วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

วช. ขอแสดงความยินดีกับนักวิจัยรุ่นใหม่สู่เวทีระดับโลกและแถลงข่าวเปิดตัว “NRCT: Connecting and Empowering Young Leaders” เชื่อมไทยเชื่อมโลก เชื่อมเครือข่ายนักวิจัยโลก


วันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวและแสดงความยินดีนักวิจัยรุ่นใหม่ ภายใต้โครงการ “NRCT: Connecting and Empowering Young Leaders เปิดตัวผู้นำรุ่นใหม่กับแรงบันดาลใจในเวทีโลก” เพื่อส่งเสริมศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ พัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการ และเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในระดับนานาชาติ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร วช. และนักวิจัย เข้าร่วม ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม วช.


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. มุ่งส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้านการวิจัย โดยเฉพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพในการสร้างองค์ความรู้และพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติ โครงการดังกล่าวจึงมุ่งเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับเครือข่ายวิจัยนานาชาติ ตลอดจนพัฒนาทักษะและประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการก้าวสู่บทบาทผู้นำทางการวิจัย อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือด้านการวิจัยที่มีความต่อเนื่องในอนาคต


โครงการ NRCT: Connecting and Empowering Young Leaders มีนักวิจัยรุ่นใหม่เข้าร่วมจำนวน 20 คน แบ่งเป็น STS Forum Young Leaders จำนวน 8 คน และ NRCT Young Leaders จำนวน 12 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมด้านวิชาการและการสร้างเครือข่าย ณ ประเทศญี่ปุ่น ทั้งการเข้าร่วมงาน STS forum - The 23rd Annual Meeting การจัดกิจกรรมทางวิชาการร่วมกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยของญี่ปุ่น ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับเครือข่ายนักวิจัย ซึ่งเป็นกลไกในการเชื่อมโยงนักวิจัยไทยกับเครือข่ายวิจัยในระดับนานาชาติ


ทั้งนี้ วช. พร้อมนำกลไกต่างๆ เสริมสมรรถนะนักวิจัยรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือนานาชาติ และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือด้านการวิจัย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของนักวิจัย ในการพัฒนาระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

วช. เสริมสร้างกลไกการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในระบบ ววน. แถลงข่าว “การใช้ AI ในงานวิจัยอย่างมีจริยธรรม” พร้อมเปิดตัวระบบตรวจประเมินการใช้ AI ในการทำวิจัย


วันที่ 22 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าวและเสวนาวิชาการ “การใช้ AI ในการวิจัยอย่างมีจริยธรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัย เป็นประธาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ที่ปรึกษาด้านระบบวิจัย วช., ศาตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ, ศาสตราจารย์ ดร.ธีรยุทธ วิไลวัลย์ และรองศาสตราจารย์ ดร.ชัชวาล วงศ์ชูสุข คณะผู้บริหาร และผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วม ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วช.


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านวิชาการและงานวิจัย ตั้งแต่การสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ผล ไปจนถึงการจัดทำรายงานทางวิชาการ อย่างไรก็ตาม การนำ AI เข้ามาใช้ยังมาพร้อมกับความท้าทายด้านจริยธรรมและความเสี่ยงต่อการประพฤติมิชอบทางการวิจัย อาทิ การลอกเลียนผลงานหรือการใช้ภาพที่สร้างขึ้นโดย AI วช. จึงให้ความสำคัญกับการกำหนดแนวทางการกำกับดูแลการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมสำหรับนักวิจัย เพื่อให้เป็นแนวปฏิบัติกลางสำหรับนักวิจัย หน่วยงานวิจัย และสถาบันการศึกษา ใช้ประกอบการพิจารณาความเสี่ยงและส่งเสริมการดำเนินงานวิจัยที่มีความโปร่งใสและรับผิดชอบ โดยมุ่งหวังให้แนวทางดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของงานวิจัยไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล



รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ที่ปรึกษาด้านระบบวิจัย กล่าวว่า วช. อยู่ระหว่างการพัฒนา “ระบบตรวจประเมินการใช้ AI ในการทำวิจัย” โดยพัฒนาต่อยอดจากแนวทางการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม ซึ่งจัดทำขึ้นจากข้อเสนอแนะและองค์ความรู้ของผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเป็นเครื่องมือในลักษณะ Self-Assessment ที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถประเมินการใช้ AI ในงานวิจัยของตนเอง ตลอดจนใช้ผลการประเมินเป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักจริยธรรมมากยิ่งขึ้น โดยจะประกอบด้วยองค์ประกอบการประเมิน 6 ด้าน ได้แก่ 1) ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือ 2) ความโปร่งใสและการเปิดเผย 3) ความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว 4) ทรัพย์สินทางปัญญาและการรักษาความลับ 5) ความเป็นธรรม ความเสมอภาค และการจัดการอคติ และ 6) ความรับผิดชอบ การกำกับดูแล และการตรวจสอบย้อนหลัง โดยมีแนวคิดสำคัญในการส่งเสริมการใช้ AI ในงานวิจัยอย่าง “โปร่งใส ปลอดภัย เป็นธรรม และรับผิดชอบ” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษามาตรฐานด้านจริยธรรมและความน่าเชื่อถือของงานวิจัยในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น


ต่อมา เป็นการเสวนาวิชาการในหัวข้อ “การใช้ AI ในการวิจัยอย่างมีจริยธรรม” โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ, ศาสตราจารย์ ดร.ธีรยุทธ วิไลวัลย์, รองศาสตราจารย์ ดร.ชัชวาล วงศ์ชูสุข และดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ที่ปรึกษาด้านระบบวิจัย ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ กรณีศึกษา และข้อควรระวังในการใช้ Generative AI ในงานวิจัยอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้นักวิจัยสามารถนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ วช. ได้เตรียมพัฒนาระบบตรวจประเมินการใช้ AI ในการทำวิจัย เพื่อให้นักวิจัยใช้ประเมินงานวิจัยของตนเอง และตรวจสอบความเสี่ยงหรือแนวโน้มการประพฤติผิดจริยธรรมการวิจัยที่อาจเกิดจากการใช้ AI ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการใช้ AI ในงานวิจัยอย่างโปร่งใสและมีจริยธรรม



ทั้งนี้ มุ่งหวังให้การใช้เทคโนโลยีในงานวิจัยควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักจริยธรรมและความรับผิดชอบ โดยส่งเสริมให้นักวิจัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางในการใช้ AI อย่างเหมาะสม โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือของงานวิจัยไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานการวิจัยของประเทศให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

วช. แถลงผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลจากเวที “Taiwan Innotech Expo 2026” ศักยภาพนักประดิษฐ์ไทยในเวทีนานาชาติ


วันที่ 22 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ “Taiwan Innotech Expo 2026” (TIE 2026) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหาร วช. นักประดิษฐ์ นักวิจัย และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ 


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานหลักของประเทศในการคัดเลือกผลงานเข้าร่วมประกวดในนามประเทศไทย ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมไทยจำนวน 35 ผลงาน จาก 11 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงในเวที TIE 2026 ซึ่งผลงานไทยสามารถคว้ารางวัลรวม 35 รางวัล ประกอบด้วย เหรียญทอง 9 ผลงาน เหรียญเงิน 10 ผลงาน และเหรียญทองแดง 16 ผลงาน พร้อมได้รับรางวัล Special Prize on stage จากองค์กรนานาชาติ สะท้อนศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นของนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยในการพัฒนาผลงานสู่เวทีสากล ซึ่งเวที “Taiwan Innotech Expo 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน 2569 ณ Taipei World Trade Center Exhibition Hall เมืองไทเป ไต้หวัน โดยมีผลงานจากกว่า 10 ประเทศ รวมกว่า 1,000 ผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดง อาทิ เยอรมนี โปแลนด์ สหราชอาณาจักร นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ อินเดีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อิสราเอล เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย 


ผลงานจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัล Special Prize on stage ได้แก่ ผลงาน “BioCircular Grow™ นวัตกรรมสารกระตุ้นชีวภาพหมุนเวียนเสริมประสิทธิภาพจุลินทรีย์จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อการฟื้นฟูดินและเกษตรกรรมยั่งยืน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา และคณะ จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้รับรางวัลจาก Indonesian Invention and Innovation Promotion Association ประเทศอินโดนีเซีย และผลงาน “นวัตกรรม GreenPhyto-Extraction Technology เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากรพืชสู่สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพประสิทธิภาพสูงสำหรับเครื่องสำอาง โดยมีกระดิ่งนางฟ้าเป็นพืชต้นแบบ” โดย ดร.ชลธิชา สีกา และนางสาวณัฐกานต์ วงศ์สร้างทรัพย์ จากบริษัท สถาบันวิจัยศาสตร์ด้านความงามและสุขภาพ จำกัด ได้รับรางวัลจาก Korea Invention Promotion Association สาธารณรัฐเกาหลี สะท้อนถึงศักยภาพของผลงานวิจัยและนวัตกรรมไทยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ


ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ “From Resources to Innovation, From Ideas to Impact จากทรัพยากรสู่นวัตกรรม จากแนวคิดสู่การสร้างคุณค่า” โดยผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากเวที TIE 2026 ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เจ้าของผลงาน “BioCircular Grow™ นวัตกรรมสารกระตุ้นชีวภาพหมุนเวียนเสริมประสิทธิภาพจุลินทรีย์จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อการฟื้นฟูดินและเกษตรกรรมยั่งยืน” ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Prize (on stage) จากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย, ดร.ชลธิชา สีกา จากบริษัท สถาบันวิจัยศาสตร์ด้านความงามและสุขภาพ จำกัด เจ้าของผลงาน “นวัตกรรม GreenPhyto-Extraction Technology เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากรพืชสู่สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพประสิทธิภาพสูงสำหรับเครื่องสำอาง โดยมี Elaeocarpus grandiflorus (กระดิ่งนางฟ้า) เป็นพืชต้นแบบ” ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญเงิน และ Special Prize (on stage) จากสาธารณรัฐเกาหลี, นายสราวุธ สุชาติล้ำพงศ์ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เจ้าของผลงาน “ระบบวิเคราะห์รายงานเหตุการณ์ข้อขัดข้องอัตโนมัติ” ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญเงิน และ Special Prize จากไต้หวัน และ นายวิสุทธิ์ พวงนาค จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เจ้าของผลงาน “ชุดกรองความชื้นและฝุ่นละอองของ Gas SF6” ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญเงิน ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการพัฒนาผลงานสู่เวทีนานาชาติ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน
 


ทั้งนี้ วช. จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมไทยมีโอกาสก้าวสู่เวทีนานาชาติ เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการต่อยอดผลงานไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทย


วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

SASOM ชวนสายแฟชั่นเปิดประสบการณ์ช้อปแบรนด์เนมใน “Brandname Fest” 7 วันเต็ม มอบส่วนลดรวมสูงสุด 750,000 บาท พร้อมดีล One Price เริ่มต้นเพียง 3,900 บาท


แพลตฟอร์มช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นที่ให้บริการตรวจสอบความแท้ของสินค้าก่อนจัดส่ง เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนรักแฟชั่นและสินค้าแบรนด์เนมอีกครั้งกับแคมเปญ “Brandname Fest” จัดเต็มตลอด 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 24–30 กันยายน 2569 บนแอป SASOM ชวนเหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ออกตามหาไอเทมชิ้นโปรดจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมดีลพิเศษและโปรโมชั่นที่คัดสรรมาให้ช้อปได้อย่างคุ้มค่า โดยตลอดแคมเปญมอบส่วนลดรวมสูงสุดถึง 750,000 บาท 

ภายในแคมเปญรวบรวมไอเทมจากแบรนด์แฟชั่นระดับโลกหลากหลายแบรนด์ อาทิ Dior, Goyard, Celine, Bvlgari, Saint Laurent และ Prada ครอบคลุมทั้งไอเทมแฟชั่นยอดนิยม ไปจนถึงชิ้นที่สายแฟชั่นและนักสะสมกำลังมองหา พร้อมไฮไลต์อย่าง One Price ดีลพิเศษสำหรับสินค้า Brand New ราคาเริ่มต้นเพียง 3,900 บาท หรือส่วนลดสูงสุดถึง 61% เติมความคุ้มค่าด้วย Daily Coupon ที่แจกทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 20.00 น. มีทั้งส่วนลด 150 บาทแบบไม่มีขั้นต่ำ ไปจนถึงส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท เมื่อช้อปครบ 50,000 บาท โดยสิทธิ์มีจำนวนจำกัดและใช้ได้ครั้งเดียวต่อผู้ใช้งาน 


สำหรับไอเทมไฮไลต์ที่น่าสนใจภายในแคมเปญ ได้แก่ Celine Triomphe Metal 01 Sunglasses จากราคา 24,500 บาท เหลือเพียง 3,900 บาท, Dior CD Garden Earrings Gold จาก 17,000 บาท เหลือ 5,900 บาท และ Goyard Saint-Sulpice Card Wallet จาก 15,900 บาท เหลือ 7,900 บาท พร้อมไอเทมจาก Saint Laurent, Bvlgari และ Goyard อีกหลากหลายรายการ เปิดโอกาสให้แฟชั่นเลิฟเวอร์ได้เติมเต็มคอลเลกชันและค้นหาไอเทมที่ใช่ในราคาที่น่าสนใจยิ่งขึ้น 

นอกจากดีลบนแอปแล้ว SASOM ยังเตรียมเสิร์ฟความพิเศษผ่าน SASOM Live ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 20.00–22.00 น. ชวนสายแฟชั่นมาช้อปสินค้าแบรนด์เนมมือสองที่คัดสรรจากผู้ขายบน SASOM พร้อมดีลและโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในไลฟ์ รวมถึงกิจกรรมแจก Travel Size Perfume จากแบรนด์ดัง อาทิ Burberry และ Calvin Klein ตลอดการไลฟ์ ผู้ที่สนใจสามารถกดแจ้งเตือน Live ผ่านแอป SASOM เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนดีลพิเศษเริ่มต้น 

สำหรับ SASOM การสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อยังคงเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การช้อป โดยสินค้าจะผ่านกระบวนการตรวจสอบความแท้ก่อนจัดส่งถึงมือผู้ซื้อ และหากสินค้าไม่ตรงตามเงื่อนไข ผู้ซื้อสามารถขอคืนสินค้าได้ภายใน 3 วันหลังได้รับสินค้า โดยสินค้าต้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีการตัดป้าย SASOM Tag ออกจากตัวสินค้า และ Authentication Tag ต้องสแกนตรงกับสินค้าที่จัดส่ง 

เตรียมพบกับ “Brandname Fest” ตั้งแต่วันที่ 24–30 กันยายน 2569 บนแอป SASOM พร้อมเปิดประสบการณ์ช้อปไอเทมแบรนด์เนมจากหลากหลายแบรนด์ดัง ในราคาพิเศษตลอด 7 วัน ทั้ง One Price, Daily Coupon และดีลสุดคุ้มที่มาพร้อมส่วนลดรวมสูงสุดถึง 750,000 บาท งานนี้สายแฟชั่นไม่ควรพลาด เพราะไอเทมและสิทธิ์พิเศษมีจำนวนจำกัด 

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

สธ. ประกาศความพร้อมประเทศไทย เจ้าภาพ "GWS 2026" ประชุมสุขภาพโลก จ. ภูเก็ตดัน "Health for Wealth" ขับเคลื่อน New S-Curve เศรษฐกิจไทย



(15 กันยายน 2569 : กรุงเทพฯ) กระทรวงสาธารณสุข ประกาศความพร้อมประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit (GWS 2026) ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดภูเก็ต เตรียมต้อนรับผู้นำธุรกิจ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญกว่า 600 คน จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Health for Wealth” เชื่อมโยงสุขภาพกับเศรษฐกิจ ยกระดับ 4 อุตสาหกรรมเวลเนสสำคัญของภูเก็ต ได้แก่ โรงแรมและรีสอร์ต สปาและนวดไทย ศูนย์สุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พร้อมผลักดัน “Thailand Wellness” สู่เวทีสากล สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็น Global Wellness Hub อย่างมั่นคง
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า รายงานข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ในปี 2567 ระบุว่า อุตสาหกรรมเศรษฐกิจเวลเนสระดับโลกมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของประเทศไทย ตลาดเวลเนส ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจนก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 24 ของโลก ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท) มีอัตราการเติบโต สูงถึง 10.1% ต่อปี นอกจากนี้ ไทยยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) แข็งแกร่งเป็นอันดับที่ 15 ของโลก สะท้อนถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นจากนักเดินทางสายสุขภาพทั่วโลก
รัฐบาลมุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ หรือ New S-Curve เพื่อสร้างการเติบโตระลอกใหม่ให้กับประเทศ โดยปรับเปลี่ยนมิติการรักษาพยาบาลจากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นงบประมาณภาระค่าใช้จ่าย มาสู่ยุทธศาสตร์ "Health for Wealth" ที่เน้นการนำทุนทางสุขภาพ นวัตกรรมสมุนไพร และภูมิปัญญาไทย มาต่อยอด เป็นผลิตภัณฑ์และบริการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าในตลาดโลก


นายพัฒนา กล่าวต่อไปว่า หัวใจสำคัญของการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดงานประชุมระดับสากล แต่คือการขับเคลื่อน New S-Curve ทางเศรษฐกิจผ่านยุทธศาสตร์ Health for Wealth ใช้เวที GWS 2026 เป็นสปริงบอร์ดในการผลักดัน Thai Wellness Soft Power นำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมายกระดับนวดไทยและสมุนไพรไทย เพื่อเปลี่ยนภูมิปัญญาให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ที่สำคัญที่สุดคือการตั้งเป้าให้เม็ดเงินจากตลาดสุขภาพโลกไหลลงสู่ มือเกษตรกร ชุมชนฐานราก และหมอนวดไทยโดยตรง เพื่อสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจไทย

การประชุม Global Wellness Summit 2026 ณ จังหวัดภูเก็ต ในครั้งนี้ จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมสุขภาพโลก พร้อมทั้งประกาศศักดาแบรนด์ "Thailand Wellness" บนเวทีสากลอย่างมั่นคง
ด้าน ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดประชุม Global Wellness Summit (GWS 2026) ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อุตสาหกรรมเวลเนสไทยแบบครบวงจร ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต ยกระดับการบริการจากที่พักทั่วไปสู่นวัตกรรม Wellness Retreat และโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Wellness) สปา นวดไทย และศูนย์สุขภาพ: ยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับสากลด้วยองค์ความรู้ Anatomy-Based เพิ่มมูลค่าและสร้างราคาต่อหัวให้สูงขึ้น อาหารและโภชนาการ (Thai Wellness Cuisine): ชูแนวคิด "อาหารเป็นยา" นำวัตถุดิบสมุนไพรและเมนูพื้นบ้านมาสร้างสรรค์เป็นรูปแบบ Fine Dining เพื่อสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Phuket Wellness Routes): เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ สปา วิถีชีวิตชุมชน และอาหารสุขภาพ พลิกโฉมภูเก็ตจาก "เมืองท่องเที่ยวชายทะเล" สู่ "เมืองหลวงแห่งสุขภาพระดับโลก" (Global Wellness Capital) นอกเหนือจากการดึงดูดนักลงทุนระดับโลก การขับเคลื่อนครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้ สู่ท้องถิ่น โดยเชื่อมโยงความต้องการ (Demand) วัตถุดิบอินทรีย์และสมุนไพรจากสถานประกอบการชั้นนำส่งตรงไปยังเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมทั้งดันเทราพิสต์นวดไทยและชุมชนเข้าสู่ระบบการท่องเที่ยวสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม
#GlobalWellnessSummit2026 #GWS2026 #Longevity #HealthyAging #Healthspan #PrecisionMedicine #WomensHealth #Wellness #FutureOfWellness #กระทรวงสาธารณสุข 
#DTAM #กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569

อัฐษกรณ์-สวรินทร์ มีลุ้นแชมป์ จูเนียร์ เจ็นซ์ "บางจาก แชมเปี้ยน คัพ 2026" รอบสอง


อัฐษกรณ์ หัตถบดี ยังคงฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องสกอร์รวมสองวัน 4 อันเดอร์พาร์ 140 (71-69) ครองตำแหน่งผู้นำเดี่ยวรุ่น จูเนียร์ เจ็นซ์ ชาย โดยมี วัฒธ์ชพร ลือหทัยโอภาส และ ริวกิ โอซากิ รั้งอันดับสองร่วม สกอร์สองวันเท่ากัน อีเวนพาร์ 144 รุ่น จูเนียร์ เจ็นซ์ หญิง สวรินทร์ สมบูรณ์วิบูลย์ ยังคงโชว์ฟอร์มได้เยี่ยม จบรวมสองวันอีเวนพาร์ 144 (71-73) นำห่าง พิมพ์ญาดา นุชนาฎ ที่ตามมาในอันดับ 2 อยู่ 3 สโตรก โอกาสลุ้นแชมป์สดใสทั้งคู่ การแข่งขันกอล์ฟเยาวชน "บางจาก แชมเปี้ยน คัพ 2026" ณ สนามแรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา รอบวันที่สอง 12 ก.ย.69

รุ่น สเปเชียล เจ็นซ์ ชาย ผู้นำยังคงเป็นของ ณภัทร ประเศรษฐสุต โชว์ฟอร์มแกร่งทำสกอร์รวม 2 วัน 1 อันเดอร์พาร์ 143 (72-71) ส่วนในรุ่น สเปเชียล เจ็นซ์ หญิง พิชามณช์ บัวคำทุม เร่งสปีดขึ้นนำเดี่ยว จบรอบสองวันสกอร์รวม 10 โอเวอร์พาร์ 154 (77-77) โดยมี ณัฐนิชา ประจวบเหมาะ และพิมพ์มาดา นุชนาฎ ตามมาในอันดับที่สองร่วม ตามผู้นำอยู่ 1 สโตรก รุ่น ซูเปอร์ เจ็นซ์ ชาย ฐณาณัฐ การุญ ทำผลงานวันที่สองได้อย่างยอดเยี่ยม จบรอบสกอร์รวมสองวัน 3 อันเดอร์พาร์ 141 (72-69) ขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยว โดยมี วรวิช เจิมพงศ์ ตามมาในอันดับ 2 ที่สกอร์ อีเวนพาร์ 144 (72-72) ส่วนรุ่น ซูเปอร์ เจ็นซ์ หญิง สิริกร โสมประโคน ทำผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่องเป็นวันที่สองรั้งตำแหน่งจ่าฝูงฝ่ายหญิง ด้วยสกอร์รวมสองวัน 1 อันเดอร์พาร์ 143 (69-74) โดยมี สุธันยา โกมลเกษรักษ์ ตามมาในอันดับที่ 2 สกอร์รวม อีเวนพาร์ 144 (74-70)
---------------
สรุปรายชื่อผู้นำรอบสองทุกรุ่นอายุ
• รุ่น Special GENZ Boy: ณภัทร ประเศรษฐสุต สกอร์ 153 (-1)
• รุ่น Special GENZ Girl: พิชามณช์ บัวคำทุม สกอร์ 154 (+10)
• รุ่น Super GENZ Boy: ฐณาณัฐ การุญ สกอร์ 141 (-3)
• รุ่น Super GENZ Girl: สิริกร โสมประโคน สกอร์ 143 (-1)
• รุ่น Junior GENZ Boy: อัฐษกรณ์ หัตถบดี สกอร์ 140 (-4)
• รุ่น Junior GENZ Girl: สวรินทร์ สมบูรณ์วิบูลย์ สกอร์ 144 (E)

อัฐษกรณ์ หัตถบดี (ซ้าย) และ สวรินทร์ สมบูรณ์วิบูลย์ สองผู้นำรุ่น จูเนียร์ เจ็นซ์ ชาย และ หญิง กอล์ฟ กอล์ฟเยาวชน "บางจาก แชมเปี้ยน คัพ 2026" ณ สนามแรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา รอบวันที่สอง 12 ก.ย.69

จบรอบแรก สวิงเยาวชน“บางจาก แชมเปี้ยน คัพ 2026” แมตช์ปิดฤดูกาล สนามแรนโช ชาญวีร์ฯ


การแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรายการใหญ่ "บางจาก แชมเปี้ยน คัพ 2026"  วันที่ 11-13 กันยายน 2569 มีนักกอล์ฟฝีมือดีจากทั่วประเทศเข้าร่วมชิงความเป็นหนึ่งส่งท้ายปีด้วยคึกคัก แมทช์ปิดฤดูกาลที่ สนามแรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา


จบรอบแรก( วันศุกร์ที่ 11 กย. 2569 )มีผลแข่งขันแต่ละรุ่นดังนี้  รุ่น Super GENZ Boy & Girl  กฤติกร วงศ์ธนวัฒน โชว์ฟอร์มจบด้วยสกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ 71 ขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยว โดยมี ฐณาณัฐ การุญ , วรวิช เจิมพงศ์ และ วรพล อนันทวรรณกุล ตามมาในอันดับ 2 ร่วมสกอร์ รวม อีเวนพาร์ 72 ด้าน
รุ่น Super GENZ Girl ผู้นำเป็น สิริกร โสมประโคน ประเดิมวันแรกด้วยสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69 ขึ้นนำเดี่ยวฝ่ายหญิงโดยมี เอยาวรินทร์ ประดับญาติ ตามมาในอันดับ 2 ด้วยสกอร์ 1 โอเวอร์                พาร์ 73


รุ่น Junior GENZ Boy อัฐษกรณ์ หัตถบดี จบผลงาน 1 อันเดอร์พาร์ 71 ครองตำแหน่งผู้นำเดี่ยว ทิ้งห่างอันดับ 2 ริวกิ โอซากิ ที่ทำสกอร์เข้ามา 1 โอเวอร์พาร์ 73 อยู่ 2 สโตรก  ส่วนรุ่นนี้ฝ่ายหญิง  Junior GENZ Girl  ผู้นำเป็น สวรินทร์ สมบูรณ์วิบูลย์  จบรอบแรกสกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ 71 แต้มนำห่าง พิมพ์ญาดา นุชนาฎ ที่ตามมาในอันดับ 2  ด้วยสกอร์รวม 1โอเวอร์พาร์ 73 อยู่ 2 สโตรก


ผลแข่งในรุ่น Special GENZ Boy ตำแหน่งผู้นำตกเป็นของ ณภัทร ประเศรษฐสุต ทำสกอร์อีเวนพาร์ 72 ส่วนรุ่น Special GENZ Girl  พิมพ์มาดา นุชนาฎ นำเดี่ยวด้วยสกอร์ 3 โอเวอร์พาร์ 75


บรรยากาศการแข่งขันรอบแรกยิ่งคึกคักมากขึ้น เมื่อมีการทำ Hole-in-One เกิดขึ้น โดยเป็นผลงานของ น้องสวรินทร์ สมบูรณ์วิบูลย์  ผู้เล่นจากรุ่น Junior GENZ Girl โชว์ความแม่นด้วยเหล็ก 9 ในระยะ 130 หลา ที่หลุม 17 พาร์ 3  ได้รับเกียรติจาก คุณดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด มอบรางวัลพิเศษ เป็นทุนสนับสนุนนักกีฬาเยาวชนมูลค่า 5,000 บาท นอกจากนี้ทาง สนามแรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ ยังได้มอบใบประกาศนียบัตรพร้อมคูปองกรีนฟี มูลค่ารวม 15,000 บาทให้อีกด้วย


สรุปรายชื่อผู้นำรอบแรกทุกรุ่นอายุ
• รุ่น Special GENZ Boy: ณภัทร ประเศรษฐสุต สกอร์ 72 (E)
• รุ่น Special GENZ Girl: พิมพ์มาดา นุชนาฎ สกอร์ 75 (+3)
• รุ่น Super GENZ Boy: กฤติกร วงศ์ธนวัฒน สกอร์ 71 (-1)
• รุ่น Super GENZ Girl: สิริกร โสมประโคน สกอร์ 69 (-3)
• รุ่น Junior GENZ Boy: อัฐษกรณ์ หัตถบดี สกอร์ 71 (-1)
• รุ่น Junior GENZ Girl: สวรินทร์ สมบูรณ์วิบูลย์ สกอร์ 71 (-1)
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Official Line: @genzgolf หรือโทร. 065 696 2229

วช. ขอแสดงความยินดีกับนักวิจัยรุ่นใหม่สู่เวทีระดับโลกและแถลงข่าวเปิดตัว “NRCT: Connecting and Empowering Young Leaders” เชื่อมไทยเชื่อมโลก เชื่อมเครือข่ายนักวิจัยโลก

วันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวและแสดงความยินดีน...