วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569

วช. แถลงผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยคว้ารางวัลระดับนานาชาติ Indonesia Inventors Day 2026


วันที่ 8 ตุลาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ “Indonesia Inventors Day 2026” (IID 2026) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และนางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร วช. นักประดิษฐ์ นักวิจัย สื่อมวลชน และผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช. 8 ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความสำเร็จของนักวิจัย นักประดิษฐ์ และเยาวชนไทยจากการเข้าร่วมการประกวด Indonesia Inventors Day 2026 (IID 2026) ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของไทยต่อผู้เชี่ยวชาญและผู้เข้าร่วมจากนานาประเทศ โดยปีนี้มีผลงานจากประเทศไทยเข้าร่วมการประกวดกว่า 40 ผลงาน และได้รับรางวัลในหลายสาขา โดยเฉพาะรางวัลสำคัญของงาน จำนวน 2 รางวัล รวมถึงเหรียญรางวัล และรางวัลพิเศษที่สะท้อนถึงความโดดเด่นของผลงานด้านการสร้างผลกระทบและการนำไปใช้ประโยชน์ นอกจากนี้ การแถลงข่าวยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ได้รับรางวัลร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ภายใต้หัวข้อ “IDEAS THAT MAKE A DIFFERENCE: หนึ่งความคิด พลิกความเป็นไปได้” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด กระบวนการพัฒนาผลงาน และประสบการณ์จากการนำผลงานเข้าสู่เวทีนานาชาติ ทั้งในกลุ่มนักวิจัย นักประดิษฐ์ และเยาวชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผลงาน ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้สนใจด้านการวิจัยและนวัตกรรม วช. ขอแสดงความยินดีกับนักวิจัย นักประดิษฐ์ และเยาวชนไทยทุกคนที่ได้รับรางวัล และขอชื่นชมความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลงานจนสามารถแสดงศักยภาพของคนไทยบนเวทีระดับนานาชาติ


นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้ดำเนินการส่งเสริมและนำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของนักวิจัย นักประดิษฐ์ และเยาวชนไทย เข้าร่วมการประกวดในเวที Indonesia Inventors Day 2026 (IID 2026) เพื่อเปิดโอกาสให้ผลงานของไทยได้รับการเผยแพร่และนำเสนอต่อกรรมการในระดับนานาชาติ รวมทั้งได้รับข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักประดิษฐ์จากหลากหลายประเทศ การเข้าร่วมในเวทีดังกล่าวจึงเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้นักวิจัย นักประดิษฐ์ และเยาวชนไทยได้แสดงผลงาน เรียนรู้แนวทางการพัฒนานวัตกรรมในระดับสากล ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปปรับปรุงและต่อยอดผลงานให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

จากนั้น เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ “IDEAS THAT MAKE A DIFFERENCE: หนึ่งความคิด พลิกความเป็นไปได้” โดยผู้ได้รับรางวัลจากเวที Indonesia Inventors Day 2026 (IID 2026) แบ่งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ออกเป็น 2 Sessions ดังนี้



Session 1 : พลังความคิดจากนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทย ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.พรชุลี ลังกา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ผลงาน “PlayEF: บอร์ดเกมท้าทายสมอง EF” ได้รับรางวัล Groundbreaking Advanced Invention Award และเหรียญทอง, อาจารย์ ดร.รัตนะ บุลประเสริฐ มหาวิทยาลัยมหิดล ผลงาน “อากาศยานไร้นักบิน 4 ใบพัดระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับการผสมเกสรในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมเชิงพาณิชย์” ได้รับเหรียญทอง และ Special Prize (On Stage) จากประเทศอินโดนีเซีย, ดร.วรรณพร เทพบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผลงาน “AZOVABioCaps: นวัตกรรมปุ๋ยแหนแดงและจุลินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีการห่อหุ้มชีวพอลิเมอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งธาตุอาหารและส่งเสริมเกษตรเชิงฟื้นฟู” ได้รับเหรียญทอง และ Special Prize (On Stage) จากประเทศมาเลเซีย, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สิริลักษณ์ มณีรัตน์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ผลงาน “นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณธรรมความซื่อสัตย์ของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน” ได้รับเหรียญทอง และ Special Prize จากประเทศมาเลเซีย และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิทธิ บัวทอง มหาวิทยาลัยบูรพา ผลงาน “เครื่องสเปกโตรโฟโตมิเตอร์ระบบผสมสนามใกล้-สนามไกล” ได้รับเหรียญทอง และ Special Prize จากประเทศมาเลเซีย

Session 2 : พลังสร้างสรรค์จากเยาวชนไทย ประกอบด้วย นายดนยวรรธน์ ศรีเทพ และนายบัณฑิต ไตรรัตน์ จาก โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี ผลงาน “นวัตกรรมถังขยะสำหรับจัดการขยะอินทรีย์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ได้รับรางวัล Best Technology for Impact Award และเหรียญทอง และ นายอินทัช ศรีโรจน์ และนายชญานนท์ แก้วประเสริฐ จาก โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา ผลงาน “Grade X: เครื่องคัดเกรดและพยากรณ์อายุการเก็บรักษาสำหรับผลไม้ส่งออกไทย 3 ชนิด” ได้รับเหรียญทอง และ Special Prize จากประเทศไต้หวัน



ทั้งนี้ วช. มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัย นักประดิษฐ์ และเยาวชนไทยให้มีโอกาสนำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมเข้าร่วมการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อเปิดพื้นที่ในการเผยแพร่ผลงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และยกระดับการยอมรับในระดับสากล ตลอดจนผลักดันผลงานที่มีศักยภาพให้สามารถต่อยอดและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าและขีดความสามารถด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569

RSV ยังไม่แผ่ว พบป่วยสะสมแล้วกว่าแปดพันราย กว่าครึ่งเป็นเด็กต่ำกว่าห้าขวบแนะหญิงตั้งครรภ์ถามหมอหาวิธีสร้างภูมิให้ลูกก่อนคลอด


กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เผยโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ยังคงระบาดทุกปี เป็นสาเหตุโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็ก พบสถิติป่วยสะสมจากวันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 8 กันยายนปีนี้ มีผู้ป่วยแล้ว 8,578 ราย หวั่นใจสามในสี่ของผู้ป่วยเป็นเด็กอายุต่ำกว่าห้าปี เสียชีวิต 1 รายเป็นทารกวัย 2 เดือนที่มีประวัติคลอดก่อนกำหนด ชี้อาร์เอสวียังคงหมุนเวียนในชุมชนและเข้าสู่ฤดูกาลระบาดตั้งแต่หน้าฝนจนถึงหน้าหนาว ต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด แนะนำให้แม่ตั้งครรภ์ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับแนวทางการป้องกันอาร์เอสวีที่เหมาะสม

โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV : Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม รวมถึงการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ อาการระยะแรกอาจคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ ไอ จาม และมีน้ำมูก แต่ในเด็กเล็กโดยเฉพาะทารก อาการอาจลุกลามเป็นหลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบ ทำให้ไอมาก หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด กินนมน้อยลง หรือซึม หากพบอาการผิดปกติดังกล่าวควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ 


อาร์เอสวีคร่าชีวิตเด็กทั่วโลกเป็นอันดับสองรองจากมาเลเรีย 

สำหรับความรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีและวิธีป้องกันสำหรับทารกนั้น รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงสาวิตรี พรานพนัส หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ สาขาวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประธานคณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพและประธานคณะจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติการให้วัคซีนแก่สตรีตั้งครรภ์ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าอาร์เอสวีเป็นโรคที่สำคัญในทารกโดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของการคลอดเพราะช่วงนี้มีความเปราะบางสูง ภูมิคุ้มกันค่อนข้างต่ำ อาร์เอสวีเป็นโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อซึ่งทำให้เกิดอาการที่ทางเดินหายใจส่วนล่างได้มาก เป็นสาเหตุทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลรวมทั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนกับการหายใจรุนแรง

“การติดเชื้ออาร์เอสวี มักทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบหรือเกิดปอดอักเสบซึ่งบางทีต้องเข้ารักษาในไอซียู โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่าหนึ่งปีจะพบได้บ่อย ซึ่งการระบาดของอาร์เอสวีเกิดทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าอาร์เอสวี เป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ทำให้เกิดการนอนโรงพยาบาลของเด็กทั่วโลกกว่า 33 ล้านรายต่อปี และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กประมาณ 100,000 รายต่อปี ครึ่งหนึ่งในนั้นอายุต่ำกว่า 6 เดือน เพราะฉะนั้นเราถึงบอกว่าเด็กอายุช่วง 6 เดือนแรกเป็นช่วงที่เปราะบางต่อการติดเชื้ออาร์เอสวี” แพทย์หญิงสาวิตรีกล่าว

“ถ้าดูสาเหตุของการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในเด็ก อาร์เอสวีถือว่าเป็นอันดับสองรองจากมาเลเรีย สำหรับอาร์เอสวีในประเทศไทยนั้น โอกาสการติดเชื้อและทำให้เกิดการเสียชีวิตจะอยู่ที่ร้อยละ 1.75” แพทย์หญิงกล่าวและเสริมด้วยว่า

“นอกจากภูมิคุ้มกันของเด็กยังไม่เท่ากับผู้ใหญ่แล้ว ทางเดินหายใจของเขามีขนาดเล็ก เมื่อเกิดการติดเชื้อ จะเกิดการบวมของทางเดินหายใจ มีเสมหะมาก ไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้หายใจลำบาก สำหรับเด็กเล็กแล้ว การแสดงออกของเขายังไม่ชัด บางทีกว่าจะรู้เด็กก็เกิดอาการหอบ ขาดออกซิเจนหรือส่งผลให้การหายใจล้มเหลว”


แพทย์หญิงสาวิตรีในฐานะตัวแทนของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยกล่าวถึงกลุ่มเปราะบางคือกลุ่มที่อายุน้อยกว่า 1 ปี ซึ่งช่วงนี้คนที่ใกล้ชิดมากที่สุดคือแม่ “อย่างที่ทราบว่าเด็กที่คลอดมาแรกๆ ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน การที่จะเสริมภูมิคุ้มกันให้ทารกแรกเกิดตั้งแต่แรกคือการให้วัคซีนกับสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งวัคซีนจะไปกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันในแม่แล้วถ่ายทอดภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดี้ผ่านทางรกไปที่เด็กตั้งแต่อยู่ในท้อง พอเด็กคลอดออกมาก็มีภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนที่แม่สร้างขึ้น สามารถลดการติดเชื้อลงได้ ”

เมื่อสอบถามถึงช่วงระยะเวลาการระบาดของโรคนั้น แพทย์หญิงสาวิตรีกล่าวว่าอยู่ในช่วงฤดูฝนตั้งแต่มิถุนายนถึงพฤศจิกายน แต่ทางราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แนะนำให้รับได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องคำนึงถึงเฉพาะเดือนที่มีการระบาดมากเพราะมีโอกาสการติดเชื้อมีตลอดทั้งปีเพียงแต่อุบัติการณ์ไม่สูงเท่าช่วงที่มีการระบาดเยอะ 

นอกจากนี้แพทย์หญิงสาวิตรียังกล่าวถึงผลระยะยาวที่เกิดขึ้นกับทารกที่ติดเชื้ออาร์เอสวีว่า “สำหรับเด็กในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปีแรก อาร์เอสวีไม่ได้ส่งผลเฉพาะการเจ็บป่วยระยะสั้นเท่านั้น เพราะในระยะยาวจะมีความเสี่ยงที่จะมีภาวะทางเดินหายใจไวเรื้อรัง คือหลอดลมจะไว เมื่อติดเชื้อจะไอเรื้อรังแล้วมีเสียงวี้ดแบบหอบ ในอนาคตก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหอบหืด” 


  ด้านนายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าช่วงนี้เป็นช่วงขาขึ้นของโรคอาร์เอสวีคือตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีนี้เป็นต้นมา  ถือเป็นช่วงสูงสุดของอาร์เอสวีในประเทศไทย “อาจเป็นเรื่องของฝนหรือสภาพอากาศ  อย่างที่ทราบกันดีว่าอาร์เอสวีจะมาพร้อมกับช่วงที่เป็นฤดูฝน ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่พบในขณะนี้เป็นเด็ก แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 4 ปี เป็นกลุ่มที่เจอมากที่สุด รองลงมาคือ 5-9 ปี และมาพบอีกทีในกลุ่มผู้ใหญ่อายุมากกว่า 60 ปี ในแง่ของความรุนแรงโดยเฉพาะน้องๆ เด็กเล็กหลายรายต้องนอนโรงพยาบาลโดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่าสองปีี ซึ่งมีโอกาสเป็นหนักและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล”นายแพทย์วีรวัฒน์เผยและกล่าวต่อไปว่าประชาอีกกลุ่มที่จะพบว่าติดอาร์เอสวีคือผู้ใหญ่วัย 60 ปีขึ้นไป เมื่อสอบถามถึงการรักษาโรคอาร์เอสวีนั้น โฆษกกรมควบคุมโรคชี้แจงว่ายังไม่มียาต้านไวรัสโดยเฉพาะซึ่งแตกต่างจากไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 ดังนั้น จึงเป็นการรักษาไปตามอาการหรือรักษาแบบประคับประคอง ต่อคำถามถึงการป้องกันโรคอาร์เอสวีสำหรับทารก นายแพทย์วีรวัฒน์ชี้แจงว่าปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์คือการใช้วัคซีนให้กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้ว โดยสูตินรีแพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องของการรับวัคซีนป้องกันอาร์เอสวี

“วัคซีนตัวนี้จะไปกระตุ้นภูมิให้กับคุณแม่เพื่อสร้างภูมิต้านทานไปทำลายเชื้อไวรัสอาร์เอสวีที่เกิดขึ้นในร่างกายของคุณแม่ หลังจากนั้นจะส่งผ่านภูมิต้านทานนี้ไปสู่ลูกในครรภ์ผ่านทางรก ดังนั้นหลังจากเด็กคลอดออกมาแล้วโดยเฉพาะในช่วงหกเดือนแรกหลังจากคลอดออกมาก็จะได้รับภูมิต้านทาน ในช่วงที่เด็กเล็กมากๆ หรือช่วงที่เป็นทารก หลอดลมยังไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานก็ยังไม่ดี เพราะฉะนั้น การที่มีภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากวัคซีนที่คุณแม่ได้รับไป ก็จะช่วยลดความรุนแรงของอาร์เอสวีลงได้” นายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ โฆษกกรมควบคุมโรคกล่าวสรุป

“อย่ารอให้หมอถาม” เปลี่ยนนัดฝากครรภ์เป็นจุดเริ่มต้นของการป้องกัน

เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคุณแม่และทารก แนะนำให้แม่ตั้งครรภ์ปรึกษาสูตินรีแพทย์เกี่ยวกับอาร์เอสวีและแนวทางการป้องกันที่เหมาะสมสำหรับตนเองและทารก โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตั้งแต่ระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น ช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสมสำหรับการรับวัคซีน ระยะเวลาที่ช่วยให้มีการส่งผ่านภูมิคุ้มกันสู่ทารก หรือการวางแผนการรับวัคซีนต่างๆ ตามคำแนะนำของแพทย์

แนวทางของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษาเรื่องการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนเป็นส่วนหนึ่งของการฝากครรภ์ ครอบคลุมทั้งประโยชน์ ผลข้างเคียง อาการไม่พึงประสงค์ ค่าใช้จ่าย ตลอดจนการทบทวนประวัติการได้รับวัคซีน โรคประจำตัว และประวัติการแพ้ยา การเริ่มบทสนทนากับแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จึงช่วยให้ครอบครัวมีข้อมูลเพียงพอเพื่อประกอบการตัดสินใจและวางแผนการดูแลสุขภาพของมารดาและทารกได้อย่างเหมาะสม


ท่ามกลางแนวโน้มผู้ป่วย RSV ที่กำลังเพิ่มขึ้น การปกป้องทารกจำเป็นต้องอาศัยหลายมาตรการร่วมกัน ทั้งสุขอนามัยของสมาชิกในครอบครัว การลดการสัมผัสเชื้อ การสังเกตอาการผิดปกติ และการปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกในการสร้างภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมกับมารดาและทารก เพราะคำถามสั้น ๆ ระหว่างการฝากครรภ์ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนดูแลลูกน้อยตั้งแต่ก่อนลืมตาดูโลก

######################

ข้อมูลอ้างอิง

กรมควบคุมโรค. แถลงข่าว “กันยารับมือ ป้องกันโรคภัย ใส่ใจสุขภาพ” วันที่ 15 กันยายน 2569 (ข้อมูลสถานการณ์ RSV ณ วันที่ 8 กันยายน 2569)

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติ การให้วัคซีนในสตรีตั้งครรภ์ (Vaccination in Pregnant Women), OB 69-044, พ.ศ. 2569

การสัมภาษณ์รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงสาวิตรี พรานพนัส หัวหน้าสาขาวิชาสูตินรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประธานคณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพและประธานคณะจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติการให้วัคซีนแก่สตรีตั้งครรภ์ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

การสัมภาษณ์นายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รฟม. จัดแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “10 YEARS MRT PURPLE LINE เติมเต็มความสุข ทุกจุดเชื่อมต่อ” ขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาด 3 ปีต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทุกกลุ่ม


วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “10 YEARS MRT PURPLE LINE เติมเต็มความสุข ทุกจุดเชื่อมต่อ” ภายใต้โครงการกำหนดกลยุทธ์และเพิ่มศักยภาพผ่านกิจกรรมทางการตลาดเพื่อเพิ่มรายได้พัฒนาเชิงพาณิชย์ของ รฟม. ประจำปีงบประมาณ 2569 - 2571 โดยมี นายกิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. รักษาการรองผู้ว่าการฯ (การเงิน) เป็นประธานในงานพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รฟม. พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้สนับสนุน เข้าร่วมงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 9 อาคาร 1 สำนักงานใหญ่ รฟม. ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ 


ภายในงานได้จัดให้มีเวทีเสวนาพิเศษ (Panel Discussion) โดยมี Key Message สำคัญคือ “เติมเต็มความสุข ทุกจุดเชื่อมต่อ” ได้รับเกียรติจากผู้บริหาร รฟม. ร่วมพูดคุยถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการกำหนดกลยุทธ์และเพิ่มศักยภาพผ่านกิจกรรมทางการตลาดฯ ซึ่งเน้นภารกิจด้านการพัฒนาธุรกิจใน 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เชื่อมต่อการบริการให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ, เชื่อมต่อความต้องการลูกค้าผ่านกิจกรรม CRM Loyalty Program, เชื่อมต่อความสุขผ่านกิจกรรม Event Marketing เชื่อมต่อความบันเทิงตลอดการเดินทางกับ MRT ผ่านการผลิตและเผยแพร่ละครสั้นแนวตั้ง (Micro Drama) และการร่วมสร้างความสุขกับประสบการณ์สุดเซอร์ไพร์สตลอด 3 ปี ของกลุ่มผู้สนับสนุน (Partners & Sponsors) เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนแคมเปญให้สามารถบรรลุผลสำเร็จ พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร 


 นายกิตติ เอกวัลลภ กล่าวว่า นอกเหนือจากภารกิจหลักที่ รฟม. จัดให้มีระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพและสามารถตอบโจทย์การเดินทางของคนเมืองแล้ว แคมเปญดังกล่าวเป็นการวางกลยุทธ์สร้างความสุขและก่อให้เกิดความร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชน อีกทั้งยังกระตุ้นการใช้พื้นในการจัดกิจกรรม เป็นการต่อยอดธุรกิจเกี่ยวเนื่องเพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการภายใต้แผนปฏิบัติการตามแผนวิสาหกิจ รฟม. และแผนยุทธศาสตร์ด้านลูกค้าและตลาด เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในอนาคต 
 ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รฟม. ได้ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ทั้งการพัฒนาการบริการที่ครอบคลุม ได้แก่ การเปิดให้บริการลานจอดรถใหม่ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่สถานีสะพานพระนั่งเกล้า สถานีท่าพระ และสถานีอิสรภาพ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) 9 สถานี รวม 30 หัวชาร์จ และบริการ MRTA EV Taxi Feeder เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้ากับจุดหมายปลายทาง (เปิดทดสอบระบบที่สถานีลาดพร้าว สถานีแยก คปอ. สถานีคลองบางไผ่ และสถานีคูคต โดยผู้ใช้บริการเรียกใช้ได้ผ่านแอปพลิเคชัน MRTA Parking) ควบคู่กับการเปิดตัว CRM Loyalty Program “MRTA MeDee MePoint” บน LINE Official Account: @MRTA เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับสิทธิประโยชน์และร่วมสะสมคะแนนกับเครือข่ายพันธมิตร 


 การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ รฟม. ในการเปิดรับภาคเอกชนและพันธมิตรทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วม “เชื่อมต่อความร่วมมือ” ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการและเติมเต็มความสุขให้ผู้ใช้บริการในทุกจุดเชื่อมต่อ รฟม. ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ใช้บริการทุกท่านร่วมติดตามและเข้าร่วมกิจกรรมสุดพิเศษตลอดแคมเปญ 3 ปีเต็ม พร้อมลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ามากมายที่ รฟม. ตั้งใจคัดสรรมาเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้โดยสารทุกคน 


ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร รายละเอียดกิจกรรม และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ทาง LINE Official Account: @MRTA, เว็บไซต์ทางการของ รฟม. www.mrta.co.th และช่องทางสื่อสารประชาสัมพันธ์ของ รฟม. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ รฟม. โทร. 0 2716 4000 ต่อ 2356, 2359

กกต.เปิดผลการวิจัยประเมินผลและถอดบทเรียนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติพร้อมกันครั้งแรกของประเทศ ชูข้อเสนอการยกเครื่องกฎระเบียบ เทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของประชาชน


กรุงเทพ-7 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมพระอินทร์ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต)จัดงานสัมมนาเปิดผลการวิจัยประเมินผลและถอดบทเรียนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกันซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ผลการศึกษาวิจัยประเมินผลและถอดบทเรียนครั้งนี้เป็นผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับรวมทั้งภาค
ประชาชนและสื่อมวลชน ดำเนินการโดย สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา


ผลการศึกษาวิจัยประเมินผลและถอดบทเรียนชี้ว่า การจัดการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ ทุกภาคส่วนมีความเชื่อมั่นต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของการจัดการเลือกตั้งแม้อยู่ในเกณฑ์ต่ำอันเป็นผลมาจากมีการจัดการเลือกตั้งบางหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งตามกฏระเบียบ ระบบรายงานผลการนับคะแนนที่ไม่เสถียรและล่าช้า รวมทั้งกระบวนการตรวจสอบเรื่อง
ร้องเรียนขาดความโปร่งใส
ผู้ร้องเรียนไม่ได้รับแจ้ง ความคืบหน้าคดี เป็นต้น แต่ความตื่นตัวและความพึงพอใจต่อการจัดการเลือกตั้งอยู่ในระดับสูง


ส่วนประเด็นที่มีความสำเร็จที่ปรากฏในเชิงประจักษ์ อาทิ การมีส่วนร่วมของประชาชนจากการออกไปใช้สิทธิสูงถึงร้อยละ 71.42 การลงทะเบียนขอไปใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งและการไปใช้สิทธิตามที่ลงทะเบียนไว้ ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการออกระเบียบให้มีการจัดที่เลือกตั้งกลางสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ


จากการประมวลและวิเคราะห์ผลการศึกษาผลการศึกษาวิจัยทั้งแบบสอบถาม การประชุมกลุ่มย่อย และสัมภาษณ์เชิงลึกนำไปสู่ข้อค้นพบและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ประกอบด้วย การทบทวนให้กฎหมายเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติมีความสอดคล้องกันถ้าจะต้องมีการจัดการทั้ง 2 ประเภทพร้อมกันในครั้งต่อไป ลดความสับสนของประชาชนที่มีต่อการแบ่งเขตเลือกตั้งให้อยู่
บนฐานอำเภอ การลดจำนวนแบบพิมพ์และเอกสารที่ต้องใช้ในหน่วยเลือกตั้ง การพัฒนาระบบรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ การเสนอให้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้มีภาคประชาชนและประชาสังคมเข้าร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง และให้ผู้แทนผู้สมัครและพรรคการเมืองมาจากผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ออกกฎหมายคุ้มครองพยาน ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้และการศึกษาทุกกลุ่มอายุอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างความเป็นพลเมืองด้วยการมุ่งเน้นความรอบรู้ทางการเมือง ตลอดจนเร่งรัดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อลดความบกพร่องผิดพลาดของคน สะดวก รวดเร็ว และลดปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง


นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า การเปิดผลวิจัยเพื่อประเมินผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันเดียวกันครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะต่างๆอันจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไขให้การจัดการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติครั้งต่อไปเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขอขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชา
สังคม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และมหาวิทยาลัยบูรพา ที่ปรึกษาโครงการผู้จัดทำผลวิจัย รวมทั้งสื่อมวลชนที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและช่วยเหลือให้การทำงาน ของ กกต.ให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลการวิจัยจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมสัมมนา


ดร.ณฐาภพ สมคิด รองผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำนักบริการวิชาการ
มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การศึกษาวิจัยครั้งนี้ต้องการศึกษาถึงความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างรอบด้านเพื่อนำมาวิเคราะห์การรับรู้ข้อมูลข่าวสารความพึงพอใจต่อความสะดวกในการไปใช้สิทธิประกอบกับการประเมินผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการ กิจกรรมหลักและการใช้จ่ายงบประมาณ ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นและปัจจัยแห่งความสำเร็จโดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างแบบสอบถามร่วมกับวิจัยภาคสนาม ครอบคลุมพื้นที่ 7 ภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 3,000 คน จัดประชุมกลุ่มย่อยทั้งแบบ ออนไซต์และออนไลน์ใน 5 ภูมิภาคจำนวน 300 คน คาดหวังว่าข้อมูลที่ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยบูรพานำเสนอครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ


สำหรับผลการศึกษาวิจัยการจัดการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติครั้งนี้มีนางสาวปาริฉัตร ป้องโล่ห์ หัวหน้าโครงการ จากสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้นำเสนอ ดร.ทันตแพทย์ อนุศักดิ์คงมาลัย อดีต สว. และ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมวิพากษ์ผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนทัศนะ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการสัมมนาเป็นจำนวนมาก

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ทัพนักแสดง ทีมนักเตะ และแฟนคลับรวมตัวอบอุ่น ส่งกำลังใจเต็มพื้นที่ รอบกาล่าพรีเมียร์ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” เตรียมออกขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ 8 ต.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์


ถือเป็นงานที่รวมพลทั้งนักแสดง นักเตะ แฟนหนัง และแฟนบอลไว้อย่างคับคั่งและอบอุ่น สำหรับ รอบกาล่าพรีเมียร์ของ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” (THE COACH OF DREAMS) ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องราวชีวิตจริงส่วนหนึ่งของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ที่ไม่เพียงแค่ปั้นเหล่าก้อนดินให้กลายเป็นดาวเตะแห่งวงการฟุตบอลขาสั้น แต่ยังมอบโอกาส สร้างชีวิต และพาเหล่านักเตะเยาวชนฝ่าฟันทุกอุปสรรคเพื่อเดินทางสู่ความฝัน จนกลายเป็นปรากฏการณ์สะเทือนวงการกีฬาของประเทศไทย ซึ่ง คุณวาฐิตา เพ็ญชาญวัฒนกิจ เจ๊ใหญ่ มีเดียเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (JAEYAI MEDIA ENTERTAINMENT CO., LTD.) ได้นำเรื่องราวมาถ่ายทอดบนแผ่นฟิล์ม และได้ผู้กำกับฯ มากฝีมืออย่าง สำรวย รักชาติ นั่งแท่นกำกับการแสดง ซึ่งได้จัดรอบกาล่าพรีเมียร์ไปเมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท-เอกมัย


ภายในงาน ทั้งทีมนักแสดงนำ นักแสดงรับเชิญชื่อดังมากันพร้อมหน้า รวมทั้งมีผู้สร้าง ผู้กำกับในวงการมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย กิจกรรมบนเวทีเริ่มต้นอย่างสดใส เมื่อสามสาว พะแพง – ณัชภัสร์ ชินณรงค์ , เชอรี่ – ชมพูนิกข์ พรหมพิไชย และ ข้าว – ณัฐกฤตา มณีเนียม แท็กทีมโชว์เพลงประกอบภาพยนตร์สุดน่ารัก “หัศจรรย์ครั้งแรก” ก่อนส่งต่อเข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์พูดคุย ที่ผู้กำกับ สำรวย รักชาติ และทัพนักแสดง นำโดย อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ รวมทั้งหนุ่มๆ นักเตะที่วันนี้สลัดชุดนักบอลมาหล่อในชุดสูท อย่าง เต - วรากร ช่างเขียนดี, นาว - เจษฎา ลังกา, ฟาก๊อฟ - นพัฒน์ หัศไสว, แต้งกิ้ว - ปัญณวัฒน์ พงษ์บุญญพัฒน์ ต่างมาเล่าถึงความรู้สึกในการได้เป็นส่วนหนึ่งของ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” 


อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ เผยว่า “เดอะโค้ช รถขนฝัน ไม่ได้ให้เฉพาะความบันเทิงอย่างเดียว แต่สามารถยังนำบางช่วงบางตอนไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ และผมเชื่อว่าบางฉากจะทำให้คนเสียน้ำตา และเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกสู่สายตา คนดูจะเห็นถึงคุณค่าของนักกีฬาทุกคนมากขึ้นครับ” 


ด้านนักแสดงรับเชิญชื่อดังมากประสบการณ์ ทั้ง กวาง – กมลชนก เขมะโยธิน และ ฮันนี่ – ภัสสร บุญยเกียรติ และไอซ์ - อธิชนัน ศรีเสวก ก็ได้เปิดเผยเบื้องหลังการทำงานสนุกๆ ที่สร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ เมื่อคุณแม่ตัวจริงของ นาว - เจษฎา ที่แม้จะไม่ได้มาร่วมงานแต่ก็ฝากข้อความผ่าน กวาง – กมลชนก คุณแม่ในภาพยนตร์ เพื่อบอกลูกชายว่า “ขอให้เขาเป็นเด็กดีของทุกคน” ซึ่งแม่กวางก็ส่งต่อความรักให้แก่ลูกนาวอย่างสุดซาบซึ้ง


ความพิเศษเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อ คุณ อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย (บอย ท่าพระจันทร์) หนึ่งในผู้สนับสนุนและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีมฟุตบอลเยาวชนที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ภายใต้การฝึกฝนของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ มาจนถึงปัจจุบัน ได้ร่วมกล่าวถึงความประทับใจ “ผมสนับสนุนอาจารย์สกล เพราะอาจารย์สกลสร้างคน สร้างเด็ก และสร้างอนาคต ใครอยากดูแนวทางการดำเนินชีวิตของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เอ็นดูเด็กๆ ก็อยากให้มาดู เดอะโค้ช รถขนฝัน ครับ”


ด้าน คุณวาฐิตา เพ็ญชาญวัฒนกิจ ผู้บริหาร บริษัท เจ๊ใหญ่ มีเดียเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (JAEYAI MEDIA ENTERTAINMENT CO., LTD.) ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราอยากให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจแก่เยาวชน แก่ผู้ปกครอง ให้ใส่ใจ ดูแล และส่งเสริมความสามารถของเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม ให้ได้ใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติดค่ะ”         
 

ใครที่รอคอยภาพยนตร์จากเรื่องจริงของโค้ชหนึ่งคนกับรถหนึ่งคัน “เดอะโค้ช รถขนฝัน” (THE COACH OF DREAMS) มาวันนี้พร้อมแล้วที่จะออกขับเคลื่อนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกครอบครัว 8 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

#เดอะโค้ชรถขนฝัน #Thecoachofdreams #เจ๊ใหญ่สั่งลุย #แตงโมยูไนเต็ด #หมอนทอง

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ทีเส็บ ร่วมกับ สกพอ. และ TEA ถอดรหัสความสำเร็จโครงการ EEE ดัน “ไมซ์” เครื่องมือยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปลุกพลังการลงทุน ยกระดับ EEC สู่ MICE City

ทีเส็บ ร่วมกับ สกพอ. และ TEA ถอดรหัสความสำเร็จโครงการ EEE ดัน “ไมซ์” เครื่องมือยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปลุกพลังการลงทุน ยกระดับ EEC สู่ MICE City


เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. และสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA แถลงผลสำเร็จโครงการ "Empower Eastern Exhibition" (EEE) ชี้ผลสัมฤทธิ์ช่วยปลุกพลังอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าไทย กระตุ้นการลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ และสร้าง MICE Ecosystem ที่ยั่งยืนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ณ Club Siam Glowfish


คุณปาริฉัตร เศวตเศรนี ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคกลางและภาคตะวันออก เปิดเผยว่า โครงการ EEE เป็นโครงการนำร่องที่ใช้งานแสดงสินค้าเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายรายได้และยกระดับพื้นที่ การดึงงานแสดงสินค้าศักยภาพสูง อาทิ Automation Expo 2026 และ The Print Cycle Tech 2026 เข้าสู่พื้นที่จริง สามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนในพื้นที่ EEC โดยตรง อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินสะพัดและทราฟฟิกของผู้เข้าร่วมงานเป็นเพียงผลลัพธ์ขั้นแรก แต่เป้าหมายสำคัญคือการใช้งานแสดงสินค้าเป็น 'หัวเจาะ' ในการเร่งพัฒนาพื้นที่ เกิดการกระตุ้นให้ภาคธุรกิจ โรงแรม และผู้ให้บริการปรับตัวสู่มาตรฐานสากล


นอกจากนี้ โครงการ EEE ยังสร้างหมุดหมายสำคัญ โดยจังหวัดระยองได้รับการรับรองเป็น MICE City เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สะท้อนความพร้อมและการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น ซึ่งช่วยเปลี่ยนภาพจำของระยองจากเมืองอุตสาหกรรม สู่จุดหมายปลายทางทางธุรกิจที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม นวัตกรรม และไมซ์เข้าด้วยกัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นเข้ามาอยู่ใน Supply Chain ของอุตสาหกรรมไมซ์ได้อย่างทั่วถึง


ด้าน ดร.ชลจิต วรวังโส วีรกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า กิจกรรมไมซ์และงานแสดงสินค้าถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ นักลงทุน และอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้าสู่ EEC งานแสดงสินค้าทำหน้าที่เป็นเวทีสร้าง Business Connection และเป็นจุดเชื่อมที่ทำให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่ ทั้งด้านระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และเขตอุตสาหกรรม ทาง สกพอ. มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและอำนวยความสะดวก เพื่อผลักดัน EEC จากการเป็นเพียง Industrial Area ให้ก้าวสู่การเป็น Business Destination ที่รวมธุรกิจ นวัตกรรม การลงทุน และไลฟ์สไตล์ไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์


ขณะที่ ดร.ศุภลักษ์ สุวัตถิ เลขาธิการ สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) ระบุถึงมุมมองของผู้จัดงานว่า โครงการ EEE ช่วยปลดล็อกความท้าทายและลดความเสี่ยง (De-risking) สำหรับผู้จัดงานที่ต้องการขยายการจัดแสดงสินค้าออกนอกกรุงเทพฯ โดยเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้จัดงานมืออาชีพกับผู้ประกอบการและโรงงานในพื้นที่ EEC นอกจากนี้ยังเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer) และมาตรฐานสากลไปสู่ Local Supply Chain เช่น ผู้รับเหมาสร้างบูธ ระบบโสตทัศนูปกรณ์ ขนส่ง และทีมจัดเลี้ยง ช่วยยกระดับศักยภาพแรงงานในพื้นที่ และลดการพึ่งพาทีมงานจากส่วนกลาง สร้างความมั่นใจให้ผู้จัดงานทั้งในและต่างประเทศในระยะยาว


ความสำเร็จของโครงการ EEE จึงถือเป็นบทเรียนและต้นแบบสำคัญสำหรับพื้นที่ยุทธศาสตร์อื่น ๆ ของประเทศ ในการนำโมเดล "MICE as an Engine" มาเป็นตัวเร่งการพัฒนาเมือง ซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการสร้างคนและ Supply Chain ในท้องถิ่น การวางนโยบายกระตุ้น Ecosystem ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเติบโตร่วมกันอย่างแท้จริง

วช. แถลงผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยคว้ารางวัลระดับนานาชาติ Indonesia Inventors Day 2026

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้...