วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่! กาญจนบุรีผนึกกำลังผู้จัด ยึด "สวนไทรโยคแลนด์" จัดใหญ่เทศกาลดนตรี "มโหฬาร THE LEGEND" ขน 11 ตำนานเพื่อชีวิตกระหึ่มขุนเขา 14 พ.ย. นี้


กาญจนบุรี (11 สิงหาคม 2569) – จังหวัดกาญจนบุรี โดย นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวความร่วมมือครั้งสำคัญ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี, สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี, ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี และ บริษัท ไอเวิร์ค ครีเอเตอร์ จำกัดประกาศเปิดตัวเทศกาลดนตรีเพื่อชีวิตครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี "มโหฬาร THE LEGEND" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2569 ณ สวนไทรโยคแลนด์ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อผลักดันให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) ระดับประเทศทางด้าน Event Marketing และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดนตรีต้อนรับลมหนาว


นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ความร่วมมือในครั้งนี้ว่า จังหวัดกาญจนบุรีเปี่ยมไปด้วยอัญมณีทางธรรมชาติ ทั้งขุนเขา สายน้ำ และมรดกทางประวัติศาสตร์ การผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้จัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นวาระสำคัญในการยกระดับศักยภาพของจังหวัดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ โดยจังหวัดกาญจนบุรีมีความพร้อมสูงสุดทั้งในด้านระบบสาธารณูปโภค การรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากสู่ชุมชน ผู้ประกอบการ และประชาชนอย่างทั่วถึง


ด้าน นางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี และ นางสาวจรรยารักษ์ สาธิตกิจ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมเน้นย้ำถึงการใช้ดนตรีและศิลปะเป็นสื่อกลางขับเคลื่อน Event Marketing ยุคใหม่ ซึ่งการจัดงาน "มโหฬาร THE LEGEND" ในบรรยากาศธรรมชาติ จะช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยว (Travel Connection) สู่การเข้าพัก การอุดหนุนสินค้าชุมชน และการเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัดกาญจนบุรีในช่วง High Season
ขณะที่คณะผู้จัดงาน 'มโหฬาร THE LEGEND' นำโดยผู้บริหารลูกหลานคนเมืองกาญจน์ คุณมณีรัตน์ มะลิอ่อง และ คุณสมเกียรติ ครอบแก้ว จาก บริษัท ไอเวิร์ค ครีเอเตอร์ จำกัด ร่วมกับ คุณวิจิตร ศิริมา ผู้บริหาร บริษัท เอเยนซี่ ไอ แอม จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาโครงการฯ ได้ร่วมกันประกาศความพร้อม เนรมิตปรากฏการณ์ดนตรีระดับประเทศโดย นายสมเกียรติ ครอบแก้ว (คุณเอ) ตัวแทนผู้บริหารฯ เปิดเผยว่า "รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากทางจังหวัดกาญจนบุรี ททท. สำนักงานกาญจนบุรี และท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ด้วยความตั้งใจของ ไอเวิร์ค ครีเอเตอร์ ร่วมกับวิสัยทัศน์ของ เอเยนซี่ ไอ แอม เราพร้อมสร้าง 'มโหฬาร THE LEGEND' ให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขของแฟนเพลงทั่วประเทศ ผ่านบทเพลงของ 11 ศิลปินระดับตำนาน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างความตระการตาให้จังหวัดกาญจนบุรีอย่างเต็มภาคภูมิ"



ด้าน นายเอกฉัตร สุนทรหัทยา (คุณเอก) ผู้บริหารสวนไทรโยคแลนด์ และเป็น รองประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีด้านการท่องเที่ยวและบริการและประธานชมรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจอำเภอไทรโยค ได้กล่าวถึงความพร้อมในมิติของพื้นที่และการบริการว่า "สวนไทรโยคแลนด์มีความพร้อมเต็ม 100% ในการเนรมิตเวทีการแสดงท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาและสายน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้ร่วมงาน นอกจากนี้ ในนามตัวแทนภาคธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และร้านของฝากทั่วจังหวัดกาญจนบุรี ต่างร่วมใจกันเตรียมเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยมิตรภาพและการบริการที่เป็นธรรม เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดและยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองกาญจน์อย่างยั่งยืน"


งานครั้งนี้นำทัพตำนานโดย คาราบาว, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, หงา คาราวาน, สีเผือก คนด่านเกวียน, ทอม ดันดี ร่วมด้วย ฮิวโก้, ลาบานูน และศิลปินขวัญใจสายแคมป์รุ่นใหม่อย่าง คณะขวัญใจ, ไววิทย์ และ ดอนบม รวมความบันเทิงมาราธอน 12 ชั่วโมงเต็ม
โดยทางด้าน ศิลปิน ไววิทย์ ขวัญใจสายแคมป์ ตัวแทนทัพศิลปินที่มาร่วมโชว์เพลงอะคูสติกสร้างบรรยากาศภายในงานแถลงข่าว ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า "พวกเราตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่จะได้มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ดนตรีท่ามกลางโอบล้อมของขุนเขา สายน้ำ และลมหนาวแรกที่สวนไทรโยคแลนด์ ศิลปินทุกวงตั้งใจซ้อมกันอย่างเต็มที่เพื่อขนเพลงฮิตและโชว์สุดพิเศษมามอบให้แฟนเพลง อยากเชิญชวนทุกคนเตรียมร่างกายและเสียงร้องให้พร้อม แล้วมาสัมผัสบรรยากาศความอบอุ่นร่วมกันครับ"
สำหรับการเดินทางมายังงานมีความสะดวกยิ่งขึ้นด้วยทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 (มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี) รวมถึงเส้นทางรถไฟนำเที่ยวและรถไฟสายธรรมชาติที่ลง ณ สถานีถ้ำกระแซ


ทั้งนี้ บัตรรอบ Early Bird (ราคาโปรโมชันรอบสุดท้าย) เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้:
บินเดี่ยว (1 ท่าน): 650 บาท (จากปกติ 1,200 บาท)
บินคู่ (2 ท่าน): 1,200 บาท (จากปกติ 2,400 บาท)
ฝูงบิน (เข้างานได้ 4 ท่าน): 2,200 บาท (จากปกติ 4,800 บาท)
VIP (เข้างานได้ 4 ท่าน): 10,000 บาท (จากปกติ 15,000 บาท)
VVIP (เข้างานได้ 4 ท่าน): 15,000 บาท (จากปกติ 25,000 บาท)
ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรได้ทาง เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.MhlcTicket.com, AllTicket.com และ ตะกร้า TikTok Shop: มโหฬาร คอนเสิร์ต
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Fanpage: มโหฬาร THE LEGEND(https://www.facebook.com/profile.php?id=61551761227894)

วช. ผนึกพลังนักวิจัย ถอดบทเรียน “ป้องกันภัยความรุนแรงในสังคมไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”


วันที่ 10 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนาและถอดบทเรียน เรื่อง “ป้องกันภัยความรุนแรงในสังคมไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนา พร้อมแถลงผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการป้องกันความรุนแรงในสังคมไทย ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดก ทางวัฒนธรรม วช. 8 โดยมุ่งเผยแพร่องค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดความรุนแรงในเด็กและเยาวชน สถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ
















ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาที่ปรากฏในสื่อ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาความรุนแรงในสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน จำเป็นต้องได้รับการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง  “วช. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของประเทศ และผลักดันองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ โดย วช. สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในแผนงานเป้าหมาย ‘สังคมไทยไร้ความรุนแรง’ (Zero-Violence Society) และกลุ่มเรื่อง ‘สังคมคุณธรรม’ (Moral Society) เพื่อสนับสนุนการวิจัยในการสร้างความเข้าใจถึงรากเหง้าและปัจจัยของปัญหาความรุนแรง พร้อมพัฒนาเครื่องมือและกลไกสำหรับการป้องกันตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ไปจนถึงระดับสังคม”


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวต่อว่า ปัญหาความรุนแรงเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีปัจจัยซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน ทั้งด้านจิตวิทยา ครอบครัว สื่อ เทคโนโลยี การเข้าถึงอาวุธ ตลอดจนโครงสร้างทางสังคมที่เปราะบาง ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงไม่เพียงเฉพาะการเผชิญเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องสร้าง “ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ” บนฐานขององค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้สามารถค้นหาสัญญาณความเสี่ยง เฝ้าระวัง และเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที


ถัดมาเป็นการเสวนาและถอดบทเรียน เรื่อง “ป้องกันภัยความรุนแรงในสังคมไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”

ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มุ่งป้องกันและลดปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยในหลากหลายมิติ ได้แก่ "นวัตกรรมแอปพลิเคชัน สัญญาณความรุนแรง (Warning Signs)” ของเด็กและเยาวชน  โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุมนทิพย์ จิตสว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย "นวัตกรรมการคัดกรองทักษะยับยั้งชั่งใจในเด็กวัยเรียน" โดย ดร.กนกพร ดอนเจดีย์ มหาวิทยาลัยมหิดล "นวัตกรรมครอบครัวพลังบวก พร้อมระบบพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาในชุมชน" โดย รองศาสตราจารย์ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) "ระบบตรวจจับและป้องกันอาชญากรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ในพื้นที่สาธารณะแบบปิด" โดย ดร.ภัทรัตน์ พันธุ์ประสิทธิ์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี "นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันความรุนแรงในสังคม" โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พนิดา จงสุขสมสกุล

มหาวิทยาลัยนเรศวร และ "นวัตกรรมมหาวิทยาลัยเพื่อป้องกันอาชญากรรมและพัฒนาทักษะการเผชิญเหตุ"

โดย รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร.ธิติ มหาเจริญ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ


ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ “ชุดความรู้และนวัตกรรม” จากนักวิจัยไทย จำนวน 8 ผลงานสำคัญ ได้แก่

1. นวัตกรรมแอปพลิเคชันสัญญาณความรุนแรง (Warning Sign) ของเด็กและเยาวชน โดย รองศาสตราจารย์

ดร.สุมนทิพย์ จิตสว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นและเฝ้าระวังพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง เพื่อให้สามารถป้องกันและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

2. นวัตกรรมการคัดกรองทักษะยับยั้งชั่งใจในเด็กวัยเรียน โดย ดร.กนกพร ดอนเจดีย์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ซึ่งเป็นระบบประเมินและคัดกรองเด็กวัยเรียนอายุ 6–12 ปี เพื่อค้นหาแนวโน้มพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น การขาดความอดทนรอคอย สมาธิจดจ่อ และความบกพร่องด้านทักษะการบริหารจัดการตนเอง (Executive Functions: EF) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาทักษะและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

3. นวัตกรรมครอบครัวพลังบวก พร้อมระบบพี่เลี้ยงที่ปรึกษาในชุมชน โดย รองศาสตราจารย์ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เป็นนวัตกรรมที่มุ่งส่งเสริมการเลี้ยงดูเชิงบวก สร้างทุนชีวิตให้แก่เด็กและเยาวชน พร้อมพัฒนาแกนนำและเครือข่ายพี่เลี้ยงในชุมชน เพื่อดูแล ให้คำปรึกษา และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างครอบครัว ชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันนำไปสู่การสร้างครอบครัวเข้มแข็งและลดความรุนแรงในครอบครัว

4. ระบบตรวจจับและป้องกันอาชญากรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ในพื้นที่สาธารณะแบบปิด โดย ดร.ภัทรัตน์ พันธุ์ประสิทธิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการตรวจตรา เฝ้าระวัง และป้องกันเหตุอาชญากรรมและเหตุรุนแรงด้วยอาวุธ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์

5. นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันความรุนแรงในสังคม โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พนิดา จงสุขสมสกุล มหาวิทยาลัยนเรศวร นำองค์ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยของความรุนแรงมาพัฒนากระบวนการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้ AI และสื่อหลากหลายรูปแบบ อาทิ ภาพยนตร์ ทัศนศิลป์ สื่อโสตทัศนูปกรณ์ และเทคโนโลยี AR/VR

6. นวัตกรรมมหาวิทยาลัยป้องกันอาชญากรรมและทักษะการเผชิญเหตุ โดย รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร.ธิติ มหาเจริญ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันด้านอาชญากรรมและความปลอดภัยให้แก่นักศึกษา บุคลากร และประชาคมมหาวิทยาลัย ให้มีความตระหนักรู้ สามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทั้งในโลกดิจิทัลและสถานการณ์ความรุนแรง ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเพื่อยกระดับการป้องกันอาชญากรรมอย่างเป็นระบบ

7.นวัตกรรมแอปพลิเคชัน BeBrave เครื่องมือแจ้งเหตุความรุนแรงฉุกเฉิน โดย รองศาสตราจารย์.ดร.สุณีย์ กัลยะจิตร มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับการแจ้งเหตุฉุกเฉิน และไม่พึงประสงค์ สามารถประสานงานตำรวจในพื้นที่ได้ โดยมีจุดเด่นคือการผสานระหว่าง ความรวดเร็วในการแจ้งเหตุ ความแม่นยำของตำแหน่ง และความปลอดภัยแบบเงียบ (silent SOS)

8.นวัตกรรม School Health and Disaster–Violence Prevention (SHD-V): BREAK THE CYCLE เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิต ป้องกันความรุนแรง และพัฒนาโรงเรียนสุขภาวะดีและปลอดภัย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัญจพาณ์ สุขโข สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทยนวัตกรรมเชิงระบบที่บูรณาการ 5 เสาหลัก ได้แก่ สุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางเพศ การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินสาธารณภัย และการป้องกันและลดความรุนแรง โดยเชื่อมโยงหลักสูตร สื่อการเรียนรู้ เทคโนโลยี การฝึกปฏิบัติ แผนโรงเรียน และความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน


ทั้งนี้ การจัดเสวนาและถอดบทเรียนในครั้งนี้ นับเป็นเรื่องสำคัญ ที่ วช. มุ่งผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมจาก “องค์ความรู้” สู่ “การใช้ประโยชน์จริง” เพื่อสร้างระบบป้องกันความรุนแรงเชิงรุกที่สามารถเฝ้าระวังและเข้าแทรกแซงได้ก่อนเกิดเหตุ พร้อมเชื่อมโยงพลังความร่วมมือจากนักวิจัย ภาครัฐ สถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย ครอบครัวเข้มแข็ง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและความปลอดภัยของสังคม

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ปลดล็อกมิติใหม่ Sport Tourism ‘ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย เนรมิตพื้นที่สู่ ‘Executive Playground’ เต็มรูปแบบ


#พัทยา, ประเทศไทย - เมื่อ ‘กีฬากอล์ฟ’ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกรอบในกรอบเดิมๆ และความสนุกถูกนิยามใหม่ให้เปิดกว้างสำหรับทุกคน ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท (Chee Chan Golf Resort) สนามกอล์ฟระดับพรีเมียมแห่งเมืองพัทยา ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ของไทยและภูมิภาคเอเชีย ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ก้าวสู่การเป็น ‘Executive Playground’ อย่างเต็มรูปแบบ ผสานโลกของกีฬา ความบันเทิงระดับโลก และการท่องเที่ยวเชิงอาหารไว้ในที่เดียว


งานแถลงข่าวประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ นำโดย คุณชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา และคุณชินทัต เจียอาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Chartered Square Holdings จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมกันเปิดตัวไฮไลต์ระดับโลกที่จะเปลี่ยนพัทยาให้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักเดินทางและสปอร์ตไลฟ์สไตล์จากทั่วทุกมุมโลก

1. ผู้นำแห่งแรกในไทยและเอเชีย: ปลดล็อก 'Flinggolf' สนุกได้ใน 15 นาที ไร้ข้อจำกัดเรื่องวัย 
เพื่อตอบรับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ได้นำ ‘Flinggolf’ กีฬาแนวใหม่สุดฮิตสัญชาติอเมริกัน เข้ามาเปิดให้บริการเป็นแห่งแรกในประเทศไทยและทวีปเอเชีย



ความโดดเด่นของ Flinggolf คือการผสมผสานเสน่ห์ของกอล์ฟเข้ากับความคล่องตัว ใช้ไม้ FlingStick เพียงด้ามเดียวในการขว้างและพัตต์ลูกบนแฟร์เวย์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาฝึกฝนนานหลายปี เพียงเรียนรู้แค่ 15 นาที ก็สามารถเริ่มเล่นในสนามจริงได้ทันที ทลายกำแพงเดิมๆ ของกีฬากอล์ฟ ทำให้คนรุ่นใหม่ ครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่เคยเล่นกอล์ฟมาก่อน สามารถร่วมสนุกบนสนามหญ้าเขียวขจีได้อย่างเท่าเทียมและเป็นกันเอง

2. ปรากฏการณ์ความบันเทิงระดับโลก: ครั้งแรกกับการผนึกกำลัง ‘One Piece’ เขย่าวงการกอล์ฟ
เตรียมพบกับความตื่นเต้นครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ผนึกกำลังครั้งแรกของโลกกับ ‘One Piece’ อนิเมะระดับตำนานที่มีแฟนคลับเหนียวแน่นทั่วโลก สร้างสรรค์โปรเจกต์ Global Collaboration ที่จะเขย่าวงการกอล์ฟให้สั่นสะเทือน!

โปรเจกต์พิเศษนี้จัดทำขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เหล่า นักกอล์ฟ และสาวกหมวกฟาง ได้จับจองเป็นเจ้าของ Collection Golf Souvenir และ Exclusive Merchandise ลิขสิทธิ์แท้สุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อสนามกอล์ฟเป็นครั้งแรก เติมเต็มพลังแห่งการผจญภัย ความสนุกสนาน และการสะสมของทุกๆ คน


งานนี้ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท พร้อมส่งมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือกว่า เพื่อผลักดันชื่อเสียงของสนามกอล์ฟไทยให้ก้าวไกล และก้าวขึ้นแท่นผู้นำตัวจริงในเวทีเอเชีย เชื่อมโยงเสน่ห์ของ Pop Culture เข้ากับไลฟ์สไตล์กีฬากอล์ฟได้อย่างลงตัวที่สุด

3. World-First Experience: Electric Go-Kart on the Fairway 
ในฐานะ Executive Playground ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ยังเติมเต็มความตื่นเต้นเร้าใจด้วยบริการรถ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟแห่งแรกของโลก ให้ผู้เข้าร่วมได้ขับรถชมบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดิน ท่ามกลางทัศนียภาพอันตระการตาของพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาหินเขาชีจรรย์ ผสมผสานความสปอร์ตและความสุนทรีย์ไว้ได้อย่างลงตัว สร้างสีสันและความแปลกใหม่ตามแนวคิด Amazing Thailand

4. Gastronomy Tourism: ดื่มด่ำสุนทรียภาพแห่งรสชาติ ณ ห้องอาหาร The View
ปิดท้ายความประทับใจด้วยมิติอาหารและการพักผ่อน ณ ห้องอาหาร The View @ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ที่นำเสนอเมนูอาหารระดับพรีเมียมสูตรพิเศษที่ทุกคนเข้าถึงได้ คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟพร้อมทัศนียภาพแบบพาโนรามา 270 องศา มองเห็นผาเขาชีจรรย์และผืนหญ้าสีเขียวของสนามกอล์ฟ ยกระดับการกินดื่มให้เป็นมากกว่ามื้ออาหาร แต่คือประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่เติมพลังใจให้กับผู้มาเยือนทุกคน


"Flinggolf ประสบการณ์ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟแห่งแรกของโลก รวมถึงการ Collaboration ระดับโลกอย่าง One Piece คือคำตอบของการก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ไม่ได้เป็นเพียงแค่สนามกอล์ฟที่สวยงามติดอันดับโลก แต่เรากำลังเป็น Executive Playground ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ สาวกอนิเมะ ผู้รักความตื่นเต้น ครอบครัว หรือคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้ขีดจำกัด และก้าวขึ้นแท่นผู้นำตัวจริงในเวทีเอเชีย"


คุณชินทัต เจียอาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Chartered Square Holdings จำกัด กล่าวว่า "การที่ภาคเอกชนลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ทั้งการนำ Flinggolf เข้ามาเป็นแห่งแรกในเอเชีย และการผสานความบันเทิงระดับโลก ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สอดคล้องกับแนวคิด Amazing Thailand ของ ททท. ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน"


คุณชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา กล่าวว่า การขยับตัวครั้งประวัติศาสตร์ของ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ในครั้งนี้ คือการปักหมุดวิสัยทัศน์ใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบความคุ้นเคยเดิมๆ ของสนามกอล์ฟสู่การเป็น Executive Playground อย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นการส่งมอบความประทับใจและประสบการณ์เหนือระดับให้นักท่องเที่ยวทุกคน ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่พร้อมหมุนเวียนสร้างความสุขในทุกๆ เดือน

ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายใหม่จากกีฬา Flinggolf, กิจกรรมการขับ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟ, ความตื่นเต้นจากโปรเจกต์ความร่วมมือระดับสากลกับ One Piece ไปจนถึงสุนทรียภาพแห่งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ณ ห้องอาหาร The View พร้อมทัศนียภาพพาโนรามา 270 องศาของเขาชีจรรย์

ทั้งหมดนี้ไม่เพียงสร้างมิติใหม่แห่งความบันเทิงที่ทุกคนเข้าถึงได้ แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมปักหมุดให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็น Hub แห่ง Sport Tourism & Lifestyle Destination ระดับท็อปของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน


ข้อมูลการติดต่อและบริการ
สถานที่: ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท (Chee Chan Golf Resort) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (ใกล้เมืองพัทยา)
บริการไฮไลต์: Flinggolf, รถ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟ, คอลเลกชันพิเศษ Chee Chan x One Piece, ห้องอาหาร The View (ชมวิวเขาชีจรรย์ 270 องศา)
โทรศัพท์: 038-196-555, 083-148-5555

#CheeChanGolfResort #ExecutivePlayground #FlinggolfThailand #SportTourism #AmazingThailand

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569

“จอมทรนง” เดินหน้ามหากาพย์ “2122 ARMAGEDDON WAR” ทดสอบนักแสดงกว่า 100 ชีวิต เดินไกล 6 กม. เตรียมเปิดกล้องใหญ่


“ทรนง ศรีเชื้อ” หรือ “จอมทรนง” ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ “2122 ARMAGEDDON WAR” เดินหน้าผลิตภาพยนตร์มหากาพย์แนวต่อต้านสงคราม วางแผนสร้างแบบไตรภาค งบประมาณ 500 ล้านบาทต่อภาค ล่าสุดนำนักแสดงและทีมงานกว่า 100 ชีวิต ทดสอบความพร้อมด้วยการเดินทางไกล 6 กิโลเมตร ก่อนเข้าสู่การถ่ายทำครั้งใหญ่
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 “จอมทรนง” หรือ ทรนง ศรีเชื้อ ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “2122 ARMAGEDDON WAR” หรือ “กูนี่แหละอัจฉริยะ” นำนักแสดงและทีมงานสร้างส่วนหนึ่งมากกว่า 100 ชีวิต ร่วมทดสอบความพร้อมของร่างกายและการทำงาน ด้วยการเดินทางไกลระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ
การทดสอบครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การถ่ายทำจริง เนื่องจากภาพยนตร์มีฉากและรูปแบบการทำงานที่ต้องอาศัยความพร้อมของนักแสดงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยนักแสดงบางส่วนต้องสวมเครื่องแต่งกายที่มีน้ำหนักรวมประมาณ 3 กิโลกรัม เพื่อทดสอบความสามารถในการเคลื่อนไหวและความอดทนภายใต้สภาพการทำงานที่หนักหน่วง
ที่น่าสนใจคือการทดสอบครั้งนี้มีนักแสดงหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่ เด็กอายุ 8 ปี ไปจนถึงนักแสดงสูงวัยอายุ 83 ปี โดยผู้เข้าร่วมสามารถผ่านการทดสอบเบื้องต้นไปได้ ท่ามกลางการดูแลของทีมงาน
เปิดโปรเจกต์ใหญ่ หวังสร้างภาพยนตร์ไทยสู่ระดับโลก


สำหรับ “2122 ARMAGEDDON WAR” เป็นโครงการภาพยนตร์ที่วางแนวคิดในลักษณะมหากาพย์สงครามแห่งอนาคต พร้อมนำเสนอแนวคิด ต่อต้านสงคราม (Anti-War) และสะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งและความรุนแรงที่มีต่อมนุษยชาติ
โครงการดังกล่าวเคยมีการแถลงข่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ณ สวนสยาม และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน โดยมีการนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิดและแผนการสร้างภาพยนตร์ขนาดใหญ่ รวมถึงเป้าหมายในการผลักดันผลงานไทยสู่ระดับนานาชาติ
จากข้อมูลความคืบหน้าล่าสุดที่ทีมผู้สร้างเปิดเผย ระบุว่า “2122 ARMAGEDDON WAR” วางแผนสร้างในรูปแบบ ภาพยนตร์ไตรภาค โดยตั้งงบประมาณการสร้างประมาณ 500 ล้านบาทต่อภาค หรือรวมทั้งโครงการมากกว่า 1,500 ล้านบาท และใช้ระยะเวลาการผลิตต่อเนื่องหลายปี “จอมทรนง” ย้ำทำงานนอกกรอบ


“จอมทรนง” กล่าวว่า แนวทางการทำงานของตนแตกต่างจากการสร้างภาพยนตร์ตามรูปแบบพื้นฐานทั่วไป โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของนักแสดงและทีมงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกคนสามารถรับมือกับสภาพการทำงานที่ต้องเผชิญตลอดระยะเวลาการถ่ายทำ
สำหรับกำหนดการล่าสุด ทีมงานเตรียมเข้าสู่กระบวนการถ่ายทำตั้งแต่ เดือนกันยายน 2569 และวางแผนถ่ายทำต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม 2570


โปรเจกต์ “2122 ARMAGEDDON WAR” จึงนับเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามอง ทั้งจากขนาดของโครงการ จำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง แนวคิดการสร้างภาพยนตร์แนวต่อต้านสงคราม ตลอดจนกระบวนการเตรียมนักแสดงที่แตกต่างจากการทำงานภาพยนตร์ทั่วไป
หลังจากนี้ต้องติดตามว่า “จอมทรนง” และทีมงานจะนำมหากาพย์ “2122 ARMAGEDDON WAR” ออกมาในรูปแบบใด และจะสามารถผลักดันภาพยนตร์ไทยแนวมหากาพย์เรื่องนี้ไปสู่ตลาดระดับนานาชาติได้มากน้อยเพียงใด

ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออก ชูความสำเร็จ "Agent Fam Trip: Give & Go East" ปลื้มผู้ประกอบการตอบรับเยี่ยม พร้อมต่อยอดขายแพ็กเกจ Corporate กระตุ้นเศรษฐกิจ


นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน ประกาศความสำเร็จการจัดโครงการ "Agent Fam Trip: Give & Go East" ระหว่างวันที่ 8 - 9 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี โดยดึงผู้ประกอบการตลาด Corporate จากภาคตะวันออกและภาคกลางกว่า 52 ราย เข้าร่วมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวต้นแบบ มุ่งเป้าผลักดันภาคตะวันออกสู่การเป็น Corporate Travel Destination อย่างเต็มรูปแบบ
ตลอดระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ผู้เข้าร่วมโครงการได้สัมผัสประสบการณ์ตรงเพื่อนำไปต่อยอด เป็นโปรแกรมจัด  ทริปองค์กร ผ่าน 4 กิจกรรมไฮไลท์สำคัญที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจได้อย่างครบถ้วน ได้แก่
• เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ (Eastern Connect)  เปิดเวทีเจรจาธุรกิจและอัปเดตสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ผ่านการรับฟัง Product Presentation จาก ททท. สำนักงานในภูมิภาคภาคตะวันออกทั้ง 6 แห่ง
• ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ลงพื้นที่ปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรมทำความสะอาดกรงสัตว์ป่า ณ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 1 (นครนายก) และกิจกรรมทำโป่งเทียมเพื่อเสริมแร่ธาตุให้สัตว์ป่าบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
• เรียนรู้วิถีชุมชนและธรรมชาติ ศึกษาศาสตร์พระราชาและร่วมเวิร์กชอปทำข้าวกระยาคูจากน้ำนมข้าวอ่อน ณ ศูนย์เรียนรู้ภูกะเหรี่ยง 
• เสริมสร้างความสามัคคี (Team Building) ทดสอบความพร้อมของเส้นทางแอดเวนเจอร์ผ่านกิจกรรมล่องแก่งแม่น้ำนครนายก
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยพบว่ากว่าร้อยละ 80 ของผู้ประกอบการมีความมั่นใจและพร้อมนำองค์ความรู้ตลอดจนเส้นทางต้นแบบนี้ ไปพัฒนาต่อยอดเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวที่เสนอขายได้จริง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางแบบหมู่คณะ เพิ่มจำนวนวันพักค้าง และกระจายรายได้ลงสู่ผู้ประกอบการตลอดจนชุมชนในระดับพื้นที่ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน

“เอกนิติ” เตือนบริษัทมหาชนที่ค้างชำระค่าบริการวิชาชีพ ต้องเปิดเผยข้อมูลทางบัญชีอย่างถูกต้อง ระวังการนำส่งงบการเงินต่อ ก.ล.ต. โดยไม่แสดงภาระหนี้ตามข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จ


วันนี้ นางสาวสิริรัตน์ ราวินิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกนิติ อินเตอร์ลอว์ จำกัด สำนักงานกฎหมายชั้นนำของประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีลูกความและบริษัทหลายแห่ง รวมถึงบริษัทมหาชนบางแห่ง ยังคงค้างชำระค่าบริการวิชาชีพแก่บริษัท

หากลูกหนี้มิได้บันทึกหรือเปิดเผยภาระหนี้ดังกล่าวไว้ในงบการเงินอย่างถูกต้องและครบถ้วน อาจส่งผลให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของบริษัทไม่ตรงตามข้อเท็จจริง และอาจทำให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ตลอดจนผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุน ไม่ได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน

บริษัท เอกนิติ อินเตอร์ลอว์ จำกัด จึงอยู่ระหว่างรวบรวมและตรวจสอบเอกสารหลักฐาน หากพบว่ามีการนำส่งหรือเปิดเผยข้อมูลทางบัญชีที่ไม่ถูกต้อง บริษัทจะดำเนินการแจ้งข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อ ก.ล.ต. และหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ “ทนายแก้ว” ผู้บริหารบริษัท เอกนิติ อินเตอร์ลอว์ จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมว่า

“การที่บริษัทต่าง ๆ ประสบปัญหาและค้างชำระค่าบริการวิชาชีพนั้น ผู้บริหารสามารถเข้าใจได้ เนื่องจากการดำเนินธุรกิจย่อมมีทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง อย่างไรก็ตาม ทุกบริษัทควรดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และจัดทำหรือเปิดเผยข้อมูลทางบัญชีต่อหน่วยงานภาครัฐให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ไม่ควรปกปิดภาระหนี้หรือรายงานข้อมูลที่คลาดเคลื่อน”

ขณะที่นายประลอง บุญชัย ทนายความหัวหน้าสำนักงาน กล่าวทิ้งท้ายว่า

“เอกนิติมุ่งมั่นให้บริการลูกความทุกท่านด้วยความจริงใจและรักษามิตรภาพที่ดีต่อกัน ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสำนักงานกับลูกความก็ควรอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตและความเป็นธรรม ลูกความไม่เอาเปรียบเรา และเราก็จะไม่เอาเปรียบลูกความ ซึ่งเป็นหลักการที่ผู้ก่อตั้งเอกนิติย้ำเตือนเสมอว่า เราจะไม่เอาเปรียบใคร แต่ขณะเดียวกัน เราก็จำเป็นต้องรักษาสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทเช่นกัน”

สวธ. จัดงานมหกรรมนิทรรศการศิลปะแห่งชาติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปะนานาชาติ : Art Exchange 2026 เปิดเวทีสร้างสรรค์ศิลปะไทยสู่สากล เชื่อมโยงเครือข่ายศิลปินไทยและนานาชาติ


วันเสาร์ที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. นายชวน หลีกภัย ฐาปนันดรศิลปิน เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมนิทรรศการศิลปะแห่งชาติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปะนานาชาติ : Art Exchange 2026 จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นผู้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ในการจัดงาน และมีนางกาญจนา โอษฐยิ้มพราย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตลอดจนคณะศิลปินแห่งชาติที่ร่วมจัดแสดงผลงาน ผู้บริหารสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ผู้แทนจากวิทยาลัยช่างศิลป์สุพรรณบุรี ผู้แทนจากวิทยาลัยช่างศิลป์นครศรีธรรมราช ผู้แทนสถาบันการศึกษาแห่งกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร


นายชวน หลีกภัย ฐาปนันดรศิลปิน ประธานในพิธี กล่าวว่า ศิลปะมิได้เป็นเพียงผลงานแห่งความงดงาม หากยังเป็นภาษาสากลที่สะท้อนความคิด จิตวิญญาณ และอัตลักษณ์ของผู้คน สามารถเชื่อมโยงความรู้สึกของมนุษย์ข้ามพรมแดนทางภาษาและวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้ง โดยผลงานที่จัดแสดงภายในงานมหกรรมนิทรรศการศิลปะแห่งชาติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปะนานาชาติ : Art Exchange 2026 ล้วนถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์ และมุมมองอันทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติ ศิลปินจากประเทศเวียดนาม และศิลปินรุ่นใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ความสุข และเปิดมุมมองใหม่ให้แก่ผู้เข้าชม พร้อมทั้งชื่นชมกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินจากประเทศเวียดนาม และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานอันทรงคุณค่านี้ขึ้น เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ ถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางศิลปะทั้งในระดับชาติและนานาชาติ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศิลปวัฒนธรรมของประเทศ อีกทั้งเชื่อมั่นว่างานดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน ครู อาจารย์ และประชาชนผู้สนใจ ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนแนวคิด เทคนิค และกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัย ตลอดจนซาบซึ้งในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย เกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และความตระหนักถึงคุณค่าของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวัฒนธรรมกับศิลปินนานาชาติ เพื่อยกระดับวงการศิลปะไทยสู่เวทีสากลอย่างสง่างามและยั่งยืน


ด้าน นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า เนื่องในวาระครบรอบ ๔๐ ปี ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันคือกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กรมฯ ได้จัดงานมหกรรมนิทรรศการศิลปะแห่งชาติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปะนานาชาติ : Art Exchange 2026 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานด้านศิลปวัฒนธรรมของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร องค์อัครศิลปิน ตลอดจนส่งเสริมให้ศิลปินแห่งชาติได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และประสบการณ์ด้านศิลปะสู่เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และประชาชน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานและสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยและศิลปินจากนานาประเทศได้แลกเปลี่ยนแนวคิด เทคนิค และกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัย อันจะนำไปสู่การยกระดับวงการศิลปะไทยสู่เวทีสากล ขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวัฒนธรรม และขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมของชาติให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน 


กิจกรรมในงานมหกรรมนิทรรศการศิลปะแห่งชาติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปะนานาชาติ : Art Exchange 2026 ประกอบด้วย 
๑. การแสดงทางวัฒนธรรมในพิธีเปิด 
๒. การปาฐกถาพิเศษ ในวาระครบรอบ “๔ ทศวรรษ องค์อัครศิลปิน” โดย นายชวน หลีกภัย ฐาปนันดรศิลปิน 
๓. พิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ศิลปินจากประเทศเวียดนาม ที่ร่วมจัดแสดงผลงาน 
๔. พิธีเปิดนิทรรศการฯ ณ บริเวณด้านหน้าทางเข้าห้องนิทรรศการหมุนเวียน ๑
๕. การชมนิทรรศการ ประกอบด้วยนิทรรศการ จำนวน ๓ โซน ได้แก่ (๑) โซนที่ ๑ การจัดแสดงนิทรรศการรำลึก “อัครศิลปิน” และ “อัคราภิรักษศิลปิน” (๒) โซนที่ ๒ การจัดแสดงนิทรรศการ ๓ มุมมองศิลปินแห่งชาติ ๓ VISION : อินสนธิ์ วงค์สาม / ทวี รัชนีกร / พิชัย นิรันต์ และ (๓) โซนที่ ๓ การจัดแสดงนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปะนานาชาติ : Art Exchange 2026 จำนวน ๑๔ จุด ได้แก่
    ๕.๑ นายชวน หลีกภัย ฐาปนันดรศิลปิน
    ๕.๒ นายกมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรมและสื่อผสม) พุทธศักราช ๒๕๔๐
    ๕.๓ นายอินสนธิ์ วงค์สาม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พุทธศักราช ๒๕๔๒
    ๕.๔ นายพิชัย นิรันต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช ๒๕๔๖
    ๕.๕ นายทวี รัชนีกร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พุทธศักราช ๒๕๔๘
    ๕.๖ นายธงชัย รักปทุม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช ๒๕๕๓
    ๕.๗ นายปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช ๒๕๕๗
    ๕.๘ ศาสตราจารย์เกียรติคุณวิชัย สิทธิรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พุทธศักราช ๒๕๕๘
    ๕.๙ นายสมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช ๒๕๖๐
    ๕.๑๐ ศาสตราจารย์เกียรติคุณปริญญา ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช ๒๕๖๑
    ๕.๑๑ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
    ๕.๑๒ วิทยาลัยช่างศิลป์สุพรรณบุรี
    ๕.๑๓ วิทยาลัยช่างศิลป์นครศรีธรรมราช
    ๕.๑๔ สถาบันการศึกษาแห่งเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมนิทรรศการศิลปะแห่งชาติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปะนานาชาติ : Art Exchange 2026 ระหว่างวันที่ ๖ - ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพมหานคร (เปิดทำการวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ปิดทำการในวันจันทร์ วันอังคาร รวมถึงวันหยุดนักขัตฤษ์) เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้คุณค่าของศิลปะและวัฒนธรรมผ่านผลงานของศิลปินแห่งชาติ ศิลปินรุ่นใหม่ และศิลปินจากนานาชาติ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมอง แรงบันดาลใจ และกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัย อันจะนำไปสู่การสร้างความรัก ความภาคภูมิใจ และความตระหนักในคุณค่าของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนร่วมกันสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของชาติสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน

เปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่! กาญจนบุรีผนึกกำลังผู้จัด ยึด "สวนไทรโยคแลนด์" จัดใหญ่เทศกาลดนตรี "มโหฬาร THE LEGEND" ขน 11 ตำนานเพื่อชีวิตกระหึ่มขุนเขา 14 พ.ย. นี้

กาญจนบุรี (11 สิงหาคม 2569) – จังหวัดกาญจนบุรี โดย นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีแถลงข่...