วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

4 ภาคีเครือข่าย รวมพลังจัดโครงการเยาวชนต้านภัยยาเสพติด

4 ภาคีเครือข่าย รวมพลังจัดโครงการเยาวชนต้านภัยยาเสพติด



"4 ภาคีเครือข่าย" อันประกอบด้วย สโมสรไลออนส์ หอวัง หลักสี่ กรุงเทพฯ, มูลนิธิปาลิต-สัดดา ,คุณสุนันท์ ตรีวิศวเวทย์ โรงเรียนวัดตรีทศเทพ และผู้ใหญ่ใจดี  อาธิเช่น บริษัท เด็กซ์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ร่วมปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมในวัยเยาว์ คือรากฐานสำคัญในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพให้แก่สังคม ได้จัดกิจกรรมโครงการ "การทำความดีของหนู" สำหรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2568    
กิจกรรม "การทำความดีของหนู" เป็นการให้เยาวชนเขียนเรียงความในเรื่อง “การทำความดี ... ของหนู” เริ่มสะสมความดี ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 ถึง 17 พฤษภาคม 2569 โดยมีขอบข่ายการเขียนเรียงความในด้านการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น การบำเพ็ญประโยชน์ การไปช่วยงานจิตอาสาต่างๆ การมีจิตที่คิดดี ทำดี พูดดี กับตนเองและบุคคลอื่นๆ โดยผู้ชนะในการเขียนเรียงความจะได้รับทุนการศึกษาตั้งแต่ 1000 - 2000 บาท ซึ่งมีนักเรียนเข้าร่วมส่งเรียงความเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก
สำหรับการประกวดเรียงความ “การทำความดี ... ของหนู” ได้มีการตัดสินและมอบรางวัลกันในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ณ โรงเรียนวัดตรีทศเทพ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายปิยชน ผู้ทรงธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร เป็นประธานในพิธี บรรยกาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและอบอวลไปด้วยพลังแห่งความดี ในงานประกาศผลและมอบรางวัลโครงการประกวดเขียนเรียงความในหัวข้อ  “การทำความดี ... ของหนู” งานในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีจากความร่วมมือครั้งสำคัญของ  คุณกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ – ประธานสภาวัฒนธรรมเขตพระนคร คุณสุขใจ จรูญรัตนาภรณ์ - ร้านสุขใจ ไทยซิลค์ ผู้ใหญ่จากสโมสรไลออนส์ หอวัง หลักสี่ กรุงเทพฯ และอีกหลายต่อหลายท่าน และหลายต่อหลายองค์กร ที่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน


บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีคณะผู้บริหารและผู้หลักผู้ใหญ่จากภาคส่วนต่างๆ ให้เกียรติเข้าร่วมงาน พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน และกลุ่มผู้ปกครองที่เดินทางมาร่วมลุ้นและให้กำลังใจบุตรหลานกันอย่างเนืองแน่น สร้างรอยยิ้มและความภาคภูมิใจให้กับเด็กๆ ที่ได้ตั้งใจสะสมความดีและถ่ายทอดออกมาผ่านตัวอักษรมาตลอดปีการศึกษา


ด้านนางกัณทิมา อุชุภาพ นายกสโมสรไลอ้อน หอวัง หลักสี่ กรุงเทพฯ ได้กล่าวถึงจุดประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ว่าต้องการให้เด็กบันทึกการทำความดีในแต่ละวันในช่วงปิดเทอม ให้เด็กคิดได้ว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด เป็นการปลูกผังความคิดดีๆ ให้กับเด็ก และผู้ปกครองก็ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะว่าทุกๆ เหตุการณ์ หรือทุกปัญหาที่เกิดขึ้น จะเกิดจากปัญหาภายในครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ ทางเครือข่ายได้เห็นปัญหาในส่วนนี้จึงได้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมเพื่อแก้ใขในด้านอาชญากรรม และปัญหายาเสพติด โดยโครงการนี้มีแผนงานจะจัดทำทั่วประเทศ โดยจะร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะเริ่มทางภาคเหนือเป็นลำดับแรก

ด้วยความร่วมมืออันแข็งแกร่งของภาคีเครือข่าย ทางโครงการได้มอบทุนการศึกษาและรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจรวมมูลค่ากว่า 45,000 บาท โดยมีทั้งรางวัลเรียงความประจำระดับชั้น และรางวัลพิเศษ อาทิ  รางวัล "รู้ทัน รู้ภัย ยาเสพติด" และ "รางวัลลายมือสวย"
แววตาแห่งความภาคภูมิใจของผู้ปกครองที่มาร่วมให้กำลังใจลูก ๆ ในวันนี้ คือประจักษ์พยานว่า ‘ความดี’ เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว โดยมี 4 ภาคีเครือข่าย และผู้ใหญ่ใจดี ร่วมเป็นลมใต้ปีก เพื่อส่งต่อโอกาสให้เยาวชนเติบโตอย่างงดงามเพราะเรียงความทุกบรรทัดในวันนี้ ไม่ใช่แค่การประกวดเพื่อชิงรางวัล แต่คือบันทึกหน้าสำคัญที่หล่อหลอมให้เด็ก ๆ มีหัวใจที่รู้จักการให้ และพร้อมสร้างประโยชน์แก่สังคม ความร่วมมือในวันนี้จึงเป็นมากกว่ากิจกรรม แต่เป็นการปักหมุดหมายแห่งคุณธรรมลงในใจเยาวชน เพื่อให้พวกเขาเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนครอบครัว โรงเรียน และสังคมไทยให้งดงามอย่างยั่งยืนสืบไป


สส. จี้สรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ แก้ปมที่ค้างคาก่อนพังทั้งระบบ

สส. จี้สรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ แก้ปมที่ค้างคาก่อนพังทั้งระบบ 


การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (กมธ.งบฯ 70) กลายเป็นเวทีที่สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกอันโดดเด่นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 2 ส.ส. จากพรรคร่วมรัฐบาลที่เกาะติดและคลุกคลีกับปัญหาในพื้นที่ยาสูบมาอย่างยาวนาน ได้ประสานเสียงยิงคำถามตรงเป้าไปยังกรมสรรพสามิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถกปมปัญหาโครงสร้างภาษีบุหรี่แบบ 2 อัตราที่ค้างคาจนกลายเป็นเนื้อร้ายกัดเซาะอุตสาหกรรมยาสูบไทย โดยได้แสดงความกังวัลถึงวิกฤตการณ์เป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ตัวเลขรายได้รัฐที่ดิ่งลงอย่างน่าใจหาย การแพร่ระบาดของบุหรี่เถื่อน ไปจนถึงความเดือดร้อนขั้นสุดของเกษตรกรต้นน้ำ ถือเป็นการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะได้อย่างเฉียบคมและทรงพลัง 


นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการงบฯ 70 ได้สอบถามที่ประชุมด้วยการชี้ให้เห็นถึงจุดบอดเชิงโครงสร้างของระบบภาษียาสูบแบบ 2 อัตราในปัจจุบันที่นอกจากจะไม่บรรลุเป้าหมายด้านการจัดเก็บรายได้รัฐแล้ว ยังสร้างช่องโหว่ในการจัดเก็บรายได้ให้กับบุหรี่ผิดกฎหมายทั้งบุหรี่เถื่อน และบุหรี่ไฟฟ้า ว่า จากข้อมูลเรื่องของการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ พบว่าภายหลังจากการปรับโครงสร้างภาษีเป็นแบบ 2 อัตรา รายได้จากภาษีสรรพสามิตบุหรี่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าสูญเสียรายได้ปีละเกือบถึง 2 หมื่นล้านบาท สะท้อนว่าระบบภาษีอาจจะยังมีช่องโหว่ยังไม่ได้บรรลุเป้าหมายด้านการจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันปัญหาเรื่องการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้ายังมีการขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีเพิ่มเติมจากสินค้าเหล่านี้ที่ไม่ได้เข้าระบบภาษีอย่างถูกต้อง


พร้อมกันนี้ นางสาวณัฐธิดาได้ขอทราบแผนการทบทวนและปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ที่ชัดเจน รวมถึงผลการประเมินผลกระทบของการใช้โครงสร้างแบบ 2 อัตราอย่างเป็นระบบด้วย 

 

ทางด้าน นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคภูมิใจไทย  ได้มีข้อสังเกตว่า ในปี 2560 ชาวไร่ยาสูบถูกตัดโควตาการปลูก และปัญหาของราคาบุหรี่ที่ปัจจุบันราคาจะมากระจุกตัวกันอยู่ที่ประมาณ 70 บาท ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น รายได้ภาษีสรรพสามิตบุหรี่ลดลงถึง 31% จาก 68,603 ล้านบาทในปี 2560 เหลือเพียง 47,489 ล้านบาท ยอดขายยาสูบลดลง ชาวไร่ยาสูบเองก็ถูกตัดโควตาไปเกือบ 50% จาก 29 ล้านเหลือ 14 ล้าน บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นจาก 3% ไป 25% ตั้งแต่ปี 2560 มาจนถึงปัจจุบัน 


นายบุญชัยยังได้สอบคำถามสำคัญถึงเหตุผลที่กรมสรรพสามิตยังไม่ยอมปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีให้เป็นอัตราเดียวตามมาตรฐานสากล ทั้งที่ประเทศไทยกำลังเร่งกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ให้เร็วขึ้นจาก 5 ปีมาเป็นภายใน 3 ปี แต่ประเทศไทยยังคงติดเป็นประเทศ 1 จาก 7 ประเทศทั่วโลกที่ยังคงใช้ระบบภาษียาสูบหลายอัตราอยู่ จึงต้องการสอบถามจากกรมสรรพสามิตว่า จะมีการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ให้เป็นระบบสากลอัตราเดียวได้เมื่อใด

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ “76 ปี สดุดีวีรชนทหารเรือไทยในสมรภูมิรบเกาหลี” พร้อมมอบรางวัล Hero of Thailand Award 2026 เชิดชูผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศ

เตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ “76 ปี สดุดีวีรชนทหารเรือไทยในสมรภูมิรบเกาหลี” พร้อมมอบรางวัล Hero of Thailand Award 2026 เชิดชูผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศ

นาวาอากาศเอก ดร.รณยุทธ หิรัญบูรณะ เลขานุการ สมาคมทหารผ่านศึกเกาหลี ในพระราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สมาคมฯ ร่วมกับ ชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงาน “รำลึก 76 ปี สดุดีวีรชนทหารเรือไทยในสมรภูมิรบเกาหลี” เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและการเสียสละของทหารเรือไทยที่เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในสงครามเกาหลี ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความรักชาติ และเชิดชูเกียรติบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ


การจัดงานแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่

- วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. จัดงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุม TOT ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เพื่อเผยรายละเอียดการจัดงานและวัตถุประสงค์ของโครงการ
- วันที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. จัดพิธีวางพวงมาลาถวายสดุดีวีรชน ณ ลานอนุสรณ์เรือรบหลวงประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยได้รับเกียรติจาก พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ เป็นประธานในพิธี
- วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13.00–16.00 น. จัดพิธีมอบรางวัล Hero of Thailand Award 2026 ณ อาคารหอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร เพื่อยกย่องเชิดชูบุคคลและองค์กรที่อุทิศตนสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติในด้านต่าง ๆ


การดำเนินงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท หงษ์ทอง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท แอมบาสเดอร์ เวิลด์ จำกัด และทีมงานดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง ซึ่งร่วมกันผลักดันให้การจัดงานเป็นเวทีแห่งการรำลึกถึงวีรชนผู้เสียสละ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยร่วมสืบสานคุณค่าของความเสียสละ ความกล้าหาญ และความรักชาติสืบไป


ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 065-620-1987 และ 088-870-2080 (คุณมิ้นท์)

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พลิกโฉมประเทศด้านการศึกษา พว.เร่งปฏิวัติห้องเรียนไทย ชู GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน

พลิกโฉมประเทศด้านการศึกษา พว.เร่งปฏิวัติห้องเรียนไทย ชู GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน


เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)ร่วมกับเครือข่ายสถานศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี จัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 110 คน ภายใต้โครงการ“การพัฒนาสมรรถนะเชิงรุก (Competency-Based Learning)”ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps สู่การสร้างนวัตกรรมด้วยการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการวัดและประเมินผลผู้เรียน ยกระดับการจัดการเรียนรู้และการประเมินผลตามสมรรถนะผู้เรียน โดยผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วย ครูจากโรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี 3 แห่ง รวม 110 คน ได้แก่ โรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม โรงเรียนหนองตากยาตั้งวิริยะราษฏร์บำรุง และโรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม


ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้ ครูจะเป็นผู้ออกแบบกิจกรรม เพื่อให้เด็กเรียนรู้โดยใช้คำถามเป็นหลัก ไม่ใช่บรรยายหรือติวซึ่งเป็นการทำร้ายเด็ก แต่ที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดคือการติว และเด็กก็ใช้เงินเพื่อการนี้ แต่ผลของการสอบ O-Net ที่ผ่านมา23 ปี เราไม่เคยเห็นการผ่านเกณฑ์เลย รวมถึงการประเมิน PISA 20 กว่าปีมานี้ทำอย่างไรเราก็ไม่สามารถผ่านได้ เพราะยิ่งติวยิ่งแคบ ยิ่งติวยิ่งความรู้น้อย เนื่องจากเป็นการเรียนข้อสอบ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ทั้ง O-Net และ PISA เป็นการนำกระบวนการไปวิเคราะห์ข้อสอบ แต่สิ่งที่เกิดคือในห้องสอบครูไม่รู้จักกระบวนการ เด็กจึงไม่มีกระบวนการ เพราะเป็นการเรียนแบบท่องจำ จึงเป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน


ดร.ศักดิ์สิน กล่าวต่อไปว่า การอบรมครั้งนี้เป็นการอบรมการใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือสร้างความรู้ของเด็ก โดยนำเนื้อหาในหนังสือมาให้เด็กเรียนรู้ สร้างความรู้โดยผ่านกระบวนการคิด ผ่านกระบวนการประเมิน โดยเพิ่มความดี ความงาม คุณธรรม และ ค่านิยม ซึ่งนำความคิดพื้นฐาน เหตุและผลมาหลอมรวมเข้าด้วยกันทำให้ความคิดขั้นต้นมีคุณค่าสูงขึ้นทั้งตนเองและสังคม ซึ่งการเรียนด้วยวิธีการนี้จะส่งผลให้เกิดนวัตกรรมและต่อยอดเป็น AI ในต่างประเทศที่เขาสร้างนวัตกรรมและAI เกิดขึ้นได้ก็ด้วยการเรียนด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง จนพัฒนา AI ขั้นสูงมาใช้ในด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจต่อมา ก็เอา AI มาใช้ประกอบการเรียนซึ่งก็คือมือถือแท็บเล็ตแต่เมื่อนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ก็ทำให้เกิดปัญหาเด็กติดจอและข้อมูลที่ผ่าน AIมา ควบคุมไม่ได้ จนเกิดกระแสที่กระทบสังคม และเด็กก็ไม่มีสมาธิในการเรียนจนทุกประเทศเห็นพ้องกันว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปประเทศอาจจะด้อยพัฒนาได้ จึงมีการห้ามนำเทคโนโลยีเข้า ในห้องเรียนเพื่อกลับมาเรียนแบบเดิมและมีการประกาศว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะสร้าง AIรุ่นใหม่
“ GPAS 5Steps จะเป็นกำแพงต่อต้านกระแสสังคมเชิงลบที่กระแทกเข้ามา เพื่อให้เด็กต่อต้านสิ่งเหล่านี้ได้ สามารถใช้ปัญญาในการเลือกบริโภคได้ ดังนั้นถ้าเรายังไม่พัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบเด็กจะเอาไม่อยู่ เพราะขนาดธรรมชาติเมื่อมีกระแสลมพัดด้วยความรุนแรง หน้าผา ก้อนหิน ยังสลายได้ แล้วจิตใจของเด็กซึ่งเป็นมนุษย์แท้ๆ ถ้าถูกกระแสสังคมเข้ามากระแทกก็คงยากที่จะทานได้ จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบให้เร็วที่สุด โดยมี AI เป็นเครื่องมือช่วยให้เด็กสามารถคิดวิเคราะห์และเลือกได้ และหากเกิดความผิดพลาดเด็กก็จะสามารถลุกได้เร็ว“ประธานบริหารสถาบัน พว.กล่าว



ดร.ณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)กล่าวว่า ส.บ.ม.ท.คาดหวังว่าคุณภาพของครูจะส่งผลถึงเด็ก โดยเชื่อว่าการพัฒนาครู เติมส่วนที่ขาด วาดส่วนที่หวัง จะสามารถพัฒนาเด็กได้ โดยเฉพาะการอบรมออกแบบการเรียนรู้ด้าน Active Learning การประเมินผลโดยใช้ AI และการประเมินผลตามสภาพจริง ซึ่งครูที่เข้ารับการอบรมวันนี้มาจากโรงเรียนมัธยมศึกษา 2 โรง และโรงเรียนขยายโอกาส 1 โรงในจังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นกลุ่มนำร่องของ ส.บ.ม.ท.ที่ร่วมกับสถาบัน พว. ในการพัฒนาความรู้การประเมินผลตามสภาพจริง และส่งเสริมการออกแบบการเรียนรู้เพื่อเสริมสมรรถนะเด็ก และหลังจากนี้จะขยายผลไปยังโรงเรียนมัธยมศึกษากว่า 2 พันโรงทั่วประเทศต่อไป 


นายพจนรินทร์ เหลืองอรัญนภา ผู้อำนวยการโรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม กล่าวว่า การพัฒนาครูถือเป็นหัวใจของการยกระดับคุณภาพการศึกษา เพราะเมื่อครูมีองค์ความรู้และเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย จะสามารถถ่ายทอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การนำ Active Learning GPAS 5 Steps มาใช้เป็นการเติมเต็มและต่อยอดวิธีการสอนที่ครูแต่ละคนใช้อยู่แล้ว โดยคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละรายวิชา สภาพโรงเรียน และศักยภาพของผู้เรียน เพื่อให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน ซึ่งการอบรมครั้งนี้จะช่วยให้ครูเข้าใจและนำกระบวนการดังกล่าวไปใช้ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิด วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง แทนการเรียนรู้แบบรับฟังเพียงอย่างเดียว 


นายนรากร สุขวิสิฎฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองตากยาตั้งวิริยะราษฎร์บำรุง กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้จะเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ครูจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีทิศทาง ลดการบรรยายหน้าชั้นเรียน จะทำให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติจริง และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เด็กจะเรียนด้วยความกระตือรือร้น ซึ่งตนคาดหวังว่าครูจะเข้าใจในการกระบวนการเรียนรู้นี้ได้อย่างถ่องแท้ และนำไปสอนเด็กให้เกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง



สโมสร GYMNASTIKA BY PP Club ระเบิดศึกยิมนาสติกครั้งยิ่งใหญ่ หนุนเยาวชนสู่ความสำเร็จระดับนานาชาติ ในงาน GYMNASTIKA BY PP Club ครั้งที่ 9 และการแข่งขัน 4th INTER-CLUB RHYTHMIC GYMNASTICS COMPETITION ณ อาคารนิมิบุตร

สโมสร GYMNASTIKA BY PP Club ระเบิดศึกยิมนาสติกครั้งยิ่งใหญ่ หนุนเยาวชนสู่ความสำเร็จระดับนานาชาติ ในงาน GYMNASTIKA BY PP Club ครั้งที่ 9 และการแข่งขัน 4th INTER-CLUB RHYTHMIC GYMNASTICS COMPETITION ณ อาคารนิมิบุตร



     สโมสร GYMNASTIKA BY PP CLUB โดย นางสาววราภรณ์ พรสิริจรรยา ประธานสโมสร อดีตนักกีฬายิมนาสติกลีลาทีมชาติไทย จัดการแข่งขันยิมนาสติกประจำปี GYMNASTIKA BY PP Club ครั้งที่ 9 และ การแข่งขัน 4th INTER-CLUB RHYTHMIC
GYMNASTICS COMPETITION ระหว่างวันที่ 4 - 5 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมี นางสาวกนกรัตน์ ตันติกรพรรณ เลขาธิการสมาคมยิมนาสติกแห่งประเทศไทย เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขัน เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ พัฒนาศักยภาพ และเตรียมความพร้อมก้าวสู่การแข่งขันในระดับชาติและนานาชาติ 


     สโมสร GYMNASTIKA BY PP CLUB ก่อตั้งและบริหารงานโดย นางสาววราภรณ์ พรสิริจรรยา อดีตนักกีฬายิมนาสติกลีลาทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญรางวัลระดับประเทศและนานาชาติ ผู้มีประสบการณ์การสอนมากกว่า 15 ปี และมุ่งมั่นตั้งใจยกระดับวงการยิมนาสติกไทย โดยทางสโมสรได้ริเริ่มจัดการแข่งขันภายในมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2559 และขยายผลอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็น "เวทีฝึกฝน" ที่ได้มาตรฐานระดับประเทศ สืบเนื่องมาเป็นปีที่ 9 ซึ่งในแต่ละปีได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมแข่งขันเฉลี่ยมากกว่า 700 คนต่อปี ติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน สำหรับการแข่งขันในปีนี้ ความโดดเด่นอยู่ที่การยกระดับจากเวทีฝึกฝนสู่ "เวทีสร้างแรงบันดาลใจ" ด้วยการจัดงานในสนามระดับประเทศอย่าง อาคารนิมิบุตร เพื่อรองรับนักกีฬาจำนวนมากและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเยี่ยมให้แก่เยาวชน การแข่งขันครั้งนี้ครอบคลุมหลากหลายประเภทกีฬา ได้แก่ ยิมนาสติกลีลาพื้นฐาน ยิมนาสติกลีลาระดับนักกีฬา และ ยิมนาสติกศิลป์ ภายใต้ระบบคะแนนและการตัดสินโดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการรับรองตามหลักสากล เสมือนบรรยากาศการแข่งขันระดับชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น (Beginner) ไปจนถึงนักกีฬาทีมชาติรุ่นเยาว์ ในรุ่นอายุ 5 ปีขึ้นไป ได้สัมผัสประสบการณ์ระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง
           

   การแข่งขันในครั้งนี้มีนักกีฬายิมนาสติกเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 929 คน จาก 43 สโมสรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ มองโกเลีย มาเลเซีย ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อังกฤษ และประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Snack Jack, Ireal Plus, Mignight Tokyo, Drinking Water Angel, Art Yoon Design และSports Action รวมทั้งสโมสรสมาชิกทุกท่าน


              สโมสร GYMNASTIKA BY PP CLUB เชื่อมั่นว่าการแข่งขันในครั้งนี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาทักษะเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติในฐานะนักกีฬาระดับสากลต่อไปในอนาคต ดังปณิธานของสโมสรที่ว่า "ไม่ใช่แค่สอนให้เก่ง แต่เราสร้างให้เขาเติบโต"


สโมสร GYMNASTIKA BY PP Club ระเบิดศึกยิมนาสติกครั้งยิ่งใหญ่ หนุนเยาวชนสู่ความสำเร็จระดับนานาชาติ ในงาน GYMNASTIKA BY PP Club ครั้งที่ 9 และการแข่งขัน 4th INTER-CLUB RHYTHMIC GYMNASTICS COMPETITION ณ อาคารนิมิบุตร

สโมสร GYMNASTIKA BY PP Club ระเบิดศึกยิมนาสติกครั้งยิ่งใหญ่ หนุนเยาวชนสู่ความสำเร็จระดับนานาชาติ ในงาน GYMNASTIKA BY PP Club ครั้งที่ 9 และการแข่งขัน 4th INTER-CLUB RHYTHMIC GYMNASTICS COMPETITION ณ อาคารนิมิบุตร



     สโมสร GYMNASTIKA BY PP CLUB โดย นางสาววราภรณ์ พรสิริจรรยา ประธานสโมสร อดีตนักกีฬายิมนาสติกลีลาทีมชาติไทย จัดการแข่งขันยิมนาสติกประจำปี GYMNASTIKA BY PP Club ครั้งที่ 9 และ การแข่งขัน 4th INTER-CLUB RHYTHMIC
GYMNASTICS COMPETITION ระหว่างวันที่ 4 - 5 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมี นางสาวกนกรัตน์ ตันติกรพรรณ เลขาธิการสมาคมยิมนาสติกแห่งประเทศไทย เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขัน เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ พัฒนาศักยภาพ และเตรียมความพร้อมก้าวสู่การแข่งขันในระดับชาติและนานาชาติ 


     สโมสร GYMNASTIKA BY PP CLUB ก่อตั้งและบริหารงานโดย นางสาววราภรณ์ พรสิริจรรยา อดีตนักกีฬายิมนาสติกลีลาทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญรางวัลระดับประเทศและนานาชาติ ผู้มีประสบการณ์การสอนมากกว่า 15 ปี และมุ่งมั่นตั้งใจยกระดับวงการยิมนาสติกไทย โดยทางสโมสรได้ริเริ่มจัดการแข่งขันภายในมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2559 และขยายผลอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็น "เวทีฝึกฝน" ที่ได้มาตรฐานระดับประเทศ สืบเนื่องมาเป็นปีที่ 9 ซึ่งในแต่ละปีได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมแข่งขันเฉลี่ยมากกว่า 700 คนต่อปี ติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน สำหรับการแข่งขันในปีนี้ ความโดดเด่นอยู่ที่การยกระดับจากเวทีฝึกฝนสู่ "เวทีสร้างแรงบันดาลใจ" ด้วยการจัดงานในสนามระดับประเทศอย่าง อาคารนิมิบุตร เพื่อรองรับนักกีฬาจำนวนมากและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเยี่ยมให้แก่เยาวชน การแข่งขันครั้งนี้ครอบคลุมหลากหลายประเภทกีฬา ได้แก่ ยิมนาสติกลีลาพื้นฐาน ยิมนาสติกลีลาระดับนักกีฬา และ ยิมนาสติกศิลป์ ภายใต้ระบบคะแนนและการตัดสินโดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการรับรองตามหลักสากล เสมือนบรรยากาศการแข่งขันระดับชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น (Beginner) ไปจนถึงนักกีฬาทีมชาติรุ่นเยาว์ ในรุ่นอายุ 5 ปีขึ้นไป ได้สัมผัสประสบการณ์ระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง
           

   การแข่งขันในครั้งนี้มีนักกีฬายิมนาสติกเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 929 คน จาก 43 สโมสรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ มองโกเลีย มาเลเซีย ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อังกฤษ และประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Snack Jack, Ireal Plus, Mignight Tokyo, Drinking Water Angel, Art Yoon Design และSports Action รวมทั้งสโมสรสมาชิกทุกท่าน


              สโมสร GYMNASTIKA BY PP CLUB เชื่อมั่นว่าการแข่งขันในครั้งนี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาทักษะเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติในฐานะนักกีฬาระดับสากลต่อไปในอนาคต ดังปณิธานของสโมสรที่ว่า "ไม่ใช่แค่สอนให้เก่ง แต่เราสร้างให้เขาเติบโต"


4 ภาคีเครือข่าย รวมพลังจัดโครงการเยาวชนต้านภัยยาเสพติด

4 ภาคีเครือข่าย รวมพลังจัดโครงการเยาวชนต้านภัยยาเสพติด "4 ภาคีเครือข่าย" อันประกอบด้วย สโมสรไลออนส์ หอวัง หลักสี่ กรุงเทพฯ, มูลนิธ...