วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ยะลาเมืองงามชายแดนใต้! ลุยจัดอบรมสนามที่ 4 "พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning" ระดมทัพครู 500 ชีวิต ชูพลังสมรรถนะยุคใหม่ด้วย GPAS 5 Steps


ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนใต้สุดสยาม เมืองพหุวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยความกลมเกลียวของพี่น้องประชาชน การขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาครั้งประวัติศาสตร์ก็ดำเนินไปอย่างคึกคักไม่แพ้กัน หลังจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) และคณะกรรมการเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดได้เดินหน้าจัดโครงการอบรม "พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน" สำหรับสนามที่ 4 ณ จังหวัดยะลา ถือเป็นศูนย์รวมพลังทางปัญญาครั้งใหญ่ที่สะท้อนความมุ่งมั่นของบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ การอบรมได้จัดขึ้นใน วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 ณ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จังหวัดยะลา


  โดยมีความโดดเด่นสะท้อนผ่านพลังการมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนหนาแน่นถึง 400 คน เปรียบเสมือนการหลอมรวมหัวใจของคนในพื้นที่ ในการร่วมกันติดอาวุธทางปัญญา นำนวัตกรรมการเรียนรู้และสื่อดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ให้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียน สอดรับกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป


นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ระบุว่า ยะลาเป็นหนึ่งใน 8 จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา การพัฒนาครูให้สามารถส่งเสริมเด็กคิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติ จะช่วยสร้างรากฐานสำคัญของเยาวชนในอนาคต
ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. มองว่า ความท้าทายของการศึกษาไทยที่สะท้อนผ่านผลประเมิน PISA คือความจำเป็นในการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหา จึงต้องเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้จากการจดจำเนื้อหา ไปสู่การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้วยตนเอง โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้ที่มีทรัพยากรทางเศรษฐกิจจำนวนมาก ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน ประมง และผลไม้ หากเด็กได้รับการฝึกทักษะการเป็นนักนวัตกรตั้งแต่เยาว์วัย ก็จะสามารถนำทรัพยากรเหล่านี้มาต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ได้


ดร.ศักดิ์สิน ยังมั่นใจว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ มีโอกาสประสบความสำเร็จเร็วกว่ากรอบ 3 ปี เพราะผู้บริหารและครูให้ความสนใจอย่างจริงจัง หากเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริหารและครูได้ ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้เรียนทั้งระบบ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่า นวัตกรรมการเรียนรู้ของ พว. ได้รับความสนใจจากต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่นที่นำกิจกรรมการเรียนรู้ไปแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น และสิงคโปร์ที่เคยแสดงความสนใจร่วมลงทุน แต่ยืนยันว่าต้องการเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เด็กไทยก่อนขยายองค์ความรู้สู่ระดับนานาชาติ


ด้านนายอามีน กะดะแซ ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา ชี้ว่า หัวใจสำคัญของการยกระดับคุณภาพการศึกษาอยู่ที่ครู หากยังใช้วิธีสอนแบบเดิม คุณภาพผู้เรียนก็ยากจะเปลี่ยน แต่หากครูเข้าใจการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เปิดโอกาสให้เด็กคิดและลงมือปฏิบัติจริง ก็จะช่วยพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม


ขณะที่ ดร.มูหัมมะริดวาน เล๊ะนุ๊ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดยะลา สะท้อนว่า ผู้บริหารและครูในพื้นที่ตื่นตัวอย่างมากกับการเรียนรู้รูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเรียนการสอน พร้อมนำองค์ความรู้จากการอบรมไปขยายผลในโรงเรียน เพื่อให้เด็กชายแดนใต้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก


การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการอบรมครู แต่เป็นความพยายามเปลี่ยนอนาคตการศึกษาชายแดนใต้ จากห้องเรียนที่เน้นการรับความรู้ สู่ห้องเรียนที่สร้างนักคิด นักแก้ปัญหา และนักนวัตกร ที่สามารถนำความรู้กลับมาพัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้


ห้างแตกของจริง! ‘โซล-โมเน่’ ควง ‘แม่เม’ เปิดตัวพรีเซนเตอร์ Kleansy ปล่อยดาเมจความน่ารักฟันน้ำนม หอมฟุ้งจนใจฟูทั้งงาน


นาทีนี้ต้องยกให้เป็น “ปีทอง” ของอินฟลูเอนเซอร์รุ่นจิ๋วแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ! สำหรับต้าวแฝดขวัญใจมหาชน ‘น้องโซล-น้องโมเน่’ โซ่ทองคล้องใจของตัวแม่ ‘เม พรีมายา’ ที่ล่าสุดควงคู่กันมาสร้างปรากฏการณ์ห้างแตกอีกรอบ ในงานแฟนมีตสุดอบอุ่น "Kleansy Fanmeet Happy Moment กับต้าวแฝดโซลโมเน่"


งานนี้แฟนคลับมากันล้นหลามแบบที่เรียกว่าห้างแตกของจริง! เพราะเหล่าแฟนคลับและแม่ยกแห่กันมารอเจอต้าวแฝดกันแน่นขนัดตั้งแต่เช้า เพื่อรอฟังประโยคเด็ด “คลีนซี่ ช่วยด้วย!” ซึ่งน้องโซลและน้องโมเน่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ปลดปล่อยดาเมจความสดใสและความน่ารักรัวๆ จนคนในงานใจละลายไปตามๆ กัน ไม่พอแค่นั้น ยังพกความหอมผ่อนคลายของ Kleansy (คลีนซี่) สเปรย์ยูคาลิปตัส แบรนด์จากค่ายยักษ์ใหญ่ เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น มาฉีดฟุ้งสร้างบรรยากาศหอมผ่อนคลาย และสดชื่นไปทั่วทั้งห้าง


เจอความน่ารักสดใสระดับสิบ แถมยังอบอวลไปด้วยความหอมจาก ออร์แกนิคยูคาลิปตัสขนาดนี้ บอกเลยว่าใครได้เจอเป็นต้องโดนตกกันถ้วนหน้า ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์ตัวน้อยมัดใจแฟนคลับและแม่บ้านทั่วไทยไปเป็นที่เรียบร้อยจ้า!



ปัตตานีดินแดนพหุวัฒนธรรม ผนึกพลังการศึกษา! จัดอบรมสนามที่ 3 "พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning" ระดมทัพครู 500 ชีวิต ขับเคลื่อนอนาคตเด็กใต้ด้วย GPAS 5 Steps


บนผืนแผ่นดินประวัติศาสตร์อันรุ่มด้วยความหลากหลายทางพหุวัฒนธรรมและอารยธรรมอันยาวนานของจังหวัดปัตตานี บรรยากาศการขับเคลื่อนการศึกษาครั้งประวัติศาสตร์กำลังเติบโตอย่างงดงาม หลังจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) และคณะกรรมการเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุด เดินหน้าจัดโครงการอบรม "พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน" ซึ่งสนามที่ 3 ณ จังหวัดปัตตานีนี้ ถือเป็นการหลอมรวมพลังทางปัญญาของครูในพื้นที่พหุวัฒนธรรมครั้งสำคัญ   สำหรับการอบรมกำหนดจัดขึ้นใน วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี


 โดยมีความโดดเด่นสะท้อนผ่านพลังการมีส่วนร่วมของบุคลากรทางการศึกษาจำนวนหนาแน่นถึง 500 คน เปรียบเสมือนการผสานร้อยดวงใจของครูผู้สอนในพื้นที่ ในฐานะ "สะพานเชื่อม" นำนวัตกรรมการเรียนรู้สมัยใหม่และสื่อดิจิทัลมาบูรณาการเข้ากับบริบทท้องถิ่น เพื่อสร้างกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ให้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียน ช่วยติดอาวุธทางปัญญาและพัฒนาสมรรถนะให้แก่เด็กๆ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษา ให้พร้อมเติบโตอย่างมีคุณภาพท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน


หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ การวัดคุณภาพเด็กไทยผ่าน “การสอบ” ซึ่ง ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. มองว่า ต้องจัดลำดับให้ถูกว่า การพัฒนาเด็กต้องมาก่อนการเตรียมเด็กเพื่อทำข้อสอบ เพราะหากครูพะวงกับคะแนนมากเกินไป การเรียนก็มีโอกาสย้อนกลับไปสู่ Passive Learning หรือการสอนให้เด็กจดจำข้อมูลเพื่อไปตอบข้อสอบ ซึ่งความรู้จำนวนมากอาจอยู่เพียงในความจำระยะสั้น สอบเสร็จแล้วก็ลืม แต่หากโรงเรียนจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างแท้จริง ให้เด็กได้คิด ลงมือปฏิบัติ สร้างความเข้าใจ และพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูง เมื่อถึงเวลาต้องเจอกับ PISA, O-NET การสอบเข้า หรือการสอบในโรงเรียน เด็กก็สามารถนำความรู้ที่เข้าใจจริงมาวิเคราะห์โจทย์ได้ โดยไม่ต้องพึ่งการท่องจำเพียงอย่างเดียว
เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่ทำให้เด็กสอบได้ แต่ต้องทำให้เด็ก “คิดเป็น” จนพร้อมรับมือกับทุกข้อสอบ และนำความรู้ไปแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้เสียงจากพื้นที่ปัตตานีก็สะท้อนว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการนำเทคนิคการสอนใหม่เข้าห้องเรียน


มูหัมมัดนาสีรูดดิน เล๊ะนุ๊ รองประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า โรงเรียนในพื้นที่จัดการเรียนการสอนควบคู่ทั้งศาสนาและสามัญ การเรียนรู้ที่ทำให้เด็กคิด วิเคราะห์ และนำไปปฏิบัติ จึงสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และแนวทางของศาสนาอิสลาม พร้อมเชื่อว่าครูกว่า 500 คนที่เข้าร่วม จะกลับไปเป็นแรงขับเคลื่อน Active Learning ในโรงเรียนของตนเอง


ขณะที่ ดร.มูฮัมมัด หะยีเต๊ะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนในระบบ จังหวัดปัตตานี สะท้อนอีกด้านว่า แม้ Active Learning จะถูกพูดถึงมาระยะหนึ่ง แต่การเข้าถึงของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะโรงเรียนการกุศลที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณและอุปกรณ์ การที่ พว. ลงมาถ่ายทอดกระบวนการให้ครูถึงพื้นที่ จึงเป็นโอกาสที่จะช่วยลดช่องว่าง และต่อยอดให้เด็กชายแดนใต้มีศักยภาพทางวิชาการแข่งขันกับเด็กทั่วประเทศได้


ด้าน นายวิทยาศิลป์ สะอา ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดปัตตานี ระบุว่า การศึกษาในชายแดนใต้มีความเฉพาะจากบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม โดยโรงเรียนจำนวนมากต้องจัดทั้งหลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรอิสลามศึกษา การพัฒนาครูจึงเป็นหัวใจสำคัญ แต่หลังจากนี้ต้องติดตามให้เห็นผลว่า เมื่อครูได้รับการพัฒนาแล้ว สามารถนำกลับไปเปลี่ยนการเรียนการสอน และยกระดับคุณภาพเด็กได้จริงเพียงใด เพื่อใช้เป็นต้นแบบขยายผลต่อไป


ขณะที่มุมมองจากเครือข่ายจังหวัดชายแดนใต้ไปไกลกว่าการยกระดับเด็กในประเทศ เมื่อ นายมะสุขรี ซีเดะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดนราธิวาส มองว่า หากการใช้ GPAS 5 Steps เห็นผลเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายในระยะ 3 ปี อาจช่วยยกระดับเครือข่ายโรงเรียนชายแดนใต้จนสามารถต่อยอดความร่วมมือทางการศึกษากับมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีความเชื่อมโยงด้านการศึกษาศาสนากับพื้นที่อยู่แล้ว


การขับเคลื่อนที่ปัตตานีครั้งนี้จึงไม่ได้มีโจทย์เพียงว่า จะทำอย่างไรให้ครูเปลี่ยนวิธีสอน แต่กำลังโยนคำถามกลับไปถึงระบบการศึกษาไทยว่าระหว่างการสร้างเด็กให้ “จำคำตอบเก่ง” กับการสร้างเด็กที่ “คิดหาคำตอบเป็น” ห้องเรียนไทยควรเดินไปทางไหนเพราะหากเด็กคิดเป็น เข้าใจเป็น และใช้ความรู้เป็นไม่ว่าจะเจอ PISA, O-NET สอบเข้า หรือโจทย์ที่ไม่มีอยู่ในตำรา เด็กก็ควรพร้อมรับมือได้ด้วยตัวเอง

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569

‘เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์ (BABY SWIMMING THAILAND)’จับมือพันธมิตร ‘SAGINUMA (ซากินุมะ) SWIMMING CLUB’ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อยกระดับการเรียนการสอนว่ายน้ำตามมาตรฐานญี่ปุ่น


BABY SWIMMING THAILAND (เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์) สถาบันสอนว่ายน้ำสำหรับเด็กและทารกอันดับ 1 ของไทย ด้วยเครือข่าย 18 สาขาทั่วประเทศ และเป็นแบรนด์เดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO 9001:2015 จับมือพันธมิตร SAGINUMA (ซากินุมะ) SWIMMING CLUB สโมสรว่ายน้ำเก่าแก่กว่า 50 ปี จากจังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของรางวัล Best Club Award จากสมาคมสโมสรว่ายน้ำแห่งประเทศญี่ปุ่นติดต่อกัน 20 ปีซ้อน ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อยกระดับการเรียนการสอนว่ายน้ำตามมาตรฐานญี่ปุ่น มุ่งพัฒนาศักยภาพและยกระดับเด็กไทยเพื่อก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาแถวหน้าของเอเชีย


ดร.พลภัทร นิติธรรมยง ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท เบบี้ สวิมมิ่ง แฟมิลี่ จำกัด และบริษัทในเครือ ผู้ดำเนินธุรกิจสถาบันสอนว่ายน้ำเด็กและทารก เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์ (BABY SWIMMING THAILAND) ผู้นำตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เชิงยุทธศาสตร์ กับ บริษัท เอส แอนด์ เอฟ จำกัด (S&F Co., Ltd.) ผู้บริหาร SAGINUMA (ซากินุมะ) SWIMMING CLUB สโมสรว่ายน้ำเก่าแก่กว่า 50 ปี จากจังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมมือพัฒนาและยกระดับศักยภาพการเรียนการสอนว่ายน้ำของ เบบี้ สวิมมิ่ง ให้มีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งการผนึกกำลังครั้งนี้ เป็นการนำองค์ความรู้และมาตรฐานระเบียบวินัยแบบญี่ปุ่นมาถ่ายทอดให้กับเด็กไทย เพื่อยกระดับทักษะการว่ายน้ำของเด็กไทย วางรากฐานการเรียนการสอน ที่นำไปสู่การสร้างนักกีฬามืออาชีพสู่ระดับสากล
ดร.พลภัทร กล่าวว่า “แม้เราจะวางรากฐานการสอนด้วยหลักสูตรออสเตรเลียและมี Academy ของตัวเองที่ดูแลเด็กๆ มาแล้วกว่า 50,000 คน แต่จุดเด่นของญี่ปุ่นที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือ ‘ความพิถีพิถันของเทคนิค ระบบการฝึกซ้อมที่มีระเบียบวินัยสูง และโปรโตคอลความปลอดภัยที่เข้มงวดทุกตารางนิ้ว’ การผนึกกำลังครั้งนี้จึงเป็นการนำระบบการเรียนแบบผ่อนคลายสไตล์ออสเตรเลียเดิมของเรา มาผสมผสานกับความเป๊ะระดับสากลของญี่ปุ่น เพื่อยกระดับจากการสอนว่ายน้ำทั่วไป ไปสู่การสร้างโครงสร้างพัฒนานักกีฬาเยาวชนอย่างเป็นระบบ โดยเราจะถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านระบบ Train the Trainer สไตล์ญี่ปุ่นเพื่อสร้าง Master Trainer และโค้ชคุณภาพสูง รองรับการต่อยอดสู่ ‘หลักสูตรพัฒนานักกีฬามืออาชีพ’ เพื่อปั้นผู้เรียนสู่เส้นทางนักกีฬาแข่งขันระดับประเทศและโอกาสในการแลกเปลี่ยน ณ ประเทศญี่ปุ่นในอนาคต พร้อมกันนี้ยังเตรียมขยายบริการสู่ ‘หลักสูตรการสอนว่ายน้ำผู้ใหญ่ และการออกกำลังกายในน้ำสำหรับผู้สูงอายุ’ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในด้านนี้ เพื่อยกระดับสถาบันสู่การดูแลสุขภาพทางน้ำสำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างครอบคลุมทุกช่วงวัย”


ด้าน นางณัฏฐ์วิภา นิติธรรมยง ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารสถาบันสอนว่ายน้ำเด็กและทารก เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์ กล่าวเสริมว่า “ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา เบบี้ สวิมมิ่ง เติบโตอย่างมั่นคงจากความไว้วางใจของผู้ปกครองทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จนสามารถขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก้าวสำคัญต่อไปคือการยกระดับสู่มาตรฐานระดับสากลเพื่อก้าวสู่การแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรจากญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์อย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งการร่วมกันพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมบุคลากรและโค้ช ตลอดจนการแลกเปลี่ยนนักกีฬาเพื่อพัฒนาไปสู่ระดับการแข่งขัน”
“สิ่งที่เราจะได้รับอย่างแท้จริง คือการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางน้ำระดับสูง ทั้งระบบประเมินความเสี่ยงรอบสระ การอบรมทักษะการดูแลความปลอดภัยและการปฐมพยาบาลตามโปรโตคอลของสถาบันสอนว่ายน้ำชั้นนำในญี่ปุ่น และอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้สัมผัสประสบการณ์การฝึกซ้อมและระบบการแข่งขันระดับสากล รวมถึงการถ่ายทอดเทคนิคการสอนว่ายน้ำผู้ใหญ่และการออกกำลังกายในน้ำสำหรับผู้สูงอายุ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ แต่คือองค์ความรู้ ระบบ และโอกาสใหม่ๆ ที่จะนำมาพัฒนาเด็ก บุคลากร และตอบโจทย์สุขภาพของทุกคนในครอบครัวได้อย่างเป็นรูปธรรม”


หาดใหญ่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการศึกษาแดนใต้! "พว. พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning" เชื่อมทักษะ–อาชีพ เปิดประตูสู่อนาคตการศึกษาภาคใต้


ปิดท้ายการเดินทางขับเคลื่อนการศึกษาครั้งประวัติศาสตร์ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์กลางมหานครแห่งการค้า และการคมนาคมภาคใต้ หลังจากสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) และคณะกรรมการเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือทางวิชาการ ล่าสุดจัดโครงการอบรมสนามสุดท้าย "พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน" ซึ่งสนามที่ 5 ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายความรู้ครั้งใหญ่เพื่อก้าวสู่มาตรฐานสากล  
   
                          
                                                                       สำหรับการอบรมได้จัดขึ้นใน วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเซาท์เทิร์นแอร์พอร์ต หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมถึง 300 คน เปรียบเสมือนศูนย์กลางการหลอมรวมทิศทางและวิสัยทัศน์ทางการศึกษาที่ทันสมัย สอดรับกับความเจริญและบริบทของเมืองเศรษฐกิจ เพื่อติดอาวุธทางปัญญาแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากร ในการนำนวัตกรรมสื่อดิจิทัลและกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ไปขยายผลจริงในห้องเรียน ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษา ส่งท้ายการอบรมภาพใหญ่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้    ซึ่งจังหวัดสงขลา มีต้นทุนเรื่องของทำเล ประตูสู่มาเลเซีย–อาเซียนและมีด่านการค้าสำคัญ, ทุนภาษา เด็กสามารถต่อยอดทั้งไทย มลายู อาหรับ อังกฤษและจีน, ทุนสินค้า โดยเฉพาะอาหารทะเลและอาหารฮาลาล และ ทุนความรู้–วัฒนธรรม จากสถาบันอุดมศึกษา เมืองเก่าสงขลาและวิถีพหุวัฒนธรรม ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวและอาชีพได้ ซึ่งการนำ Active Learning GPAS 5 Steps มาสอนให้เด็กกล้าคิด กล้าลอง และค้าขายอย่างซื่อสัตย์ เช่น สำรวจสินค้าชุมชน ออกแบบบรรจุภัณฑ์ และทดลองขายออนไลน์เป็นภาษาต่างประเทศ เป็นต้น


 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานผ่านระบบออนไลน์เปิดโครงการ “พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน” ในโลกยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัลทำให้การค้าและการทำงานไร้พรมแดน ซึ่ง ศธ.มีแนวคิดที่จะผลักดัน “การศึกษาเพื่อการมีงานทำ” วางแผนอาชีพตั้งแต่ในโรงเรียน ให้เด็กเรียนตรงกับทักษะที่ตลาดต้องการ ได้ฝึกประสบการณ์จริง และเชื่อมโยงการเรียนรู้กับศักยภาพเศรษฐกิจของพื้นที่ ซึ่งจังหวัดสงขลา มีต้นทุนเรื่องของทำเล ประตูสู่มาเลเซีย–อาเซียนและมีด่านการค้าสำคัญ, ทุนภาษา เด็กสามารถต่อยอดทั้งไทย มลายู อาหรับ อังกฤษและจีน, ทุนสินค้า โดยเฉพาะอาหารทะเลและอาหารฮาลาล และ ทุนความรู้–วัฒนธรรม จากสถาบันอุดมศึกษา เมืองเก่าสงขลาและวิถีพหุวัฒนธรรม ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวและอาชีพได้ ซึ่งการนำ Active Learning GPAS 5 Steps มาสอนให้เด็กกล้าคิด กล้าลอง และค้าขายอย่างซื่อสัตย์ เช่น สำรวจสินค้าชุมชน ออกแบบบรรจุภัณฑ์ และทดลองขายออนไลน์เป็นภาษาต่างประเทศ เป็นต้น


ดร.ศักดิ์สิน โรจนสราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในช่วง 5 วันที่ผ่านมาประสบความสำเร็จและได้รับผลเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้บริหารและครูวิชาการเครือข่ายโรงเรียนมุสลิมในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันในการปฏิรูปและยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อพัฒนาให้เป็นโรงเรียนต้นแบบของประเทศ และมุ่งสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการให้สามารถเทียบเคียงหรือก้าวล้ำประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้ โดยสถาบัน พว. พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่  และในระยะถัดไปจะขยายผลการฝึกอบรมการจัดกิจกรรมเรียนรู้ไปยังกลุ่มครูผู้สอนทุกคนด้วย 
“กระบวนการเรียนรู้ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps GPAS 5 Step ถือเป็นเครื่องมือและกระบวนการเรียนรู้มาตรฐานสากลที่มีพลังสูง ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการตกผลึกทางความคิดและติดตัวไปใช้ได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเรียนผ่านหลักสูตรใด หรือใช้ AI เข้ามาช่วยในการเรียนรู้ก็ตาม ซึ่งขณะนี้งานวิจัยกระบวนการเรียนรู้ที่ผมเป็นหัวหน้าคณะวิจัยได้รับการยอมรับ ชื่นชมในระดับนานาชาติและพร้อมนำเสนอในระดับสากล”ดร.ศักดิ์สินกล่าวและว่า พว.มีแผนการขยายผลและเป้าหมายการใช้ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ในอนาคต ในระยะเวลาประมาณ 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้ประเทศไทยเน้นการพัฒนาเชิงรุกในระดับองค์กรและเชิงระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การขยายผลไปยังหลายประเทศทั้งในแถบเอเชียและระดับนานาชาติที่เริ่มให้ความสนใจ และต้องการให้นำโมเดลกระบวนการเรียนรู้นี้ไปช่วยพัฒนาเป็นต้นแบบในประเทศของตน


ดร.บุษรินทร์  นาคอุบล  ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชน จ.สงขลา กล่าวว่า โรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีบทบาทสำคัญในฐานะ “โรงเรียนทางเลือก” ดังนั้น คุณภาพการศึกษาต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าเรียน โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพครูและกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการนำ Active Learning มาใช้ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะเปลี่ยนห้องเรียนจากการสอนแบบเดิม ไปสู่การเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม ช่วยพัฒนาคุณภาพและศักยภาพของนักเรียนให้สูงขึ้น สามารถแข่งขันและก้าวทันการศึกษาในยุคปัจจุบันได้ อย่างไรก็ตามการอบรมครั้งนี้ได้รับ การตอบรับจากโรงเรียนเอกชนเป็นอย่างดี หลายโรงเรียนต้องการส่งครูเข้าร่วมมากกว่าที่กำหนด สะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนต้องการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนการสอน พร้อมขอบคุณ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานและการอบรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ผอ.สช.จังหวัดสงขลา กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายสำคัญในระยะต่อไป คือทำให้การยกระดับคุณภาพการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ควบคู่กับบริบทของ สังคมพหุวัฒนธรรม ไม่เพียงพัฒนาให้นักเรียนมีความรู้และคุณภาพ แต่ต้องทำให้เด็กต่างวัฒนธรรมสามารถเรียนรู้ เข้าใจกัน และ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคมสันติสุขด้วย


นายรอเซ็ด  เบ็นแหละแหนะ นายกสมาคมตาดีกา จ.สงขลา รองประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ครูในยุคปัจจุบันต้องพัฒนาตนเองให้มีทักษะที่หลากหลาย และปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ควรเน้นการสอนภาคทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเปิดโอกาสให้นักเรียน ได้ลงมือปฏิบัติจริงและเรียนรู้จากประสบการณ์ การเรียนการสอนแบบ Active Learning GPAS 5 Steps สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกกลุ่มสาระ ทั้งวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษ และวิชาสามัญต่าง ๆ โดยครูต้องสามารถออกแบบกิจกรรมที่เชื่อมโยงความรู้กับการปฏิบัติ พร้อมพัฒนาผู้เรียนในหลายมิติ ทั้ง ทักษะการคิด การปฏิบัติ และการสื่อสาร ซึ่งตนเชื่อว่าการอบรมครั้งนี้จะช่วยให้ครูในจังหวัดสงขลาได้รับความรู้และแนวทางใหม่ ๆ เพื่อนำกลับไป ปรับใช้ในห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม และถ่ายทอดสู่ผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมขอบคุณ สถาบัน พว.ที่ให้โอกาสและสนับสนุนการพัฒนาครูในพื้นที่สงขลา


อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนเพื่อพลิกโฉมการศึกษาไทยในภูมิภาคนี้ไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอีกหลากหลายพื้นที่และอีกหลายโรงเรียนในภาคใต้ ที่จะได้ก้าวเข้ามามีส่วนร่วมในโอกาสและจังหวะสำคัญของการยกระดับการเรียนการสอนด้วยกระบวนการ Active Learning (GPAS 5 Steps) ไปด้วยกันกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เพื่อสร้างความเข้มแข็งและอนาคตที่ยั่งยืนให้กับเด็กๆ ในภูมิภาคต่อไปอย่างต่อเนื่อง


วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2569

พลิกโฉมห้องเรียนนราธิวาส ปั้นครูชายแดนใต้ รับโลก AI ด้วย Active Learning GPAS 5 Stepsเดินหน้าขยายผลสนามที่ 2 ระดมครู 500 ชีวิต รับมือความท้าทายยุคใหม่


บรรยากาศการขับเคลื่อนการศึกษาเดินหน้าอย่างคึกคัก กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เดินหน้าพัฒนาครูเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดอบรมโครงการ "พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน" เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมอิมพีเรียลนราธิวาส สําหรับสนามที่ 2 นี้ นับเป็นจุดที่มีความโดดเด่นในด้านความพร้อมและพลังขับเคลื่อนของบุคลากรขนาดใหญ่   สำหรับการอบรมของจังหวัดนราธิวาส โดยมีความพิเศษอยู่ที่จำนวนพลังขับเคลื่อนจากคุณครูและบุคลากรทางการศึกษาที่หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งถึง 500 คน (นับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีผู้เข้าร่วมหนาแน่นที่สุดในการอบรมครั้งนี้) สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของครูใต้ในการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ให้สอดรับกับบริบทพื้นที่ เพื่อยกระดับสมรรถนะผู้เรียนในระดับปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง


นายอัครนันท์กัณณ์ กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า โลกนอกห้องเรียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเข้าสู่ยุค AI ที่ความรู้จำนวนมหาศาลสามารถค้นหาได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที การศึกษาในวันนี้จึงไม่สามารถหยุดอยู่เพียงการ “บอกความรู้” เหมือนในอดีต แต่ต้องทำให้เด็กคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาซับซ้อน สื่อสาร ทำงานร่วมกับผู้อื่น และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ หัวใจจึงอยู่ที่การพลิกโฉมห้องเรียน จากห้องเรียนที่ครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ฝ่ายเดียว ไปสู่ Active Learning ที่เด็กได้คิด ทดลอง ลงมือทำ และแก้ปัญหาด้วยตนเอง ขณะที่ครูเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอนเนื้อหา” เป็น “ผู้ออกแบบการเรียนรู้” และ Coach ที่ช่วยดึงศักยภาพของเด็กแต่ละคนออกมา


ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ชี้ว่า สิ่งที่การศึกษาไทยจำเป็นต้องปฏิรูป ไม่ใช่เพียงมุ่งไปปรับ “หลักสูตร” แต่ต้องลงไปถึงหัวใจสำคัญคือ “กระบวนการเรียนรู้” หรือ GPAAS Learning Process model : mixed methods หรือ GPAS 5 Stepe ที่ International Journal of Learning, Teaching and Educational Research ได้ประกาศรับรองและตีพิมพ์เผยแพร่ทั่วโลก คือกลไกที่มีพลังสำคัญใน ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ส่งผลให้ผู้ เรียนได้พัฒนาผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ คุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และทักษะในระดับความคิด รวบยอด และหลักการ อีกทั้งสามารถสร้างผลผลิตได้ในระดับนวัตกรรมและพัฒนาไปสู่ AIได้ด้วยตนเอง อีกทั้งสามารถใช้ การประเมินตามสภาพจริงควบคู่กับกระบวนการสร้างความรู้ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้บรรลุครบทุกตัวชี้วัดและครบทุกมาตรฐานการเรียนรู้ตามที่หลักสูตรแกนกลางกำหนด
ให้เรียนรู้ในรูปแบบ Active Learning ดังนั้นทุกสถานศึกษาจึงควรหลีกเลี่ยง การสอนแบบ Passive Learning เพราะการเรียนรู้ที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการรับฟังหรือจดจำคำตอบจากครู แต่ต้องเกิดจากการกระบวนการสร้างความรู้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน จนเกิดศักยภาพ ในขั้นสูง และ ศักยภาพของผู้เรียนจะเชื่อมต่อไปถึงคุณภาพของสังคม ตลอดจนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ จึงเห็นได้ว่าการจัดการเรียนรู้แบบ
Active Learning โดยใช้ กระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps จึงเป็นกระบวนการที่หลอมรวมหลักการเรียนรู้หลายด้านเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล และสามารถประยุกต์ใช้ เรียนรู้ ได้กับทุกกลุ่มสาระ การเรียนรู้ ตั้งแต่วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา ศิลปะ ไปจนถึงพลศึกษา แนะนำกระบวนการ GPAS 5Stepsไปวิเคราะห์ข้อสอบ PISA, O-net ได้โดย ไม่ต้องท่องจำหรือท่องข้อสอบเก่าเก่าที่เคยออกมาแล้ว
ถ้าผู้เรียนสอบ PISA นั่นก็หมายถึงเด็กสามารถใช้กระบวนการเดียวกันไปวิเคราะห์และแก้ปัญหาในชีวิตจริงหรือสถานการณ์และปัญหาที่ผู้เรียนไปเผชิญได้ทุกสถานที่ทุกเวลา ได้ตลอดชีวิต


ขณะที่ นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส สะท้อนโจทย์ของพื้นที่ว่า นราธิวาสมีภาษา ศาสนา และอัตลักษณ์เฉพาะ การจัดการศึกษาจึงต้องให้ความสำคัญกับทักษะภาษาไทย ทั้งการพูด อ่าน และเขียน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้วิชาอื่น ควบคู่กับการพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ โดยเฉพาะในวันที่ AI เข้ามาใกล้ตัวเด็กมากขึ้น หากเด็กใช้ AI เพียงเพื่อหาคำตอบหรือทำการบ้านโดยไม่ผ่านกระบวนการคิดด้วยตัวเอง เทคโนโลยีก็อาจย้อนกลับมาลดทอนทักษะการคิดวิเคราะห์ ดังนั้นโจทย์จึงไม่ใช่การปฏิเสธ AI แต่คือการทำให้เด็ก “ใช้เทคโนโลยีเป็น และคิดเป็น” ควบคู่กับการนำหลักศาสนามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต


ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวว่า นราธิวาสมีประชากรกว่า 8 แสนคน และมีเด็กวัยเรียนจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังมีศักยภาพทั้งด้านการค้าชายแดน ภาษา และวัฒนธรรม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจึงมีบทบาทสำคัญ เพราะจัดการศึกษาวิชาสามัญควบคู่กับวิชาศาสนา การนำ Active Learning GPAS 5 Steps มาพัฒนาครูจึงสามารถต่อยอดไปถึง “การศึกษาเพื่อการมีงานทำ” ให้เด็กนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม


นายมะสุขรี ซีเดะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดนราธิวาส ระบุว่า โรงเรียนในเครือข่ายมีการใช้ Active Learning มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ GPAS 5 Steps เป็นการต่อยอดไปสู่กระบวนการคิดขั้นสูง และคาดว่าการพัฒนาครูใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ จะช่วยยกระดับทั้งครู นักเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา


ส่วน นายรุสมาน นิเฮง รองผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส มองว่า จุดแข็งของ GPAS 5 Steps คือการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับหลักศาสนาอิสลาม รวมทั้งช่วยให้ครูเชื่อมหลักสูตรสามัญและศาสนาเข้าด้วยกัน ทำให้เด็กไม่เพียงมีองค์ความรู้ แต่สามารถวิเคราะห์เหตุผล แก้ปัญหา และนำความรู้ไปปฏิบัติได้โดยมีคุณธรรมกำกับ


การลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการนำรูปแบบการสอนใหม่เข้าสู่ห้องเรียน แต่เป็นการวางรากฐานให้เด็กชายแดนใต้สามารถยืนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยยังรักษารากของตัวเองไว้ได้ เพราะเด็กนราธิวาสไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “รากเหง้า” กับ “อนาคต” แต่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ มีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ มีการคิดวิเคราะห์เป็นทักษะ และมีคุณธรรมเป็นเข็มทิศในการใช้ชีวิต


ยะลาเมืองงามชายแดนใต้! ลุยจัดอบรมสนามที่ 4 "พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning" ระดมทัพครู 500 ชีวิต ชูพลังสมรรถนะยุคใหม่ด้วย GPAS 5 Steps

ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนใต้สุดสยาม เมืองพหุวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยความกลมเกลียวของพี่น้องประชาชน การขับเคลื่อนคุณภาพก...