เรื่องของข่าว
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569
อลังการสมศักดิ์ศรี! สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ แถลงข่าวใหญ่ “มณีเมขลา ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” ทัพสื่อมวลชน-คนบันเทิงกว่า 400 ชีวิต ร่วมงานคับคั่ง ปักหมุดวันประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ปลายเดือน ตุลาคมนี้!
อลังการสมศักดิ์ศรี! สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ แถลงข่าวใหญ่ “มณีเมขลา ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” ทัพสื่อมวลชน-คนบันเทิงกว่า 400 ชีวิต ร่วมงานคับคั่ง ปักหมุดวันประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ปลายเดือน ตุลาคมนี้!
เติมความอร่อยแบบฟูลฟีลฟิน กับ"ครัวคุณต๋อยยกทัพ บุก เซ็นทรัล มหาชัย"
วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
Cosmoprof CBE ASEAN 2026 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ที่กรุงเทพฯ พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการความงามระดับโลกสู่โอกาสทางธุรกิจในตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
Cosmoprof CBE ASEAN 2026 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ที่กรุงเทพฯ พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการความงามระดับโลกสู่โอกาสทางธุรกิจในตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
กรุงเทพฯ, 24 มิถุนายน 2569 – งาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพมหานคร พร้อมต้อนรับผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมความงามจากทั่วโลก ระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 โดยในฐานะงานแสดงสินค้าด้านความงามชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม งานดังกล่าวได้ตอกย้ำบทบาทการเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงธุรกิจและสร้างโอกาสทางการค้าในหนึ่งในตลาดความงามที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดของโลก
โดยในปี 2569 มีผู้แสดงสินค้ามากกว่า 730 ราย เพิ่มขึ้น 12% จากปี 2568 งานจัดขึ้นบนพื้นที่จัดแสดงรวม 33,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 6 ฮอลล์ บนพื้นที่ 2 ชั้น ซึ่งขยายใหญ่ขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับการจัดงานครั้งก่อน สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมความงามในภูมิภาค โดยสัดส่วนผู้แสดงสินค้าประกอบด้วยผู้ประกอบการจากประเทศไทย 47% และจากต่างประเทศ 53%
สำหรับพื้นที่จัดแสดงสินค้า Cosmoprof CBE ASEAN ซึ่งรวบรวมผลิตภัณฑ์ความงามสำเร็จรูปจากแบรนด์ต่าง ๆ ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ฮอลล์ 1–3 คิดเป็น 48% ของพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด ขณะที่ Cosmopack CBE ASEAN ซึ่งมุ่งเน้น Supply Chain และอุตสาหกรรมต้นน้ำของธุรกิจความงาม จัดแสดง ณ ชั้น LG ฮอลล์ 5–7 คิดเป็น 52% ของพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด
เปิดตัวครั้งแรกในปี 2569 กับ Cosmopack CBE ASEAN เวทีสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมความงาม Supply Chain ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบ การพัฒนาสูตร การรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) การผลิตสินค้าแบรนด์ของตนเอง (Private Label) บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักร ระบบการพิมพ์และฉลาก รวมถึงโซลูชันแบบครบวงจรไว้ในที่เดียว
งาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมงานกว่า 25,000 ราย โดยมีผู้ซื้อศักยภาพสูง (Hosted Buyers) มากกว่า 550 ราย จากประเทศไทย ประเทศสมาชิกอาเซียน อินเดีย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และยุโรป ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปี 2568 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากผู้ประกอบการทั่วโลกที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจในตลาดความงามของภูมิภาคอาเซียน การเติบโตอย่างต่อเนื่องของ Cosmoprof CBE ASEAN ยังสะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยบนเวทีอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าและการจัดประชุมระดับนานาชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Thailand Convention and Exhibition Bureau (TCEB) หรือสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลกด้านอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE)
“วิสัยทัศน์ของ TCEB คือการเชื่อมโยงงานแสดงสินค้าระดับโลกอย่าง Cosmoprof CBE ASEAN เข้ากับผู้เข้าร่วมงานจากนานาชาติ เพื่อยกระดับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าในประเทศไทยให้ก้าวไปอีกขั้น ธุรกิจไมซ์มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยชื่อเสียงและมาตรฐานคุณภาพอันโดดเด่นของ Cosmoprof CBE ASEAN งานนี้จึงเป็นเวทีที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ เรารู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานอันทรงเกียรตินี้ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการได้มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมความงามระดับโลก เพราะความสำเร็จของพวกเขาคือความสำเร็จของประเทศไทย” ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ประธานสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) กล่าว
Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ยังได้รวบรวม 5 พาวิลเลียนนานาชาติ ได้แก่ อิตาลี ไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน และประเทศไทย เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และศักยภาพของผู้ประกอบการจากแต่ละประเทศให้แก่ผู้ซื้อและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมความงามจากทั่วโลก ภายในงานปีนี้ ได้มอบเกียรติให้ ประเทศอิตาลี เป็น Country of Honour หรือประเทศเกียรติยศประจำการจัดงานปี 2569 โดยมีบริษัทจากอิตาลีเข้าร่วมจัดแสดงจำนวน 20 บริษัท ภายใต้ Italian Country Pavilion ซึ่งจัดขึ้นโดย ITA – Italian Trade Agency ร่วมกับ Cosmetica Italia สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลแห่งอิตาลี นำเสนอศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมของผู้ประกอบการความงามจากอิตาลี ครอบคลุมหลากหลายสาขาของอุตสาหกรรมความงาม เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจและสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียนและตลาดโลก
นางเปาลา กุยดา (Paola Guida) ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าอิตาลี (ITA) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองการกลับมาของพาวิลเลียนอิตาลีในงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 และนับเป็นปีที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับอิตาลี เนื่องจากได้รับเกียรติให้เป็น Country of Honour ประจำการจัดงานในปีนี้
ดิฉันขอขอบคุณสำหรับความร่วมมืออันยาวนานระหว่างสำนักงานส่งเสริมการค้าอิตาลี (ITA) และ Cosmoprof CBE ASEAN ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ร่วมกันสร้างโอกาสทางธุรกิจอันมีคุณค่าให้กับบริษัทอิตาลีในการเชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจากทั่วภูมิภาค
สำหรับปีนี้ พาวิลเลียนอิตาลีได้รวบรวมบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอางจากอิตาลีจำนวน 20 บริษัท เพื่อร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมภายใต้แนวคิด ‘Made in Italy’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นเลิศที่ทำให้อุตสาหกรรมความงามของอิตาลีได้รับการยอมรับในระดับโลก”
โปรแกรมสัมมนาและกิจกรรมพิเศษ เจาะลึกข้อมูลตลาด สร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจ
Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ยังจัดเต็มด้วยโปรแกรมสัมมนา กิจกรรมพิเศษ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมความงามเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของตลาด มุมมองด้านเทรนด์ และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เนื้อหาครอบคลุมประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรม อาทิ แนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน กฎระเบียบและข้อกำหนดด้านอุตสาหกรรม การสร้างแบรนด์
นอกจากนี้ Cosmopack CBE ASEAN ยังนำเสนอ The Sunscreen Factory นิทรรศการเชิงประสบการณ์รูปแบบ Live Installation ที่จำลองกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดแบบครบวงจร โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ชั้นนำของไทย ได้แก่ DERMA INNOVATION COMPANY LIMITED, PROPACK ASIA COMPANY LIMITED, THER LINE, NAPAT PACKAGING COMPANY LIMITED และ SELCON CO., LTD. ผู้เข้าชมจะสัมผัสเส้นทางการผลิตผลิตภัณฑ์จริง ตั้งแต่การคิดค้นและพัฒนาสูตร การคัดเลือกวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์
งาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพมหานคร พร้อมต้อนรับผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมความงามจากทั่วโลก ให้มาร่วมค้นหาโอกาสทางธุรกิจ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมความงามในภูมิภาคอาเซียนและตลาดโลกไปด้วยกัน
DITP เดินหน้าติดอาวุธผู้ประกอบการไทย จัดอบรมครั้งที่ 4 เสริมความพร้อมขายสินค้าไทยผ่าน e-Commerce สู่ตลาดโลก
DITP เดินหน้าติดอาวุธผู้ประกอบการไทย จัดอบรมครั้งที่ 4 เสริมความพร้อมขายสินค้าไทย
ผ่าน e-Commerce สู่ตลาดโลก
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้พร้อมก้าวสู่ตลาดการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ จัดกิจกรรมการฝึกอบรมและสัมมนาสำหรับตัวแทนร้านค้าไทย ในตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 4 ภายใต้โครงการการจัดซื้อจัดจ้างระบบบริหารโครงการส่งสินค้าไทยสู่ตลาดโลก เพื่อเสริมองค์ความรู้ด้านการขายสินค้าไทยผ่านช่องทาง
e-Commerce ต่างประเทศอย่างเป็นระบบ
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ ห้อง Grand Chambray Ballroom โรงแรม
อวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ โดยมีผู้ประกอบการ ตัวแทนร้านค้าไทยในตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หน่วยงานพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศเข้าร่วม เพื่อเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจไทยสามารถขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าไปยัง ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการนี้ ดร.สุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
ได้ให้เกียรติในการกล่าวเปิดกิจกรรม โดยเน้นย้ำว่า “ในปัจจุบันการดำเนินธุรกิจในตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ ไม่ได้อาศัยเพียงคุณภาพของสินค้าเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความพร้อม
ในหลายมิติ ทั้งการบริหารจัดการร้านค้า การทำการตลาดดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค
การบริหารคำสั่งซื้อ ตลอดจนการจัดการด้าน โลจิสติกส์ และบริการหลังการขายอย่างเป็นระบบ”
การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการให้ความรู้เชิงปฏิบัติแก่ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าสู่ตลาด
e-Commerce ต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญของการขยายธุรกิจสู่ผู้บริโภคต่างประเทศ โดยเฉพาะ ในยุคที่แพลตฟอร์มออนไลน์ ระบบโลจิสติกส์ และพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ภายในงานมีการบรรยายภาพรวมโอกาสทางการค้าไทยในตลาดโลกยุคดิจิทัล รวมถึงการให้ความรู้จาก วิทยากรผู้เชี่ยวชาญในประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อม ก่อนนำสินค้าออกสู่ตลาดต่าง ประเทศ โดยคุณภเชศ จารุมนต์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านทรัพย์สินอุตสาหกรรม กรมทรัพย์สินทางปัญญา
ให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการเครื่องหมาย การค้าและ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
เพื่อวางรากฐานการพัฒนาแบรนด์ไทยในตลาดโลก
และยังได้รับเกียรติจาก ดร. นรีรัตน์ รัตนพรวิเศษกุล ประธานบริษัท ไทยพาวิเลี่ยน กรุ๊ป จำกัด
ร่วมบรรยายในหัวข้อ “การถอดรหัสผู้บริโภคจีนยุคใหม่ และโอกาสของสินค้าไทยในตลาดจีน”
เพื่อนำเสนอแนวโน้มผู้บริโภคจีน พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า และโอกาสของผู้ประกอบการไทย
ในการใช้ช่องทาง e-Commerce ข้ามพรมแดนเพื่อเข้าถึงตลาดจีนอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก คุณพร้อมสิน บุญจันทร์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พร้อม
ลีเกิล โซลูชั่น จำกัด ร่วมบรรยายในหัวข้อกฎหมายและข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการไทย
ในการขายสินค้าใน e-Commerce ต่างประเทศ โดยเน้นประเด็นด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย
การบริหารความเสี่ยง และข้อควร ระวังที่ผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อมก่อนดำเนินธุรกิจ
ในตลาดต่างประเทศ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม คือการนำเสนอภาพรวมระบบของโครงการฯ พร้อมการสาธิต
การใช้งาน ระบบแบบเป็นลำดับขั้นตอน เพื่อให้ตัวแทนร้านค้าไทยเข้าใจแนวทางการใช้งานระบบบริหารโครงการ ส่งสินค้าไทยสู่ตลาดโลก ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลสินค้า ไปจนถึงการสนับสนุนกระบวนการขยายตลาด ผ่านช่องทางดิจิทัล
การจัดอบรมครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถามประเด็นที่เกี่ยวข้อง
กับธุรกิจ e-Commerce ต่างประเทศ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงาน สนับสนุน และพันธมิตรโครงการ ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันสินค้าไทยให้มีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภค ในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น
ให้สินค้าของผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก พร้อมวางรากฐานสู่การเติบโต
ของเศรษฐกิจไทยในยุคการค้าไร้พรมแดนอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ถึงเวลาที่เหมาะสม: ปฏิรูปโครงสร้างภาษีบุหรี่สู่อัตราเดียว เพื่อเศรษฐกิจไทยและการควบคุมยาสูบที่ยั่งยืน
ถึงเวลาที่เหมาะสม: ปฏิรูปโครงสร้างภาษีบุหรี่สู่อัตราเดียว เพื่อเศรษฐกิจไทยและการควบคุมยาสูบที่ยั่งยืน
ปัญหาความยืดเยื้อของโครงสร้างภาษีบุหรี่ในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นที่ท้าทายความกล้าหาญในการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างยิ่ง แม้ว่าในหลายปีที่ผ่านมาจะมีการผลักดันจากฝั่งนักวิชาการ หน่วยงานรัฐ และมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เร่งปรับปรุงโครงสร้างภาษีบุหรี่ไปสู่ระบบอัตราเดียว แต่จนถึงปัจจุบันข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงแผนการที่ยังไม่ถูกนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเสียที
การคงไว้ซึ่งโครงสร้างภาษีแบบสองอัตราโดยแบ่งตามระดับราคาขายปลีกแนะนำที่กำหนดให้บุหรี่ในกลุ่มราคาประหยัดเสียภาษีน้อยกว่ากลุ่มราคาสูงนั้น เดิมทีมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อปกป้องรัฐวิสาหกิจผู้ประกอบการในประเทศเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดราคาประหยัดจากข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ปรากฏตลอดเกือบ 10 ปีที่ใช้โครงสร้างแบบ 2 อัตรามากลับไม่เป็นไปตามคาด ในทางกลับกัน ระบบดังกล่าวได้กลายเป็นช่องว่างที่ก่อให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด เมื่อผู้ผลิตต่างพยายามแข่งขันกันลดราคาหรือออกสินค้าที่มีราคาต่ำเพื่อมาสู้กันในพื้นที่ที่เสียภาษีในอัตราที่น้อยกว่า จนทำให้ตลาดราคาสูงของไทยเหลือเพียง 5% เท่านั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตที่สูญเสียไปมหาศาลในทุกปี จากที่เคยเก็บได้กว่า 6.8 หมื่นล้านบาทในช่วงก่อนใช้โครงสร้าง 2 อัตรา กลับเหลือเพียง 4.7 ล้านบาทในปัจจุบัน อีกทั้งยังไม่ช่วยตอบโจทย์นโยบายควบคุมยาสูบอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้บริโภคสามารถหันไปเลือกซื้อบุหรี่ราคาถูกแทนที่จะเลิกสูบ
จากการศึกษาโดยหน่วยงานหลักอย่างกรมสรรพสามิต และผลงานวิจัยอิสระที่เกี่ยวข้องต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ระบบภาษีอัตราเดียวคือทางออกที่ดีที่สุดและเป็นมาตรฐานสากลที่องค์การอนามัยโลก รวมถึงสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่างให้การยอมรับ เพราะบุหรี่ทุกชนิดมีโทษต่อสุขภาพไม่ต่างกัน การที่รัฐยังคงลังเลและให้ความกลัวต่อผลกระทบของผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งมาเป็นอุปสรรคในการตัดสินใจ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ
มติคณะรัฐมนตรีหลายครั้งที่ผ่านมา ทั้งในเดือนกันยายนปี 2564 และสิงหาคมปี 2565 ต่างมีข้อสั่งการชัดเจนให้กระทรวงการคลังเร่งทบทวนและแก้ไขโครงสร้างภาษีเพื่อนำไปสู่ความเป็นธรรมและการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ นี่จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ กระทรวงการคลังควรให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยในภาพรวมมากกว่าการพะวงกับการปกป้องผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใดเพียงเพื่อบรรเทาความกังวลชั่วคราว แลกกับการแบกรับภาระการจัดเก็บรายได้ภาษีตกต่ำต่อไปในทุกปี
งานวิจัยสหรัฐฯ ศึกษาทางเลือกการลดการรับสารจากการสูบบุหรี่ พบข้อมูลด้านพฤติกรรมและตัวชี้วัดสุขภาพ
งานวิจัยสหรัฐฯ ศึกษาทางเลือกการลดการรับสารจากการสูบบุหรี่ พบข้อมูลด้านพฤติกรรมและตัวชี้วัดสุขภาพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า งานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาได้ศึกษาพฤติกรรมของผู้สูบบุหรี่และการเปลี่ยนแปลงของการรับสารบางชนิดในร่างกาย ภายใต้รูปแบบการบริโภคนิโคตินที่แตกต่างกัน โดยผลการศึกษาในระยะสั้นพบความแตกต่างทั้งด้านพฤติกรรมการสูบและตัวชี้วัดการรับสารจากการเผาไหม้ ขณะที่ผู้วิจัยระบุว่ายังจำเป็นต้องติดตามและประเมินผลในระยะยาวเพิ่มเติม เนื่องจากการสูบบุหรี่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุข
จากการเปิดเผยของ PennState Health ถึงรายงานวิจัยซึ่งเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ระดับโลก JAMA Network Open นำโดยคณะนักวิจัยจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์เพนสเตต (Penn State College of Medicine) สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก (Randomized Placebo-Controlled Trial) ครั้งแรกในสหรัฐฯ ที่มุ่งวัดผลกระทบจากการเปลี่ยนจากบุหรี่มวนมาเป็นบุหรี่ไฟฟ้า โดยเปิดเผยตัวเลขความสำเร็จว่าสามารถช่วยให้ผู้สูบเลิกบุหรี่มวนได้มากกว่า 3 เท่า
การศึกษาครั้งนี้ทำทดลองในกลุ่มผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่เป็นประจำทุกวัน (มากกว่า 4 มวนต่อวัน) จำนวน 104 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 52 คนเท่ากัน กลุ่มแรกได้รับบุหรี่ไฟฟ้าที่มีระดับนิโคติน 5% ส่วนกลุ่มที่สองได้รับตัวเครื่องแบบเดียวกันแต่ไม่มีสารนิโคติน (กลุ่มยาหลอก) โดยใช้เวลาติดตามผลระยะสั้น 6 สัปดาห์ และตรวจเช็กซ้ำในสัปดาห์ที่ 10
ผลลัพธ์หลังสิ้นสุดสัปดาห์ที่ 6 เผยให้เห็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกล่าวคือ กลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคติน 5% สามารถเลิกสูบบุหรี่มวนได้อย่างสิ้นเชิงถึง 36.5% ในขณะที่กลุ่มใช้ยาหลอกที่ไม่มีนิโคติน เลิกได้เพียง 11.5% เท่านั้น คิดเป็นอัตราความสำเร็จที่สูงกว่าถึง 3 เท่า และตัวเลขนี้ยังคงคงที่เมื่อติดตามผลต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ 10
ที่น่าสนใจคือผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าชนิดมีนิโคติน มีอาการอยากบุหรี่และอาการลงแดงบุหรี่หรืออาการถอนนิโคตินน้อยกว่า ทำให้สามารถอยู่ห่างจากบุหรี่มวนง่ายขึ้น
ระดับสารพิษและสารก่อมะเร็งปอดลดลงฮวบ
นอกจากนี้ คณะวิจัยได้ทำการวัดสารบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) ในปัสสาวะและลมหายใจเพื่อตรวจหาการสะสมของสารพิษ โดยเฉพาะการวัดค่าสาร NNAL ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งปอดที่รุนแรงและเกิดจากการเผาไหม้ใบยาสูบ ผลการตรวจพบว่า ผู้เข้าร่วมทดลองทั้งสองกลุ่มมีปริมาณสารพิษในร่างกายลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้านิโคติน 5% มีระดับการรับสารพิษที่ลดลงมากกว่า เนื่องจากมีจำนวนคนที่หันกลับไปสูบบุหรี่มวนน้อยกว่านั่นเอง
เจสสิก้า อิงส์ต (Jessica Yingst) รองศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์สาธารณสุขและผู้เขียนหลักของรายงานวิจัย กล่าวว่า "แม้ว่านิโคตินจะเป็นสารที่ทำให้เสพติด แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ อันตรายที่แท้จริงมาจากผลพลอยได้ของการเผาไหม้ในยาสูบ บุหรี่ไฟฟ้าชนิดมีนิโคตินสามารถส่งผ่านนิโคตินได้ใกล้เคียงกับบุหรี่มวน จึงช่วยตอบสนองความต้องการของร่างกายและทำให้การเลิกบุหรี่มวนเพื่อเปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทนง่ายขึ้น ในขณะที่ปริมาณการรับสารเคมีเป็นพิษโดยรวมลดลงอย่างมาก”
ความหวังใหม่ด้านสาธารณสุข
แม้ว่าอัตราการสูบบุหรี่ในสหรัฐฯ จะลดลงต่ำเป็นประวัติการณ์เหลือเพียงประมาณ 10% แต่การสูบบุหรี่ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ งานวิจัยชิ้นนี้จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผู้ที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ด้วยวิธีอื่นได้ให้สามารถลดการรับสารพิษจากควันบุหรี่ได้
มหาวิทยาลัยเพนสเตต เป็นหนึ่งในศูนย์วิทยาศาสตร์การกำกับดูแลยาสูบ (TCORS) ที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยร่วมจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) และสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH)
อลังการสมศักดิ์ศรี! สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ แถลงข่าวใหญ่ “มณีเมขลา ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” ทัพสื่อมวลชน-คนบันเทิงกว่า 400 ชีวิต ร่วมงานคับคั่ง ปักหมุดวันประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ปลายเดือน ตุลาคมนี้!
อลังการสมศักดิ์ศรี! สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ แถลงข่าวใหญ่ “มณีเมขลา ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” ทัพสื่อมวลชน-คนบันเทิงกว่า 400 ชีวิต ร่วมงานคับ...
-
ทำบุญง่ายๆ…อยู่ที่ปลายนิ้ว เป็นสะพานบุญ ส่งต่อ…กดแชร์ สาธุ 🙏 สาธุ 🙏 สาธุ 🙏
-
ยินดีกับกิจกรรมดีๆ โครงการประกวดเรียงความ "เยาวชนรุ่นใหม่ รู้คิด รู้ทัน ร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด" ที่จัดขึ้นเมื่อ วันเสาร์ที่ 17 มกร...
-
10 ชาติ ร่วมลุ้นแชมป์ ศึกยัดห่วงเยาวชนนานาชาติ “ไอวายบีซี 2025” ได้ฤกษ์เปิดฉากดวลศึกบาสเกตบอลเยาวชนนานาชาติ 2568 หรือ “ไอวายบีซี 2025” (IYBC...