วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล

ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
 

 
บริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) Tipco Foods Public Company Limited หนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยก้าวสู่การครบรอบ 50 ปีของการดำเนินธุรกิจ  คุณอนุรัตน์ เทียมทัน ประธานกลุ่มบริษัททิปโก้ฟู้ดส์ ประกาศเดินหน้ารุกธุรกิจสุขภาพเต็มรูปแบบ โดยให้บริษัท
ทิปโก้ ไบโอเท็ค จำกัด (Tipco Biotech Co., Ltd.) รับหน้าที่เปิดประตูสู่ธุรกิจสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ ทิปโก้ เฮิร์บส์ (Tipco Herbs) เพื่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน รักษา และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้บริโภครุ่นใหม่
 

คุณวิวัฒน์ ลิ้มศักดากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัททิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิปโก้ ไบโอเท็ค เป็นกลไกสำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจสุขภาพขององค์กร เพราะตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ทิปโก้ ไบโอเท็ค ได้พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูก การแปรรูป และการสกัดสารสำคัญจากสมุนไพรไทยด้วยทิปโก้เทคโนโลยี (Tipco Technology)ควบคู่ระบบควบคุมคุณภาพ ระดับอุตสาหกรรม จนก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตและส่งออกสารสกัดสมุนไพรรายใหญ่ของประเทศ
 

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบรนด์ทิปโก้ เฮิร์บส์ถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมุนไพรไทย โดยมีเป้าหมายให้คนไทยได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับของสากล 
ส่วนในเชิงกลยุทธ์เป็นการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ต้องการผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เชื่อถือได้ มีที่มาชัดเจน และผ่านมาตรฐานการผลิตระดับสากลจึงมั่นใจว่า  ทิปโก้ เฮิร์บส์ จะสามารถยืนอยู่ในตลาดสุขภาพอย่างยั่งยืน
 
     
ในงาน Re–Vision Day บริษัทได้เปิดตัว 5 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ ทิปโก้ เฮิร์บส์ประกอบด้วย ยาแคปซูลผสมเปล้าน้อย, ขมิ้นชัน แคปซูล, แบล็คแอนด์ไวท์กระชายสกัดแคปซูล, ฟ้าทะลายโจรสกัดแคปซูล และฟ้ามินต์ รีเฟรชเชอร์ เม้าท์สเปรย์ พร้อมด้วย 5 พรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ พาร์ท เคียราน ไชยทัช ชีวมงคล หนุ่มฮอท ดีกรีปริญญาโทจากสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นศิลปินนักร้องนักแสดงคนดังในวงการบันเทิง, แพม ปาเมล่า ปาสิเนตตี้ สาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี สาวเก่งของวงการนางงามและพิธีกร, แดนนี่ ดานิเอล เบล็สซิ่ง พิธีกรและ Content Creator สายท่องเที่ยวที่มีผู้ติดตามมากมาย, เจมส์ กษม กาญจนวัฒนา นักแสดงและนายแบบหนุ่มคนดัง และ จ๊อบ กฤษ อหันทริก หนุ่มหล่อสายบิวตี้และแฟชั่นที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ
 
 

หนึ่งในผลิตภัณฑ์เด่น คือ “เปล้าน้อย” สมุนไพรไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จากการที่นักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้ศึกษาจนค้นพบสารสำคัญ Plaunotol และนำไปพัฒนาเป็นยาแผนปัจจุบันสำหรับดูแลโรคกระเพาะอาหารในประเทศญี่ปุ่นจากองค์ความรู้ดังกล่าวทิปโก้ได้ต่อยอดสู่ “ยาผสมเปล้าน้อย” (Tipco Herbs Compound Plaunoi Capsule) โดยใช้สายพันธุ์เปล้าน้อยคุณภาพสูงจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผสานกับสมุนไพรอีก 5 ชนิดตามตำรับยาไทย เพื่อช่วยดูแลและบรรเทาปัญหาแผลในกระเพาะอาหารและกระเพาะอักเสบเรื้อรัง ผลิตภัณฑ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำสมุนไพรไทยที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ มาพัฒนาเป็นทางเลือกด้านสุขภาพสำหรับคนไทย
 
แบล็คแอนด์ไวท์ กระชายสกัด (Tipco Herbs Black & White Grachai Extracts) เป็นการผสานคุณค่าจากกระชายดำและกระชายขาว สมุนไพรเด่นของไทย ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่งเสริมการเปลี่ยนไขมันสะสมให้เป็นพลังงาน เพิ่มความทนทานของร่างกาย และเหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกาย
 
ฟ้ามินต์ รีเฟรชเชอร์ เม้าท์สเปรย์ (FahmintBy Tipco Herbs Refresher Mount Spray) ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากจากสมุนไพร มีให้เลือก 2 กลิ่น ได้แก่ มินต์ และบลูเบอร์รี่ ผสานสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร มะกรูด เปลือกส้ม และสเปียร์มินต์ ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค ลดการอักเสบและระคายเคืองคอ พร้อมเพิ่มความสดชื่น ให้ลมหายใจ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพช่องปากและระบบทางเดินหายใจควบคู่กัน
 
ขมิ้นชัน แคปซูล (Tipco Herbs Turmeric Capsule) พัฒนาจากขมิ้นชันสายพันธุ์คุณภาพจากอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกที่มีสารเคอร์คิวมินอยด์(Curcuminoids) สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ วิเคราะห์ดินและน้ำสม่ำเสมอ มั่นใจได้ว่าไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ทุกล็อตการผลิตได้รับการตรวจวิเคราะห์สารสำคัญอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับ สารเคอร์คิวมินอยด์ ในปริมาณสูงถึง 50 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ช่วยดูแลระบบทางเดินอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และกรดไหลย้อน พร้อมคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
 
ฟ้าทะลายโจรสกัดแคปซูล (Tipco Herbs Andrographis Paniculata Extract Capsule) ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการสกัด ที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของสารสำคัญ ทำให้มั่นใจได้ว่า ในทุกแคปซูลมีแอนโดรกราโฟไลด์ 20 มิลลิกรัม สูงกว่าฟ้าทะลายโจรชนิดผงบดทั่วไปถึง 4 เท่า จึงช่วยลดจำนวนแคปซูลที่ต้องรับประทานเหลือเพียงครั้งละ 1 แคปซูล พร้อมแยกสารที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงออก และผ่านการวิเคราะห์สารสำคัญทุกครั้งก่อนผลิต มีจุดเด่นด้านการเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ ฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและไข้หวัด
 
 
 
ในงาน Re–Vision Day ครั้งนี้ กลุ่มทิปโก้ฟู้ดส์ได้ประกาศก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดสุขภาพ จากความเชี่ยวชาญด้านอาหาร โภชนาการ และสมุนไพรไทยที่สั่งสมมายาวนาน ผสานกับการขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม   วันนี้...ทิปโก้ เฮิร์บส์ได้สร้าง 5 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยเพื่อต่อยอดคุณค่าจากภูมิปัญญาดั้งเดิม สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

จากการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์สู่นวัตกรรมพลังงานอัจฉริยะ: ทำไมระบบกักเก็บพลังงานจึงกลายเป็นสมรภูมิถัดไปของอุตสาหกรรม

จากการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์สู่นวัตกรรมพลังงานอัจฉริยะ: ทำไมระบบกักเก็บพลังงานจึงกลายเป็นสมรภูมิถัดไปของอุตสาหกรรม


Solis เตรียมนำเสนอโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแบบครบวงจรในงาน SNEC 2026

ในขณะที่อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จุดสนใจของตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว จากเพียงแค่การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (PV) ที่มากขึ้น ไปสู่การแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่ามาก:
พลังงานหมุนเวียนจะมีความเสถียร ยืดหยุ่น และสามารถจัดการอย่างชาญฉลาดมากขึ้นได้อย่างไร?
คำตอบของคำถามนี้ ชี้ชัดไปที่การใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage)
ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในปี 2025 โดยมีการติดตั้งใช้งานทั่วโลกถึง 108GW — เพิ่มขึ้นเกือบ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมยังเห็นความต้องการที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า ความผันผวนของค่าไฟ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า (Electrification) และการเติบโตของการใช้พลังงานที่เกี่ยวข้องกับ AI
ส่งผลให้ระบบกักเก็บพลังงานไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงเทคโนโลยีสนับสนุนสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานยุคใหม่
การเปลี่ยนผ่านนี้คาดว่าจะเป็นหนึ่งในธีมหลักของงาน SNEC PV Power Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายน 2026 โดยงานนี้ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มระดับโลกชั้นนำสำหรับนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน
ภายใต้บริบทดังกล่าว Solis จะนำเสนอพอร์ตโฟลิโอระบบกักเก็บพลังงานแบบครบวงจร (All-Scenario) ภายในงาน SNEC ซึ่งครอบคลุมการใช้งานทั้งในระดับที่อยู่อาศัย (Residential) เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I) และระดับโรงไฟฟ้า (Utility-scale)

ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย: การจัดการพลังงานในบ้านที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น
เนื่องจากเจ้าของบ้านให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระทางพลังงานและการจัดการพลังงานอัจฉริยะมากขึ้น Solis จึงเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ดังนี้:
IntelliHouse 5–16kWh Low Voltage — ระบบกักเก็บพลังงานแรงดันต่ำแบบแยกส่วน (Split) ติดตั้งได้ทั้งแบบแขวนผนังและตั้งพื้น สำหรับที่อยู่อาศัย
FlexHome 5kWh-L/H — ระบบกักเก็บพลังงานแบบแยกส่วน วางซ้อนกันได้ (Stackable) รองรับแรงดันต่ำ/สูง สำหรับที่อยู่อาศัย
FlexAIO-EH1P 6kW-6/9kWh & EH3P 20kW-6/9kWh — ระบบกักเก็บพลังงานแรงดันสูงแบบออลอินวัน (All-in-One) วางซ้อนกันได้ สำหรับที่อยู่อาศัย
โซลูชันเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการด้านพลังงานในที่พักอาศัยที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นที่การบูรณาการ ความยืดหยุ่น และการโต้ตอบด้านพลังงานภายในบ้านที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

ระบบกักเก็บพลังงาน C&I: สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานสำหรับธุรกิจ
ในขณะที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นและความต้องการความมั่นคงทางพลังงานที่เพิ่มขึ้น ระบบกักเก็บพลังงานระดับ C&I (Commercial & Industrial) จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการลดความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด (Peak Shaving) การสำรองไฟฟ้า และความเสถียรในการดำเนินงาน
ในงาน SNEC 2026 ทาง Solis จะนำเสนอ:
EverCore 261kWh — ระบบกักเก็บพลังงานระดับ C&I
FlexCore-ID 261kWh — ระบบกักเก็บพลังงานแบบแยกส่วน วางซ้อนกันได้ สำหรับติดตั้งภายในอาคารระดับ C&I
FlexCore-OD 253kWh — ระบบกักเก็บพลังงานแบบแยกส่วน วางซ้อนกันได้ สำหรับติดตั้งภายนอกอาคารระดับ C&I
ระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการจัดการพลังงานที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในสถานการณ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อน

ระบบกักเก็บพลังงานระดับโรงไฟฟ้า: ขับเคลื่อนความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคต
สำหรับการใช้งานในระดับโรงไฟฟ้า (Utility-Scale) Solis จะจัดแสดง:
ConsusPrime — ระบบกักเก็บพลังงานระดับโรงไฟฟ้า
ระบบนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนและความยืดหยุ่นฝั่งโครงข่ายไฟฟ้า (Grid-side) โดยเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้านการควบคุมความถี่ (Frequency Regulation) การตัดยอดความต้องการไฟฟ้า (Peak Shaving) และการสร้างสมดุลพลังงานขนาดใหญ่


“คุณประกฤต ธรรมฤทธิ์ – Product Solution Engineer, Solis นำสื่อเข้าชมระบบกักเก็บพลังงาน ณ Solis HQ”

ในขณะที่อุตสาหกรรมกำลังก้าวผ่านจาก “ยุคพลังงานแสงอาทิตย์” ไปสู่ “ยุคพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน” (Solar-plus-storage era) ระบบกักเก็บพลังงานกำลังกลายมาเป็นส่วนสำคัญแห่งอนาคตของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโลก

พบกับ Solis ได้ที่บูธ 5.1H ในงาน SNEC PV Power Expo 2026 เพื่อค้นพบว่า โซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแบบบูรณาการกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในก้าวต่อไปได้อย่างไร

ติดตาม Solis Thailand ได้ที่:

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สำนักสงฆ์พุปะห์หัง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล เจริญจิตตภาวนา ขอขมากรรม และเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569 โดยมี พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เจ้าสำนักสงฆ์พุปะห์หัง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพุทธศาสนิกชนประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาอย่างพร้อมเพรียง

สำนักสงฆ์พุปะห์หัง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล เจริญจิตตภาวนา ขอขมากรรม และเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569 โดยมี พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เจ้าสำนักสงฆ์พุปะห์หัง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพุทธศาสนิกชนประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาอย่างพร้อมเพรียง

ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสงบ อิ่มเอม และเปี่ยมด้วยแรงศรัทธา ท่ามกลางพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ และผู้มีจิตศรัทธานับพันคนจากหลายพื้นที่ ที่เดินทางมาร่วมสั่งสมบุญกุศลครั้งใหญ่ เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกถึงวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ การเจริญจิตตภาวนาเพื่อเสริมสร้างสติและความสงบภายในจิตใจ พิธีขอขมากรรมเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ตลอดจนพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถในช่วงค่ำ ท่ามกลางแสงเทียนอันสว่างไสว สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาและความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานอย่างเนืองแน่น


นอกจากนี้ ภายในสำนักสงฆ์พุปะห์หังยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมะที่มีความงดงาม โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ภูเขา และบรรยากาศอันเงียบสงบ โดยมีจุดสักการะสำคัญหลายแห่ง อาทิ พระธาตุเจดีย์ พระพุทธรูปปางเปิดโลก องค์พญานาค และถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต


อีกทั้งภายในพื้นที่ยังมีจุดมงคลตามความเชื่อให้ประชาชนได้ร่วมสักการะ ไม่ว่าจะเป็นการไหว้พระปางเปิดโลก ขอพรพญาวาสุกรี เปลี่ยนไข่สะเดาะเคราะห์ รวมถึงการฝากดวงต่อพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เดินทางมาปฏิบัติธรรมและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก


ผู้มีจิตศรัทธาที่สนใจร่วมทำบุญ สอบถามรายละเอียด หรือเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา สามารถติดต่อได้ที่ สำนักสงฆ์พุปะหังวงษ์ วนาราม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

โทรศัพท์ : 061-897-9915
Facebook : สำนักสงฆ์พุปะหังวงษ์ วนาราม
การเดินทาง : ค้นหาเส้นทาง “สำนักสงฆ์พุปะหัง ปากท่อ ราชบุรี” ผ่านแอปพลิเคชันนำทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ทั้งนี้ สำนักสงฆ์พุปะหังวงษ์ วนาราม ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน และเปิดต้อนรับประชาชน นักท่องเที่ยวสายบุญ และผู้แสวงหาความสงบทางจิตใจ ให้เข้ามากราบไหว้ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปฏิบัติธรรม และสัมผัสบรรยากาศอันร่มรื่นงดงามท่ามกลางธรรมชาติของจังหวัดราชบุรีอย่างต่อเนื่อง

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

บริษัท มหาสมบัติ ฟิล์ม โดย พิชัย น้อยรอด พีอาร์ภาพยนตร์เรื่อง “คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เปิดใจหลังภาพยนตร์ได้รับกระแสวิจารณ์บนโซเชียล ทั้งที่หลายคนยังไม่ได้รับชมจริง พร้อมอยากขอให้คนไทยช่วยสนับสนุนหนังไทย และเปิดใจให้โอกาสผลงานของคนไทยด้วยกัน

บริษัท มหาสมบัติ ฟิล์ม โดย พิชัย น้อยรอด พีอาร์ภาพยนตร์เรื่อง “คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เปิดใจหลังภาพยนตร์ได้รับกระแสวิจารณ์บนโซเชียล ทั้งที่หลายคนยังไม่ได้รับชมจริง พร้อมอยากขอให้คนไทยช่วยสนับสนุนหนังไทย และเปิดใจให้โอกาสผลงานของคนไทยด้วยกัน


พิชัย น้อยรอด กล่าวว่า ในฐานะคนทำงานอยู่ในวงการบันเทิงมานาน อยากให้ผู้ชมได้ลองเข้าไปพิสูจน์ด้วยตัวเองก่อนตัดสิน เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งใจสร้างออกมาเพื่อความบันเทิง ดูได้ทั้งครอบครัว มีทั้งความสนุก ตื่นเต้น ผจญภัย และแฝงข้อคิดว่า “ธรรมะย่อมชนะอธรรม”


“คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เป็นภาพยนตร์แนวครอบครัวแฟนตาซีแอดเวนเจอร์ เล่าเรื่องของเด็กซุกซนลูกเศรษฐี ที่ต้องเข้าไปพัวพันกับหมู่บ้านลึกลับซึ่งเต็มไปด้วยมนต์ดำและอวิชา ก่อนจะต้องใช้คาถา “นะ-มะ-อะ-อุ” ต่อสู้กับพลังมืด การต่อสู้ครั้งนี้จะดุเดือดแค่ไหน และเด็กน้อยผู้มีจิตใจดีจะสามารถเอาชนะอธรรมได้หรือไม่ ต้องติดตามในโรงภาพยนตร์ภาพยนตร์นำแสดงโดย เต๋า เศรษฐพงศ์, แคนดี้ สุภาภัสสร์, ขวัญ กชชสร พร้อมด้วยนักแสดงเด็กมากฝีมือ กัปตัน ปัณณพัฒน์ รวมถึงนักแสดงตลกชื่อดัง โย่ง เชิญยิ้ม, จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม, เหยิน สกอร์เปี้ยน, นงค์ เชิญยิ้ม และนักแสดงอีกมากมาย กำกับภาพยนตร์โดย น็อต มนตร์มนัน

แม้ในโลกออนไลน์จะมีหลายกระแสวิจารณ์ แต่ทางทีมงานเผยว่า หลายความคิดเห็นมาจากบัญชีที่ไม่มีตัวตนชัดเจน และอยากให้ผู้ชมเปิดใจเข้ามารับชมจริงในโรงภาพยนตร์ เพราะเชื่อว่าหนังไทยยังต้องการกำลังใจจากคนไทยด้วยกัน

ภาพยนตร์เตรียมเข้าฉายในวันพุธที่ 3 มิถุนายน ซึ่งถือเป็นวันมหามงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ภาพยนตร์เรื่องนี้

กิจกรรมพิเศษเปิดรอบฉาย • วันพุธที่ 3 มิถุนายน เวลา 14.00 น. พบโชว์เต้นและการแสดงก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รอบฉายเวลา 15.00 น. ณ โรงภาพยนตร์โลตัส บางกะปิ

• วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน เวลา 15.00 น. พบโชว์พิเศษก่อนภาพยนตร์ รอบฉายเวลา 16.00 น. ณ โรงภาพยนตร์โลตัส บางกะปิ

• วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน รอบฉายเวลา 16.00 น. ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ พระราม 2

นอกจากนี้ยังมีรอบฉายในต่างจังหวัด อาทิ พิษณุโลก ตาก และนครปฐม ส่วนจังหวัดอื่น ๆ อยู่ระหว่างการกำหนดโปรแกรมฉายเพิ่มเติม

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

นักวิชาการหนุนกรมสรรพสามิตเร่งปรับภาษีบุหรี่อัตราเดียวหลังยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี

นักวิชาการหนุนกรมสรรพสามิตเร่งปรับภาษีบุหรี่อัตราเดียวหลังยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี

ล่าสุดกรมสรรพสามิตได้เผยแพร่ข่าวเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างเสนอการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ให้กระทรวงการคลังพิจารณาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 
รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทรกิตติ์ เนตินิยม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเศรษฐศาสตร์ ในฐานะนักวิชาการอิสระ ซึ่งได้เข้าร่วมรับฟังผลการศึกษางานวิจัยเรื่องภาษีสรรพสามิตบุหรี่ของกรมสรรพสามิตเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 และได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของกลุ่มเกษตรกรยาสูบพื้นที่จังหวัดสุโขทัย มีความเห็นว่า “รัฐบาลควรเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะล่าสุดของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังที่จะปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จาก 2 อัตราให้เป็นอัตราเดียวโดยเร็วที่สุด เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่มีการใช้โครงสร้างภาษี 2 อัตราในปี 2560 นั้นมีแต่ด้านลบ ไม่มีด้านบวกเลย โดยจากการศึกษาของหน่วยงานต่าง ๆ ก็ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่ตามมูลค่า 2 อัตรา ไม่มีประสิทธิภาพทั้งด้านรายได้และด้านสาธารณสุข แถมยังกระทบชาวไร่ยาสูบความบิดเบือนของกลไกราคาในตลาดที่ไปเร่งให้เกิดการแข่งขันด้านราคาเพิ่มขึ้นในตลาดบุหรี่ราคาถูกอีกด้วย หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ คาดว่าจะทำให้เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้ ซึ่งที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยาสูบมีการเติบโตติดลบ กระทบกับกลุ่มเกษตรกรยาสูบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 
โครงสร้างภาษีอัตราเดียวเป็นแนวทางสากลที่ใช้กันมากที่สุดในโลก โดยรายงานจากองค์การอนามัยโลกปี 2568 ชี้ว่ามี 147 ประเทศจากทั้งหมด 178 ประเทศ ที่ใช้โครงสร้างภาษีบุหรี่แบบอัตราเดียว ทั้งนี้ ทั้งองค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียต่างก็สนับสนุนโครงสร้างดังกล่าว เนื่องจากมีความเรียบง่ายและไม่กระตุ้นให้เกิดการลดราคาบุหรี่แข่งกัน ทำให้มีประสิทธิภาพทั้งในด้านสุขภาพและการสร้างรายได้รัฐ
โครงสร้างแบบอัตราเดียวนั้นไม่มีผลกระทบกับปัญหาบุหรี่เถื่อน เนื่องจากปัญหาบุหรี่เถื่อนนั้นไม่ใช่ผลของโครงสร้างภาษี หากแต่เป็นผลของระดับภาษีว่าสูงเกินไปกว่าสภาพเศรษฐกิจหรือไม่ เพียงใด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการป้องกันและปราบปรามที่มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ถ้ากำหนดระดับภาษีให้เหมาะสมกับกำลังซื้อ และปราบปรามการลักลอบนำเข้าอย่างเข้มงวด ควบคู่กันไปก็จะช่วยบรรเทาปัญหาบุหรี่เถื่อนลงได้ สำหรับประเทศไทยนั้นชัดเขนว่าบุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการภาษี 2 อัตรา โดยเฉพาะหลังเดือนตุลาคม 2564 ที่มีการปรับนโยบายภาษีบุหรี่ครั้งล่าสุด ซึ่งทำให้บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นสูงจากการที่รัฐบาลยุคนั้นเลือกที่จะขึ้นภาษีบุหรี่ภายใต้โครงสร้างบุหรี่แบบ 2 อัตราไว้จนเกิดขึ้นมาถึงปัจจุบัน”
รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทรกิตติ์ เนตินิยม จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งตัดสินใจให้โครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว โดยไม่ควรรอรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง เพราะส่งผลต่อรายได้ของรัฐบาลจากภาษีบุหรี่สูญหายไปจำนวนมาก

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออก จับมือร่วมกับสนามกอล์ฟชั้นนำของภาคตะวันออกและบริษัท ทริปเปิลนายน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการ “Color Of The East Golf Paradise 2026” ชูแนวคิด “Play Stay Save” ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬาช่วง Green Season ประเดิมสนามแรก

ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออก จับมือร่วมกับสนามกอล์ฟชั้นนำของภาคตะวันออกและบริษัท ทริปเปิลนายน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการ “Color Of The East Golf Paradise 2026” ชูแนวคิด “Play Stay Save” ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬาช่วง Green Season ประเดิมสนามแรก


วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา นครนายก
กรุงเทพฯ, 27 พฤษภาคม 2569 – การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก  นำโดย นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรผู้บริหารสนามกอล์ฟชั้นนำของภาคตะวันออก ได้แก่ นายธนบูรณ์ ชนะรัตน์โสภณ ผู้จัดการทั่วไป สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา, นายนิรันดร์ พิมพ์วงษ์ ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟเซ้นต์แอนดรูว์ 2000, นายธนะสิทธิ์ ราชสิงห์ ผู้จัดการทั่วไป สนามโลตัส วัลเล่ย์ กอล์ฟ รีสอร์ท และนางสาวณัฐนรี เบ้าพิมพา ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป สนามบางพระ กอล์ฟคลับ และบริษัท ทริปเปิลนายน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด พร้อมด้วยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และผู้แทนองค์กรผู้สนับสนุน จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวมหกรรมกอล์ฟยิ่งใหญ่แห่งปี “Color Of The East Golf Paradise 2026” สีสันตะวันออกกอล์ฟพาราไดซ์ อย่างเป็นทางการ ณ ห้องปาริชาติ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน ถนนพระราม 9  กรุงเทพฯ ชูแนวคิด “Play Stay Save” เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ในช่วงนอกฤดูกาล ด้วยการจัดเต็มดีลสุดพิเศษและส่วนลดที่พักสุดคุ้ม เพื่อดึงดูดนักกอล์ฟและครอบครัวทั่วประเทศให้ร่วมปักหมุดเช็คอิน หวังสร้างรายได้หมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน


นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)      ในฐานะประธานการแถลงข่าว เปิดเผยว่า “ภูมิภาคภาคตะวันออกถือเป็นจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวระดับสูง ด้วยความพร้อมด้านการคมนาคมที่สะดวกสบาย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันในฐานะ 'World Class Golf Destination' ซึ่งเคยรองรับทัวร์นาเมนต์ระดับสากลมาแล้ว ททท. จึงเล็งเห็นโอกาสสำคัญในการใช้กีฬากอล์ฟเป็น 'แม่เหล็ก' ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการเดินทาง พร้อมสร้างหมุดหมายการท่องเที่ยวใหม่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หรือ Green Season ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์และทัศนียภาพของสนามกอล์ฟมีความงดงามเป็นพิเศษ“ ททท. จึงได้จับมือร่วมกับภาคเอกชนเพื่อพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการกระตุ้นตลาด และดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพให้เกิดการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ด้วยการชูกลยุทธ์  ‘PLAY STAY SAVE’ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกอล์ฟและครอบครัวโดยเฉพาะ ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมนี้       คือการมอบความคุ้มค่าแบบ Value Return ภายใต้แนวคิด “สมัครแข่งขัน รับทันทีคูปองส่วนลดที่พัก 800 บาท” สำหรับใช้บริการโรงแรมรีสอร์ตที่เข้าร่วมโครงการ โดยกิจกรรมนี้จะจัดการแข่งขันใน 4 สนามกอล์ฟชั้นนำ ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ของภาคตะวันออก ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง กันยายน 2569 เป้าหมายเพื่อเพิ่มการเดินทางท่องเที่ยวในช่วง Low Season กระจายเม็ดเงินสู่ผู้ประกอบการโรงแรม สนามกอล์ฟ และชุมชนอย่างทั่วถึง พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”
สำหรับความพร้อมของสนามแข่งขัน ผู้บริหารจากทั้ง 4 สนามชั้นนำระดับตำนานและสนามยอดนิยมของภาคตะวันออก ได้แก่ สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา, สนามกอล์ฟเซ้นต์แอนดรูว์ 2000, สนามโลตัส วัลเล่ย์ กอล์ฟ รีสอร์ท และสนามบางพระ กอล์ฟคลับ ต่างผนึกกำลังยืนยันความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยได้ดึงจุดเด่นของสภาพสนามในช่วง Green Season ที่มีความชุ่มชื้นและท้าทายในทุกอุปสรรค มาผสานเข้ากับการเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการอย่างเต็มพิกัด เพื่อให้ครอบคลุมการดูแลตั้งแต่นักกอล์ฟไปจนถึงผู้ติดตาม ตอบโจทย์การพักผ่อนแบบครอบครัวตามคอนเซปต์ 'Play Stay Save' ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ภายในงานแถลงข่าวยังได้รับเกียรติจาก 3 อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ตัวแทนนักกอล์ฟ 3 ไลฟ์สไตล์ ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์และตอกย้ำเสน่ห์ของการออกรอบในภาคตะวันออก นำโดย คุณปรัตถกร ดวงสว่าง (ปีเตอร์) นักแสดงหนุ่มที่สะท้อนความครบเครื่องของพื้นที่ ซึ่งตอบโจทย์คนรุ่นใหม่สาย 'Work Hard, Play Hard' ได้อย่างลงตัว           คุณ วรันธร สมกิจรุ่งโรจน์ (พิชซี่) ผู้ประกาศข่าวและตัวแทนสปอร์ตเกิร์ล ที่มาร่วมปลุกกระแสชวนสาวๆ ร่วมประชันวงสวิงให้คึกคักรับ Green Season ปิดท้ายด้วย คุณธนาวุฒิ นุชตเวชวงศ์ (ตู่) ผู้ประกาศข่าวกีฬาและตัวแทนแฟมิลี่แมน ที่มายืนยันว่าแคมเปญ Play Stay Save คือความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ 'ท่องเที่ยวออกรอบครอบครัวสุขสันต์' ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพื่อเป็นการสร้างสีสันให้กับการแข่งขัน โครงการฯ ได้รับเกียรติจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการยานยนต์ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านกีฬากอล์ฟ ร่วมสนับสนุนรางวัลในการแข่งขันทุกสนาม พร้อมกันนี้ โครงการยังได้รับการสนับสนุนรางวัลพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำมากมาย นำโดย รางวัล Hole in One ที่นอนเพื่อสุขภาพ Happiness Bedding Gen3 มูลค่า 149,000 บาท จากบริษัท พาวเวอร์ริช 2024 จำกัด พร้อมด้วยแพ็กเกจตรวจสุขภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักกอล์ฟ มูลค่า 13,800 บาท จากโรงพยาบาลพระรามเก้า นอกจากนี้ ยังมีรางวัลนวัตกรรมอุปกรณ์กอล์ฟสุดล้ำให้ร่วมลุ้นรับกลับบ้าน อาทิ พัตเตอร์ 100dB SOUND PUTTER และเครื่องฝึกซ้อม Putt Simulator จากบริษัท โปรกอล์ฟ เอเชีย จำกัด 
กำหนดการแข่งขันกอล์ฟรายการ “Color Of The East Golf Paradise 2026” ทั้ง 4 สนาม
สนามแรกวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569  สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ  รีสอร์ท แอนด์ สปา นครนายก 
สนามที่ 2 วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569  สนามเซ้นต์แอนดรูว์ 2000 ระยอง  
สนามที่ 3 วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 สนามโลตัส วัลเล่ย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ฉะเชิงเทรา  
สนามที่ 4 วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 สนามบางพระ กอล์ฟ คลับ ชลบุรี 
สำหรับนักกอล์ฟและผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “Color Of The East Golf Paradise 2026”  

สามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขันและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 062-416-5965 และ 064-162-6888  Facebook Page : สีสันตะวันออก กอล์ฟพาราไดซ์ และ Line Official : @triple999

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วิสัยทัศน์ที่ถูกต้องและเด็ดขาด “ดร.เอกนิติ” กับการปกป้องวินัยการเงินการคลังเพื่ออนาคตประเทศไทยในสภาวะการณ์ที่เศรษฐกิจโลกและไทยต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง

วิสัยทัศน์ที่ถูกต้องและเด็ดขาด “ดร.เอกนิติ” กับการปกป้องวินัยการเงินการคลังเพื่ออนาคตประเทศไทย
ในสภาวะการณ์ที่เศรษฐกิจโลกและไทยต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง บทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปรียบเสมือนกัปตันเรือที่ต้องคอยคุมท้ายเสือไม่ให้ประเทศหลงทิศทาง การยืนยันแนวคิดอย่างหนักแน่นของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการเดินหน้าแผนกู้เงิน 4 แสนล้านบาท พร้อมทั้งปฏิเสธแนวคิดการลดภาษีสรรพสามิต ถือเป็นท่าทีที่สะท้อนถึงความกล้าหาญทางนโยบาย และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคนเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจที่พึงมี คือการเลือกทำในสิ่งที่ “ถูกต้อง” มากกว่าสิ่งที่ “ถูกใจ”


เหตุผลสำคัญที่ต้องยอมรับในแนวคิดนี้ คือความจริงที่ว่าปัจจุบันประเทศไทยตกอยู่ในภาวะรายจ่ายสูงกว่ารายรายได้อยู่แล้ว หากรัฐบาลยอมจำนนต่อแรงกดดันทางสังคมด้วยการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานรายได้ที่มั่นคงที่สุดของรัฐ คำถามสำคัญที่ต้องคิดคือวินัยการเงินการคลังของประเทศจะเดินไปทางใด และรัฐจะหาเงินจากไหนมาจ่ายค่าใช้จ่ายประจำที่ผูกพันเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี การรักษารายได้ก้อนนี้ไว้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการรักษาเสถียรภาพและความยืดหยุ่นทางการคลังไม่ให้ล่มสลาย

การกู้เงิน 4 แสนล้านบาทในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การกู้เพื่อชดเชยความล้มเหลว หรือกู้มาเพื่อแจกจ่ายให้หมดไปชั่วคราว แต่เป็นการกู้เงินเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะพาประเทศไทยหลุดพ้นจากหล่มวิกฤตพลังงานแบบเดิม ๆ ทุกวันนี้วิกฤตพลังงานสะท้อนให้เห็นจุดอ่อนอย่างเด่นชัดว่าเราพึ่งพิงน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิลมากเกินไป เม็ดเงินกู้จำนวนนี้จะถูกนำไปใช้เป็นแรงขับเคลื่อนสีเขียวเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง ทั้งการอุดหนุนเทคโนโลยีทางเลือก ตลอดจนการยกระดับเศรษฐกิจใหม่หรือ New S-Curve ผ่านการพัฒนาทักษะให้แรงงานไทยพร้อมรองรับอุตสาหกรรมนวัตกรรมยุคใหม่ เป็นการกู้เพื่อสร้างอนาคตและเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD โดยการเข้าเป็นสมาชิกจะช่วยทำให้ไทยมีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและเปิดตลาดใหม่ให้กับประเทศ รวมทั้งจะช่วยส่งเสริมธรรมาภิบาลที่ดี ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องการเร่งให้สำเร็จภายใน 3 ปี จากเดิมที่เคยตั้งไว้ 5 ปี การจะก้าวไปสู่จุดนั้นได้ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่แม้มีความพยายามโดยหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานดำเนินงานกันมาแล้วเป็นปี แต่ก็ยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้ เพราะการเป็นสมาชิก OECD จะช่วยยกระดับมาตรฐานของไทยในหลาย ๆ ด้าน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD เช่น การยกระดับและปฏิรูปกฎระเบียบให้ได้เทียบเท่ามาตรฐานสากล การเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงประเทศสมาชิก หรือการได้รับความช่วยเหลือด้านวิชาการ ดังนั้น จึงถึงเป็นโอกาสดีที่จะมีการปรับปรุงการกฎระเบียบการประกอบธรุกิจและมาตรฐานการจัดเก็บภาษีการให้บริการของภาครัฐด้านต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD

หนึ่งในตัวเลขด้านการคลังที่อาจเอามาเปรียบเทียบสถานการณ์ด้านการคลังกับประเทศ OECD ได้คือสัดส่วนรายได้ภาษีต่อ GDP ซึ่งบ่งบอกถึงศักยภาพของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อความท้าทายต่าง ๆ ข้อมูลจากรายงาน Revenue Statistic 2025 ของ OECD แสดงให้เห็นว่าในปี พ.ศ. 2567 ประเทศสมาชิกมีสัดส่วนรายได้ภาษีต่อ GDP ค่อนข้างสูง โดยมีเดนมาร์ก เป็นอันดับ 1 พุ่งสูงถึงร้อยละ 45.2 ขณะที่ประเทศที่น้อยที่สุดอย่างเม็กซิโกยังอยู่ที่ร้อยละ 18.3 แต่เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจการคลังระบุว่าเรามีสัดส่วนรายได้ภาษีต่อ GDP เพียงร้อยละ 15 ในปี 67 และลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 14.9 ในปี 68 ซึ่งถือว่ายังห่างไกลจากมาตรฐานขั้นต่ำของ OECD อยู่มาก

ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาลในยามวิกฤตนี้คือต้องทำทุกวิถีทางเพื่อดึงสัดส่วนรายได้ภาษีต่อ GDP ให้สูงขึ้น การรักษาฐานภาษีสรรพสามิตไว้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง การลดภาษีเพื่อสร้างความพึงพอใจชั่วคราวแต่ต้องไปกู้เงินเพิ่มในระบบเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป เป็นทางออกที่ถูกใจหลาย ๆ คน ที่ยังหวาดกลัวต่อคำว่าเงินกู้ แต่ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องในมุมของการบริหารวินัยการเงินการคลัง เช่นเดียวกับเรื่องเล็ก ๆ อย่างโครงการนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งไม่ใช่ทุกผู้ประกอบการค่ายรถจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกลไกที่จะช่วยให้ไทยก้าวสู่การใช้พลังงานสะอาดที่มากขึ้นได้ รวมถึงการเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ให้เป็นอัตราเดียว เพื่อแก้ปัญหารายได้สรรพสามิตที่ตกต่ำมาหลายปี และการบิดเบือนของกลไกราคาในตลาด รวมทั้งเป็นไปตามหลักสากลขององค์การอนามัยโลกและธนาคารโลกที่ประเทศ OECD ทุกประเทศได้มีการนำมาใช้ในการจัดเก็บภาษีบุหรี่ แม้การตัดสินใจเช่นนี้อาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ประกอบการในประเทศที่ยังไม่ทราบว่าตนเองจะยังคงครองชัยชนะในตลาดที่หดตัวลงนี้อย่างไร แต่นี่คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับกรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังในเวลานี้ ที่ไม่ว่าจะโครงการเล็กหรือใหญ่ หากสามารถช่วยระดมรายได้เข้ามาประคับประคองและนำพาประเทศไทยสู่ระดับสากลได้ก็ควรจะเร่งทำให้ได้มากที่สุด เพื่อเปิดประตูบานใหญ่สู่อนาคตที่มั่นคงของเศรษฐกิจการคลังไทยอย่างแท้จริง

ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล

ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล     บริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) Tipco Food...