วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ช้อปให้ฟินกินไม่อั้น! ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” บุก เซ็นทรัล พิษณุโลก

ช้อปให้ฟินกินไม่อั้น! ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” บุก เซ็นทรัล พิษณุโลก
  

พบกับความอร่อยที่คุณต้องประทับใจ ตลอด 7 วันเต็ม! ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” ชวนกันมาช้อปสุดฟิน…กินไม่อั้นกัน ระหว่างวันที่ 7 - 13 สิงหาคม 2569 ณ ลานโปรโมชันชั้น 1 เซ็นทรัล พิษณุโลก
  
โดย “คุณตูน-พัทธยศ ลิมปพัทธ์” ในฐานะผู้จัดงานฝากมาว่า งานนี้ คับคั่งไปด้วยร้านเด็ดทั่วฟ้าเมืองไทย หลากหลายเมนู ครบทุกรส ฟินจบได้ทุกวัย การันตีความอร่อยโดยทีมงานครัวคุณต๋อย อาทิเช่น Mr.Cornข้าวโพดคลุกชีส , อลิชา กุยช่ายตลาดพลู , ครัวรสหนึ่ง หมึกย่างน้ำจิ้มแซ่บ , ศรีจันทร์ซีฟู้ด บ๊ะจ่างเครื่องแน่น , แก้มใส เปาจี่ , ตะเกียบทอง ภูเก็ต , บ้านปลาทูมหาชัย , ขาหมูกรอบบายเชฟเดย์ , ชิ้นปลาสนุก ลูกชิ้นปลาภูเก็ต , ถั่วเทพอร่อยขั้นเทพ

ไฮไลท์สุดพิเศษ! เฉพาะวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เพียงวันเดียวเท่านั้น พบกับ เมนู “น้ำพริกเผากล้วยย่างรสถิ่น” จาก แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก สุดยอดอาหารพื้นถิ่นที่ได้รับคัดเลือกเป็นเมนูเชิดชูอาหารถิ่นรสชาติที่หายไป “The Lost Taste” ประจำปี 2568 โดยกระทรวงวัฒนธรรม และ “เมนูอร่อยจากตาลโตนด” ได้แก่ แกงปลาร้าหัวตาล ลอดช่องตาลโตนด และผลิตภัณฑ์จากตาลโตนด โดย “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านน้ำคบ” ชุมชนต้นแบบที่มีแนวคิดต่อยอด และยกระดับผลิตภัณฑ์จากตาลโตนด มาให้ทุกท่านได้สัมผัสกันภายในงาน

และในวันนั้นพบกับพิธีกรชื่อดังจากรายการครัวคุณต๋อย นำโดย “อาต๋อย-ไตรภพ ลิมปพัทธ์” “คุณเอ๊าะ-กีรติ เทพธัญญ์” “คุณโก๊ะตี๋ ชัยกฤต” ที่จะมาสร้างความสุข พาทุกท่านสัมผัสไปกับเรื่องราวความอร่อยของทุกร้านในงาน พร้อมฟินกับเชฟ! กิจกรรม Cooking Show โดย 2 เชฟฝีมือดีแห่งเมืองพิษณุโลก ที่จะมาสร้างสรรค์เมนูสุดครีเอท จากวัตถุดิบในพื้นถิ่นให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง

สนุกกับกิจกรรม “ครัวคุณต๋อยอร่อยแชร์ไป” เพียงโพสต์รูปภาพในงานพร้อมติด #ครัวคุณต๋อยอร่อยแชร์ไป ตั้งโพสต์เป็นสาธารณะ รับคูปองส่วนลดช้อปสินค้าในงานมูลค่า 20 บาททันที ตั้งแต่วันที่ 7 - 9 สิงหาคม 2569 (คูปองมีจำนวนจำกัด) ฟินครบจบเเลก เพียงช้อปอาหารในงานครัวคุณต๋อยครบ 10 คะแนน ผ่านช่องทาง LINE รับไปเลยพวงกุญแจลิมิเต็ดครัวคุณต๋อย ทุก ๆ 100 บาท เท่ากับ 1 คะแนน ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 7 - 9 สิงหาคม 2569 (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

ร่วมสร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จโดย
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก
• เมืองพิษณุโลก
• การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก
• ขอขอบคุณ Magiclean Kao Professional Solution สิทธิประโยชน์เพื่อผู้ประกอบการ ร้านสะอาดอนามัย ยืนหนึ่งในใจลูกค้า
• สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

ติดตามรายละเอียดได้ที่ FACEBOOK ครัวคุณต๋อย เว็บไซต์ www.kruakhuntoi.com แอปพลิเคชันครัวคุณต๋อย 
#ครัวคุณต๋อยยกทัพ #ครัวคุณต๋อย #ประสบการณ์ที่ต้องลิ้มลอง #เซ็นทรัลพิษณุโลก #CentralPhitsanulok

เปิดแล้ว! คลินิก TNH แพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทย พร้อมให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ผสานศาสตร์การแพทย์ไทย-จีน

เปิดแล้ว! คลินิก TNH แพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทย พร้อมให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ผสานศาสตร์การแพทย์ไทย-จีน


วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 09.59 น. คลินิก TNH แพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทย จัดพิธีเปิดคลินิกอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ และผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดี พร้อมประกาศเปิดให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน ด้วยการผสานศาสตร์การแพทย์แผนจีนและการแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม


การดำเนินงานของคลินิกได้รับการสนับสนุนจาก นายธนัท เชี่ยวชาญอักษร ประธานบริษัท ธนัทเฮิร์บ พาณิชย์ จำกัด ซึ่งมีแนวคิดในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ โดยนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีนมาประยุกต์ใช้ในการดูแล รักษา ฟื้นฟู และส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างเหมาะสม


สำหรับทีมผู้ให้บริการทางการแพทย์ ประกอบด้วย นายอัศฆ์ชนัย เกษรังสรรค์ แพทย์แผนไทย และ ซุงอี้จิง แพทย์แผนจีน ซึ่งพร้อมให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และวางแผนการดูแลสุขภาพตามหลักวิชาชีพ โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง พร้อมมุ่งเน้นการรักษาที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน


การเปิดให้บริการของคลินิก TNH แพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทยในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มทางเลือกด้านการดูแลสุขภาพให้กับประชาชน โดยอาศัยจุดเด่นของศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีนที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน


วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ออร่าพระเอกจับ! "แม็ค สุวิทย์ วันตา" ร่วมเปิดงาน "ของดีศรีราชา" จ.ชลบุรี แฟนคลับแห่ให้กำลังใจแน่น

ออร่าพระเอกจับ! "แม็ค สุวิทย์ วันตา" ร่วมเปิดงาน "ของดีศรีราชา" จ.ชลบุรี แฟนคลับแห่ให้กำลังใจแน่น


ออร่าความหล่อยังเปล่งประกายอย่างต่อเนื่อง สำหรับ แม็ค สุวิทย์ วันตา พระเอกจากละคร "สายเลือดสิงหรา" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) ที่ได้รับเกียรติร่วมพิธีเปิดงาน "ของดีศรีราชา" จังหวัดชลบุรี ซึ่งจัดขึ้น ณ ลานสนามบินเครือสหพัฒน์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 3–14 สิงหาคม 2569

ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและมีประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก


ด้านแม็ค สุวิทย์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญมาร่วมงานในครั้งนี้ พร้อมกล่าวขอบคุณที่ว่าการอำเภอศรีราชา ท่านนายอำเภอ ปลัดแป้ง พี่ญิ๋ง ตลอดจนแฟนคลับทุกคนที่เดินทางมาให้กำลังใจภายในงานอย่างอบอุ่น

นอกจากนี้ พระเอกหนุ่มยังฝากติดตามผลงานที่กำลังถ่ายทำอยู่ในขณะนี้ ทั้งภาพยนตร์เรื่อง "ผีกะ" และละคร "เล่ห์รักในเรือนทาส" ทาง ททบ.5 ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องในเร็ว ๆ นี้


ด้วยบุคลิกที่เป็นกันเอง อารมณ์ดี และความขี้เล่นอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้หนุ่มแม็คสามารถครองใจแฟน ๆ และชาวศรีราชาได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของงานในครั้งนี้

ขอขอบคุณภาพจากสื่อมวลชนทุกสำนัก

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมในโอกาสสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมในโอกาสสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ  ประจำปี 2569


สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดพิธีเปิดกิจกรรมในโอกาสสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569  ในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569  ณ ห้องประชุมชั้น 3  ตึกนวมหาราช  สภาสังคมสงเคราะห์ฯ  ถนนราชวิถี  เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  และเผยแพร่พระคุณและบทบาทของแม่ที่มีต่อครอบครัว  สังคม  และประเทศชาติ  โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวอาศิรวาท พร้อมทั้งเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกล่าวเปิดงาน ดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานร่วมคณะกรรมการฝ่ายจัดกิจกรรม ในโอกาสสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมต่อประธานในพิธี


กิจกรรมในวันงานประกอบด้วย คณะกรรมการอำนวยการ  และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  ร่วมถวายพานพุ่มถวายราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง



วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พลิกโฉมการศึกษาใต้! เครือข่ายโรงเรียนคาทอลิกดัง เขตมิสซังสุราษฎร์ธานี จับมือสถาบัน พว.ยกระดับครูสู่การจัดการเรียนรู้ Active Learning ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps มุ่งสร้าง “นวัตกรตัวน้อย” รับหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานฉบับปรับปรุง'60

พลิกโฉมการศึกษาใต้! เครือข่ายโรงเรียนคาทอลิกดัง เขตมิสซังสุราษฎร์ธานี จับมือสถาบัน พว.ยกระดับครูสู่การจัดการเรียนรู้ Active Learning ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps 
มุ่งสร้าง “นวัตกรตัวน้อย” รับหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานฉบับปรับปรุง'60
 

เครือข่ายโรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนคาทอลิกชื่อดัง เขตมิสซังสุราษฎร์ธานี ร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ผ่านนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps และการประเมินตามสภาพจริง” ณ โรงแรมวังใต้ อำเภอเมือง จ.สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูก้าวสู่การจัดการศึกษาฐานสมรรถนะอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูโรงเรียนเทพมิตรศึกษา อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา และโรงเรียนมารีย์พิทักษ์ศึกษา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา รวมประมาณ 220 คน เข้าร่วมการอบรม

ไฮไลต์ของการอบรมครั้งนี้ สถาบัน พว.ได้เพิ่มความเข้มข้นในภาคปฏิบัติ โดยมีการแยกห้องอบรมปฏิบัติการเจาะลึกตามระดับชั้นเรียนออกเป็น 3 ห้อง เพื่อตอบโจทย์จิตวิทยาและพัฒนาการของนักเรียนอย่างตรงจุด โดยมีคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ประกอบด้วย ห้องที่ 1 ระดับปฐมวัย : วิทยากรโดย ดร.อภิรัตน์ดา ทองแกมแก้ว , ห้องที่ 2 ระดับประถมศึกษา : วิทยากรโดย ดร.ปพนวัจน์ ลภัสภิญโญโชค และห้องที่ 3-4 ระดับมัธยมศึกษา : วิทยากรโดย รศ.ดร.ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน และ ดร.สรัล สุวรรณ เพื่อบรรลุตามเป้าหมายสูงสุดของโครงการตลอดการอบรมทั้ง 2 วัน โดยคณะครูจะได้ร่วมกันลงมือปฏิบัติ ถอดบทเรียน และออกแบบ “หน่วยการเรียนรู้บูรณาการกลุ่มละ 1 หน่วย” ที่สมบูรณ์พร้อมและสามารถนำกลับไปทดลองใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนจริงในชั้นเรียนได้ทันที ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาครูที่เน้นผลลัพธ์เชิงพฤติกรรม เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพผู้เรียนในพื้นที่ภาคใต้ให้เติบโตอย่างมีสมรรถนะในระดับสากลต่อไป


บาทหลวงยุทธการ ยนปลัดยศ ผู้รับใบอนุญาตสถานศึกษา โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวในระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ว่า ถือเป็นโอกาสดีที่คณะครูและผู้บริหารโรงเรียนในเครือเทพมิตรศึกษา จะได้มาร่วมกันเรียนรู้จากสถาบัน พว.ในการเพิ่มสมรรถนะให้กับนักเรียน ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps และการประเมินตามสภาพจริง ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้ครูได้ปรับเปลี่ยนมุมมองการจัดการเรียนการสอนแบบเก่า จากผู้ถ่ายถอดเนื้อหามาเป็นผู้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา ซึ่งจะเป็นการดึงศักยภาพของนักเรียนออกมาได้อย่างสูงสุด เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อสังคม อันเป็นทักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21  “การร่วมมือกับสถาบัน พว.ครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้ครูของโรงเรียนในเครือเทพมิตรศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างโดดเด่นกว่าโรงเรียนแห่งอื่นๆ และสอดรับกับที่โรงเรียนของเราได้ตั้งเป้าการเป็นโรงเรียนนำร่องสร้างนวัตกรรมทั้งของครูและนักเรียน” บาทหลวงยุทธการ กล่าว


ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการสามัญของคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา และอดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา บรรยายพิเศษในหัวข้อ “กรอบแนวคิดหลักของการพลิกโฉมกระบวนการเรียนรู้” โดยได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับคุณภาพห้องเรียนไทย จากระบบท่องจำ (Passive Learning) ไปสู่ปฏิบัตินิยม (Active Learning) บ่มเพาะทักษะผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อสร้างสมรรถนะนักเรียนให้ก้าวไปสู่การเป็น “นวัตกร” ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมมีคุณค่าประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนจากผลงานนวัตกรรมของนักเรียนโรงเรียนดรุณาราชบุรี ที่สถาบัน พว.ได้ไปช่วยสร้างให้เป็นโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระดับโลก เช่น นวัตกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่คิดค้นสร้างเสียงสะท้อนไล่นกพิราบไม่ให้มารบกวนตามอาคารบ้านเรือน หรือผลงานนวัตกรรมของนักเรียนชั้น ม.4 เกี่ยวกับแสงที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลหาเส้นเลือดของผู้ป่วยเพื่อเจาะไปตรวจได้อย่างง่ายดาย

ดร.ศักดิ์สิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการบรรยายว่า การที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวไปสู่ยุค 4.0 ได้ จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาจากการถ่ายทอดเนื้อหา (Content) ไปสู่การพัฒนาสมรรถนะนักเรียนให้สามารถคิดวิเคราะห์ สร้างองค์ความรู้ และสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตนเอง แต่โรงเรียนส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังยึดติดกับการสอนเพื่อสอบ และตัดสินนักเรียนจากคะแนน ซึ่งเป็นเพียงการจำแนกเด็กเก่งหรืออ่อน มากกว่าการประเมินเพื่อดึงศักยภาพของนักเรียนแต่ละคนออกมา แตกต่างจากหลักสากลที่ใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม Active Learning ให้นักเรียนเป็นผู้ลงมือทำ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง ครูจะทำหน้าที่เป็นเพียงออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ แทนการถ่ายทอดเนื้อหาเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้แต่ละรายวิชาอย่างรู้ความหมาย ค้นพบความรู้และสร้างขึ้นเองกลายเป็นความจำระยะยาว และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง แตกต่างจากการเรียนแบบท่องจำที่ผ่านไปไม่กี่วันก็ลืมแล้ว ทั้งนี้ สถาบัน พว.จะเดินหน้าพัฒนาสมรรถนะครูและนักเรียนในโรงเรียนภูมิภาคอื่นๆ ด้วย เพื่อให้เยาวชนไทยทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม


นายชาญชัย ชื่นพระแสง ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเชื่อว่าการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับกับกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จะเป็นเครื่องมือช่วยให้ครูของโรงเรียนสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองศักยภาพของนักเรียนแต่ละคนที่แตกต่างกัน จะช่วยให้นักเรียนทุกคนสามารถพัฒนาไปพร้อมๆ กันได้ เพื่อให้นักเรียนมีสมรรถนะ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่ในแต่ละห้องเรียนย่อมมีทั้งนักเรียนที่เรียนรู้ได้เร็วและนักเรียนที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

นางศุภลักษณ์ สวนจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประถมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี ให้สัมภาษณ์ว่า การอบรมครั้งนี้ทำให้เห็นแนวทางการพัฒนาสมรรถนะนักเรียนที่เป็นรูปธรรม สามารถนำไปปรับใช้ในห้องเรียนได้ทันที เพียงแค่ปรับเปลี่ยนบทบาทของครูจากผู้ถ่ายทอดเนื้อหามาเป็นผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ และอำนวยความสะดวกให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ เพื่อคิดค้นสร้างความรู้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะในปัจจุบันมีแหล่งเรียนรู้มากมาย ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแต่ในหนังสือเท่านั้น

นายชนก ณ วาโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารงานมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี ให้สัมภาษณ์ว่า การจัดอบรมของสถาบัน พว.ครั้งนี้ จะช่วยให้ครูมีความเข้าใจชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับขั้นตอนและกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ร่วมกับกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 

ครูสาคร มาตพงษ์ โรงเรียนมารีย์พิทักษ์ศึกษา จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า การมาเข้าร่วมอบรมกับวิทยากรจากสถาบัน พว.ในครั้งนี้ ทำให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ตนเชื่อว่าจะเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนที่ช่วยพลิกโฉมคุณภาพของนักเรียนได้อย่างแน่นอน ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากที่ครูจะนำไปถ่ายทอดต่อให้กับลูกศิษย์ของเรา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาครูในโรงเรียนมารีย์พิทักษ์ศึกษาก็มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning อยู่บ้าง แต่หลังจากนี้ก็คงดำเนินการกันอย่างเข้มข้นขึ้น และคงจะเป็นโมเดลตัวอย่างให้กับโรงเรียนอื่นๆ ใน จ.นครศรีธรรมราชได้ด้วยสามารถต่อยอดในอนาคตได้

ครูนิภาวรรณ เทพีรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี ใหสัมภาษณ์ว่า กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ร่วมกับกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ตามแนวทางของสถาบัน พว. ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการเรียนการสอน เพราะเปลี่ยนบทบาทนักเรียนเรียนจากผู้รับความรู้ไปสู่ผู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นลำดับขั้น โดยกรอบการจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps จะช่วยให้ครูออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้นักเรียนได้ค้นคว้า รวบรวมข้อมูล คิดวิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และนำเสนอผลงานด้วยตนเอง นักเรียนไม่ได้เป็นเพียงผู้ฟัง แต่ได้มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการเรียนรู้ เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสามารถแตกต่างกันได้แสดงศักยภาพในด้านที่ตนถนัด ซึ่งจะทำให้ทั้งครูและนักเรียนสนุกกับการเรียนการสอนมากขึ้น
ครูสาคร มาตพงษ์ โรงเรียนมารีย์พิทักษ์ศึกษา จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า การมาเข้าร่วมอบรมกับวิทยากรจากสถาบัน พว.ในครั้งนี้ ทำให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ตนเชื่อว่าจะเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนที่ช่วยพลิกโฉมคุณภาพของนักเรียนได้อย่างแน่นอน ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากที่ครูจะนำไปถ่ายทอดต่อให้กับลูกศิษย์ของเรา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาครูในโรงเรียนมารีย์พิทักษ์ศึกษาก็มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning อยู่บ้าง แต่หลังจากนี้ก็คงดำเนินการกันอย่างเข้มข้นขึ้น และคงจะเป็นโมเดลตัวอย่างให้กับโรงเรียนอื่นๆ ใน จ.นครศรีธรรมราชได้ด้วย


ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของโครงการตลอดการอบรมทั้ง 2 วัน คณะครูอาจารย์ที่เข้าร่วมจะร่วมกันลงมือ ปฏิบัติ ถอดบทเรียน และออกแบบ “หน่วยการเรียนรู้บูรณาการกลุ่มละ 1 หน่วย” ที่สมบูรณ์พร้อมและ สามารถนำกลับไปทดลองใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนจริงในชั้นเรียนได้ทันที ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการ พัฒนาครูที่เน้นผลลัพธ์เชิงพฤติกรรม เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพผู้เรียนในพื้นที่ภาคใต้ให้เติบโตอย่างมีสมรรถนะ   ในระดับสากลต่อไป 

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

วช. โชว์ผลการดำเนินงานและการเตรียมรับมืออุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ด้วย ววน.


 วช. โชว์ผลการดำเนินงานและการเตรียมรับมืออุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ด้วย ววน.


วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนา “การรับมืออุทกภัยและบริหารน้ำด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดและแถลงผลการดำเนินงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการรับมืออุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำ พร้อมด้วย รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. วช. คณะผู้บริหาร วช. นักวิจัย และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า ช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูกาลมรสุม เป็นสัญญาณในการเฝ้าระวังอุทกภัย วช.จึงได้นำผลการดำเนินงานจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ใช้รับมืออุทกภัย และการบริหารจัดการน้ำ ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด ที่รวบรวมทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในหลายพื้นที่ ได้แก่ 
1.    ระบบการเตือนภัยและแนวทางการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดขอนแก่น ระบบรับและระบายน้ำเพื่อช่วยหน่วงน้ำ จังหวัดลำพูน
2.    ระบบข้อมูล Hat Yai ROD เพื่อการจัดการอุทกภัยด้านสุขภาพ ที่เป็น One Data Platform เชื่อมโยงข้อมูลจากทุกแหล่งและทุกระยะของการจัดการภัยพิบัติ
3.    การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำด้วยระบบข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล เป็นฐาน พื้นที่ต้นแบบจังหวัดกำแพงเพชร รวมถึง การจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมน้ำแล้งพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา
4.    การจัดการเติมน้ำใต้ดิน (Managed Aquifer Recharge, MAR): เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนนอกเขตชลประทานในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดชัยภูมิ ระบบสูบน้ำพลังงานทดแทนในพื้นที่อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน นวัตกรรมฝายแกนดินซีเมนต์: เพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการระดับพื้นที่ 
5.    นวัตกรรมทางการเกษตรที่ซึ่งช่วยรักษาผลผลิตจากการขาดแคลนน้ำ เทคโนโลยีโรงเรือนและการจัดการดิน-น้ำ เพื่อการปลูกผักในพื้นที่อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา การบริหารจัดการข้าวนาริมเล จังหวัดพัทลุง ระบบการผลิตถั่วเหลืองหลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีในฤดูแล้ง และระบบการให้น้ำอย่างแม่นยำในสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออก 
โดย วช. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแผนงานวิจัยด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยและความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสียหายจากอุทกภัย เพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ชุมชน ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานวิจัย ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน

รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ กล่าวว่า แผนงานวิจัยด้านการบริหารจัดการน้ำมุ่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งควบคู่กับการสร้างมูลค่าและรายได้ให้แก่ชุมชน ซึ่งในช่วงนี้ในหลายพื้นที่จะเน้นที่การซ้อมรับมืออุทกภัยภายใต้สถานการณ์จำลองเพื่อทบทวนความพร้อม และช่องทางในการประสานการทำงานระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวเมื่อเผชิญเหตุการณ์จริง 

ภายในงานมีการเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำและการรับมืออุทกภัยในหลากหลายมิติ โดย 
ดร.ฐกลพัชร์ ขำพึ่งสน จากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) นำเสนอการวิเคราะห์สถานการณ์ฝนในช่วง 1–3 เดือนข้างหน้าและแนวโน้มการเกิดอุทกภัย เพื่อใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศและระบบติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อสนับสนุนการวางแผนเตรียมความพร้อมของหน่วยงานและประชาชน 

รศ.ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ่ายทอดประสบการณ์การเตรียมความพร้อมและการซ้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่เมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำเสนอการประยุกต์ใช้แบบจำลองสถานการณ์ ระบบเตือนภัย และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดผลกระทบจากน้ำท่วมในเขตเมือง 

ผศ.น.สพ.ดร.วินัย แก้วละมุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอแนวทางการเตรียมรับมือภัยน้ำหลากในจังหวัดน่าน 

ผศ.ดร.วรพงษ์ โล่ห์ไพศาลกฤช มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำเสนอแนวคิดการใช้บึงพักน้ำเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับและหน่วงน้ำในช่วงฝนตกหนัก เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเมือง และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในระยะยาว 

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วุฒิสุทธิเมธาวี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ถ่ายทอดกรณีศึกษาการบริหารจัดการอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ โดยประยุกต์ใช้ระบบข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำกับระบบบริการสาธารณสุขและการช่วยเหลือประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ 

และสรุปสุดท้าย โดย รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ เกี่ยวกับการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อบริหารความเสี่ยงจากอุทกภัย โดยเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และฐานข้อมูลร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการคาดการณ์ การเตรียมความพร้อม และการตัดสินใจเชิงนโยบาย อันจะนำไปสู่การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การจัดการเสวนาครั้ง วช.มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการคาดการณ์ ป้องกัน และรับมืออุทกภัย ลดผลกระทบต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) พัฒนางานด้านวิชาการ พัฒนาบุคลากร โครงการผู้เรียนกับนางสาวติรวดี รัตนตถิกุล รองผู้อำนวยการโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน



     วันที่ 24 ก.ค.69 เวลา 13.00 น. ที่ หอประชุมเทวาสถิต โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต กับ โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน โดยมี ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต ผู้มีอำนาจลงนามซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “มูลนิธิ” กับ “โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน” โดย นางสาวติรวดี รัตนตถิกุล ตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน ผู้มีอำนาจลงนาม ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “โรงเรียน” อีกฝ่ายหนึ่ง



     ทั้งสองฝ่ายมีเจตจำนงในการทำความร่วมมือกันในการพัฒนางานด้านวิชาการ และโครงการบริการ

การในประเด็นต่าง ๆ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร โครงการพัฒนาผู้เรียน และอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อบุคลากร ครู และนักเรียนในระดับมัธยมปลายของโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน โดยมีสาระสำคัญ และขอบข่ายการปฏิบัติทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน และเพื่อให้มีแนวทางการประสานความร่วมมือและการร่วมดำเนินการที่ขัดเจนบนฐานความประสงค์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย สู่ความร่วมมืออย่างเป็นทางการ จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้ขึ้น โดยโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน ตกลงให้ความร่วมมือกับมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต ในการจัดทำโครงการความร่วมมือทางวิชาการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้



๑. วัตถุประสงค์

มูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต และโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน ตระหนักถึงความสำคัญใน

การพัฒนาด้านวิชาการให้กับบุคลากรครู และนักเรียน เพื่อมุ่งเพิ่มศักยภาพ ประสิทธิภาพของ ส่งเสริมคุณภาพนักเรียนในศตวรรษที่ ๒๑ อันก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในเชิงวิชาการปฏิบัติการ และเชิงบูรณาการ

๑.๑ ความร่วมมือในการสรรหาและสนับสนุนผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรที่มีความรู้ความ

เชี่ยวชาญพิเศษด้านกฎหมาย จากมูลนิธิ และเครือข่าย มาเป็นวิทยากรและผู้ให้คำปรึกษาแก่โรงเรียน

๑.๒ ความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ กิจกรรมเสริมหลักสูตร หรือวิชาเลือกเสรี

ด้านกฎหมาย สิทธิหน้าที่พลเมือง ธรรมาภิบาล และการป้องกันการทุจริต สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย

๑.๓ ความร่วมมือในการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม และความตระหนักรู้ทางกฎหมาย (Legal Literacy) ให้แก่เยาวชนตั้งแต่วัยเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองคุณภาพในอนาคต และเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนแผนการเรียนนิติศาสตร์-รัฐศาสตร์ ในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา



๒. กรอบ และแนวคิดทางความร่วมมือ

๒.๑ ด้านการพัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ (Curriculum & Learning Material Development)

๒.๑.๑ ร่วมมือกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษารายวิชาเพิ่มเติม หรือกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ที่เน้นเนื้อหาด้านกฎหมายในชีวิตประจำวัน กฎหมายป้องกันการทุจริต และกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นให้มีความทันสมัยและเข้าใจง่ายสำหรับเด็กมัธยมปลาย

๒.๑.๒ ร่วมกันจัดทำสื่อการสอน คู่มือ หรือกรณีศึกษา (Case Studies) ที่เหมาะสมกับช่วงวัย เพื่อ

ใช้ในการจัดการเรียนการสอน

๒.๒ ด้านการสรรหาและสนับสนุนวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ (Expert Recruitment & Guest Lecturing)

๒.๒.๑ มูลนิธิธรรมภิบาลและต่อต้านทุจริตสนับสนุนการสรรหาและจัดส่งผู้เชี่ยวชาญ นักกฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือวิทยากรที่มีประสบการณ์ มาถ่ายทอดความรู้ บรรยายพิเศษ หรือจัดกิจกรรม Workshop ให้แก่ครู และนักเรียน

๒.๒.๒ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น เสวนาเปิดมุมมองทางกฎหมาย (Legal Talk) หรือการจำลองกระบวนการพิจารณาคดี (Moot Court) เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล

๒.๓ ด้านการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนและการแนะแนว (Teacher Capacity Building & Guidance)

๒.๓.๑ จัดอบรมหรือสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้แก่ครูผู้สอนหมวดวิชาสังคมศึกษา เพื่อเพิ่มพูนความรู้

ความเข้าใจด้านกฎหมายและสามารถนำไปถ่ายทอดต่อนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒.๓.๒ ให้คำปรึกษาและแนะแนวการศึกษาต่อใน ศึกษาต่อด้านนิติศาสตร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความสนใจเป็นพิเศษ




๒.๔ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงบันทึกข้อตกลงฯนี้ จะกระทำได้เมื่อคณะผู้บริหารทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน

๒.๕ การเปลี่ยนแปลง และยกเลิกบันทึกข้อตกลงฯนี้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความประสงค์เปลี่ยนแปลง

แก้ไขรายละเอียด จะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายรับทราบในเวลาอันสมควร และเมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันให้ทำ

เป็นลายลักษณ์อักษร กรณีขอยกเลิกบันทึกข้อตกลงฯนี้ จะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าเป็นลาย

ลักษณ์อักษรอย่างน้อย ๙๐ วัน โดยทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการในเรื่องที่ผูกพันหรือค้างไว้ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน



๒.๖ การกำหนดผู้รับผิดชอบได้กำหนด มูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจจริต และโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน ผู้รับผิดชอบตามข้อตกลงความร่วมมือ ซึ่งสามารถติดต่อได้ ดังนี้





- มูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต : ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์

ตำแหน่ง ประธานมูลนิธิ

- โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน : นายสุรศักดิ์ พะประโคน

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน

๓.ระยะเวลาดำเนินการ

การดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้ มีกำหนดระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่

วันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการบันทึกข้อตกลงนี้ได้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความตรงกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้อ่าน และทำความเข้าใจข้อความของบันทึกข้อตกลงนี้ดีโดยตลอดแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานทั้งสองฝ่ายได้ลงลายมือชื่อ และประทับตราสำคัญไว้ต่อหน้าพยานของทั้งสองฝ่าย ดังนี้



1.นางสาวติรวดี รัตนตถิกุล รองผู้อำนวยการโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน

2.ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธาน

มูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต

3.นางสาวรสญาธร นันทมงคล รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ

(พยาน)

4.ดร.แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธาน

ชมรมสันติประชาธรรม (พยาน)

5.น.ส.อรวี ลาภธนวิรุฬห์ หัวหน้าหลักสูตรสถานศึกษา (พยาน)

6.นางสาวดวงกมล ตระกูลพัว หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ (พยาน)




     ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต กล่าวย้ำกับน้องๆนักเรียนและบุคคลากรครูของโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขนว่า "กฏหมายเป็นความรู้ที่เราทุกคนต้องให้ความสำคัญตั้งแต่เกิดและดำรงชีวิตทำหน้าที่การงานไปจนเสียชีวิต ดังนั้นการมีความรู้ทางด้านกฏหมายจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้การดำเนินกิจการต่างๆมีความรอบคอบและรอบรู้จนเกิดความผิดพลาดทางด้านกฏหมายน้อยที่สุด และดำเนินชีวิตได้อย่างราบรื่น



     ทางด้านนางสาวรสญาธร นันทมงคล รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ กล่าวในนามโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน "ขอบคุณ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ และบุคคลากรทุกท่านของมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต ที่มาให้ความรู้ทางด้านกฏหมายกับบุคคลากรครูและนักเรียน ขอให้ทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้นำความรู้ทางด้านกฏหมายไปต่อยอดทั้งด้านการเรียนในระดับอุดมศึกษา และในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป


ช้อปให้ฟินกินไม่อั้น! ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” บุก เซ็นทรัล พิษณุโลก

ช้อปให้ฟินกินไม่อั้น! ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” บุก เซ็นทรัล พิษณุโลก    พบกับความอร่อยที่คุณต้องประทับใจ ตลอด 7 วันเต็ม! ที่งาน “ครัวคุณต๋อ...