เรื่องของข่าว
วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
“มาดามขวัญ” CEO Vega Natural เจิดจรัสในค่ำคืน Thai Gala Night 2026 นั่งแท่นกรรมการตัดสิน-หนุนพลังสตรีไทยสู่สากล
HomePro Circular Economy Movement ‘เปลี่ยน’ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า | CHANGE FOR BETTER LIVING
วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
มหกรรม Thailand Greenest Cities Forum & Expo 2026@Phuket: วิสัยทัศน์กลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองเขียว ศูนย์กลางการแพทย์ และเมืองสุขภาพของภาคใต้ ปี 2040 (พ.ศ.2583)
บทเรียนอาเซียนชี้ว่า “ภาษีบุหรี่อัตราเดียว” คือทางออกของรายได้รัฐและการสกัดบุหรี่เถื่อน โดยรองศาสตราจารย์ ดร. ภัทรกิตติ์ เนตินิยม นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน
บทเรียนอาเซียนชี้ว่า “ภาษีบุหรี่อัตราเดียว” คือทางออกของรายได้รัฐและการสกัดบุหรี่เถื่อน
ประเทศไทยเป็นสมาชิกในกลุ่มอาเซียน ซึ่งสินค้าที่ผลิตในประเทศสมาชิกและมีการนำเข้ามาไทยส่วนใหญ่จะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากร ในกรณีของบุหรี่ ผู้นำเข้าเพื่อจำหน่ายยังมีภาระภาษีจากอัตราสรรพสามิต และภาระจากภาษี Ear Mark Tax ต่างๆ เช่น สสส. หรือ Thai PBS เป็นต้น ในขณะที่ผู้ผลิตก็ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับผู้นำเข้า โดยล่าสุดบทความวิจัย เรื่อง The Structural Design of Tobacco Control and the Shadow Economy: Revenue Integrity and Illicit Tobacco Trade in Selected ASEAN Countries เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 โดย Friedrich Schneider จาก Johannes Kepler University และ Alban Asllani จาก University of East London ซึ่งศึกษาประสบการณ์ของ 6 ประเทศอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างภาษี การบังคับใช้กฎหมาย และปัญหาบุหรี่ผิดกฎหมาย
งานวิจัยฯ พบว่า ปัญหาบุหรี่ผิดกฎหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับภาษีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับโครงสร้างภาษีด้วย ประเทศที่ใช้ระบบภาษีเรียบง่าย โปร่งใส และคาดการณ์ได้ ส่วนใหญ่มีการจัดเก็บรายได้มีประสิทธิภาพมากกว่าและมีช่องโหว่น้อยกว่า ขณะที่ระบบภาษีที่ซับซ้อนหรือแบ่งหลายอัตรามักสร้างแรงจูงใจให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษี การบิดเบือนราคา และการย้ายไปสู่สินค้านอกระบบที่ไม่เสียภาษี
อินโดนีเซียเป็นตัวอย่างสำคัญของประเทศที่เคยมีโครงสร้างภาษีบุหรี่ที่ซับซ้อนมาก โดยเคยมีอัตราภาษีถึง 19 ขั้น ก่อนจะทยอยลดลงเหลือ 8 ขั้นในปัจจุบัน งานวิจัยฯ พบว่า ความซับซ้อนเปิดช่องให้ผู้ผลิตพยายามคงการผลิตให้อยู่ในกลุ่มภาษีต่ำ หรือปรับรูปแบบสินค้าเพื่อเสียภาษีน้อยลง ส่งผลให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษีและการผลิตนอกระบบอย่างแพร่หลาย บทเรียนจากอินโดนีเซียชี้ให้เห็นว่า ระบบภาษียิ่งซับซ้อน การจัดเก็บภาษีก็ยิ่งยาก และตลาดผิดกฎหมายก็ยิ่งมีพื้นที่เติบโตมากขึ้น
ด้านมาเลเซียสะท้อนอีกมิติหนึ่งของปัญหา หลังการปรับขึ้นภาษีบุหรี่อย่างรวดเร็วในปี 2558 ช่องว่างระหว่างราคาบุหรี่ถูกกฎหมายกับบุหรี่เถื่อนขยายตัวอย่างมาก จนมาเลเซียกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนบุหรี่ผิดกฎหมายสูงที่สุดในภูมิภาค งานวิจัยชี้ว่า หากราคาสินค้าถูกกฎหมายสูงขึ้นเร็วกว่าศักยภาพในการปราบปรามการลักลอบนำเข้า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่รายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการขยายตัวของตลาดผิดกฎหมายแทน
ในทางกลับกัน ฟิลิปปินส์ถูกยกเป็นกรณีศึกษาความสำเร็จที่สำคัญ ก่อนปี 2555 ฟิลิปปินส์ใช้ระบบภาษีบุหรี่หลายอัตราเช่นเดียวกับไทย แต่ได้ปฏิรูปครั้งใหญ่ผ่านกฎหมาย Sin Tax Reform โดยเปลี่ยนไปใช้ระบบภาษีอัตราเดียว ทำให้รายได้ภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การจัดเก็บมีความโปร่งใสมากขึ้น และรัฐสามารถนำรายได้ไปสนับสนุนระบบหลักประกันสุขภาพได้มากขึ้น แม้ยังมีปัญหาบุหรี่ลักลอบนำเข้าบางส่วน แต่โครงสร้างภาษีที่เรียบง่ายทำให้การจัดเก็บภาษีบุหรี่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
สิงคโปร์เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ แม้จะใช้อัตราภาษีในระดับสูง แต่ใช้โครงสร้างภาษีที่เรียบง่าย โดยใช้ภาษีปริมาณเพียงอย่างเดียว ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ส่งผลให้สัดส่วนตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายอยู่ในระดับต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค บทเรียนจากสิงคโปร์คือ ความเรียบง่ายของระบบภาษีช่วยให้รัฐสามารถตรวจสอบการจัดเก็บภาษีและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนเวียดนามกำลังอยู่ระหว่างการปฏิรูปภาษีผ่านการทยอยลดการพึ่งพาภาษีตามมูลค่าและเพิ่มบทบาทของภาษีตามปริมาณ เหตุผลสำคัญคือภาษีตามมูลค่าสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตกำหนดราคาสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษี ขณะที่ภาษีตามปริมาณมีความโปร่งใสกว่าและช่วยให้รัฐคาดการณ์รายได้ได้ดีขึ้น เวียดนามจึงเป็นอีกประเทศที่กำลังเดินไปในทิศทางเดียวกับแนวปฏิบัติสากล
เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย จะพบว่าไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ยังคงใช้ระบบภาษีบุหรี่ 2 อัตรา โดยกำหนดอัตราภาษีตามมูลค่าที่แตกต่างกันตามระดับราคาขายปลีก โครงสร้างดังกล่าวสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการตั้งราคาสินค้าให้อยู่ในช่วงที่ได้รับประโยชน์ทางภาษี และทำให้ตลาดเกิดการแข่งขันบริเวณจุดตัดของภาษีมากกว่าการแข่งขันตามกลไกปกติของตลาด
งานวิจัยข้างต้น ยังระบุว่าประเทศไทยมีสัดส่วนบุหรี่ผิดกฎหมายประมาณร้อยละ 28.1 ของตลาด ส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ทางตรง และทางอ้อมปีละประมาณ 560–920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.8-3.0 หมื่นล้านบาทต่อปี) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าปัญหาของไทยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการลักลอบนำเข้า แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดจากระบบภาษีซึ่งสร้างช่องว่างทางราคาและแรงจูงใจให้บุหรี่ผิดกฎหมายเข้ามาแข่งขันในตลาดได้ง่ายขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบบทเรียนจากอาเซียน จะเห็นว่าฟิลิปปินส์เลือกยกเลิกระบบหลายอัตรา อินโดนีเซียพยายามลดความซับซ้อนของโครงสร้างภาษี เวียดนามกำลังเพิ่มสัดส่วนภาษีตามปริมาณ ขณะที่สิงคโปร์ยังคงใช้ระบบที่เรียบง่ายมาโดยตลอด แนวโน้มของภูมิภาคจึงชัดเจนว่า ประเทศต่าง ๆ กำลังมุ่งไปสู่ระบบภาษีที่บริหารง่ายและมีช่องโหว่น้อยลง ไม่ใช่ระบบที่ซับซ้อนมากขึ้น
งานวิจัยดังกล่าว เสนอแนะว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐจะเพิ่มขึ้น หากใช้ระบบภาษีบุหรี่อัตราเดียว (Uniform tax rate) และเพิ่มน้ำหนักของภาษีตามปริมาณ (Specific tax) มากขึ้น เพื่อให้ระบบภาษีมีความเรียบง่าย โปร่งใส ลดการบิดเบือนราคา และเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้รัฐควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการปรับภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไปและคาดการณ์ได้ พร้อมยกระดับการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายโดยใช้ข้อมูลและการสืบสวนเชิงลึกมากขึ้น
วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
อธิบดีสรรพสามิตรับภาษีบุหรี่ 2 อัตรา ลดประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้ เตรียมชงโครงสร้างอัตราเดียว รอรับฟังนักวิชาการก่อนเสนอคลัง
อธิบดีกรมสรรพสามิตส่งสัญญาณเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว หลังยอมรับต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีว่า การจัดเก็บภาษีบุหรี่ในรูปแบบ 2 อัตรา ส่งผลให้ประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีลดลง พร้อมเผยว่าการศึกษาที่จะปรับเป็นโครงสร้างแบบอัตราเดียวได้ดำเนินการแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ ก่อนเสนอแนวทางต่อกระทรวงการคลังพิจารณา
จากการซักถามของกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย รวมทั้งนายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคภูมิใจไทย ได้สอบถามผู้แทนกรมสรรพสามิต นำทีมโดยอธิบดี ดร.พรชัย ฐีระเวช ถึงปัญหาของการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ภายใต้โครงสร้างแบบ 2 อัตรา ที่ส่งผลให้รายได้จากภาษีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าสูญเสียรายได้ถึงปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงช่องโหว่ที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านการจัดเก็บรายได้ได้ ขณะเดียวกันปัญหาบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นยิ่งส่งผลกระทบต่อรายได้สรรพสามิต
นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน ตั้งคำถามต่อตัวแทนกรมสรรพสามิตว่า “อยากสอบถามว่ากรมสรรพสามิตมีกรอบระยะเวลาในการทบทวนและปรับโครงสร้างสรรพสามิตบุหรี่อย่างไร และได้มีการประเมินผลกระทบของโครงสร้างภาษี 2 อัตราอย่างเป็นระบบแล้วหรือไม่ มีผลการประเมินชี้ว่าควรปรับปรุงในประเด็นใดและมีแผนเร่งรัดในการปรับโครงสร้างภาษีในส่วนนี้หรือไม่” ในขณะที่นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ ก็ตั้งคำถามถึงการปรับโครงสร้างบุหรี่เช่นเดียวกัน
“เนื่องจากความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบที่โดนตัดโควตาการปลูกจากการปรับภาษีและปัญหาราคาบุหรี่ที่ปัจจุบันราคาจะมากระจุกตัวกันอยู่ที่ประมาณ 70 บาท เรื่องภาษี 2 อัตรามีการพูดกันมาในกรรมาธิการวิสามัญฯ อย่างน้อย 2 ครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด รวมทั้งเกิดปัญหาหลายอย่างกับระบบภาษี อาทิ รายได้สรรพสามิตจากบุหรี่ลดลงถึงร้อยละ 31 ขณะที่ชาวไร่ยาสูบถูกตัดโควต้าไปกว่าร้อยละ 50 ขณะที่บุหรี่เถื่อนเพิ่มจากร้อยละ 3 ไปร้อยละ 25 ตั้งแต่ปีที่มีการปรับโครงสร้างภาษีปี 2560” นายบุญชัยซักและถามต่อไปถึงประเด็นการเข้าเป็นสมาชิก OECD หรือองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-Operation and Development) ด้วยว่า
“ประเทศไทยตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้เร็วขึ้นจาก 5 ปี มาเป็นภายใน 3 ปี แต่ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในเจ็ดประเทศที่ยังใช้ภาษีหลายอัตรา เมื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD แล้ว จะปรับโครงสร้างให้เป็นภาษีแบบสากลได้หรือไม่และได้เมื่อไร”
ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิตชี้แจงต่อกรรมาธิการว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่ที่แบ่งเป็นหลายอัตรา ทำให้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งหันไปเลือกบริโภคบุหรี่ในกลุ่มราคาต่ำ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีลดลงตามที่กรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตไว้
อธิบดีกรมสรรพสามิตยังระบุว่า ได้ศึกษาทางเลือกในการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียวเสร็จสิ้นแล้ว แต่เพื่อให้การดำเนินนโยบายมีความรอบคอบที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ ก่อนรวบรวมข้อเสนอประกอบการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยกรอบระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับผลการรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมยาสูบ การจัดเก็บรายได้ของรัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
สำหรับปัญหาบุหรี่เถื่อน กรมสรรพสามิตยืนยันว่าไม่ได้ละเลยการบังคับใช้กฎหมาย โดยกำหนดมาตรการปราบปรามครอบคลุมทั้ง ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เริ่มจากการสกัดกั้นตามแนวชายแดน การติดตามเครือข่ายกระจายสินค้าและการขนส่ง ร่วมกับการสร้างความตระหนักแก่ผู้บริโภคถึงความเสี่ยงจากการใช้บุหรี่เถื่อน ซึ่งอาจไม่ได้มาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
“การปราบปรามบุหรี่เถื่อนได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานและภาคเอกชน ทำให้ผลการจับกุมและการเชื่อมโยงเครือข่ายการกระทำผิดเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 30–40% สะท้อนถึงความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการเตรียมปรับปรุงโครงสร้างภาษียาสูบในอนาคต”
วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
4 ภาคีเครือข่าย รวมพลังจัดโครงการเยาวชนต้านภัยยาเสพติด
“มาดามขวัญ” CEO Vega Natural เจิดจรัสในค่ำคืน Thai Gala Night 2026 นั่งแท่นกรรมการตัดสิน-หนุนพลังสตรีไทยสู่สากล
“มาดามขวัญ” CEO Vega Natural เจิดจรัสในค่ำคืน Thai Gala Night 2026 นั่งแท่นกรรมการตัดสิน-หนุนพลังสตรีไทยสู่สากล “คุณขวัญ - ทัศนีย์ วรรณทอง”...
-
ทำบุญง่ายๆ…อยู่ที่ปลายนิ้ว เป็นสะพานบุญ ส่งต่อ…กดแชร์ สาธุ 🙏 สาธุ 🙏 สาธุ 🙏
-
ยินดีกับกิจกรรมดีๆ โครงการประกวดเรียงความ "เยาวชนรุ่นใหม่ รู้คิด รู้ทัน ร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด" ที่จัดขึ้นเมื่อ วันเสาร์ที่ 17 มกร...
-
ฉลองครบ 30 ปีแห่งความสำเร็จ ‘เจตนิน’ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก เติมเต็มความฝันให้กับทุกครอบครัว โรงพยาบาลเจตนิน โดย พล.ต...