วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569

"ล่าม" ภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริงของ "เบญจวรรณ ภูมิแสน" เปิดกาล่าพรีเมียร์สุดอบอุ่น ถ่ายทอดพลังของภาษา...ที่เปลี่ยนชีวิตผู้คน


อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความประทับใจ สำหรับงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์ "ล่าม (LAAM : The Thai Interpreter)" ภาพยนตร์ไทยที่สร้างจากเรื่องจริงของ "เบญจวรรณ ภูมิแสน" ล่ามไทยผู้ใช้ "พลังของภาษา" เป็นสะพานเชื่อมความหวัง ความเข้าใจ และโอกาสให้กับคนไทยในต่างแดน ผ่านประสบการณ์การทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีเหล่านักแสดง ทีมผู้สร้าง ศิลปิน คนบันเทิง และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ โรงภาพยนตร์ เอ็มควอเทียร์ ซีนีอาร์ต ชั้น 4 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ กรุงเทพมหานคร


ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของ "ล่าม" แต่เป็นการถ่ายทอดชีวิตของผู้หญิงธรรมดาที่ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจ ช่วยเหลือผู้คนในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต พร้อมสะท้อนประเด็นด้านแรงงานไทย สิทธิมนุษยชน และคุณค่าของการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้งและกินใจ


ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร. วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์, กรรมการและกรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย เบญจวรรณ ภูมิแสน (ครูเอ๋) เจ้าของเรื่องจริงที่เป็นแรงบันดาลใจของภาพยนตร์ ร่วมถ่ายทอดมุมมองและความหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะช่วยสร้างความตระหนักรู้และเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย



นอกจากนี้ยังมี คริสโตเฟอร์ กอร์ช ผู้กำกับและผู้สร้าง พร้อมทีมนักแสดงนำ อาทิ สกุลกานต์ แพรรี่ พิภพมงคล (แพรรี่) ผู้รับบท "ลัดดาวัลย์", ฮีน-ศศิธร พานิชนก, สิทธิกร กันยาใจ (จ่าโอ), เกศิณี มณีอินทร์,  เอิน-กัลยกร กาญจนเศรษฐ์ และ คุณอรุณศักดิ์ อ่องลออThailand consultant ร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงานและแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่านี้สู่จอภาพยนตร์


บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน บุคคลสำคัญในแวดวงภาพยนตร์ ศิลปิน นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ และสื่อมวลชน ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวภาพยนตร์ไทยอีกหนึ่งเรื่องที่ถูกจับตามอง และคาดว่าจะสร้างกระแสพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงเทศกาลวันแม่แห่งชาติ


"ล่าม (LAAM : The Thai Interpreter)" มีกำหนดเข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 วันแม่แห่งชาติ ภายใต้ข้อความที่กินใจว่า "เมื่อคำพูดกลายเป็นกำแพง...ล่ามจึงกลายเป็นสะพาน" พร้อมชวนทุกครอบครัวควงคุณแม่มาสัมผัสภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ความอบอุ่น และคุณค่าของการเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะบางครั้ง...คำพูดอาจเปลี่ยนชีวิตคนได้ทั้งชีวิต

รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม วงเวียนใหญ่–มหาชัย ก้าวสำคัญสู่อนาคตสมุทรสาคร ภาครัฐ-ท้องถิ่น-ประชาชน ร่วมหนุนโครงการ

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าผลักดันโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่–มหาชัย ระยะทางประมาณ 36.8 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี หลังผลการศึกษาความเหมาะสมชี้ชัดว่าโครงการมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและมีศักยภาพในการยกระดับการเดินทาง การค้า การลงทุน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรีและจังหวัดสมุทรสาคร

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 (การประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ) ณ โรงแรมเซ็นทรัลเพลส จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย ดร.พิชิต จำนงพิพัฒน์กุล ผู้จัดการโครงการ กล่าวรายงาน และ ดร.พิเศษ เสนาวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วม โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่–มหาชัย ร่วมชี้แจงผลการศึกษาและตอบข้อซักถามจากผู้เข้าร่วมประชุม

ภายในงานมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมกว่า 200 คน นำโดย นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ (ปลัดแต) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร และ นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดสมุทรสาคร เขต 1 ซึ่งร่วมรับฟังผลการศึกษา พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อให้โครงการตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากที่สุด

โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่–มหาชัย ใช้โครงสร้างทางยกระดับตลอดสาย โดยประมาณร้อยละ 75 ของแนวเส้นทางอยู่ในเขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยลดผลกระทบด้านการเวนคืนที่ดิน เพิ่มความปลอดภัยจากจุดตัดทางรถไฟ และรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการศึกษายังระบุว่า โครงการมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 71,224.06 ล้านบาท และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ด้วยมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) กว่า 31,602 ล้านบาท อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อค่าใช้จ่าย (B/C Ratio) 1.69 และอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) ร้อยละ 12.12 สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

การรถไฟแห่งประเทศไทยยืนยันว่าจะรวบรวมข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป เพื่อผลักดันให้โครงการสำคัญนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานหลักในการขับเคลื่อนจังหวัดสมุทรสาครสู่อนาคต

บทเรียนหมื่นล้านจากภาษีบุหรี่ 2 อัตรา: มหากาพย์ความล้มเหลวทางการคลัง

บทเรียนหมื่นล้านจากภาษีบุหรี่ 2 อัตรา: มหากาพย์ความล้มเหลวทางการคลัง


บทเรียนเกือบทศวรรษ มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท จาก 5 อธิบดีกรมสรรพสามิต 7 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิสูจน์ความล้มเหลวของโครงสร้างภาษีบุหรี่แบบ 2 อัตรา ทางรอดเดียวของประเทศไทยในเวลานี้ไม่ใช่การยื้อเวลาหรือซ่อมแซมโครงสร้างเดิม แต่คือการยึดมั่นในหลักสากลด้วยการเดินหน้าสู่โครงสร้างภาษีแบบอัตราเดียวอย่างกล้าหาญและเด็ดขาด เพื่อคืนความมั่นคงทางการคลังและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง
วิกฤตการจัดเก็บภาษียาสูบของประเทศไทยภายใต้โครงสร้างภาษีแบบ 2 อัตราตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ที่ถูกนำมาใช้โดยหวังจะสร้างความเป็นธรรม ปกป้องรัฐวิสาหกิจ และอุ้มเกษตรกรยาสูบในประเทศ กลับกลายเป็นชนวนเหตุที่ทลายกลไกราคาของตลาดบุหรี่จนพังพินาศ ทุกแบรนด์แห่ลดราคามาแข่งกันในตลาดราคาต่ำเพื่อเลี่ยงภาษี กระทบการจัดเก็บรายได้สรรพสามิตกว่าปีละ 2 หมื่นล้านบาท จนกลายเป็นหนึ่งในบทเรียนราคาแพงที่สุดของนโยบายทางการคลังที่รอวันแก้ไข 
หากย้อนดูเส้นทางความเปลี่ยนแปลงตลอด 9 ปีที่ผ่านมา มหากาพย์ภาษีบุหรี่ได้ผ่านมืออธิบดีกรมสรรพสามิตถึง 5 ท่าน เริ่มต้นในสมัยของ นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ซึ่งเป็นผู้กำเนิดโครงสร้างภาษีบุหรี่ 2 อัตราตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 ในเวลานั้นมีการกำหนดให้บุหรี่ที่มีราคาขายปลีกไม่เกิน 60 บาท เสียภาษีตามมูลค่าในอัตรา 20% ส่วนบุหรี่ที่ราคาเกิน 60 บาท จะต้องเสียภาษีในอัตรา 40% โดยมีความตั้งใจเดิมที่จะใช้โครงสร้างนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเพื่อรอการปรับขึ้นเป็นอัตราเดียวในอนาคต

ทว่าในสมัยของ นายพชร อนันตศิลป์ ผลกระทบจากการแบ่งขั้นภาษีก็เริ่มแผลงฤทธิ์อย่างรุนแรง บริษัทบุหรี่ข้ามชาติปรับกลยุทธ์ด้วยการลดราคาขายปลีกของบุหรี่พรีเมียมลงมาเหลือไม่เกิน 60 บาท เพื่อลงมาเสียภาษีในอัตราต่ำเพียง 20% เกิดเป็นสงครามราคาที่แย่งชิงเค้กตลาดล่าง ยอดขายบุหรี่ต่างชาติพุ่งสูงขึ้นทันที ขณะที่การยาสูบแห่งประเทศไทยซึ่งเน้นขายบุหรี่ราคาประหยัดอยู่แล้วกลับถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดจนขาดทุนอย่างรุนแรง กระทบกับโควตาการปลูกยาสูบของเกษตรกรไทยภายใต้ร่มเงาของการยาสูบฯ จนหายไปมากกว่าครึ่ง หลายครอบครัวตัดสินใจทิ้งอาชีพทำยา ผู้ที่ยังอยู่ก็ต้องเผชิญความเดือดร้อนแสนสาหัสรอคอยการเยียวยา

ต่อมาในยุคของ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน ได้มีการพยายามรีเซ็ตโครงสร้างภาษีอีกครั้งเมื่อปี 2564 เพื่อแก้ปัญหาความลักลั่นและช่วยเหลือเกษตรกรยาสูบในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยมีการขยับเพดานราคาเป็น 72 บาท พร้อมปรับอัตราภาษีเป็น 25% สำหรับราคาไม่เกิน 72 บาท และ 42% สำหรับส่วนที่เกิน 72 บาท แม้กรมสรรพสามิตจะสื่อสารว่าเป็นเพียงมาตรการเปลี่ยนผ่านให้จัดเก็บภาษีได้มากขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ระบบอัตราเดียว แต่ในความเป็นจริง มาตรการนี้เป็นเพียงการยื้อเวลาที่ทำให้ปัญหาเดิม ๆ ยังคงแฝงตัวอยู่ในระบบต่อไป และไม่ช่วยเรื่องการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตแต่อย่างใด


เมื่อเข้าสู่ยุคของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ก้าวจากข้าราชการสู่ตำแหน่งสูงสุดของกระทรวง ขึ้นแท่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะที่ ดร.เอกนิติ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต ถือเป็นช่วงเวลาที่จุดอ่อนของระบบ 2 อัตราถูกตีแผ่อย่างชัดเจนที่สุดจากตัวเลขรายได้จัดเก็บที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดร.เอกนิติ ได้ชูนโยบายกรม ESG ภายใต้แนวคิด “EASE Excise” ที่มีการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับกระทรวงการคลังเป็นหนึ่งเสาหลัก ในมิติของการปฏิรูปโครงสร้างภาษี (Standardization) ได้ครอบคลุมถึงการปฏิรูปโครงสร้างภาษีบุหรี่ด้วย ดร.เอกนิติ ในขณะนั้นแสดงทัศนะในหลายเวทีว่า 
“การปฏิรูปโครงสร้างภาษีบุหรี่จะเสริมสร้างความเป็นธรรม ขจัดความลักลั่นของระบบ 2 อัตรา และป้องกันการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อเลี่ยงภาษี เพื่อสุขภาพ อัตราเดียวช่วยให้การควบคุมราคาบุหรี่มีประสิทธิภาพ ลดจำนวนสิงห์อมควันหน้าใหม่ได้จริง และเพื่อเงินในคลัง การปรับเป็นอัตราเดียวที่เหมาะสมจะช่วยดึงรายได้ที่หายไปกลับคืนมา”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งของ ดร.เอกนิติ กลับเป็นการบริหารงานแบบประวิงเวลา มีการตั้งคณะทำงานศึกษาวิจัยเพิ่มเติม และการส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมาย การลังเลที่ไม่ยอมตัดสินใจหักดิบเปลี่ยนเป็นภาษีอัตราเดียวอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ทางการคลังสะสมเกือบ 20,000 ล้านบาท

การดึงเวลาและการลังเลที่ไม่ยอมปฏิรูปนโยบายทั้งที่เห็นปัญหารู้อยู่เต็มอก ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการคลัง แต่ยังนำมาซึ่งคำถามใหญ่เรื่องความรับผิดชอบเชิงบริหาร ว่าเหตุใดข้าราชการระดับสูงจึงปล่อยให้เงินภาษีของแผ่นดินรั่วไหลไปปีละนับหมื่นล้านบาทโดยไม่มีการแก้ไขที่ทันท่วงที

ในปัจจุบัน บทบาทการนำกรมสรรพสามิตตกมาอยู่ในมือของ ดร.พรชัย ฐีระเวช ซึ่งต้องแบกรับภาระในการแก้ไขมรดกความล้มเหลวนี้ ท่าทีล่าสุดของ ดร.พรชัย ชัดเจนขึ้นด้วยการยอมรับว่า ระบบ 2 อัตราดึงดูดให้ผู้ประกอบการลงมาแข่งกันดัมพ์ราคาในตลาดล่าง และเปิดเผยแนวคิดในการผลักดันโครงสร้างภาษีอัตราเดียวอย่างเต็มที่ เพื่อคืนกลไกราคาตามธรรมชาติ ให้เป็นไปตามหลักอุปสงค์และอุปทานตามมาตรฐานสากล
การเปลี่ยนเป็นระบบโครงสร้างแบบอัตราเดียวจะบีบให้บุหรี่ทุกแบรนด์เสียภาษีในอัตราเดียวกันโดยไม่มีขั้นบันไดให้หลบซ่อน ซึ่งจะช่วยปกป้องฐานภาษีของรัฐ เพิ่มรายได้เข้าคลังในยุคที่รัฐต้องเร่งจัดเก็บรายได้เพิ่มเติมโดยสร้างผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนให้น้อยที่สุด และทำให้การควบคุมราคาเพื่อเป้าหมายด้านสาธารณสุขมีประสิทธิภาพจริง อย่างไรก็ตาม ดร.พรชัย กำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญทางการเมืองและการบริหาร


หาก ดร.พรชัย สามารถผลักดันการปรับโครงสร้างภาษีเป็นอัตราเดียวได้สำเร็จ จะถือเป็นการปิดฉากฝันร้ายทางการคลังตลอด 9 ปี และสร้างผลงานชิ้นสำคัญในการกู้วินัยทางการคลัง แต่ในทางกลับกัน หากการปรับโครงสร้างภาษียาสูบนี้ต้องถูกยื้อ ถูกพับเก็บ หรือพ่ายแพ้ต่อแรงต้านของกลุ่มที่กลัวการเปลี่ยนแปลงว่าจะไม่ได้รับการปกป้องจากรัฐอีกต่อไป คงต้องยอมรับแล้วว่าความสูญเสียทางการคลังที่เกิดขึ้นคงไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะในสถานการณ์ที่ประเทศต้องการรายได้ไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรองรับค่าใช่จ่ายจากสังคมผู้สูงอายุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังยอมรับการบริหารงานแบบมีช่องโหว่ที่ปล่อยให้เงินภาษีหมื่นล้านละลายหายไปอย่างถาวรแม้จะทราบแชะเข้าใจปัญหาในเรื่องนี้ดีที่สุด

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ช้อปให้ฟินกินไม่อั้น! ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” บุก เซ็นทรัล พิษณุโลก

ช้อปให้ฟินกินไม่อั้น! ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” บุก เซ็นทรัล พิษณุโลก
  

พบกับความอร่อยที่คุณต้องประทับใจ ตลอด 7 วันเต็ม! ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” ชวนกันมาช้อปสุดฟิน…กินไม่อั้นกัน ระหว่างวันที่ 7 - 13 สิงหาคม 2569 ณ ลานโปรโมชันชั้น 1 เซ็นทรัล พิษณุโลก
  
โดย “คุณตูน-พัทธยศ ลิมปพัทธ์” ในฐานะผู้จัดงานฝากมาว่า งานนี้ คับคั่งไปด้วยร้านเด็ดทั่วฟ้าเมืองไทย หลากหลายเมนู ครบทุกรส ฟินจบได้ทุกวัย การันตีความอร่อยโดยทีมงานครัวคุณต๋อย อาทิเช่น Mr.Cornข้าวโพดคลุกชีส , อลิชา กุยช่ายตลาดพลู , ครัวรสหนึ่ง หมึกย่างน้ำจิ้มแซ่บ , ศรีจันทร์ซีฟู้ด บ๊ะจ่างเครื่องแน่น , แก้มใส เปาจี่ , ตะเกียบทอง ภูเก็ต , บ้านปลาทูมหาชัย , ขาหมูกรอบบายเชฟเดย์ , ชิ้นปลาสนุก ลูกชิ้นปลาภูเก็ต , ถั่วเทพอร่อยขั้นเทพ

ไฮไลท์สุดพิเศษ! เฉพาะวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เพียงวันเดียวเท่านั้น พบกับ เมนู “น้ำพริกเผากล้วยย่างรสถิ่น” จาก แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก สุดยอดอาหารพื้นถิ่นที่ได้รับคัดเลือกเป็นเมนูเชิดชูอาหารถิ่นรสชาติที่หายไป “The Lost Taste” ประจำปี 2568 โดยกระทรวงวัฒนธรรม และ “เมนูอร่อยจากตาลโตนด” ได้แก่ แกงปลาร้าหัวตาล ลอดช่องตาลโตนด และผลิตภัณฑ์จากตาลโตนด โดย “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านน้ำคบ” ชุมชนต้นแบบที่มีแนวคิดต่อยอด และยกระดับผลิตภัณฑ์จากตาลโตนด มาให้ทุกท่านได้สัมผัสกันภายในงาน

และในวันนั้นพบกับพิธีกรชื่อดังจากรายการครัวคุณต๋อย นำโดย “อาต๋อย-ไตรภพ ลิมปพัทธ์” “คุณเอ๊าะ-กีรติ เทพธัญญ์” “คุณโก๊ะตี๋ ชัยกฤต” ที่จะมาสร้างความสุข พาทุกท่านสัมผัสไปกับเรื่องราวความอร่อยของทุกร้านในงาน พร้อมฟินกับเชฟ! กิจกรรม Cooking Show โดย 2 เชฟฝีมือดีแห่งเมืองพิษณุโลก ที่จะมาสร้างสรรค์เมนูสุดครีเอท จากวัตถุดิบในพื้นถิ่นให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง

สนุกกับกิจกรรม “ครัวคุณต๋อยอร่อยแชร์ไป” เพียงโพสต์รูปภาพในงานพร้อมติด #ครัวคุณต๋อยอร่อยแชร์ไป ตั้งโพสต์เป็นสาธารณะ รับคูปองส่วนลดช้อปสินค้าในงานมูลค่า 20 บาททันที ตั้งแต่วันที่ 7 - 9 สิงหาคม 2569 (คูปองมีจำนวนจำกัด) ฟินครบจบเเลก เพียงช้อปอาหารในงานครัวคุณต๋อยครบ 10 คะแนน ผ่านช่องทาง LINE รับไปเลยพวงกุญแจลิมิเต็ดครัวคุณต๋อย ทุก ๆ 100 บาท เท่ากับ 1 คะแนน ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 7 - 9 สิงหาคม 2569 (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

ร่วมสร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จโดย
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก
• เมืองพิษณุโลก
• การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก
• ขอขอบคุณ Magiclean Kao Professional Solution สิทธิประโยชน์เพื่อผู้ประกอบการ ร้านสะอาดอนามัย ยืนหนึ่งในใจลูกค้า
• สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

ติดตามรายละเอียดได้ที่ FACEBOOK ครัวคุณต๋อย เว็บไซต์ www.kruakhuntoi.com แอปพลิเคชันครัวคุณต๋อย 
#ครัวคุณต๋อยยกทัพ #ครัวคุณต๋อย #ประสบการณ์ที่ต้องลิ้มลอง #เซ็นทรัลพิษณุโลก #CentralPhitsanulok

เปิดแล้ว! คลินิก TNH แพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทย พร้อมให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ผสานศาสตร์การแพทย์ไทย-จีน

เปิดแล้ว! คลินิก TNH แพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทย พร้อมให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ผสานศาสตร์การแพทย์ไทย-จีน


วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 09.59 น. คลินิก TNH แพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทย จัดพิธีเปิดคลินิกอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ และผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดี พร้อมประกาศเปิดให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน ด้วยการผสานศาสตร์การแพทย์แผนจีนและการแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม


การดำเนินงานของคลินิกได้รับการสนับสนุนจาก นายธนัท เชี่ยวชาญอักษร ประธานบริษัท ธนัทเฮิร์บ พาณิชย์ จำกัด ซึ่งมีแนวคิดในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ โดยนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีนมาประยุกต์ใช้ในการดูแล รักษา ฟื้นฟู และส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างเหมาะสม


สำหรับทีมผู้ให้บริการทางการแพทย์ ประกอบด้วย นายอัศฆ์ชนัย เกษรังสรรค์ แพทย์แผนไทย และ ซุงอี้จิง แพทย์แผนจีน ซึ่งพร้อมให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และวางแผนการดูแลสุขภาพตามหลักวิชาชีพ โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง พร้อมมุ่งเน้นการรักษาที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน


การเปิดให้บริการของคลินิก TNH แพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทยในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มทางเลือกด้านการดูแลสุขภาพให้กับประชาชน โดยอาศัยจุดเด่นของศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีนที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน


วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ออร่าพระเอกจับ! "แม็ค สุวิทย์ วันตา" ร่วมเปิดงาน "ของดีศรีราชา" จ.ชลบุรี แฟนคลับแห่ให้กำลังใจแน่น

ออร่าพระเอกจับ! "แม็ค สุวิทย์ วันตา" ร่วมเปิดงาน "ของดีศรีราชา" จ.ชลบุรี แฟนคลับแห่ให้กำลังใจแน่น


ออร่าความหล่อยังเปล่งประกายอย่างต่อเนื่อง สำหรับ แม็ค สุวิทย์ วันตา พระเอกจากละคร "สายเลือดสิงหรา" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) ที่ได้รับเกียรติร่วมพิธีเปิดงาน "ของดีศรีราชา" จังหวัดชลบุรี ซึ่งจัดขึ้น ณ ลานสนามบินเครือสหพัฒน์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 3–14 สิงหาคม 2569

ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและมีประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก


ด้านแม็ค สุวิทย์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญมาร่วมงานในครั้งนี้ พร้อมกล่าวขอบคุณที่ว่าการอำเภอศรีราชา ท่านนายอำเภอ ปลัดแป้ง พี่ญิ๋ง ตลอดจนแฟนคลับทุกคนที่เดินทางมาให้กำลังใจภายในงานอย่างอบอุ่น

นอกจากนี้ พระเอกหนุ่มยังฝากติดตามผลงานที่กำลังถ่ายทำอยู่ในขณะนี้ ทั้งภาพยนตร์เรื่อง "ผีกะ" และละคร "เล่ห์รักในเรือนทาส" ทาง ททบ.5 ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องในเร็ว ๆ นี้


ด้วยบุคลิกที่เป็นกันเอง อารมณ์ดี และความขี้เล่นอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้หนุ่มแม็คสามารถครองใจแฟน ๆ และชาวศรีราชาได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของงานในครั้งนี้

ขอขอบคุณภาพจากสื่อมวลชนทุกสำนัก

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมในโอกาสสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมในโอกาสสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ  ประจำปี 2569


สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดพิธีเปิดกิจกรรมในโอกาสสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569  ในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569  ณ ห้องประชุมชั้น 3  ตึกนวมหาราช  สภาสังคมสงเคราะห์ฯ  ถนนราชวิถี  เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  และเผยแพร่พระคุณและบทบาทของแม่ที่มีต่อครอบครัว  สังคม  และประเทศชาติ  โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวอาศิรวาท พร้อมทั้งเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกล่าวเปิดงาน ดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานร่วมคณะกรรมการฝ่ายจัดกิจกรรม ในโอกาสสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมต่อประธานในพิธี


กิจกรรมในวันงานประกอบด้วย คณะกรรมการอำนวยการ  และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  ร่วมถวายพานพุ่มถวายราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง



"ล่าม" ภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริงของ "เบญจวรรณ ภูมิแสน" เปิดกาล่าพรีเมียร์สุดอบอุ่น ถ่ายทอดพลังของภาษา...ที่เปลี่ยนชีวิตผู้คน

อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความประทับใจ สำหรับงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์ "ล่าม (LAAM : The Thai Interpreter)" ภาพยนตร์ไทยที่สร้างจากเรื...