนุญาตให้ทำการตลาดนิโคตินถุง 11 รายการชี้มีสารอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดอื่น
"เดินต่อต้านสงครามโลก" ขึ้นโดยท้าทายความสามารถของนักแสดงนำดาวรุ่งรุ่นล่าสุดของบริษัททั้งฝ่ายชาย-หญิงจำนวน 50 คนว่าจะมีนักแสดงคนใดกล้าท้าทายการเดินต่อต้านสงครามจากกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี เป็นระยะทาง 122 กิโลเมตร ทั้งนี้จะเริ่มต้นเดินทางไกลตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนจนถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2569
"เดินต่อต้านสงครามโลก" ขึ้นโดยท้าทายความสามารถของนักแสดงนำดาวรุ่งรุ่นล่าสุดของบริษัททั้งฝ่ายชาย-หญิงจำนวน 50 คนว่าจะมีนักแสดงคนใดกล้าท้าทายการเดินต่อต้านสงครามจากกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี เป็นระยะทาง 122 กิโลเมตร ทั้งนี้จะเริ่มต้นเดินทางไกลตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนจนถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2569
วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569
สุดปลื้ม!! “อภิษฐา ตั้งภัทรสมบูรณ์” ร่วมทีมคุณแม่รับเกียรติยศ “แม่ของแผ่นดิน 2569” ร่วมเชิดชูพลังหญิงผู้เสียสละ
วช. เปิดเวที “รู้ทัน รับมือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” นำชุดความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม เตรียมความพร้อม เผชิญสถานการณ์ภัยพิบัติ
วช. เปิดเวที “รู้ทัน รับมือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” นำชุดความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม เตรียมความพร้อม เผชิญสถานการณ์ภัยพิบั...
-
ยินดีกับกิจกรรมดีๆ โครงการประกวดเรียงความ "เยาวชนรุ่นใหม่ รู้คิด รู้ทัน ร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด" ที่จัดขึ้นเมื่อ วันเสาร์ที่ 17 มกร...
-
ฉลองครบ 30 ปีแห่งความสำเร็จ ‘เจตนิน’ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก เติมเต็มความฝันให้กับทุกครอบครัว โรงพยาบาลเจตนิน โดย พล.ต...
-
ดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง สมาคมนักข่าวบันเทิงร่วมกับ “สายไหมอเวนิว”โดยมีผู้อำนวยการเขตสำนักงานเขตสายไหม เป็นประธานในการเปิดงาน เปิดรับบริจาคช่ว...