เรื่องของข่าว
วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ทัพนักแสดง ทีมนักเตะ และแฟนคลับรวมตัวอบอุ่น ส่งกำลังใจเต็มพื้นที่ รอบกาล่าพรีเมียร์ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” เตรียมออกขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ 8 ต.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์
วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ทีเส็บ ร่วมกับ สกพอ. และ TEA ถอดรหัสความสำเร็จโครงการ EEE ดัน “ไมซ์” เครื่องมือยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปลุกพลังการลงทุน ยกระดับ EEC สู่ MICE City
วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน (มพม.) สานต่อภารกิจ “โรงครัวน้ำพระทัยพระราชทาน” ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569
สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับ มพม. เปิดโรงครัวน้ำพระทัยพระราชทาน จัดเตรียมอาหารและสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย
กรมการแพทย์แผนไทยฯ โชว์ศักยภาพ “นวดไทย-สมุนไพร” บนเวที Thailand Global Wellness Summit 2026 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่เวทีโลก
(29 กันยายน 2569 : กรุงเทพมหานคร) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพไทย ครั้งใหญ่ เตรียมนำ “นวดไทย” และ “สมุนไพรไทย” ร่วมโชว์ศักยภาพบนเวทีระดับโลกในงาน Thailand Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026) ณ จังหวัดภูเก็ต มุ่งผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง พร้อมรองรับตลาดสุขภาพระดับสากล
ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีจุดแข็งโดดเด่นด้านการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ “นวดไทย” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ควบคู่ไปกับ “สมุนไพรไทย” ที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาจากวัตถุดิบและองค์ความรู้ดั้งเดิมสู่สารสกัด ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และประสบการณ์การดูแลสุขภาพ (Wellness Experience) ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) สะท้อนให้เห็นถึงความเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจ Wellness ในประเทศไทย โดยในปี 2567 มีมูลค่าสูงถึง 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ไทยก้าวขึ้นอยู่อันดับที่ 24 ของโลก และอันดับที่ 9 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในมิติเชิงลึกพบว่า Wellness Tourism: มีมูลค่า 14.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 Traditional & Complementary Medicine (T&CM): มีมูลค่าอยู่ที่ 3.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดร.นพ.พงศธร กล่าวเพิ่มเติมว่า สถิติดังกล่าวสะท้อนถึงโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการบูรณาการภาคการท่องเที่ยว สุขภาพ การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่างให้กับบริการ Wellness ของไทย สำหรับ งาน GWS 2026 ถือเป็นโอกาสทองในการประกาศศักยภาพด้านสุขภาพและภูมิปัญญาไทยสู่สายตาชาวโลก โดยกรมฯ มุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานทั้งในด้านบริการและผลิตภัณฑ์ ด้านนวดไทย เดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานบุคลากร พร้อมพัฒนาเทคนิคการนวดเฉพาะทางเพื่อดูแลกลุ่มอาการต่าง ๆ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพผู้ให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ด้านสมุนไพรไทย มุ่งต่อยอดสู่นวัตกรรมสุขภาพ (Wellness Innovation) ตั้งแต่ระดับชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าและเปิดประตูสู่ตลาดโลก
การผลักดัน Wellness ไทยสู่ตลาดโลกในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศเท่านั้น แต่ยังสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ให้แก่คนไทยในทุกระดับอย่างทั่วถึง ตั้งแต่ผู้ให้บริการนวดไทย แพทย์แผนไทย เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร วิสาหกิจชุมชน ไปจนถึงผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม สปา และบริการสุขภาพในพื้นที่
ภายในงาน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มอบ Gift Set “น้ำหอมว่านสาวหลง” แก่แขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงาน โดย “ว่านสาวหลง” เป็นพืชอัตลักษณ์แห่งล้านนามาต่อยอดผ่านนวัตกรรม การสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยระดับพรีเมียม สะท้อนการผสาน ภูมิปัญญาสมุนไพรไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวลเนสที่มีมูลค่า พร้อมส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสุขภาพ และสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการยกระดับทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สินค้าและบริการเวลเนสมูลค่าสูง รองรับการแข่งขันในตลาดโลก
วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569
มจธ. ผนึกพลังเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา Upskill-Reskill คนพิการ สู่สถานประกอบการ และสร้างอาชีพกว่า 370 คน ผ่านโครงการขยายผลโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ.
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา รวม 9 แห่ง จัดพิธีปิด “โครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการเพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. HigherEd for PWD (พ.ศ. 2568 - 2569)” ณ ห้องประชุม BRI 224 อาคารวิจัยและนวัตกรรมกระบวนการชีวภาพ มจธ. บางขุนเทียน โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
การแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก รศ. ดร. สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นประธานกล่าวปิดโครงการ และดร.อรกัญญาณี เลี้ยงอิสสระ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มจธ. กล่าวรายงานผลสัมฤทธิ์จากโครงการ พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั้ง 9 แห่ง เข้าร่วมงาน
รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าวว่า การดำเนินโครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการเพื่อการประกอบอาชีพฯ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมความพร้อมคนพิการในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ด้วยการพัฒนาทักษะทางวิชาการและทักษะความรู้ทางอาชีพให้เหมาะสมกับศักยภาพและความต้องการของตลาด เพื่อส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาเป็นกลไกในการสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการในการใช้สิทธิ์ตามมาตรา 33 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 แทนการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนตามมาตรา 34 และเพิ่มโอกาสของการจ้างงานคนพิการเข้าสู่สถานประกอบการอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตามแนวทางที่สอดคล้องกับมาตรา 33
โดย มจธ. ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะทางอาชีพให้คนพิการด้วยตนเองมาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 สร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการในการใช้สิทธิ์ตามมาตรา 35 (7) รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพเครือข่ายในการสนับสนุนองค์ความรู้ การดำเนินงานด้านพัฒนาศักยภาพคนพิการ จัดการฝึกอบรมสำหรับผู้จัดการโครงการ และผู้อำนวยความสะดวกและประสานงานการฝึก (Facilitator) ของโครงการในลักษณะ Train the Trainer ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การปฏิบัติงานของ มจธ. ในการฝึกอาชีพให้กับคนพิการ ทั้งการบริหารจัดการ การพัฒนาหลักสูตร การคัดเลือกและสรรหาคนพิการ การจัดการฝึกอบรมคนพิการ การประเมินผล การจับคู่ (Matching) คนพิการกับสถานประกอบการหรือการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์โครงการ เป็นต้น รวมทั้งทำหน้าที่ในการติดตามและประเมินผลโครงการที่ได้มอบให้สถาบันการศึกษาเครือข่ายดำเนินงาน
สำหรับการดำเนินงานโครงการนี้ ถือเป็นรุ่นที่ 2 เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ถึงเมษายน 2569 มีผู้เข้าร่วมอบรมและฝึกงานทั้งสิ้น 370 คน (รวมกับรุ่นที่ 1 เป็น 670 คน) โดยในปีนี้มีหลักสูตรการฝึกอบรมด้วยกัน 12 หลักสูตร เพิ่มขึ้นจากรุ่นที่ 1 ที่มีเพียง 4 หลักสูตร (เป็นอาชีพในสถานประกอบการ 2 หลักสูตร และอาชีพอิสระ 10 หลักสูตร) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และศักยภาพของผู้เข้าร่วมโครงการ ดังนี้
1. หลักสูตรเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จำนวน 20 คน
2. หลักสูตรการฝึกทักษะอาชีพด้านการซ่อมบำรุง และดัดแปลงรถเข็นสามล้อมือโยกติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ความร่วมมือใน จ.สระแก้ว) จำนวน 20 คน
3. หลักสูตรนักพัฒนาธุรกิจ (Business Developer) ประเภทวิสาหกิจชุมชน โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จำนวน 20 คน
4. หลักสูตรการฝึกอบรมทักษะด้านการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีสำหรับคนพิการเพื่อการประกอบอาชีพ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ราชบุรี) จำนวน 20 คน
5. หลักสูตรนักสื่อสารดิจิทัล เพื่อคนพิการ สร้างงาน สร้างอาชีพ โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จำนวน 50 คน
6. หลักสูตรการฝึกอบรมการประกอบอาหารไทยเพื่อประกอบอาชีพ โดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (วิทยาเขตสุพรรณบุรี) จำนวน 30 คน
7. โครงการการพัฒนาทักษะและต่อยอดการประกอบอาชีพของคนพิการในจังหวัดขอนแก่น โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จำนวน 80 คน
8. หลักสูตรเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) จำนวน 20 คน
9. หลักสูตรการแปรรูปสมุนไพรและของที่ระลึกตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (ศูนย์การศึกษาอู่ทองทวารวดี) จำนวน 30 คน
10. หลักสูตรการแปรรูปสมุนไพรไทยด้วยเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมอาชีพและพัฒนาทักษะคนพิการสู่การเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จำนวน 30 คน
11. หลักสูตรการแปรรูปผลิตภัณฑ์และของที่ระลึก โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 20 คน
12. หลักสูตรการฝึกอบรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากผ้าลายอัตลักษณ์จังหวัดเพชรบุรีสำหรับผู้พิการในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จำนวน 30 คน
ด้าน ดร.อรกัญญาณี กล่าวว่า โครงการฯประสบความสำเร็จอย่างสูง มีคนพิการที่เรียนจบหลักสูตร 100% และคนพิการที่มีงานทำทันทีหลังเรียนจบในอัตรา 81.62% มีรายได้ทั้งประเภทรายวันและรายเดือนประมาณ วันละ 330-340 บาท และ เงินเดือนประมาณ 10,000-12,000 บาทต่อเดือน อีกทั้งยังมีคนพิการบางส่วนที่นำทักษะที่ได้ฝึกฝนไปประกอบอาชีพอิสระ หรืออาชีพเสริม อาทิ นักแสดง งานกราฟิก การผลิตหุ่นฟิกเกอร์ งานค้าขาย งานรับจ้าง งานประกอบอาหาร และการผลิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงได้มีการส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มอาชีพและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางการตลาดอีกด้วย
อธิการบดี มจธ. กล่าวว่า โครงการฯ ได้เปิดเว็บไซต์ www.ableyou.org เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อการรับข้อมูลความต้องการจากนายจ้าง สรรหาคนพิการที่เหมาะสมเพื่อ Upskill และ Reskill และส่งต่อเข้าตลาดแรงงาน ผ่านกิจกรรม Career Connect โดยเน้นให้คนพิการสามารถเรียนและทำงานใกล้บ้านในท้องถิ่นของตนเอง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพิ่มโอกาสการครองงานในระยะยาว และมีรายได้ที่สามารถเลี้ยงดูตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งบูรณาการ เทคโนโลยีการเกษตร หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่หลักสูตร เพื่อให้ทักษะมีความทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน อันเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมให้คนพิการสามารถมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน
อีกทั้ง การดำเนินโครงการยังได้รับความร่วมมือจากจัดหางานจังหวัด สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เพื่อสร้างระบบสนับสนุนแบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาทักษะ การฝึกงาน จนถึงการมีงานทำจริง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ทัพนักแสดง ทีมนักเตะ และแฟนคลับรวมตัวอบอุ่น ส่งกำลังใจเต็มพื้นที่ รอบกาล่าพรีเมียร์ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” เตรียมออกขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ 8 ต.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์
ถือเป็นงานที่รวมพลทั้งนักแสดง นักเตะ แฟนหนัง และแฟนบอลไว้อย่างคับคั่งและอบอุ่น สำหรับ รอบกาล่าพรีเมียร์ของ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” (THE COACH OF ...
-
ยินดีกับกิจกรรมดีๆ โครงการประกวดเรียงความ "เยาวชนรุ่นใหม่ รู้คิด รู้ทัน ร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด" ที่จัดขึ้นเมื่อ วันเสาร์ที่ 17 มกร...
-
ฉลองครบ 30 ปีแห่งความสำเร็จ ‘เจตนิน’ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก เติมเต็มความฝันให้กับทุกครอบครัว โรงพยาบาลเจตนิน โดย พล.ต...
-
ดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง สมาคมนักข่าวบันเทิงร่วมกับ “สายไหมอเวนิว”โดยมีผู้อำนวยการเขตสำนักงานเขตสายไหม เป็นประธานในการเปิดงาน เปิดรับบริจาคช่ว...