วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

รวมเทคโนโลยีอัปเกรดอาคารแห่งอนาคต ชูพลังงาน สุขภาวะ และคุณภาพชีวิต เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ “The NOVA Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Re:Build – Upgrading Today for a Net-Zero Future”

รวมเทคโนโลยีอัปเกรดอาคารแห่งอนาคต ชูพลังงาน สุขภาวะ และคุณภาพชีวิต เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ “The NOVA Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Re:Build – Upgrading Today for a Net-Zero Future” 


งานแสดงเทคโนโลยีอาคารที่ครบที่สุดแห่งปี คนในวงการอาคาร พลังงาน การออกแบบ วิศวกรรม และการก่อสร้าง “ห้ามพลาด!” รวมเทคโนโลยีและโซลูชันที่ครบถ้วน ตอบโจทย์การพัฒนาอาคารยุคใหม่ ทั้งด้านพลังงาน สุขภาวะ ความปลอดภัย คุณภาพชีวิต และการลดคาร์บอน ระหว่างวันที่ 3–5 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “นโยบายกระทรวงพลังงานเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานในอาคารเพื่อลดโลกร้อน” โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในภาคอาคาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว


ดร.เกชา ธีระโกเมน ประธานจัดงาน The NOVA Expo 2026 เผยงานในปีนี้ มุ่งเน้นแนวคิด “Re:Build” หรือการเพิ่มศักยภาพอาคารเดิม ผ่านการอัปเกรดระบบวิศวกรรม เทคโนโลยีพลังงาน สุขภาวะภายในอาคาร และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร เพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero Carbon และเศรษฐกิจสีเขียวในอนาคต   //ทั้งนี้ “Re:Build” ไม่ใช่เพียงการ Renovate อาคาร แต่คือการเพิ่มศักยภาพอาคารเดิมให้ตอบโจทย์อนาคต ทั้งด้านพลังงาน สุขภาวะ ความปลอดภัย และการลดคาร์บอน เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับอาคารและประเทศ”

งาน The NOVA Expo จัดโดย EEC Academy ภายใต้ EEC Engineering Network ซึ่งในปี 2569      ครบรอบ 50 ปี ของการดำเนินงานในวงการวิศวกรรมและการออกแบบอาคารของประเทศ พร้อมเปิดตัว “Re:Build Handbook” คู่มือแนวทางปรับปรุงอาคารสู่ Net Zero แบบ “ทำได้จริง” เพื่อเป็นองค์ความรู้สำหรับเจ้าของอาคาร วิศวกร และนักออกแบบ
ปัจจุบันประเทศไทยมีอาคารอายุมากกว่า 20 ปี มากกว่า 70% ของทั้งหมด และภาคอาคารและที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนการใช้พลังงานรวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ การอัปเกรดอาคารจึงเป็นโอกาสสำคัญในการลดการใช้พลังงาน โดยสามารถลดการใช้พลังงานได้สูงถึง 50% และช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
 

อีกหนึ่งจุดเด่นของแนวคิด Re:Build คือ อาคารเดิมจำนวนมากมี “จุดแข็งด้านทำเลและระบบขนส่ง”อยู่แล้ว การยกระดับอาคารจึงช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินและศักยภาพการแข่งขันได้ทันที โดยใช้ต้นทุนคาร์บอนจากการก่อสร้าง (Embodied Carbon) ต่ำกว่าการรื้อสร้างอาคารใหม่
นอกจากนี้ แนวโน้มด้านสุขภาวะและมาตรฐานคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร (IEQ) กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “The Next International Hub” ทั้งในภาคธุรกิจ โรงพยาบาล โรงแรม อาคารสำนักงาน และ Data Center
ขณะเดียวกัน การปรับปรุงกฎหมายด้านความปลอดภัยอัคคีภัย และการผลักดันพระราชบัญญัติอากาศสะอาด ยังส่งผลให้อาคารจำนวนมากต้องเร่งอัปเกรดระบบสำคัญ ทั้งระบบดับเพลิง ระบบปรับอากาศ ระบบกรองอากาศ และระบบประหยัดพลังงาน ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ถูกรวบรวมมาจัดแสดงอย่างครบวงจรภายในงาน The NOVA Expo 2026
ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การอัปเกรดอาคารเพื่อรองรับเศรษฐกิจสุขภาพ” โดยผู้อำนวยการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวถึงแนวโน้มการออกแบบและปรับปรุงอาคารเพื่อรองรับสังคมสุขภาพ การยกระดับ IEQ และ มาตรฐานด้าน Wellness Building ที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลก
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของงาน คือ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สมาคมวิชาชีพ และภาคเอกชน ในการผลักดันอุตสาหกรรมอาคารไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน อาทิ โครงการ Advanced Innovation City โดย National Charter และอาคารต้นแบบด้าน “สุขภาพและพลังงาน” จาก MEA Energy Saving ซึ่งสะท้อนแนวคิดการพัฒนาอาคารที่ให้ความสำคัญทั้งด้านพลังงาน สุขภาวะ และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน


ไฮไลต์ นวัตกรรมใหม่เปิดตัวภายในงาน ได้แก่
• TRUWATER เปิดตัว Cooling Tower รุ่นใหม่ ประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน
• Fuji SMBE เปิดตัว Power Train Unit ห้องไฟฟ้าสำเร็จรูปที่ประกอบและทดสอบจากโรงงาน ช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างและควบคุมคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น
• SCGC เปิดตัว CHILLOX นวัตกรรมแบตเตอรี่เก็บความเย็น (Thermal Energy Storage – TES) นวัตกรรมคนไทย เพื่อคนไทย สำหรับบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
• TAC-M ผู้ผลิตท่อไทย นำเสนอ GRP Pipe ท่อพลาสติกขนาดใหญ่พิเศษ น้ำหนักเบา แข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมีและสนิม เหมาะสำหรับงานระบบยุคใหม่
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ โซลูชันด้านการอนุรักษ์พลังงานจาก Thai ESCO Association ที่นำเสนอแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานแบบลงทุนคุ้มค่า รวมถึง UNISUS Green Energy ที่นำเสนอโมเดลการปรับปรุงระบบทำความเย็นแบบ “ไม่ต้องลงทุน” เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถลดค่าไฟฟ้าและลดคาร์บอนได้ทันที
ตลอด 3 วันของการจัดงาน ยังมีกิจกรรมสัมมนาและเวที Main Stage เปิดให้เข้าฟังฟรี ครอบคลุมหัวข้อด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม Smart Building เทคโนโลยี AI การบริหารจัดการอาคาร และแนวทางลดพลังงาน-ลดคาร์บอนที่สามารถ “ทำได้จริง” โดยหลายโครงการสามารถคืนทุนได้ภายใน 2–3 ปี
The NOVA Expo 2026 ยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมและองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาคารไทยสู่อนาคต Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
The NOVA Expo 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญที่คนในวงการอาคาร พลังงาน วิศวกรรม และการก่อสร้าง     ไม่ควรพลาด! สำหรับการอัปเดตเทรนด์ เทคโนโลยี และโซลูชันใหม่ ๆ เพื่อยกระดับอาคารไทยสู่อนาคตที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม // ร่วมสัมผัสเทคโนโลยีอัปเกรดอาคารแห่งอนาคต ที่จะเปลี่ยน “อาคารเก่า” ให้กลายเป็น “โอกาสใหม่” ของประเทศไทยและโลกอนาคตอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 3–5 มิถุนายน 2569 ณ ไบเทค บางนา

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Longevity Investment การลงทุนเพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพเรื่องเร่งด่วนสำหรับสังคมไทย

Longevity Investment การลงทุนเพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพเรื่องเร่งด่วนสำหรับสังคมไทย


รองศาสตราจารย์ ดร.ภัทรกิตติ์  เนตินิยม สมาคมนวัตกรรมการท่องเที่ยวทางการแพทย์อย่างยั่งยืน
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลล่าสุดพบว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปเกือบ 13.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 20.8 ของประชากรทั้งหมด และแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุขั้นสูง” มากกว่าร้อยละ 28 ภายใน 10 ปีข้างหน้า 
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนี้ สร้างความท้าทายเชิงสาธารณสุขและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่องบประมาณด้านสาธารณสุขของรัฐมีจำกัด ความต้องการบริการดูแลผู้สูงอายุโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นสูง การคิดในมิติของ “การลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ยืนยาว (Longevity Investment)” จึงเป็นหัวข้อสำคัญที่ต้องขยายความมากขึ้นในสังคมไทย ทั้งนี้ความสามารถในการดูแลตนเองสำหรับผู้สูงอายุนั้น สิ่งสำคัญที่สุดประการหนึ่ง คือ ความสามารถในการรับรู้ วิเคราะห์ และตอบสนอง ซึ่งอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่ดังกล่าว คือ สมองของมนุษย์  
สิ่งที่ผู้สูงอายุหวาดกลัวมากที่สุด ขณะที่องค์ความรู้ในสังคมไทยยังเป็นไปอย่างจำกัด คือ ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) โดยเฉพาะ โรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม ในปี 2565 พบผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมกว่า 680,000 ถึง 770,000 คน หรือประมาณร้อยละ 6 ของผู้สูงอายุทั้งประเทศ และตัวเลขนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีตามจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น จากการประมาณการณ์ระยะยาว ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในไทยมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นมากกว่า 2 ล้านคนภายใน 25 ปี ส่งผลให้เกิดภาระงบประมาณการดูแลผู้ป่วย และภาระด้านศีลธรรมของผู้ดูแลที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมสูงมากในระดับหลายแสนบาทต่อคนต่อปี ดังนั้นการชะลอหรือป้องกันภาวะสมองเสื่อมจึงเป็นหนึ่งในเป้าประสงค์สำคัญด้านสาธารณสุขที่จะช่วยลดภาระงบประมาณในระยะยาว 

การที่ประเทศไทยยังไม่มีประสบการณ์บริหารจัดการผู้สูงอายุในสัดส่วนที่มากเช่นนี้มาก่อน ทำให้ความมุ่งมั่นในการรักษาสุขภาพตั้งแต่ต้นถูกละเลย อาทิ ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ซึ่งระบุว่าบุคคลทั่วๆ ไปมักให้ความสำคัญกับ ผลประโยชน์ทันที มากกว่าผลเสียในอนาคต ตัวอย่างเช่น การดื่มสุราทำให้รู้สึกดีทันที (relaxation, pleasure) แต่การดื่มในปริมาณที่มากอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคต ดังนั้นการรณรงค์แนวคิด Longevity Investment หรือการลงทุนเพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ  จึงเป็นสิ่งเร่งด่วนสำหรับสังคมไทยในปัจจุบัน 
Longevity Investment ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ด้านสมอง อาจดำเนินการได้ 2 แนวทางหลัก คือ  (1) การใช้เครื่องมือและนวัตกรรมทางการแพทย์ เช่น การตรวจคัดกรองเชิงชีวภาพและการประเมินทางพันธุกรรม หรือ การนำ AI ช่วยวิเคราะห์ MRI เพื่อวินิจฉัยโรค (2) การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)  ผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรมฝึกสมอง เช่น การเรียนภาษาใหม่ การเล่นดนตรี การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น การทำอาหาร ทำเบเกอรี่ หรือ การเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมทั้งทางสังคม ชุมชน หรือองค์กรอาสาสมัคร การเรียนรู้ในลักษณะนี้ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุอีกด้วย

การเรียนรู้ตลอดชีวิตไม่เพียงช่วย ชะลอการเสื่อมของการทำงานสมองเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างคุณภาพชีวิตและสังคมที่เชื่อมโยงมากขึ้นสำหรับผู้สูงวัยตัวอย่างผลงานที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในปัจจุบัน คือ บทบาทของสำนักงานการส่งเสริมอาชีพ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการจัดหลักสูตรพัฒนาทักษะการใช้ชีวิต หรือ เพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ ผ่านโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ดินแดง 1, ดินแดง 2, คลองเตย, หนองจอก, ประเวศ, บางรัก ฯลฯ) โดยผู้สมัครเรียนไม่มีข้อจำกัดว่าต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้สูงอายุหรือบุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบข้อมูลหลักสูตรที่เปิดสอน ได้จากเว็บไซต์ของสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร หัวข้อ โรงเรียนฝึกอาชีพ



วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อยากส่งออกทุเรียน แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน? 3 วัน ที่จะเปลี่ยนคุณจากผู้สนใจหรือผู้ปลูกทุเรียน เป็นผู้เข้าใจธุรกิจส่งออกทั้งระบบ

🔥 อยากส่งออกทุเรียน แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน?
3 วัน ที่จะเปลี่ยนคุณจากผู้สนใจหรือผู้ปลูกทุเรียน เป็นผู้เข้าใจธุรกิจส่งออกทั้งระบบ 🌏


📢 อบรมเชิงปฏิบัติการ
“การผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออก”
โดยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ

🍈 เจาะลึกครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ เรียนรู้การผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออกอย่างมืออาชีพ

📅 วันที่ 25–27 มิถุนายน 2569
📍 บรรยายและเสวนา ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร วันที่ 25-26 มิถุนายน 2569

🚌 พร้อมศึกษาดูงานแหล่งผลิตและส่งออกทุเรียนชั้นนำ วันที่ 26-27 มิถุนายน 2569
📍 จังหวัดระยอง และ จังหวัดจันทบุรี

🎯 เหมาะสำหรับ
✅ ผู้ประกอบการและนักธุรกิจ
✅ เกษตรกรผู้ผลิตทุเรียน
✅ นักวิชาการเกษตรและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร
✅ ผู้สนใจลงทุนและพัฒนาธุรกิจทุเรียนส่งออก

📚 สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ
✔️ แนวทางการผลิตทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐานส่งออก
✔️ การคัดเกรด บรรจุภัณฑ์ และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว
✔️ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
✔️ แนวโน้มตลาดและโอกาสทางธุรกิจทุเรียนไทย
✔️ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการตัวจริง

🎓 รับใบประกาศนียบัตรหลังการอบรม

⚠️ รับสมัครเพียง 50 ท่านเท่านั้น
สำรองที่นั่งก่อนเต็ม!

📞 สอบถามรายละเอียด
089-494-5172
📧 nhc12th@gmail.com

จัดโดย
สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย

ภาพยนตร์ “คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เปิดแถลงข่าวรอบพิเศษสุดคึกคัก ดารา นักแสดง และสื่อมวลชนร่วมงานอย่างอบอุ่น

ภาพยนตร์ “คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เปิดแถลงข่าวรอบพิเศษสุดคึกคัก ดารา นักแสดง และสื่อมวลชนร่วมงานอย่างอบอุ่น


เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น.
ทีมงานภาพยนตร์ คาถา นะ-มะ-อะ-อุ 
จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวและฉายภาพยนตร์เรื่อง “คาถา นะ-มะ-อะ-อุ “ รอบพิเศษ ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น ท่ามกลางสื่อมวลชน แฟนภาพยนตร์ และแขกรับเชิญที่มาร่วมให้กำลังใจทีมงานกันอย่างคับคั่ง


จัดกิจกรรมพร้อมโชว์พิเศษจากนักแสดง ก่อนเข้าสู่การฉายภาพยนตร์ โดยได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการถ่ายภาพร่วมทีมนักแสดง  ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น

งานนี้มีเหล่าดาราและนักแสดงมาร่วมงาน แคนดี้ สุภาภัสสร์, ขวัญ กชชสร พร้อมด้วยนักแสดงเด็กมากความสามารถ กัปตัน ปัณณพัฒน์ รวมถึงนักแสดงสายฮาชื่อดัง เหยิน สกอร์เปี้ยน  จากผู้กำกับการแสดงมากฝีมืออย่าง น็อต มนตร์มนัน 



ด้าน พิชัย น้อยรอด พีอาร์และผู้ดูแลด้านประชาสัมพันธ์ของภาพยนตร์ กล่าวว่า อยากให้ผู้ชมเปิดใจและเข้ามาชมภาพยนตร์ด้วยตัวเองก่อนตัดสิน เพราะหนังเรื่องนี้ตั้งใจสร้างออกมาเพื่อความบันเทิง ดูได้ทั้งครอบครัว และยังสอดแทรกข้อคิดเรื่องคุณธรรม ความดี และการเอาชนะอธรรมผ่านพลังแห่งคาถา “นะ-มะ-อะ-อุ”

“คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เป็นภาพยนตร์แนวครอบครัวแฟนตาซีแอดเวนเจอร์ ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยของเด็กน้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับพลังมนต์ดำและอวิชา ก่อนใช้ความกล้าหาญและพลังแห่งธรรมะต่อสู้กับความชั่วร้าย

หลังจบงานแถลงข่าว ผู้ร่วมงานต่างให้ความสนใจร่วมถ่ายภาพ พูดคุย และให้กำลังใจทีมนักแสดงและทีมผู้สร้างอย่างอบอุ่น ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญของคนทำหนังไทย


ภาพยนตร์ “คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เข้าฉายวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ที่ร่วมรายการ


นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน "มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569"

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน "มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569" ที่ HALL 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ท่ามกลางนักธุรกิจไทย-จีน และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

    

 วันที่ 3 มิ.ย.69 ที่ HALL 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน "มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569" โดยมีมิสเตอร์ เซียว กั๋ว กัง ประธานสมาคมส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าไทย-จีน อาเซี่ยนกล่าวรายงาน ร่วมด้วยนายสุวโรจน์ สุรักทวี  ประธาน บริษัท ฟัลครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด , ผู้แทนหอการค้าจากมณฑลหูหนาน , นักธุรกิจไทย-จีนเชิญ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ , สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมในพิธีเปิดเป็นจำนวนมาก โดยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ประธานในพิธีกล่าวเปิดงานด้วยความคาดหวังว่า "งานมหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569 ในครั้งนี้จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักธุรกิจไทย-จีน เป็นเหมือนการเชื่อมโยงด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการลงทุนระหว่างนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจจีน รวมถึงนักลงทุนจากทุกภาคธุรกิจเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมเปิดมุมมองใหม่ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และต่อยอดโอกาสสู่ตลาดระดับสากล

       ทางด้านนายสุวโรจน์ สุรักทวี ประธานบริษัท ฟัลครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569" ภายใต้แนวคิด “เปิดโลกเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออนาคตแห่งการก่อสร้าง” เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และเทคโนโลยี Smart Living อย่างครบวงจร โดยมีนวัตกรรมล้ำสมัยกว่า 1,500 โรงงานจากประเทศไทยและประเทศจีนเข้าร่วมในงานมหกรรมนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 1,500 แห่งในประเทศจีน และนักธุรกิจไทยที่ได้จับมือเชื่อมโยงศักยภาพด้านอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ นวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตราฐานสินค้าอย่างมั่นคง




























ทั้งด้านการผลิตวัสดุก่อสร้างด้วยระบบบ้านอัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์ยุคใหม่ และนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยแห่งอนาคต

     นายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า "เราเชื่อมั่นว่างานในครั้งนี้จะเป็นศูนย์กลางแห่งโอกาส ที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ ทั่วภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน และการผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศจะสามารถผลักดันอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์โรงแรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างมาตราฐานใหม่ที่ตอบโจทย์ในโลกยุคดิจิตอลได้อย่างยั่งยืน

     อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานคือช่วงเวลา 14.00 น. - 17.30 น.ได้จัดเสวนาเหล่าผู้ประกอบการ ได้มีโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจนำมาแสดงในงานครั้งนี้ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

     จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมในงาน "มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569" ระหว่างวันที่ 3 - 5 มิ.ย.69  ณ HALL ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 18.00 น.


วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล

ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
 

 
บริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) Tipco Foods Public Company Limited หนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยก้าวสู่การครบรอบ 50 ปีของการดำเนินธุรกิจ  คุณอนุรัตน์ เทียมทัน ประธานกลุ่มบริษัททิปโก้ฟู้ดส์ ประกาศเดินหน้ารุกธุรกิจสุขภาพเต็มรูปแบบ โดยให้บริษัท
ทิปโก้ ไบโอเท็ค จำกัด (Tipco Biotech Co., Ltd.) รับหน้าที่เปิดประตูสู่ธุรกิจสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ ทิปโก้ เฮิร์บส์ (Tipco Herbs) เพื่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน รักษา และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้บริโภครุ่นใหม่
 

คุณวิวัฒน์ ลิ้มศักดากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัททิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิปโก้ ไบโอเท็ค เป็นกลไกสำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจสุขภาพขององค์กร เพราะตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ทิปโก้ ไบโอเท็ค ได้พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูก การแปรรูป และการสกัดสารสำคัญจากสมุนไพรไทยด้วยทิปโก้เทคโนโลยี (Tipco Technology)ควบคู่ระบบควบคุมคุณภาพ ระดับอุตสาหกรรม จนก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตและส่งออกสารสกัดสมุนไพรรายใหญ่ของประเทศ
 

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบรนด์ทิปโก้ เฮิร์บส์ถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมุนไพรไทย โดยมีเป้าหมายให้คนไทยได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับของสากล 
ส่วนในเชิงกลยุทธ์เป็นการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ต้องการผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เชื่อถือได้ มีที่มาชัดเจน และผ่านมาตรฐานการผลิตระดับสากลจึงมั่นใจว่า  ทิปโก้ เฮิร์บส์ จะสามารถยืนอยู่ในตลาดสุขภาพอย่างยั่งยืน
 
     
ในงาน Re–Vision Day บริษัทได้เปิดตัว 5 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ ทิปโก้ เฮิร์บส์ประกอบด้วย ยาแคปซูลผสมเปล้าน้อย, ขมิ้นชัน แคปซูล, แบล็คแอนด์ไวท์กระชายสกัดแคปซูล, ฟ้าทะลายโจรสกัดแคปซูล และฟ้ามินต์ รีเฟรชเชอร์ เม้าท์สเปรย์ พร้อมด้วย 5 พรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ พาร์ท เคียราน ไชยทัช ชีวมงคล หนุ่มฮอท ดีกรีปริญญาโทจากสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นศิลปินนักร้องนักแสดงคนดังในวงการบันเทิง, แพม ปาเมล่า ปาสิเนตตี้ สาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี สาวเก่งของวงการนางงามและพิธีกร, แดนนี่ ดานิเอล เบล็สซิ่ง พิธีกรและ Content Creator สายท่องเที่ยวที่มีผู้ติดตามมากมาย, เจมส์ กษม กาญจนวัฒนา นักแสดงและนายแบบหนุ่มคนดัง และ จ๊อบ กฤษ อหันทริก หนุ่มหล่อสายบิวตี้และแฟชั่นที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ
 
 

หนึ่งในผลิตภัณฑ์เด่น คือ “เปล้าน้อย” สมุนไพรไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จากการที่นักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้ศึกษาจนค้นพบสารสำคัญ Plaunotol และนำไปพัฒนาเป็นยาแผนปัจจุบันสำหรับดูแลโรคกระเพาะอาหารในประเทศญี่ปุ่นจากองค์ความรู้ดังกล่าวทิปโก้ได้ต่อยอดสู่ “ยาผสมเปล้าน้อย” (Tipco Herbs Compound Plaunoi Capsule) โดยใช้สายพันธุ์เปล้าน้อยคุณภาพสูงจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผสานกับสมุนไพรอีก 5 ชนิดตามตำรับยาไทย เพื่อช่วยดูแลและบรรเทาปัญหาแผลในกระเพาะอาหารและกระเพาะอักเสบเรื้อรัง ผลิตภัณฑ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำสมุนไพรไทยที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ มาพัฒนาเป็นทางเลือกด้านสุขภาพสำหรับคนไทย
 
แบล็คแอนด์ไวท์ กระชายสกัด (Tipco Herbs Black & White Grachai Extracts) เป็นการผสานคุณค่าจากกระชายดำและกระชายขาว สมุนไพรเด่นของไทย ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่งเสริมการเปลี่ยนไขมันสะสมให้เป็นพลังงาน เพิ่มความทนทานของร่างกาย และเหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกาย
 
ฟ้ามินต์ รีเฟรชเชอร์ เม้าท์สเปรย์ (FahmintBy Tipco Herbs Refresher Mount Spray) ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากจากสมุนไพร มีให้เลือก 2 กลิ่น ได้แก่ มินต์ และบลูเบอร์รี่ ผสานสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร มะกรูด เปลือกส้ม และสเปียร์มินต์ ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค ลดการอักเสบและระคายเคืองคอ พร้อมเพิ่มความสดชื่น ให้ลมหายใจ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพช่องปากและระบบทางเดินหายใจควบคู่กัน
 
ขมิ้นชัน แคปซูล (Tipco Herbs Turmeric Capsule) พัฒนาจากขมิ้นชันสายพันธุ์คุณภาพจากอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกที่มีสารเคอร์คิวมินอยด์(Curcuminoids) สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ วิเคราะห์ดินและน้ำสม่ำเสมอ มั่นใจได้ว่าไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ทุกล็อตการผลิตได้รับการตรวจวิเคราะห์สารสำคัญอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับ สารเคอร์คิวมินอยด์ ในปริมาณสูงถึง 50 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ช่วยดูแลระบบทางเดินอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และกรดไหลย้อน พร้อมคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
 
ฟ้าทะลายโจรสกัดแคปซูล (Tipco Herbs Andrographis Paniculata Extract Capsule) ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการสกัด ที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของสารสำคัญ ทำให้มั่นใจได้ว่า ในทุกแคปซูลมีแอนโดรกราโฟไลด์ 20 มิลลิกรัม สูงกว่าฟ้าทะลายโจรชนิดผงบดทั่วไปถึง 4 เท่า จึงช่วยลดจำนวนแคปซูลที่ต้องรับประทานเหลือเพียงครั้งละ 1 แคปซูล พร้อมแยกสารที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงออก และผ่านการวิเคราะห์สารสำคัญทุกครั้งก่อนผลิต มีจุดเด่นด้านการเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ ฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและไข้หวัด
 
 
 
ในงาน Re–Vision Day ครั้งนี้ กลุ่มทิปโก้ฟู้ดส์ได้ประกาศก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดสุขภาพ จากความเชี่ยวชาญด้านอาหาร โภชนาการ และสมุนไพรไทยที่สั่งสมมายาวนาน ผสานกับการขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม   วันนี้...ทิปโก้ เฮิร์บส์ได้สร้าง 5 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยเพื่อต่อยอดคุณค่าจากภูมิปัญญาดั้งเดิม สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

รวมเทคโนโลยีอัปเกรดอาคารแห่งอนาคต ชูพลังงาน สุขภาวะ และคุณภาพชีวิต เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ “The NOVA Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Re:Build – Upgrading Today for a Net-Zero Future”

รวมเทคโนโลยีอัปเกรดอาคารแห่งอนาคต ชูพลังงาน สุขภาวะ และคุณภาพชีวิต เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ “The NOVA Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Re:Build – Upg...