วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

Vida คว้ารางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione จาก Watsons 8 ปีซ้อน ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภค พร้อมขยายสู่แบรนด์ Health & Wellness เต็มรูปแบบ

Vida คว้ารางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione จาก Watsons 8 ปีซ้อน ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภค พร้อมขยายสู่แบรนด์ Health & Wellness เต็มรูปแบบ


ความสำเร็จที่สะท้อนทั้งยอดขายและความไว้วางใจของผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม


แบรนด์ Vida (วีด้า) สร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้ารางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione สุดยอดสินค้าขายดีประเภทผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลูต้าไทโอนเพื่อผิวกระจ่างใส บนเวที Watsons Health Wellness and Beauty Awards 2026 (HWB Awards 2026) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเวทีประกาศรางวัลด้านสุขภาพและความงามที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในประเทศไทย
ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็น ปีที่ 8 ติดต่อกัน ที่แบรนด์ Vida ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา สะท้อนถึงความนิยมของผลิตภัณฑ์และความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
งาน Watsons Health Wellness and Beauty Awards จัดขึ้นเพื่อยกย่องผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงามที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค โดยพิจารณาจาก ยอดขายจริงและเสียงตอบรับจากผู้บริโภค ทั้งในร้าน Watsons และช่องทาง Watsons Online ทำให้รางวัลดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันความสำเร็จของแบรนด์ในตลาดสุขภาพและความงามของไทย
ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณนวลพรรณ ชัยนาม Managing Director วัตสัน ประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัล 8 ปีแห่งความเชื่อมั่น สู่การเติบโตในมิติใหม่


คุณจีรณินทร์ เอื้ออารีมิตร
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แมทเซ็นเตอร์ จำกัด ในนามตัวแทนแบรนด์ Vida กล่าวว่า
“การได้รับรางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione จาก Watsons ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ Vida เพราะรางวัลนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของเราอย่างแท้จริง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยมาตรฐานที่เข้มงวด ควบคู่กับการนำองค์ความรู้ด้านโภชนาการและนวัตกรรมมาสร้างสรรค์สินค้า เพื่อให้ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในทุกช่วงชีวิต
ในปีนี้ Vida ได้ก้าวสู่การเป็น Health & Wellness Brand อย่างเต็มรูปแบบ เราไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องความงามภายนอกเท่านั้น แต่ต้องการมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพโดยรวมของผู้บริโภคไทยอย่างยั่งยืน”

ที่ผ่านมา Vida (วีด้า) เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์อาหารเสริมที่โดดเด่นด้านการดูแลผิวกระจ่างใสและลดปัญหาสิว และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับแนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น แบรนด์จึงได้ขยายวิสัยทัศน์สู่การเป็น Health & Wellness Brand อย่างเต็มรูปแบบ
เดินหน้าขยายไลน์สุขภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
ในช่วงปีที่ผ่านมา Vida ได้เปิดตัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพหลากหลายประเภท เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภค ได้แก่
• Vida CoQ10 ช่วยเสริมพลังงานระดับเซลล์และดูแลสุขภาพหัวใจ
• Vida Vit B Complex ช่วยบำรุงระบบประสาทและเพิ่มพลังงานในชีวิตประจำวัน
• Vida C-500 Complex Balance ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระ
• Vida Magnesium Bisglycinate Plus ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
• Vida Night PharmaGABA ช่วยผ่อนคลายและส่งเสริมการนอนหลับ
• Vida Gluta Plus ช่วยดูแลผิวกระจ่างใสอย่างต่อเนื่อง
• Vida Apple Cider ช่วยสนับสนุนระบบเผาผลาญและการควบคุมน้ำหนัก
การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางการเติบโตของแบรนด์ที่มุ่งเน้น การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) ไม่เพียงแค่ความงามภายนอก แต่ครอบคลุมถึงคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้บริโภค


ก้าวต่อไปของ Vida ในตลาดสุขภาพและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จตลอด 8 ปีที่ผ่านมา Vida ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการผลิต และขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง เพื่อตอบรับการเติบโตของ ตลาดสุขภาพและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตแบบองค์รวมมากยิ่งขึ้น
การได้รับรางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione ติดต่อกัน 8 ปี จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความสำเร็จของแบรนด์ในวันนี้ แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Vida เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายบทบาทสู่การเป็น Health & Wellness Brand ที่มุ่งดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคไทยในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569

เชิดชูเกียรติ รางวัลหนังสั้นไทย รักษ์สิ่งแวดล้อม ได้รับรางวัลในระดับเอเชีย

เชิดชูเกียรติ รางวัลหนังสั้นไทย รักษ์สิ่งแวดล้อม ได้รับรางวัลในระดับเอเชีย
 
            วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 ณ เดอะพุด องลิชการ์เด้น เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป คณะกรรมาธิการศาสนาคุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา โดยร่วมกับ สมาคมคาทอลิกแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย และสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย จัดงาน “เชิดชูเกียรติ รางวัลหนังสั้น รักษ์สิ่งแวดล้อม” (Honoring The Environmental Stewardship Short Film Award) ในโอกาสที่หนังสั้นจากโครงการนวัตกรรมรักษ์โลก ได้รับรางวัลในระดับเอเชีย ในโครงการประกวด Laudato Si’ Short Film Contest จัดโดย Radio Veritas Asia
            
ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการ การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา และเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดและผลักดัน”โครงการนวัตกรรมรักษ์โลก” ในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2562 ถึง พ.ศ.2567 ขณะดำรงตำแหน่งประธานฯ โดยได้ร่วมกับสมาคมคาทอลิกแห่งประเทศไทย และการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า “โครงการนี้ได้เริ่มขึ้นจากความตระหนักและเห็นความสำคัญของการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันเป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาประเทศชาติและโลก” ดร.ศิรินา ยังกล่าวอีกว่า “เป็ฯการเปิดพื้นที่ให้กับเด็ก เยาวชนและประชาชน ร่วมถ่ายทอดความคิดผ่านทางสื่อหนังสั้น และมีความร่วมมือกันของภาคศาสนา ภาครัฐ และภาคสังคม ตลอดระยะเวลาของงานจัดกิจกรรมนี้จนถึงปัจจุบันเกิดผลงานอันทรงคุณค่ากว่า 1300 ชิ้นงาน “
       
   
  อาร์คบิชอปฟรังซิสเซเวียร์วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้อธิบายถึงที่มาที่ไปของคำว่า Laudato Si’ อันเป็นชื่อของสมณสาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ที่ว่าด้วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเป็นชื่อของการจัดการประกวดในระดับเอเชีย โดยได้กล่าวว่า “สมณสาส์นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารคำสอน แต่เป็นเสียงเรียก ที่เชิญชวนให้เราทุกคน หันกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ของเรา กับพระผู้สร้าง กับเพื่อนมนุษย์ และกับโลกที่พระองค์ทรงสร้าง พระองค์ทรงบอกว่า โลกนี้คือ บ้านส่วนรวมของเรา การดูและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เพียงหน้าที่ต่อสิ่งแวดล้อม แต่เป็นหน้าที่ทางศีลธรรม เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ มโนธรรม เป็นการแสดงออกถึงความรักต่อพระเจ้า ฝ่านทางการดูแลสิ่งสร้างของพระองค์”
           
 ในส่วนของผู้จัดคือ Radio Veritas Asia ซึ่งเป็นงานด้านสื่อมวลชนในสหพัน์สภาพระสังฆราชแห่งเอเชีย โดยมี บาทหลวง John Mi Chen ผู้อำนวยการฯ เลขาธิการงานด้านสื่อสารสังคมในสหพันธ์สภาพระสังฆราชแห่งเอเชีย ได้ให้เกียรติเป็นผู้นำรางวัลอันประกอบไปด้วยโลห์รางวัล ใบปรกาศเกียติคุณ และเงินรางวัล 1000 ดอลล่าร์ มามอบให้กับผู้ได้รับรางวัล คือ ครอบครัวพิค คุณอรุณกร คุณพัชราวดี ด.ช.เนโฮวา และด.ญ.เซเรโซ พิค ในผลงานที่ชื่อ “รัก = ลงมือทำ”(Love in Action”
            บาทหลวง John Mi Chen ได้กล่าว ถึงการตัดสินใจมอบรางวัลให้กับทีมผู้ได้รับรางวัลในวันนี้ว่า “เป็นผลงานที่ชัดเจนในการให้ความหมายและแบบอย่าง ในหนังสั้นเรื่องนี้ยังให้แนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมง่ายๆ ใกล้ตัว ภายในบ้าน ในครอบครัว งานมีความเป็นสากล ในบรรดาผู้ส่งงานเข้ามาประกวด จำนวน88 ชิ้นงานจากทั่วเอเซียก็ถือว่าทุกงานมีคุณค่าใกล้เคียงกัน เพราะจากเนื้อหาที่สอดแทรกในการนำเสนอ ล้วนมีหัวใจห่วงใยสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น“
            หลังจากนั้นตัวแทนผู้ได้รับรางวัลได้กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า “ ตอนแรกที่ได้รับรางวัลรู้สึกประหลาดใจ เพราะเป็นเรื่องที่ดูเรียบง่าย ส่วนไอเดียเบื้องหลังมาจาก เราควรดูแลบ้านของเราก่อน สิ่งใกล้ตัวและถึงจะไปสู่โลกของเราได้” ส่วนเด็กชายเนโฮวา ผู้รับบทนำในหนังสั้นที่ได้รับรางวัลได้ตอบคำถามว่า“การมารับบทนี้ทำให้เขาสนใจเรื่องการรักโลก และอยากชวนให้ทุกคนร่วมกันรักษ์โลกด้วย”
 
            ในช่วงท้ายของงานเชิดชูเกียรติ รางวัลหนังสั้น รักษ์สิ่งแวดล้อม นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา คนปัจจุบัน ได้ยืนยันหนักแน่นถึง การสานต่อพันธกิจรักษ์โลก ให้ดำเนินต่อไปในคณะกรรมาธิการ พร้อมยกระดับ และขยายผลให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ผ่านกลไกทางศาสนา วัฒนธรรมและเครือข่ายพลังเยาวชนทั่วประเทศ เพื่อให้รัฐสภา เป็นศูนย์กลางในการส่งต่อแรงบันดาลใจของ”วัฒนธรรมสีเขียว” เพื่อต่อยอดเมล็ดพันธ์แห่งความดีให้เกติบโตยั่งยืน ให้โลกและลูกหลานสืบไป
 
            คณะผู้จัดงานในวันนี้ ผู้มอบรางวัล ผู้รับรางวัล และแขกผู้มาร่วมงานกว่า 80 ท่าน ได้สัมผัสและได้ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม อันเป็นบ้านที่เราอาศัยร่วมกัน นอกจากแรงบันดาลใจที่ได้รับแล้ว ยังตระหนักถึงการแปรเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เป็นวิถีชีวิต การกระทำ และเป็นความรักเพื่อร่วมกันดูแลโลกของเราให้งดงามต่อไป
            


Bangkok honors Catholic Association of Thailand as first prize winner of RVA Laudato Si’ short film contest

The Archdiocese of Bangkok honored the Catholic Association of Thailand and the Pik family for winning the first prize in the RVA-hosted Laudato Si’ Short Film Contest on March 3, 2026.
The Archdiocese of Bangkok held a ceremony at The Pud English Garden, eastern Bangkok, on March 3 to honor the Catholic Association of Thailand, which won first prize in the Laudato Si’ Short Film Contest organized by Radio Veritas Asia (RVA), recognizing its contribution to promoting ecological awareness through creative media.

Among those present at the event were Archbishop Francis Xavier Vira Arpondratana of Bangkok and president of the Catholic Bishops’ Conference of Thailand; Fr. John Mi Shen, Executive Secretary of the FABC Office of Social Communication and Program Director of Radio Veritas Asia; Dr. Sirina Pawarolarvithaya, former vice-chairperson of the Senate Committee on Religion, Morality, Ethics, Arts and Culture; and other Church and civic leaders.

The Catholic Association of Thailand’s short film, “Love in Action,” was declared the top winner in the RVA-hosted international contest commemorating the 10th anniversary of Laudato Si’, Pope Francis’ landmark encyclical on care for our common home. The winning entry received a cash prize of US$1,000, along with a certificate and trophy.

The contest, organized by RVA as part of its yearlong Laudato Si’ campaign, drew more than 80 entries from various communities and countries across Asia and beyond. Organizers described the strong participation as a concrete expression of commitment from filmmakers, families, and young communicators who used storytelling to highlight ecological responsibility.

The winners were first announced during an online ceremony on January 25.

The film “Love in Action” was directed and produced by the Pik family on behalf of the Catholic Association of Thailand, with Arunakorn Pik portraying the son, Nehowa Pik as the father, and Patcharawadee Pik as the mother. The short film centers on a simple family conversation about rising temperatures. What begins as a child’s question about the hot weather gradually unfolds into a reflection on environmental responsibility and the role of families in caring for creation.

In his address, Archbishop Francis Xavier Vira Arpondratana said the gathering was “not merely about presenting awards” but “a sign of hope.”

“It is a symbol that many people have not ignored the cry of the Earth, but have chosen to listen and respond with love and responsibility,” the archbishop said.

Quoting the message of Laudato Si’, he reminded participants that the Earth is “our common home,” not a possession to exploit, but a gift to protect and pass on.


“True change does not begin with policy; it begins with a change of heart,” he said. “When our hearts change, our actions change. And when many of our actions change, our world begins to change.”

Fr. John Mi Shen highlighted the importance of communication in promoting ecological conversion.

“Behind every film, there was a story. Behind every story, there was a voice. And behind every voice, there was hope,” he said.

Referring to the winning entry, he noted that “Love in Action” embodied the spirit of Laudato Si’.

“Ecological conversion does not always begin with major global conferences; sometimes it begins at the dining table, in daily life, in the questions of a child,” he said.

Fr. Mi Shen added that communicators in Asia are called not only to transmit information but to be “builders of awareness, storytellers of hope, and bridges of dialogue.”

During the ceremony, Dr. Sirina Pawarolarvithaya expressed pride in initiatives that link morality, ethics, and environmental stewardship. She said projects promoting conservation are “an important starting point for cultivating awareness and inspiration within society” and form “the essential foundation for sustainable national development.”

The event also featured recognition of the broader “World Conservation Innovation Project,” which has encouraged youth and public participation in environmental advocacy through creative media. Over the years, the initiative has received more than 1,300 submissions nationwide, demonstrating growing engagement in ecological issues.

Organizers said the ceremony underscored the role of families, youth, and Church institutions in advancing Pope Francis’ call to care for creation.

As Fr. Mi Shen concluded, the title of the winning film captured the Christian vocation itself: “Love for creation must become action. Love for humanity must become responsibility. Love for God must become care for our common home.”

กองทุน ววน. บพข.-สกสว.และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมกับองค์กรสากล UN Tourism, The Travel Foundation ขยายผลการวิจัย Net Zero Tourism ในงาน ITB Berlin 2026

กองทุน ววน. บพข.-สกสว.และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมกับองค์กรสากล UN Tourism, The Travel Foundation ขยายผลการวิจัย Net Zero Tourism ในงาน ITB Berlin 2026

องค์กรสากลด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลกให้ความสำคัญกับแนวทางการดำเนินการวิจัยของนักวิชาการไทยที่ร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานสำคัญของภาครัฐในการขยับฐานงาน Carbon Neutral Tourism: CNT มุ่งสู่ Net Zero Tourism Pathway เพื่อประกาศศักยภาพด้านการวิจัยชั้นนำของไทยเพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในเวทีโลกครั้งสำคัญในงาน ITB Berlin 2026 มหกรรมท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกผ่านการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)

โดย ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ที่ปรึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สกสว. (ด้านการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน) และประธานคณะทำงานกลั่นกรอง แผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์กรมหาชน), รองศาสตราจารย์ ดร. ธรรมศักดิ์ ยีมิน  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นพื้นฐาน (Nature - based Solutions) เพื่อขับเคลื่อน Net Zero Tourism สนับสนุนโดย บพข. และโครงการ “Policy Advisory and Technical Support to enhance Thailand’s Coastal and Marine Biodiversity Conversation and Promote Synergies with Climate Change and Sustainable Tourism” สนับสนุนโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย, คุณนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น อุปนายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวเครือข่ายเชิงนิเวศเอเชีย (AEN) และ Mr. Peter Richards สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชนในฐานะนักวิจัย โครงการการยกระดับการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์สู่การปล่อยก๊าซเรือกระจกเป็นศูนย์ในระดับสากล ระยะที่ 2 ได้เข้าร่วมงาน ITB Berlin 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 60 ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2569 ณ Berlin ExpoCenter City กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

การเข้าร่วม ITB Berlin 2026 ของนักวิชาการไทยครั้งนี้ เป็นการดำเนินการวิจัยภายใต้การสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม โดย สกสว. และ บพข. มุ่งเน้นการสร้างโอกาสด้านวิชาการโดยทีมงาน Thailand Together Net Zero Tourism: TNZT ได้นำผลงานเชิงวิชาการของ ววน. ตามแนวทางสากล อาทิ ระเบียบวิธี อบก., GSTC UN Tourism และ The Glasgow Declaration on Climate Action in Tourism มาร่วมแลกเปลี่ยนกับนานาประเทศชั้นนำที่สนใจเรื่องการท่องเที่ยวที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนเพื่อต่อยอดผลการดำเนินงานในระดับต้นแบบของสากล อาทิ UN Tourism ให้ความสำคัญของการดำเนินงานต้นแบบของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นโอกาสในการขยายผลไปยังประเทศอื่นๆที่สนใจ รวมทั้งเชิญชวนให้จัดตั้ง Working Group Climate Action Plan โดยในส่วนของ The Tourism Foundation ซึ่งได้ร่วมมือทำงานกับทีม Thailand Together Net Zero Tourism : TNZT ในพื้นที่เกาะสมุย ให้ความสนใจร่วมจัดทำ Tourism and Climate Summit ในเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ ยังมีการโชว์เคส Thailand Best Practices Lesson Learned  in Development ที่กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) กระทรวงการต่างประเทศ คัดเลือกผลงานของกองทุน ววน. โดย สกสว.และ บพข. (แผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ) จำนวน 3 เรื่อง ในเวทีวิชาการ Seminar the best practices from Thailand , supporting tourism MSMEs and local community to deriver Carbon Neutral, Net Zero and Accessible Tourism ใน Hall 4.1 ของงาน ITB Berlin 2026  ประกอบด้วย
 1. Carbon Neutral Tourism พื้นที่ต้นแบบ คือ วิสาหกิจชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นำเสนอโดย ดร. ปาริชาต สุนทรารักษ์ อุปนานายกสมาคมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย TEATA 
 2. Net Zero Tourism Pathway พื้นที่ต้นแบบ คือ ที่พักขนาดเล็ก ประเภท Eco Lodge ฮาร์โมนี่@ ห้วยลาน จังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอโดย คุณเปรมฤทัย โตเสริมกิจ ผู้ก่อตั้งและผู้จัดการฮาร์โมนี่@ห้วยลาน 
 3. Accessible Tourism พื้นที่ต้นแบบ คือ การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำเสนอโดย คุณนิธิ สืบพงษ์สังข์ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเพื่อความทั่วถึงและเท่าเทียม (สททท.) 


วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569

“พรพิมล มั่นฤทัย” หวนคืนจอใหญ่ในรอบ 30 ปี ปั้นโปรเจกต์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ “ล่าคืนร่าง” ดึง “เคน ภูภูมิ” ประกบ “กชเบล” พร้อมนักแสดงอินเตอร์ร่วมทัพ

“พรพิมล มั่นฤทัย” หวนคืนจอใหญ่ในรอบ 30 ปี ปั้นโปรเจกต์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ “ล่าคืนร่าง” ดึง “เคน ภูภูมิ” ประกบ “กชเบล” พร้อมนักแสดงอินเตอร์ร่วมทัพ


วงการภาพยนตร์ไทยคึกคักอีกครั้ง เมื่อผู้สร้างหญิงแกร่งแห่งค่ายโคลีเซี่ยมฟิล์ม พรพิมล มั่นฤทัย ประกาศหวนคืนสู่จอภาพยนตร์ในรอบกว่า 30 ปี กับโปรเจกต์แอ็คชั่นฟอร์มใหญ่เรื่อง “ล่าคืนร่าง” หลังจากฝากผลงานภาพยนตร์ระดับตำนานไว้กับเรื่อง “ตะวันเพลิง” ก่อนจะหันไปสร้างละครโทรทัศน์เรตติ้งสูงให้กับช่อง 7 มายาวนานกว่า 25 ปี

การกลับมาครั้งนี้ พรพิมลจับมือร่วมทุนกับพระเอกและผู้กำกับคนดัง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เด็กปั้นในอดีต เพื่อสร้างภาพยนตร์แอ็คชั่น–ทริลเลอร์เข้มข้นแนวไล่ล่าสุดระทึก ระหว่างมนุษย์และสัตว์ ที่ต้องต่อสู้เพื่อชิงชีวิตและเอาตัวรอด ภายใต้ชื่อบริษัท โคลีเซี่ยม เม่าท์เท่น อาร์ต จำกัด ร่วมกับ บิณฑ์ บูม บิซิเนส จำกัด โดยได้ผู้กำกับมือเก๋า ธนิตย์ จิตนุกูล มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์



ด้านทีมนักแสดงถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ เมื่อได้พระเอกชื่อดัง เคน–ภูภูมิ พงศ์ภาณุ มาประกบคู่กับนางเอกนางงามกระแสแรง กชเบล–ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ เป็นครั้งแรกบนจอภาพยนตร์ พร้อมเสริมทัพด้วยนักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตา แดเนียล สร้อยฟ้า พระเอกลูกครึ่งจากสวิตเซอร์แลนด์ และ อลิศ–ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน นักร้องสาวเสียงดีที่ก้าวขึ้นสู่จอเงินเป็นครั้งแรก


นอกจากนี้ยังมีนักแสดงฝีมือคุณภาพร่วมสร้างสีสัน อาทิ หมู–สมภพ เบญจาธิกุล, ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง, ก้อย–วาสนา สิทธิเวช และ อ้อย–จิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา มาร่วมแสดงในบทบาทพิเศษ
ล่าสุดภาพยนตร์ “ล่าคืนร่าง” ได้จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ณ วัดจักรวรรดิราชาวาส มหาวรวิหาร (วัดสามปลื้ม) เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของทีมผู้สร้างและนักแสดง


แฟนภาพยนตร์เตรียมสัมผัสความมันส์ของภาพยนตร์แอ็คชั่นไทยฟอร์มใหญ่ ที่ผสานความระทึกและดราม่าเข้มข้นใน “ล่าคืนร่าง” ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายทั่วประเทศช่วงปลายปี 2569 อย่างแน่นอน

ทูตอิหร่านแฉ! การโจมตีทำเด็ก–พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก เรียกร้อง UN จัดการด่วน

ทูตอิหร่านแฉ! การโจมตีทำเด็ก–พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก เรียกร้อง UN จัดการด่วน



กรุงเทพฯ 4 มีนาคม 2569 – ดร.นัสเซเรดดิน ไฮดารี เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย แถลงต่อสื่อมวลชนประณามการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ก้าวร้าวและละเมิดอธิปไตยของประเทศอย่างร้ายแรง รวมถึงขัดต่อมาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติ
ทูตอิหร่านระบุว่า การโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังมีการพุ่งเป้าไปยังผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลลาห์ เซเยด อาลี คาเมเนอี ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ


นอกจากนี้ อิหร่านยังกล่าวหาว่าการโจมตีทางทหารดังกล่าวส่งผลกระทบต่อพลเรือนจำนวนมาก โดยมีการโจมตีโรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่อยู่อาศัย ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงเด็กและสตรี พร้อมระบุว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
เอกอัครราชทูตอิหร่านยังเรียกร้องให้สหประชาชาติและประชาคมโลกดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อยุติการโจมตีดังกล่าว พร้อมนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม



ทั้งนี้ อิหร่านยืนยันว่าประเทศมีสิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และจะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่จนกว่าสถานการณ์จะยุติลง

พัสดุอำพรางและกองทัพมดดิจิทัล: เจาะลึกวิวัฒนาการใหม่ของเครือข่าย “ทุนเทาบุหรี่เถื่อน” ภาคใต้

พัสดุอำพรางและกองทัพมดดิจิทัล: เจาะลึกวิวัฒนาการใหม่ของเครือข่าย “ทุนเทาบุหรี่เถื่อน” ภาคใต้


ท่ามกลางการปราบปรามที่เข้มงวดของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกหน่วยงานภายใต้คำสั่งตรงจากรัฐบาล ขบวนการค้าสินค้าที่ลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายกำลังปรับตัวเพื่อความอยู่รอด จากเดิมที่เคยเป็นการวางขายหน้าร้านอย่างโจ่งแจ้งในย่านการค้า ปัจจุบันได้แปลงสภาพสู่ “ขบวนการล่องหน” ที่ใช้เทคโนโลยีเครือข่ายสังคมออนไลน์และระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนการซื้อขาย ข้อมูลล่าสุดจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการยาสูบแห่งประเทศไทยสะท้อนภาพวิกฤตที่ชัดเจนว่า บุหรี่ผิดกฎหมายพุ่งสูงขึ้นจนครองส่วนแบ่งถึง 25% ของตลาดบุหรี่ไทย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและรายได้ภาษีมหาศาลกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี

เส้นทางการลำเลียงบุหรี่เถื่อนเหล่านี้มีต้นทางซับซ้อน ตั้งแต่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนไปจนถึงตะวันออกกลาง โดยใช้ยุทธวิธีที่เรียกว่า “ยูเทิร์นทางทะเล” เป็นไม้ตายสำคัญ สินค้าจะถูกสำแดงเท็จว่าเป็นสินค้าผ่านแดนเพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม แต่ในความเป็นจริงกลับมีการลักลอบขนถ่ายกลางอ่าวไทย ก่อนจะใช้เรือประมงขนาดเล็กวนกลับ ทยอยลำเลียงขึ้นฝั่งตามแนวชายฝั่งจังหวัดตรัง สตูล นราธิวาส และสงขลา นอกจากนี้ยังมีเส้นทางบกผ่านช่องทางธรรมชาติที่อาศัยรถกระบะดัดแปลงขนส่งเข้าสู่ “โกดังลับ” หรืออาคารร้างตามรอยต่อจังหวัด เพื่อรอการแปลงสภาพเป็นพัสดุธรรมดาที่ดูแนบเนียนที่สุด
จุดเปลี่ยนที่สำคัญในการกระจายสินค้าภายในประเทศคือการเปลี่ยนผ่านสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มตัว กลุ่มนายทุนเทาได้สร้างเครือข่าย “กองทัพมดดิจิทัล” บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook X (Twitter) และ LINE เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ การชำระเงินถูกจัดการผ่าน “บัญชีม้า” เพื่อตัดตอนเส้นทางการเงินไม่ให้สาวถึงตัวการใหญ่ ขณะที่การจัดส่งถูกส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนและไปรษณีย์ไทยในคราบของสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น เครื่องสำอาง หรือน้ำพริก โดยมีศูนย์คัดแยกในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่สูบฉีดสินค้าเถื่อนกระจายไปสู่มือผู้ซื้อทั่วประเทศภายในเวลาไม่กี่วัน
สถิติที่น่าตกใจจากการสำรวจการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายล่าสุดในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 พบว่า จังหวัดสตูลนำโด่งเป็นอันดับ 1 มีสัดส่วนการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายสูงถึง 87% เนื่องด้วยภูมิศาสตร์ที่เป็นท่าเรือและชายแดนทางทะเล ตามมาด้วยจังหวัดพัทลุง ในอันดับที่ 2 ที่กลายเป็นฐานกระจายรายย่อยสำคัญ และสงขลา ตามมาเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของเครือข่าย แม้ปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” ของกรมการปกครองในช่วงต้นปี 2569 จะสามารถทลายโกดังรายใหญ่ในหาดใหญ่และยึดของกลางได้นับสิบล้านมวน แต่นั่นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่ลอยพ้นน้ำเท่านั้น
การกวาดล้างบุหรี่เถื่อนในยุคใหม่จึงไม่อาจหยุดอยู่แค่การจับกุมหน้างานหรือยึดของกลางรายวัน แต่จำเป็นต้องอาศัยมาตรการที่เข้มข้นกว่านั้น ทั้งการตัดวงจรการเงินของทุนเทา การตรวจสอบพัสดุจากต้นทางจังหวัดชายแดนอย่างเคร่งครัด และการเอาผิดถึงตัวการระดับนายทุนเจ้าของโกดัง เพราะหากปล่อยให้ขบวนการนี้เติบโตต่อไป ไม่เพียงแต่รัฐจะสูญเสียรายได้มหาศาล แต่ร้านค้าโชห่วยที่ทำมาหากินอย่างถูกต้องกว่า 400,000 รายทั่วประเทศ จะต้องเผชิญกับภาวะล่มสลายจากการถูกทุนเทาเข้ามาบิดเบือนกลไกตลาดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569

Laifen เดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศไทย เปิดตัวในงาน “Beyond The Limits” พร้อม “เก่ง หฤษฎ์” แบรนด์พรีเซนเตอร์ประจำประเทศไทย ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว

Laifen เดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศไทย เปิดตัวในงาน “Beyond The Limits” พร้อม “เก่ง หฤษฎ์” แบรนด์พรีเซนเตอร์ประจำประเทศไทย ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว 

กรุงเทพมหานคร – 1 มีนาคม 2026 Laifen แบรนด์ไดร์เป่าผมเทคโนโลยีขั้นสูงชั้นนำระดับโลก เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเปิดตัวป๊อปอัพสโตร์ “Beyond The Limits” ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ภายในงานได้รับเกียรติจาก “เก่ง หฤษฎ์” แบรนด์พรีเซนเตอร์ประจำประเทศไทย มาร่วมพบปะแฟนๆ และสื่อมวลชน พร้อมถ่ายทอดแนวคิดการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความงามในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ภายในงานยังถือเป็นการเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลที่กำลังขยายตัวของ Laifen สู่ตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ ไม่เพียงแต่ไดร์เป่าผมความเร็วสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าและแปรงสีฟันไฟฟ้า ซึ่งล้วนได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญทั้งด้านประสิทธิภาพการใช้งานและความประณีตด้านดีไซน์ที่ทันสมัย
นวัตกรรมระดับโลกสู่ทุกครัวเรือนไทย
นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2019 Laifen มีผู้ใช้งานมากกว่า 20 ล้านคนในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
คุณคิม ตัวแทน Laifen ประเทศไทย กล่าวว่า “เราต้องการทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีคุณภาพสูงได้ โดยเป้าหมายของเราคือการนำผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลระดับมืออาชีพเข้าสู่ทุกครัวเรือนไทย ในราคาที่สมเหตุสมผล”
เก่ง หฤษฎ์ เผยเคล็ดลับการดูแลตัวเองในวันที่เร่งรีบ

ผู้ชมภายในงานต่างส่งเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่นเมื่อนักแสดงและนักร้อง “เก่ง หฤษฎ์” ปรากฏตัวบนเวที พร้อมแบ่งปันเคล็ดลับการดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ แม้จะมีตารางงานที่แน่น ก่อนจะชวนทุกคนสัมผัสประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ Laifen แบบใกล้ชิด ผ่านการสาธิตไดร์เป่าผมที่ช่วยให้ผมแห้งรวดเร็วทันใจ และเครื่องโกนหนวดไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงฟังก์ชันกันน้ำที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น
“ด้วยตารางชีวิตที่เร่งรีบ ผมต้องการอุปกรณ์ที่ทั้งทำงานได้รวดเร็วและมีดีไซน์ที่โดดเด่น เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า Laifen มาพร้อมระบบ Linear Motor ให้ผลลัพธ์การโกนที่สะอาด เรียบเนียน และแม่นยำ พร้อมความสบายผิว ดีไซน์ที่ทั้งดูพรีเมียมและทันสมัย สำหรับผม นี่ไม่ใช่เพียงเครื่องมือดูแลตัวเอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ช่วยประหยัดเวลาและทำให้ผมมั่นใจได้ในทุกวัน” เก่งกล่าว


กิจกรรมช่วงพบปะแฟนคลับนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเก่งได้ร่วมถ่ายภาพกับแฟนคลับผู้โชคดีอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ผลิตภัณฑ์ Laifen ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น ด้วยดีไซน์เรียบหรูและทันสมัย ที่กลมกลืนและเข้ากันได้อย่างลงตัวกับบุคลิกที่เปี่ยมเสน่ห์ของเก่ง
สัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีแห่งอนาคต ถึง 4 มีนาคมนี้!
ป๊อปอัพสโตร์ “Beyond The Limits” ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมได้ทดลองประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ Laifen ผ่านโซนแสดงผลแบบโต้ตอบ (Interactive Displays) เพื่อสัมผัสพลังของเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด
ตั้งแต่ไดร์เป่าผมไปจนถึงเครื่องโกนหนวด Laifen สะท้อนให้เห็นว่าอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถผสานพลังการใช้งานเข้ากับดีไซน์ที่โดดเด่นได้อย่างลงตัว ขณะที่กระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมงานก็ยิ่งตอกย้ำถึงความนิยมของแบรนด์ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
ป๊อปอัพสโตร์ Laifen ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 4 มีนาคมนี้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดลองผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด และสัมผัสประสบการณ์การผสานเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์ให้สะดวกสบายและมีสไตล์ยิ่งขึ้น
ติดตามข่าวสารและอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่!
Instagram: laifen_thailand
Facebook: Laifen Thailand
TikTok: @laifen.thailand (Laifen Thailand)

เกี่ยวกับ Laifen                                             
Laifen ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย วิศวกรรม และการผลิตภายในองค์กร โดยแบรนด์ได้เริ่มต้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีมอเตอร์ความเร็วสูงแบบไร้แปรงถ่าน (Brushless Motor) อันเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท และได้ขยายสู่หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม การดูแลผิวหน้า และสุขภาพช่องปาก
ด้วยจุดเด่นด้านประสิทธิภาพระดับมืออาชีพ ควบคู่กับการออกแบบที่ใส่ใจรายละเอียดและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน Laifen มุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมการดูแลส่วนบุคคลที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ทั่วโลก

Vida คว้ารางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione จาก Watsons 8 ปีซ้อน ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภค พร้อมขยายสู่แบรนด์ Health & Wellness เต็มรูปแบบ

Vida คว้ารางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione จาก Watsons 8 ปีซ้อน ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภค พร้อมขยายสู่แบรนด์ Health &...