วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

พม.-ไทยโปลิศพลัส รุดช่วย 3 เยาวชนเหยื่อ 12 ทรชนรุมยิง-ฟันสาหัส! จี้ รพ. ย่านประเวศแจงด่วน ปม "ขับไสไล่ส่ง" อ้างเตียงเต็มญาติจำใจพากลับบ้าน ผู้บาดเจ็บทรมาน อยู่10วัน ทางพม.ทราบ เร่งส่ง ร.พ. ที่อื่นทันที ให้ได้รับการรักษาตัวเป็นการด่วน !

พม.-ไทยโปลิศพลัส รุดช่วย 3 เยาวชนเหยื่อ 12 ทรชนรุมยิง-ฟันสาหัส! จี้ รพ. ย่านประเวศแจงด่วน ปม "ขับไสไล่ส่ง" อ้างเตียงเต็มญาติจำใจพากลับบ้าน ผู้บาดเจ็บทรมาน อยู่10วัน ทางพม.ทราบ เร่งส่ง ร.พ. ที่อื่นทันที ให้ได้รับการรักษาตัวเป็นการด่วน !

ศูนย์ข่าว น.ส.พ. ไทยโปลิศพลัส แท็กทีมกระทรวง พม. เปิดหน้าท้าชนขบวนการล่าช้า หลังเหยื่อเยาวชน 3 รายถูกกลุ่มโจ๋ 12 คนรุมยิง-มีดฟันยับ เผาขนอวัยวะเพศ คัดเตอร์กรีดดวงตา ถังขยะข้างทางทุบหัว ไล่ล่าก่อเหตุตามทำร้ายถึง2พื้นที่ ข้ามจังหวัดจากบางแก้ว 1จุด ถึงอุดมสุข อีก 1จุด คดีไม่คืบแถมเจอ "ดราม่าร.พ.ดังย่านประเวศเมินรักษากระสุนฝังแขน ไล่คนเจ็บกลับบ้านจนอาการทรุดหนัก ด้าน "ดร.ธนกฤต" เลขาฯ รมว.พม. สุดทน! รีบส่งตัวผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ. เป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่นอนเจ็บทรมานมาเกือบ10วัน เหตุเพราะโดน ร.พ. ดังไล่กลับบ้าน ระบบการคุ้มครองสิทธิคนไข้..?  หลังถูกร.พ. ปิดประตูใส่หน้าและมีผู้เสียหายอีกหนึ่งราย ที่ ทาง ร.พ.ไม่ให้หน่วยงานที่มาช่วยเหลือขอเข้าเยี่ยมดูอาการผู้บาดเจ็บสาหัสที่ยังไม่ได้สติ แต่ไม่ได้รับการอนุญาตใดๆ

สยองกรุง-ปากน้ำ: 12 รุม 3 พกพาอาวุธครบมือ เหตุการณ์อุกอาจนี้เกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา โดยกลุ่มวัยรุ่นชาย 12 คน ใช้อาวุธมีด และปืนไล่ทำร้ายเยาวชน 3 รายอย่างบ้าคลั่ง ต่อเนื่องในพื้นที่ ต.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ และเขตอุดมสุข กทม. ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสถึง 3 ราย แต่ทั้งกระบวนการตามกฏหมายนั้นยังล่าช้า ในการตามล่าตัวผู้กระทำความผิดกลับเป็นไปอย่างล่าช้าจนครอบครัวหวาดระแวง แถมเจอรพ. เมินสิทธิมนุษยชน? อ้างเตียงเต็มไล่กลับบ้าน ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือการที่ญาติผู้เสียหายร้องเรียนว่า ในคืนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บผู้เสียหายที่ถูกยิงที่แขนซ้ายนำส่งโรงพยาบาลชื่อดังย่านประเวศ แต่กลับถูกปฏิเสธการรักษาต่อเนื่อง ต้องรีบย้ายตัวออกจากห้องฉุกเฉิน โดยทาง รพ. แจ้งว่า "ไม่เป็นอะไรมาก" และ "เตียงเต็ม" ให้กลับบ้านได้ทันที จนเวลาล่วงเลยไปอาการกลับทรุดหนัก แขนบวม เจ็บปวดทรมาน และปัจจุบันยังมีผู้เสียหายอีกหนึ่งราย หนึ่งในผู้เสียหายใน3คน ที่ยังนอนรักษาตัวไม่ได้สติมานานกว่า 1 สัปดาห์ มีเพียงผู้เสียหาย หนึ่งราย ที่อาการไม่หนักมาก จึงได้กลับพักฟื้นอยู่ที่บ้านในภายหลัง แต่ใบหน้ายังคงตาบวม รอดูอาการที่บ้าน

"ไทยโปลิศพลัส" ผนึกกำลัง พม. บุกห้องส่งช่อง 7 เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.พม. และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง  อธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ พร้อมด้วย นายไทยใหญ่รัฐพร แก้วเก้าศิริ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวไทยโปลิศพลัส รวมทั้งญาติผู้เสียหาย เดินทางมาพูดคุยในรายการ "มีเรื่องต้องคุย" ทางช่อง 7 เพื่อแฉความล่าช้าและพฤติกรรมของโรงพยาบาลดังกล่าว ส่วนในเรื่องขั้นตอนกระบวนการตามกฏหมายต่อไปนั้น นายไทยใหญ่รัฐพร แก้วเก้าศิริ ยืนยันว่า ทีมงานศูนย์ข่าวไทยโปลิศ+ จะทำหน้าที่เป็น "กระบอกเสียง" และคอยติดตามคดีนี้จนถึงที่สุด ไม่ปล่อยให้ผู้เสียหายไร้ที่พึ่งพา เราจะเป็นสื่อกลางของประชาชน และไม่ยอมให้ความยุติธรรมถูกปิดกั้น
> "เรามาเพื่อทวงความเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีหรือเรื่องจรรยาบรรณสถานพยาบาล ใครที่ละเลยหน้าที่จนทำให้เยาวชนต้องเสี่ยงชีวิตเพิ่มขึ้นเช่นนี้ ผอ.ไทยโปลิศพลัสกล่าวทิ้งท้าย



ศูนย์ข่าว น.ส.พ. ไทยโปลิศพลัส
สื่อกลางเพื่อปวงชนชาวไทย

ดร.ยุพเณศตช์ ภวภูตานนท์ 
ณ มหาสารคาม ( บก.บห.ผู้ก่อตั้ง )
หนังสือพิมพ์ไทยโปลิศพลัส

คลิปเต็ม คลิ๊ก⬇️⬇️

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เชิญชมนิทรรศการมหกรรมศิลปะ “กิจกรรมวาดเขียนปัตตานี (Lukis Pattani 2026)” บอกเล่าเรื่องราวของปัตตานีสู่สายตาโลก วันนี้ – 29 มีนาคม นี้

เชิญชมนิทรรศการมหกรรมศิลปะ “กิจกรรมวาดเขียนปัตตานี (Lukis Pattani 2026)”  
บอกเล่าเรื่องราวของปัตตานีสู่สายตาโลก วันนี้ – 29 มีนาคม นี้


นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน นิทรรศการมหกรรมศิลปะปัตตานี “วาดเขียนปัตตานี 2569 (Pattani Art Fest: Lukis Pattani 2026)” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่  ระหว่างวันนี้จนถึง 29 มีนาคมนี้ จัดโดย จังหวัดปัตตานี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี และภาคีเครือข่ายฯ  โดยในงานยังได้รับเกียรติจาก ดร.สุชาติ วงษ์ทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สีน้ำ) และ ดร.นิพนธ์ นิกาจิ ศิลปินอาวุโสและจิตรกรสีน้ำระดับนานาชาติที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยศิลปินในพื้นที่ ศิลปินในประเทศ และระดับนานาชาติ ที่มาร่วมสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างคึกคัก เพื่อร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนงานศิลป์ครั้งสำคัญนี้สะท้อนพลังความร่วมมือของภาคีวัฒนธรรมในจังหวัดปัตตานีและภูมิภาคชายแดนใต้ โดยได้จัดพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ณ หอศิลป์ภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี


สำหรับการจัดงาน นิทรรศการมหกรรมศิลปะปัตตานี “วาดเขียนปัตตานี 2569 (Pattani Art Fest: Lukis Pattani 2026)”  เป็นโครงการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในสังคมพหุวัฒนธรรมภายใต้โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวทุกด้านด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้ศิลปินร่วมสมัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนศิลปินร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงจากที่ต่างๆ มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านภาพวาด ในการสะท้อนเรื่องราวของเมืองปัตตานี ผ่านมิติมุมมองในด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ตลอดจนเด็กและเยาวชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ถึงเรื่องราวในมิติต่างๆ ของจังหวัดปัตตานีมากยิ่งขึ้น


ภายในพิธีเปิดงานไม่ได้มีเพียงการจัดแสดงผลงานศิลปะจากศิลปินชายแดนใต้เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเวทีเสวนา “Pattani Art Talk: สืบศิลป์ สานพัฒนา” ที่เปิดมุมมองใหม่ทางความคิด การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่งดงาม และบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนตัวตนของพื้นที่ผ่านเส้น สี และเรื่องราว
โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่อเนื่อง โดยกำหนดจัดให้มีการนำผลงานของศิลปินที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ รวมไปถึงผลงานต่างๆ จากกิจกรรมที่จัดไปแล้ว มาจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 14 - 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากลัยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์
และยังสามารถรับชมการแสดงผลงานสัญจร ต่อได้ทื่สภากาแฟพรีเมียม ถนนปัตตานีภิรมย์ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ระหว่างวันที่ 1 - 15 มีนาคม 2569 และ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 24 - 29 มีนาคม 2569 
นี่ไม่ใช่แค่งานศิลปะ แต่คือพลังสร้างสรรค์ที่กำลังบอกเล่าเรื่องราวของปัตตานีสู่สายตาโลก มางานเดียว…ได้ครบทั้งศิลปะ ความสุข และเรื่องราวของปัตตานี  แล้วคุณจะหลงรักเมืองนี้มากกว่าที่คิด 


#ArtWorkshopPattani
#ศิลปะปัตตานี
#PattaniArtFest
#LukisPattani2026
#ArtThailand
#SouthThailandArt
#CreativePattani
#หอศิลป์ภาคใต้
#วาดเขียนปัตตานี2569
#สายอาร์ตห้ามพลาด

ขอแสดงความยินดี! ทีมลูกเจ้าพ่อไทรเงิน 2 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันออกแบบโดรนแปรอักษร สนามคัดเลือกสนามที่ 1 เตรียมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน 2569

ขอแสดงความยินดี! ทีมลูกเจ้าพ่อไทรเงิน 2 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันออกแบบโดรนแปรอักษร สนามคัดเลือกสนามที่ 1 เตรียมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน 2569

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีปิดและมอบรางวัลการแข่งขันออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2569 (สนามคัดเลือก สนามที่ 1) ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วยนางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, คณะผู้ทรงคุณวุฒิของ วช. และนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมแสดงความยินดีแก่ทีมผู้ชนะการแข่งขัน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้ แสดงถึงศักยภาพของเยาวชนไทยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม การออกแบบสามมิติ และวิศวกรรมอากาศยานไร้คนขับ มาบูรณาการสร้างสรรค์เป็นการแปรอักษรทางอากาศที่มีความแม่นยำ สวยงาม และปลอดภัย ทุกทีมได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีมอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของกำลังคนคุณภาพในศตวรรษที่ 21 วช.มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเวทีสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพเยาวชน พร้อมทั้งมุ่งมั่นต่อยอดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมของประเทศให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง

ผลการแข่งขันสนามคัดเลือกสนามที่ 1 ปรากฏว่า ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศสามารถออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษรได้อย่างโดดเด่น ทั้งด้านแนวคิดสร้างสรรค์ ความซับซ้อนของรูปแบบการแปรอักษร ความแม่นยำในการควบคุมฝูงโดรนด้วยคำสั่งภาษา Python ส่วนรางวัลรองชนะเลิศและรางวัลชมเชย ต่างมีผลงานที่แสดงถึงความสามารถด้านการออกแบบและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความประทับใจแก่คณะกรรมการและผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันเป็นอย่างยิ่ง

นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาวงการกีฬาเครื่องบินจำลองและเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับของประเทศไทย โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การจำลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรม Blender ไปจนถึงการเขียนคำสั่งควบคุมโดรนด้วยภาษา Python และการบริหารจัดการความปลอดภัยของฝูงโดรนอย่างเป็นระบบ ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมการแข่งขันในรอบต่อไป เพื่อชิงชัยในระดับประเทศและชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นเกียรติยศสูงสุดของการแข่งขันในครั้งนี้

ภายในงาน ยังมีพิธีมอบรางวัลแก่ทีมผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ผ่านการคัดเลือกในสนามคัดเลือก สนามที่ 1 โดยแบ่งรางวัลออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

🏆 รางวัลชนะเลิศ รับถ้วยรางวัล พร้อมทุนการศึกษา จำนวน 10,000 บาท ได้แก่ ทีมลูกเจ้าพ่อไทรเงิน 2 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร

🥈 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับถ้วยรางวัล พร้อมทุนการศึกษา จำนวน 5,000 บาท ได้แก่ ทีมกล้วย กล้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

🥉 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับถ้วยรางวัล พร้อมทุนการศึกษา จำนวน 3,000 บาท ได้แก่ ทีมสายริ้งห์บางเขน โรงเรียนสารวิทยา

🏅 รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล พร้อมทุนการศึกษา จำนวน 1,000 บาท ได้แก่
- ทีมลูกเจ้าพ่อไทรเงิน 1 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร
- ทีมอัสสัมชัญโคราช โรงเรียนอัสสัมชัญ นครราชสีมา
- ทีมพระปฐมวิทยาลัย

ทั้งนี้ การแข่งขันออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2569 ยังมีกำหนดจัดการแข่งขันสนามคัดเลือกในอีก 3 ครั้ง เพื่อเฟ้นหาทีมที่มีศักยภาพเข้าสู่รอบระดับประเทศต่อไป โดยแต่ละสนามจะประกอบด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ 2 วัน และการแข่งขัน 1 วัน ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ระหว่างวันที่ 18–19 กรกฎาคม 2569 ซึ่งกำหนดจัดการแข่งขันต่อเนื่อง 2 วัน พร้อมถ่ายทอดสด เพื่อเฟ้นหาทีมที่มีศักยภาพเข้าสู่รอบระดับประเทศต่อไป อันจะเป็นการต่อยอดการพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดงาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” สืบสานมรดกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของไทย ผู้เข้าร่วมงานหนาแน่นทั้งจากไทยและต่างประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดงาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” สืบสานมรดกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของไทย ผู้เข้าร่วมงานหนาแน่นทั้งจากไทยและต่างประเทศ


เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี, นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. เข้าร่วมในพิธี


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พระนครศรีอยุธยา เป็นราชธานีอันยิ่งใหญ่ของไทยในอดีต เคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาค มีความสัมพันธ์กับนานาอารยประเทศ ก่อให้เกิดการผสมผสานทางศิลปวัฒนธรรมอย่างงดงาม จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ของสยามที่โดดเด่นไม่เหมือนชาติใดในโลก ร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองยังคงปรากฏผ่านโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปกรรม และผังเมืองโบราณ ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์อันลึกซึ้งของบรรพชน โดยเฉพาะการใช้แม่น้ำล้อมรอบเมืองเป็นทั้งเส้นทางคมนาคม แหล่งหล่อเลี้ยงชีวิต และยุทธศาสตร์ป้องกันเมือง อันแสดงถึงความชาญฉลาดและความสามารถในการบริหารจัดการบ้านเมืองอย่างเป็นระบบ ด้วยคุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากล นครประวัติศาสตร์แห่งนี้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO นับเป็นเกียรติภูมิของประเทศและความภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน การจัดงาน ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่เราทุกคนจะได้ร่วมกันตระหนักถึงคุณค่า แสดงพลังแห่งความสามัคคี และร่วมกันบำรุงรักษา สืบสาน และอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่านี้ ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป


นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยามุ่งมั่นผลักดันการท่องเที่ยวมรดกโลกควบคู่กับการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การจัดงาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” ในปีนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ทำให้เกิดกิจกรรมที่แปลกใหม่ สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ การแสดงโดรนแปรอักษร ณ โบราณสถานสำคัญ ช่วยถ่ายทอดความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในรูปแบบร่วมสมัย และเสริมสร้างภาพลักษณ์เมืองมรดกโลกให้มีชีวิตชีวาและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ การจัดงานครั้งนี้สะท้อนการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ ในการยกระดับกิจกรรมสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาทิ นวัตกรรมโดรนแปรอักษรส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) เป็นต้นแบบการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยซึ่งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผสานกับศิลปวัฒนธรรมไทย ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในรูปแบบภาพเคลื่อนไหวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

“สุรศักดิ์” รัฐมนตรีกระทรวง อว. เปิด “ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร” ณ วิทยาลัยการอาชีพเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ขานรับนโยบายรัฐบาล มุ่งปั้น “เกษตรอัจฉริยะ” ยกระดับรายได้เกษตรกรด้วยนวัตกรรม

“สุรศักดิ์” รัฐมนตรีกระทรวง อว. เปิด “ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร” ณ วิทยาลัยการอาชีพเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ขานรับนโยบายรัฐบาล มุ่งปั้น “เกษตรอัจฉริยะ” ยกระดับรายได้เกษตรกรด้วยนวัตกรรม


เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด “ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ พร้อมด้วย นางสาวอารินทร์ แสงทอง นายอำเภอเสนา, นางสมพิศ โยมา ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเสนา คณะผู้บริหาร นักวิจัย คณาจารย์ นักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ วิทยาลัยการอาชีพเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีกระทรวง อว. กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีนโยบายที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะ “ภาคการเกษตร” ที่เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย กระทรวง อว. จึงมุ่งเน้นผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรแบบดั้งเดิมสู่ “เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture)” และ “เกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture)” โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

“การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยการอาชีพเสนา ถือเป็นการตอบโจทย์นโยบายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม เพราะโดรนเพื่อการเกษตรคือนวัตกรรมที่ช่วยให้เกษตรกรทำงานได้รวดเร็ว ครอบคลุมพื้นที่กว้าง เพิ่มความปลอดภัยจากการสัมผัสสารเคมี และสามารถเก็บข้อมูลเชิงลึกเพื่อวางแผนการเพาะปลูกได้ ศูนย์ฯ แห่งนี้จะเป็นจุดเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษาสู่การใช้งานจริงในชุมชน ต้องขอขอบคุณ วช. สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองฯ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างสรรค์โครงการดี ๆ เช่นนี้ให้เกิดขึ้น” นายสุรศักดิ์ กล่าว

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ (Area-based) ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรน ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง รองรับโลกยุคดิจิทัล

ด้าน นางสมพิศ โยมา ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเสนนา กล่าวว่า ทางวิทยาลัยมีความมุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรให้ทันต่อความต้องการของตลาดแรงงาน การมีศูนย์การเรียนรู้ฯ ภายในสถานศึกษา จะช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะจากอุปกรณ์จริง สร้างความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ท้องถิ่น

ส่วน นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า ทางสมาคมฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญในการฝึกอบรมการบังคับอากาศยานไร้คนขับ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานโดรน ทั้งในภาคการเกษตรและส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวต่อไป


ทั้งนี้ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร วิทยาลัยการอาชีพเสนา จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างอาชีพใหม่ให้แก่เยาวชนและเกษตรกร และเตรียมความพร้อมคนไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโลกอย่างยั่งยืน

#อว #กระทรวงอว #MHESI #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #สํานักงานการวิจัยแห่งชาติ #วช #NRCT #วิทยาลัยการอาชีพเสนา #โดรนเพื่อการเกษตร #SmartAgriculture #เกษตรอัจฉริยะ

อว. นำนวัตกรรมโดรนแปรอักษรส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ในงาน“ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก“

อว. นำนวัตกรรมโดรนแปรอักษรส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ในงาน“ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก“


เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำนวัตกรรมโดรนแปรอักษรส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ในงาน“ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก“ ดำเนินการสนับสนุนนวัตกรรมโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดการแสดงบินโดรนเพื่อเทิดพระเกียรติและส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งมรดกโลก ซึ่งเป็นการส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ในงาน ”ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก“ ณ อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา สร้างความตระการตาแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงาน 
โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีเป็นนำการบินโดรนแปรอักษรในครั้งนี้
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. เข้าร่วมงาน และนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ควบคุมการจัดแสดงบินโดรนแปรอักษร มีผู้บริหารของจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมชมการแสดงเป็นจำนวนมาก


ในการแสดงบินโดรนครั้งนี้ ประกอบด้วยภาพธงชาติไทย ภาพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาพสงครามยุทธหัตถี ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ภาพตราสัญลักษณ์ ประจําจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ภาพวัดพระศรีสรรเพชญ์ ภาพเศียรพระพุทธรูปในรากต้นโพธิ์ "วัดมหาธาตุ" ภาพวัดไชยวัฒนาราม ภาพสัญลักษณ์งาน ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ภาพตราสัญลักษณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภาพตราสัญลักษณ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยใช้โดรนแปรอักษรจำนวน 500 ลำ เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าและการพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมที่ประเทศไทยได้มุ่งมั่นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นที่รู้จักในสายตาของผู้คนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อกิจกรรมครั้งนี้ได้จัดร่วมกับ "งานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและประเพณีอันทรงคุณค่าของไทยได้อย่างลงตัวสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ 


ความสำเร็จของโครงการในการจัดแสดงครั้งนี้จะไม่เป็นเพียงการกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยว ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนไทยในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่มีคุณค่าแก่สังคม

อว.มอบ “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” นวัตกรรม เตาไบโอชาร์ BioCycle Kiln แก่ชุมชนเกษตรกรรม อบต.รางจรเข้-เทศบาลเมืองเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา ชูโมเดลสร้างมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร แก้ฝุ่น PM 2.5 ที่ต้นเหตุ

อว.มอบ “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” นวัตกรรม เตาไบโอชาร์ BioCycle Kiln แก่ชุมชนเกษตรกรรม อบต.รางจรเข้-เทศบาลเมืองเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา ชูโมเดลสร้างมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร แก้ฝุ่น PM 2.5 ที่ต้นเหตุ

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบ “นวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวสนับสนุนนวัตกรรม, รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หัวหน้าโครงการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ดร.พงศกร มงคลหมู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้ และนายมนต์ชัย พุฒใจกล้า นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวขอบคุณ โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในพื้นที่ ทีมนักวิจัย ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้ จ.พระนครศรีอยุธยา

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีกระทรวง อว. กล่าวว่า การส่งมอบนวัตกรรมในวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ลงสู่การปฏิบัติจริง เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน กระทรวง อว. มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ “ต้นทาง” ควบคู่กับการสร้าง “ทางเลือก” ให้เกษตรกร โดยนวัตกรรม BioCycle Kiln ที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ภายใต้แผนงาน “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” นี้ คือตัวอย่างของการเปลี่ยน “วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร” ให้เป็น “ทรัพยากรที่มีมูลค่า” สร้างรายได้ และทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นพลังที่ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569 มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมสนับสนุนชุมชน โดยเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชนจะเข้ามาช่วยจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ แปรรูปเป็นถ่านไบโอชาร์ (Biochar) ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือช่วยลดการเผาในที่โล่ง อันเป็นสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศ

ขณะที่ รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ จาก มจธ. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นวัตกรรม BioCycle Kiln ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการวัสดุอย่างฟางข้าวและชีวมวล เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงดินและเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก โดยโครงการฯ มีเป้าหมายลดจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่เป้าหมาย 9 จังหวัด และมุ่งลดระดับมลพิษทางอากาศให้ได้มากกว่าร้อยละ 30 ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทชุมชน

ทั้งนี้ กระทรวง อว. และ วช. พร้อมเดินหน้าสนับสนุนและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อขยายผลงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง สร้างความเข้มแข็งทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อไป

 #อว #กระทรวงอว #MHESI #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #สํานักงานการวิจัยแห่งชาติ #วช #NRCT #ของขวัญปีใหม่2569 #BioCycleKiln #เตาไบโอชาร์ #ลดPM25 #นวัตกรรมชุมชน