วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Change Music เปิดตัว “Young Talents Thailand Competition 2026” เวทีแห่งโอกาสเพื่อเยาวชนไทยสู่มาตรฐานสากล

Change Music เปิดตัว “Young Talents Thailand Competition 2026” เวทีแห่งโอกาสเพื่อเยาวชนไทยสู่มาตรฐานสากล

กรุงเทพฯ – บริษัท Change Music Co., Ltd. ผู้ดำเนินงานด้านการศึกษา ดนตรี ศิลปะ และการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ประกาศเปิดตัวโครงการ Young Talents Thailand Competition 2026 เวทีการแข่งขันและแสดงศักยภาพสำหรับเยาวชนด้านดนตรี ศิลปะ และการเต้น ที่มุ่งส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาชีพ ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพสู่ระดับนานาชาติ
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด
“A Stage for Dreams, A Journey to Excellence เวทีแห่งความฝัน เส้นทางสู่ความเป็นเลิศ”

โดยมีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแสดงออก และการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ผ่านการประเมินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา สถาบันดนตรี ศิลปะ และองค์กรพันธมิตรจากหลากหลายประเทศ

ดร.วรนาฎ อินถารต Senior Advisor บริษัท Change Music Co., Ltd. กล่าวว่า
“เราเชื่อว่าความสามารถของเยาวชนควรได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม Young Talents Thailand Competition ไม่ได้เป็นเพียงเวทีการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ การเรียนรู้ และการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับเยาวชนที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง ในราคามิตรภาพแต่ยังคงมาตรฐานไว้ ผู้แข่งขันทุกคนจะได้รับถ้วยรางวัล รวมถึงได้รับความรู้ในช่วง Summary Session จากกรรมการระดับประเทศ เช่น อาจารย์วิสุทธิโสม รุ่งอินทร์ เจ้าของรางวัลผู้สอนยอดเยี่ยม 14 ปีซ้อน คุณฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ อดีตมือกลองชื่อดังของวงการ และอีกหลายๆท่านที่ต่างก็เป็นกรรมการแนวหน้าระดับประเทศทั้งสิ้น”
ขณะที่ ผศ.ดร.เกษม ทิพยเมธากุล Senior Advisor กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการว่า
“ความสำเร็จของโครงการเกิดขึ้นจากความร่วมมือของเครือข่ายสถาบันพันธมิตร 13 แห่ง ซึ่งเป็นสถาบันและสตูดิโอสอนที่คัดมาแล้วว่ามากด้วยความสามารถและประสบการณ์ของประเทศไทย และเรายังมีเครือข่ายกับต่างประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและสร้างโอกาสให้เยาวชนได้ก้าวสู่เวทีที่กว้างขึ้น”
Young Talents Thailand Competition 2026 ครอบคลุมการแข่งขันในหลากหลายสาขา อาทิ ดนตรีสากล ดนตรีคลาสสิก การขับร้อง การเต้น ศิลปะสร้างสรรค์ นอกจากการแข่งขันแล้ว โครงการยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ครูผู้สอน ผู้ปกครอง และผู้เชี่ยวชาญในวงการศิลปะ เพื่อร่วมกันพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งในด้านทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ 

การแข่งขัน Young Talents Thailand Competition 2026 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5-6 กันยายน 2569 ปิดรับสมัครวันที่ 9 สิงหาคม 2569  โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงได้รับความร่วมมือจากสถาบันพันธมิตรจำนวนมากที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการสู่การเป็นหนึ่งในเวทีเยาวชนที่สำคัญของภูมิภาค
เครือข่ายพันธมิตรสถาบันดนตรีคุณภาพ
Bell Music Academy เป็นสถาบันดนตรีรุ่นใหม่ที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนแบบยืดหยุ่นตามความต้องการและศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน โดยใช้หลักสูตร Bastien New Traditions ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติบนแกรนด์เปียโนจริง เพื่อสร้างพื้นฐานทางดนตรีที่แข็งแรงและยั่งยืน

Classy Music Studio ก่อตั้งโดย ครูแนท อารียา โตสุข ผู้สำเร็จการศึกษาด้านเปียโนและมีประสบการณ์สอนมากกว่า 10 ปี โดดเด่นด้วยการสอนแบบรายบุคคลที่ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานทางดนตรีอย่างเป็นระบบ ทั้งการอ่านโน้ต เทคนิคการเล่น การฟัง และการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนอย่างรอบด้าน

Harmon Music School ก่อตั้งโดย ครูจ๊อบ กฤตพงศ์ สกุลนามอเนก ศิลปินและนักดนตรีจากวง 25 Hours เจ้าของรางวัล FAT Awards, SEED Awards และ The Guitar Mag Awards โรงเรียนมุ่งสร้างแรงบันดาลใจและความสุขผ่านการเรียนดนตรี ควบคู่กับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการแสดงออกบนเวที โดยมีนักเรียนประสบความสำเร็จจากการแข่งขันดนตรีในเวที Battle of the Band หลายรายการ
Jinta Music Academy ภายใต้การบริหารของ อาจารย์ชัยรัชต์ พรอำนวย และทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการแสดงบนเวทีจริง การเล่นดนตรีเดี่ยวและรวมวง พร้อมส่งเสริมการสอบวัดระดับและการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักเรียนประสบความสำเร็จทั้งในเวทีการแข่งขันระดับประเทศ การสอบ Trinity College London และการก้าวสู่เส้นทางศิลปินอาชีพ
K.F. Music School ก่อตั้งโดย ครูฝน ศกลวรรณ วงษ์แจ้ง ผู้คร่ำหวอดในวงการการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนมายาวนานกว่า 40 ปี สถาบันมุ่งสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้านดนตรีและศิลปะการแสดงที่มีคุณภาพ ผ่านการเรียนการสอนแบบตัวต่อตัวโดยครูผู้มีประสบการณ์ พร้อมเปิดสอนทั้งดนตรีและการเต้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง อีกทั้งยังส่งเสริมการสอบวัดระดับมาตรฐานสากล Trinity College London และ ABRSM เพื่อพัฒนาทักษะ ความมั่นใจ และความกล้าแสดงออกของผู้เรียนอย่างรอบด้าน
Kru Dao Private Voice Studio นำโดย ครูดาว นรัฏฐา กรีพานิช อาจารย์พิเศษด้าน Voice Jazz และ Vocal Coach ของศิลปินชั้นนำมากมาย อาทิ แก้ม The Star, ดิม Tattoo Colour, กานต์ Parkinson และ แบมแบม ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในวงการดนตรี ครูดาวมุ่งพัฒนาทักษะการร้องเพลง การสื่อสารอารมณ์ และการแสดงบนเวทีอย่างมืออาชีพ พร้อมผลักดันผู้เรียนสู่เส้นทางศิลปินคุณภาพ
Kru.Kie & Kru.Ging Music House ก่อตั้งโดย ครูกี้และครูกิ๊ง ผู้เชี่ยวชาญด้านเปียโนและไวโอลิน ซึ่งมีผลงานส่งนักเรียนติดอันดับประเทศของ Trinity College London ติดต่อกันหลายปี สถาบันให้ความสำคัญกับความสุขของผู้เรียนเป็นหัวใจหลักของการเรียนรู้ พร้อมพัฒนาทักษะดนตรีควบคู่กับการสร้างความมั่นใจและการกล้าแสดงออกบนเวที
Kru Mae Piano Studio ดูแลการสอนโดย ครูเม ขวัญณภัทร นาคะนาท ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนเปียโนสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ด้วยประสบการณ์การสอนมากกว่า 20 ปี สถาบันมุ่งเน้นการวางรากฐานทางดนตรีอย่างถูกต้อง ควบคู่กับการสร้างความสุข และความรักในเสียงดนตรีให้กับผู้เรียน ครูเมมีผลงานโดดเด่นจากการส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันและคว้ารางวัลจากเวทีดนตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงคุณภาพการสอนได้เป็นอย่างดี
New Entry Studio สตูดิโอสอนร้องเพลงและพัฒนาศิลปิน ก่อตั้งโดย คุณชมพู ฟรุตตี้ และปัจจุบันบริหารโดย ครูจังโก้ The Voice Thailand Season 1 มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนในรูปแบบศิลปิน สร้างอัตลักษณ์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเปิดโอกาสสู่เส้นทางอาชีพในวงการบันเทิงอย่างเป็นระบบ
Pearl Vocal Studio ก่อตั้งและดำเนินการสอนโดย ครูเพิร์ล รพีพร ประทุมอานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขับร้อง สถาบันมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการร้องเพลงควบคู่กับความเข้าใจเชิงลึกในบทเพลง การอ่านโน้ต และการสื่อสารทางดนตรี รองรับทั้งการสอบวัดระดับมาตรฐานสากล การแข่งขัน และการศึกษาต่อในสายดนตรีและศิลปะการแสดง
Premuse Music Studio ก่อตั้งโดย ครูพรีม พลอยพัชชา ณษฐาคุณานนท์ ศิษย์เก่าคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานสูง โดยผสานองค์ความรู้ด้านดนตรีเข้ากับจิตวิทยาการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทั้งทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และศักยภาพเฉพาะบุคคล พร้อมผลักดันผู้เรียนสู่เวทีการแข่งขันและการศึกษาต่อด้านดนตรี โดยมีผลงานของผู้เรียนอย่างโดดเด่น 

The Piano Room NP ก่อตั้งโดย ครูณชนกจันทร์ ศิรินนุตธันยชัย และ ครูปอย รุ่งทิพย์ สุธรรมวิรัช ผู้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากรางวัลด้านการศึกษาดนตรี อาทิ Top 100 Educator Award, Excellent Music Teaching Award และ Asia Pacific International Book of Records สถาบันยึดแนวคิดว่าดนตรีสามารถพัฒนาชีวิตได้มากกว่าทักษะการเล่นเพลง มุ่งเสริมสร้างวินัย ความรับผิดชอบ และความมั่นใจ พร้อมส่งเสริมให้นักเรียนก้าวสู่เวทีการแข่งขันและการแสดงระดับประเทศและนานาชาติ
Voice Studio Baitong ก่อตั้งโดย ครูใบตอง จุฑาทิพย์ เพ็งหนุน Vocal Coach ผู้มีประสบการณ์สอนมากกว่า 14 ปี และได้รับรางวัล Outstanding Music Education Award 2025, Outstanding Teacher – Stars of Asia International Music Competition 2025 และ Outstanding Teacher – Singapore International Preliminary Competition 2025 สตูดิโอเน้นการพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคลผ่านการฝึกเทคนิคการร้องเพลง การสื่อสารอารมณ์ และการแสดงบนเวที โดยมีนักเรียนประสบความสำเร็จในเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
สถาบันพันธมิตรเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเยาวชนไทยด้านดนตรีและศิลปะการแสดง พร้อมร่วมกันยกระดับมาตรฐานการศึกษาดนตรีและสร้างโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพบนเวทีระดับประเทศและนานาชาติ ผ่านความร่วมมือในโครงการ Young Talents Thailand Competition 2026 ภายใต้การดำเนินงานของ Change Music Co., Ltd.
เกี่ยวกับ Change Music Co., Ltd.
Change Music Co., Ltd. เป็นองค์กรที่มุ่งส่งเสริมการศึกษา ศิลปะ ดนตรี และการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ผ่านโครงการทางวิชาการ การแข่งขัน การอบรม และกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Change Music Co., Ltd.
Line: @changemusic
Facebook: Young Talents Thailand Competition

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ไทย-เกาหลี- ญี่ปุ่น-อเมริกา ร่วมลงนาม MOU ด้านการค้า เทคโนโลยี และวัฒนธรรม บนเวที IDCO GLOBAL MEETING 2026

ไทย-เกาหลี- ญี่ปุ่น-อเมริกา ร่วมลงนาม MOU  ด้านการค้า เทคโนโลยี และวัฒนธรรม บนเวที IDCO GLOBAL MEETING 2026

การจัดงาน “IDCO GLOBAL MEETING 2026” ภายใต้แนวคิด “WORLD MEET THAILAND” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยมีนักธุรกิจ ผู้นำองค์กร และแขกผู้มีเกียรติจากหลายชาติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
อาทิเช่น ไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น  อเมริกา อินเดีย เนปาล อินโดนีเซีย และอีกหลายๆ ประเทศร่วมงาน เมิ่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต กท. โดยงานนี้
ประเทศไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน


สำหรับพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ดร.จุฬาภัสส์ พิทักษ์เศรษฐการ ประธานผู้จัดงาน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมกล่าวถึงบทบาทสำคัญของ IDCO ในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การทูต เทคโนโลยี และการพัฒนาในระดับนานาชาติ


จากนั้น พลเอกชนาธิป บุนนาค ประธานในงานพิธี ได้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมเน้นย้ำถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางความร่วมมือแห่งภูมิภาคเอเชีย


ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก “จุน ชินโด” ประธานผู้ดำเนินรายการ ที่ทำหน้าที่ดำเนินพิธีอย่างมืออาชีพ และ "ยู ฮี ยอง"
ประธานผู้ดำเนินรายการ อดีตประธานสถานีวิทยุกระจายเสียง KBS ประเทศเกาหลีใต้ ที่ร่วมกล่าวแสดงความยินดี พร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านสื่อและวัฒนธรรมระหว่างประเทศ


สำหรับช่วงสำคัญที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือ “พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างประเทศไทย สาธารณรัฐเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น โดย บริษัท คอร์ โอเทค โซลูชั่น จำกัด 
และ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี พลังงานสะอาด และการพัฒนาสินค้าเกษตรคุณภาพสู่ตลาดโลก


นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัลเกียรติยศแก่บุคคลระดับ VVIP และ VIP รวมถึงพิธีมอบรางวัล HERO BUSINESS AWARD 2026 ให้แก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานโดดเด่น ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและการแสดงจากนานาชาติ ที่ช่วยสะท้อนเสน่ห์และพลังของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก


IDCO GLOBAL MEETING 2026 จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งเกียรติยศ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดประตูสู่ความร่วมมือระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม


อนึ่ง มีเทปบันทึกรายการนี้ ออกอากาศ ททบ. 5
วันที่10 มิ.ย. นี้
เวลา 10.20-11.15 น.

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

รวมเทคโนโลยีอัปเกรดอาคารแห่งอนาคต ชูพลังงาน สุขภาวะ และคุณภาพชีวิต เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ “The NOVA Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Re:Build – Upgrading Today for a Net-Zero Future”

รวมเทคโนโลยีอัปเกรดอาคารแห่งอนาคต ชูพลังงาน สุขภาวะ และคุณภาพชีวิต เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ “The NOVA Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Re:Build – Upgrading Today for a Net-Zero Future” 


งานแสดงเทคโนโลยีอาคารที่ครบที่สุดแห่งปี คนในวงการอาคาร พลังงาน การออกแบบ วิศวกรรม และการก่อสร้าง “ห้ามพลาด!” รวมเทคโนโลยีและโซลูชันที่ครบถ้วน ตอบโจทย์การพัฒนาอาคารยุคใหม่ ทั้งด้านพลังงาน สุขภาวะ ความปลอดภัย คุณภาพชีวิต และการลดคาร์บอน ระหว่างวันที่ 3–5 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “นโยบายกระทรวงพลังงานเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานในอาคารเพื่อลดโลกร้อน” โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในภาคอาคาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว


ดร.เกชา ธีระโกเมน ประธานจัดงาน The NOVA Expo 2026 เผยงานในปีนี้ มุ่งเน้นแนวคิด “Re:Build” หรือการเพิ่มศักยภาพอาคารเดิม ผ่านการอัปเกรดระบบวิศวกรรม เทคโนโลยีพลังงาน สุขภาวะภายในอาคาร และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร เพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero Carbon และเศรษฐกิจสีเขียวในอนาคต   //ทั้งนี้ “Re:Build” ไม่ใช่เพียงการ Renovate อาคาร แต่คือการเพิ่มศักยภาพอาคารเดิมให้ตอบโจทย์อนาคต ทั้งด้านพลังงาน สุขภาวะ ความปลอดภัย และการลดคาร์บอน เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับอาคารและประเทศ”

งาน The NOVA Expo จัดโดย EEC Academy ภายใต้ EEC Engineering Network ซึ่งในปี 2569      ครบรอบ 50 ปี ของการดำเนินงานในวงการวิศวกรรมและการออกแบบอาคารของประเทศ พร้อมเปิดตัว “Re:Build Handbook” คู่มือแนวทางปรับปรุงอาคารสู่ Net Zero แบบ “ทำได้จริง” เพื่อเป็นองค์ความรู้สำหรับเจ้าของอาคาร วิศวกร และนักออกแบบ
ปัจจุบันประเทศไทยมีอาคารอายุมากกว่า 20 ปี มากกว่า 70% ของทั้งหมด และภาคอาคารและที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนการใช้พลังงานรวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ การอัปเกรดอาคารจึงเป็นโอกาสสำคัญในการลดการใช้พลังงาน โดยสามารถลดการใช้พลังงานได้สูงถึง 50% และช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
 

อีกหนึ่งจุดเด่นของแนวคิด Re:Build คือ อาคารเดิมจำนวนมากมี “จุดแข็งด้านทำเลและระบบขนส่ง”อยู่แล้ว การยกระดับอาคารจึงช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินและศักยภาพการแข่งขันได้ทันที โดยใช้ต้นทุนคาร์บอนจากการก่อสร้าง (Embodied Carbon) ต่ำกว่าการรื้อสร้างอาคารใหม่
นอกจากนี้ แนวโน้มด้านสุขภาวะและมาตรฐานคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร (IEQ) กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “The Next International Hub” ทั้งในภาคธุรกิจ โรงพยาบาล โรงแรม อาคารสำนักงาน และ Data Center
ขณะเดียวกัน การปรับปรุงกฎหมายด้านความปลอดภัยอัคคีภัย และการผลักดันพระราชบัญญัติอากาศสะอาด ยังส่งผลให้อาคารจำนวนมากต้องเร่งอัปเกรดระบบสำคัญ ทั้งระบบดับเพลิง ระบบปรับอากาศ ระบบกรองอากาศ และระบบประหยัดพลังงาน ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ถูกรวบรวมมาจัดแสดงอย่างครบวงจรภายในงาน The NOVA Expo 2026
ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การอัปเกรดอาคารเพื่อรองรับเศรษฐกิจสุขภาพ” โดยผู้อำนวยการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวถึงแนวโน้มการออกแบบและปรับปรุงอาคารเพื่อรองรับสังคมสุขภาพ การยกระดับ IEQ และ มาตรฐานด้าน Wellness Building ที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลก
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของงาน คือ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สมาคมวิชาชีพ และภาคเอกชน ในการผลักดันอุตสาหกรรมอาคารไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน อาทิ โครงการ Advanced Innovation City โดย National Charter และอาคารต้นแบบด้าน “สุขภาพและพลังงาน” จาก MEA Energy Saving ซึ่งสะท้อนแนวคิดการพัฒนาอาคารที่ให้ความสำคัญทั้งด้านพลังงาน สุขภาวะ และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน


ไฮไลต์ นวัตกรรมใหม่เปิดตัวภายในงาน ได้แก่
• TRUWATER เปิดตัว Cooling Tower รุ่นใหม่ ประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน
• Fuji SMBE เปิดตัว Power Train Unit ห้องไฟฟ้าสำเร็จรูปที่ประกอบและทดสอบจากโรงงาน ช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างและควบคุมคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น
• SCGC เปิดตัว CHILLOX นวัตกรรมแบตเตอรี่เก็บความเย็น (Thermal Energy Storage – TES) นวัตกรรมคนไทย เพื่อคนไทย สำหรับบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
• TAC-M ผู้ผลิตท่อไทย นำเสนอ GRP Pipe ท่อพลาสติกขนาดใหญ่พิเศษ น้ำหนักเบา แข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมีและสนิม เหมาะสำหรับงานระบบยุคใหม่
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ โซลูชันด้านการอนุรักษ์พลังงานจาก Thai ESCO Association ที่นำเสนอแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานแบบลงทุนคุ้มค่า รวมถึง UNISUS Green Energy ที่นำเสนอโมเดลการปรับปรุงระบบทำความเย็นแบบ “ไม่ต้องลงทุน” เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถลดค่าไฟฟ้าและลดคาร์บอนได้ทันที
ตลอด 3 วันของการจัดงาน ยังมีกิจกรรมสัมมนาและเวที Main Stage เปิดให้เข้าฟังฟรี ครอบคลุมหัวข้อด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม Smart Building เทคโนโลยี AI การบริหารจัดการอาคาร และแนวทางลดพลังงาน-ลดคาร์บอนที่สามารถ “ทำได้จริง” โดยหลายโครงการสามารถคืนทุนได้ภายใน 2–3 ปี
The NOVA Expo 2026 ยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมและองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาคารไทยสู่อนาคต Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
The NOVA Expo 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญที่คนในวงการอาคาร พลังงาน วิศวกรรม และการก่อสร้าง     ไม่ควรพลาด! สำหรับการอัปเดตเทรนด์ เทคโนโลยี และโซลูชันใหม่ ๆ เพื่อยกระดับอาคารไทยสู่อนาคตที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม // ร่วมสัมผัสเทคโนโลยีอัปเกรดอาคารแห่งอนาคต ที่จะเปลี่ยน “อาคารเก่า” ให้กลายเป็น “โอกาสใหม่” ของประเทศไทยและโลกอนาคตอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 3–5 มิถุนายน 2569 ณ ไบเทค บางนา

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Longevity Investment การลงทุนเพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพเรื่องเร่งด่วนสำหรับสังคมไทย

Longevity Investment การลงทุนเพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพเรื่องเร่งด่วนสำหรับสังคมไทย


รองศาสตราจารย์ ดร.ภัทรกิตติ์  เนตินิยม สมาคมนวัตกรรมการท่องเที่ยวทางการแพทย์อย่างยั่งยืน
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลล่าสุดพบว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปเกือบ 13.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 20.8 ของประชากรทั้งหมด และแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุขั้นสูง” มากกว่าร้อยละ 28 ภายใน 10 ปีข้างหน้า 
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนี้ สร้างความท้าทายเชิงสาธารณสุขและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่องบประมาณด้านสาธารณสุขของรัฐมีจำกัด ความต้องการบริการดูแลผู้สูงอายุโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นสูง การคิดในมิติของ “การลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ยืนยาว (Longevity Investment)” จึงเป็นหัวข้อสำคัญที่ต้องขยายความมากขึ้นในสังคมไทย ทั้งนี้ความสามารถในการดูแลตนเองสำหรับผู้สูงอายุนั้น สิ่งสำคัญที่สุดประการหนึ่ง คือ ความสามารถในการรับรู้ วิเคราะห์ และตอบสนอง ซึ่งอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่ดังกล่าว คือ สมองของมนุษย์  
สิ่งที่ผู้สูงอายุหวาดกลัวมากที่สุด ขณะที่องค์ความรู้ในสังคมไทยยังเป็นไปอย่างจำกัด คือ ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) โดยเฉพาะ โรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม ในปี 2565 พบผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมกว่า 680,000 ถึง 770,000 คน หรือประมาณร้อยละ 6 ของผู้สูงอายุทั้งประเทศ และตัวเลขนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีตามจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น จากการประมาณการณ์ระยะยาว ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในไทยมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นมากกว่า 2 ล้านคนภายใน 25 ปี ส่งผลให้เกิดภาระงบประมาณการดูแลผู้ป่วย และภาระด้านศีลธรรมของผู้ดูแลที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมสูงมากในระดับหลายแสนบาทต่อคนต่อปี ดังนั้นการชะลอหรือป้องกันภาวะสมองเสื่อมจึงเป็นหนึ่งในเป้าประสงค์สำคัญด้านสาธารณสุขที่จะช่วยลดภาระงบประมาณในระยะยาว 

การที่ประเทศไทยยังไม่มีประสบการณ์บริหารจัดการผู้สูงอายุในสัดส่วนที่มากเช่นนี้มาก่อน ทำให้ความมุ่งมั่นในการรักษาสุขภาพตั้งแต่ต้นถูกละเลย อาทิ ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ซึ่งระบุว่าบุคคลทั่วๆ ไปมักให้ความสำคัญกับ ผลประโยชน์ทันที มากกว่าผลเสียในอนาคต ตัวอย่างเช่น การดื่มสุราทำให้รู้สึกดีทันที (relaxation, pleasure) แต่การดื่มในปริมาณที่มากอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคต ดังนั้นการรณรงค์แนวคิด Longevity Investment หรือการลงทุนเพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ  จึงเป็นสิ่งเร่งด่วนสำหรับสังคมไทยในปัจจุบัน 
Longevity Investment ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ด้านสมอง อาจดำเนินการได้ 2 แนวทางหลัก คือ  (1) การใช้เครื่องมือและนวัตกรรมทางการแพทย์ เช่น การตรวจคัดกรองเชิงชีวภาพและการประเมินทางพันธุกรรม หรือ การนำ AI ช่วยวิเคราะห์ MRI เพื่อวินิจฉัยโรค (2) การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)  ผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรมฝึกสมอง เช่น การเรียนภาษาใหม่ การเล่นดนตรี การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น การทำอาหาร ทำเบเกอรี่ หรือ การเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมทั้งทางสังคม ชุมชน หรือองค์กรอาสาสมัคร การเรียนรู้ในลักษณะนี้ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุอีกด้วย

การเรียนรู้ตลอดชีวิตไม่เพียงช่วย ชะลอการเสื่อมของการทำงานสมองเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างคุณภาพชีวิตและสังคมที่เชื่อมโยงมากขึ้นสำหรับผู้สูงวัยตัวอย่างผลงานที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในปัจจุบัน คือ บทบาทของสำนักงานการส่งเสริมอาชีพ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการจัดหลักสูตรพัฒนาทักษะการใช้ชีวิต หรือ เพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ ผ่านโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ดินแดง 1, ดินแดง 2, คลองเตย, หนองจอก, ประเวศ, บางรัก ฯลฯ) โดยผู้สมัครเรียนไม่มีข้อจำกัดว่าต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้สูงอายุหรือบุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบข้อมูลหลักสูตรที่เปิดสอน ได้จากเว็บไซต์ของสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร หัวข้อ โรงเรียนฝึกอาชีพ



วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อยากส่งออกทุเรียน แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน? 3 วัน ที่จะเปลี่ยนคุณจากผู้สนใจหรือผู้ปลูกทุเรียน เป็นผู้เข้าใจธุรกิจส่งออกทั้งระบบ

🔥 อยากส่งออกทุเรียน แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน?
3 วัน ที่จะเปลี่ยนคุณจากผู้สนใจหรือผู้ปลูกทุเรียน เป็นผู้เข้าใจธุรกิจส่งออกทั้งระบบ 🌏


📢 อบรมเชิงปฏิบัติการ
“การผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออก”
โดยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ

🍈 เจาะลึกครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ เรียนรู้การผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออกอย่างมืออาชีพ

📅 วันที่ 25–27 มิถุนายน 2569
📍 บรรยายและเสวนา ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร วันที่ 25-26 มิถุนายน 2569

🚌 พร้อมศึกษาดูงานแหล่งผลิตและส่งออกทุเรียนชั้นนำ วันที่ 26-27 มิถุนายน 2569
📍 จังหวัดระยอง และ จังหวัดจันทบุรี

🎯 เหมาะสำหรับ
✅ ผู้ประกอบการและนักธุรกิจ
✅ เกษตรกรผู้ผลิตทุเรียน
✅ นักวิชาการเกษตรและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร
✅ ผู้สนใจลงทุนและพัฒนาธุรกิจทุเรียนส่งออก

📚 สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ
✔️ แนวทางการผลิตทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐานส่งออก
✔️ การคัดเกรด บรรจุภัณฑ์ และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว
✔️ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
✔️ แนวโน้มตลาดและโอกาสทางธุรกิจทุเรียนไทย
✔️ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการตัวจริง

🎓 รับใบประกาศนียบัตรหลังการอบรม

⚠️ รับสมัครเพียง 50 ท่านเท่านั้น
สำรองที่นั่งก่อนเต็ม!

📞 สอบถามรายละเอียด
089-494-5172
📧 nhc12th@gmail.com

จัดโดย
สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย

ภาพยนตร์ “คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เปิดแถลงข่าวรอบพิเศษสุดคึกคัก ดารา นักแสดง และสื่อมวลชนร่วมงานอย่างอบอุ่น

ภาพยนตร์ “คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เปิดแถลงข่าวรอบพิเศษสุดคึกคัก ดารา นักแสดง และสื่อมวลชนร่วมงานอย่างอบอุ่น


เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น.
ทีมงานภาพยนตร์ คาถา นะ-มะ-อะ-อุ 
จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวและฉายภาพยนตร์เรื่อง “คาถา นะ-มะ-อะ-อุ “ รอบพิเศษ ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น ท่ามกลางสื่อมวลชน แฟนภาพยนตร์ และแขกรับเชิญที่มาร่วมให้กำลังใจทีมงานกันอย่างคับคั่ง


จัดกิจกรรมพร้อมโชว์พิเศษจากนักแสดง ก่อนเข้าสู่การฉายภาพยนตร์ โดยได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการถ่ายภาพร่วมทีมนักแสดง  ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น

งานนี้มีเหล่าดาราและนักแสดงมาร่วมงาน แคนดี้ สุภาภัสสร์, ขวัญ กชชสร พร้อมด้วยนักแสดงเด็กมากความสามารถ กัปตัน ปัณณพัฒน์ รวมถึงนักแสดงสายฮาชื่อดัง เหยิน สกอร์เปี้ยน  จากผู้กำกับการแสดงมากฝีมืออย่าง น็อต มนตร์มนัน 



ด้าน พิชัย น้อยรอด พีอาร์และผู้ดูแลด้านประชาสัมพันธ์ของภาพยนตร์ กล่าวว่า อยากให้ผู้ชมเปิดใจและเข้ามาชมภาพยนตร์ด้วยตัวเองก่อนตัดสิน เพราะหนังเรื่องนี้ตั้งใจสร้างออกมาเพื่อความบันเทิง ดูได้ทั้งครอบครัว และยังสอดแทรกข้อคิดเรื่องคุณธรรม ความดี และการเอาชนะอธรรมผ่านพลังแห่งคาถา “นะ-มะ-อะ-อุ”

“คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เป็นภาพยนตร์แนวครอบครัวแฟนตาซีแอดเวนเจอร์ ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยของเด็กน้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับพลังมนต์ดำและอวิชา ก่อนใช้ความกล้าหาญและพลังแห่งธรรมะต่อสู้กับความชั่วร้าย

หลังจบงานแถลงข่าว ผู้ร่วมงานต่างให้ความสนใจร่วมถ่ายภาพ พูดคุย และให้กำลังใจทีมนักแสดงและทีมผู้สร้างอย่างอบอุ่น ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญของคนทำหนังไทย


ภาพยนตร์ “คาถา นะ-มะ-อะ-อุ” เข้าฉายวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ที่ร่วมรายการ


นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน "มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569"

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน "มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569" ที่ HALL 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ท่ามกลางนักธุรกิจไทย-จีน และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

    

 วันที่ 3 มิ.ย.69 ที่ HALL 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน "มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569" โดยมีมิสเตอร์ เซียว กั๋ว กัง ประธานสมาคมส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าไทย-จีน อาเซี่ยนกล่าวรายงาน ร่วมด้วยนายสุวโรจน์ สุรักทวี  ประธาน บริษัท ฟัลครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด , ผู้แทนหอการค้าจากมณฑลหูหนาน , นักธุรกิจไทย-จีนเชิญ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ , สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมในพิธีเปิดเป็นจำนวนมาก โดยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ประธานในพิธีกล่าวเปิดงานด้วยความคาดหวังว่า "งานมหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569 ในครั้งนี้จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักธุรกิจไทย-จีน เป็นเหมือนการเชื่อมโยงด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการลงทุนระหว่างนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจจีน รวมถึงนักลงทุนจากทุกภาคธุรกิจเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมเปิดมุมมองใหม่ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และต่อยอดโอกาสสู่ตลาดระดับสากล

       ทางด้านนายสุวโรจน์ สุรักทวี ประธานบริษัท ฟัลครัม อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569" ภายใต้แนวคิด “เปิดโลกเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออนาคตแห่งการก่อสร้าง” เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และเทคโนโลยี Smart Living อย่างครบวงจร โดยมีนวัตกรรมล้ำสมัยกว่า 1,500 โรงงานจากประเทศไทยและประเทศจีนเข้าร่วมในงานมหกรรมนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 1,500 แห่งในประเทศจีน และนักธุรกิจไทยที่ได้จับมือเชื่อมโยงศักยภาพด้านอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ นวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตราฐานสินค้าอย่างมั่นคง




























ทั้งด้านการผลิตวัสดุก่อสร้างด้วยระบบบ้านอัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์ยุคใหม่ และนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยแห่งอนาคต

     นายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า "เราเชื่อมั่นว่างานในครั้งนี้จะเป็นศูนย์กลางแห่งโอกาส ที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ ทั่วภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน และการผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศจะสามารถผลักดันอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์โรงแรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างมาตราฐานใหม่ที่ตอบโจทย์ในโลกยุคดิจิตอลได้อย่างยั่งยืน

     อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานคือช่วงเวลา 14.00 น. - 17.30 น.ได้จัดเสวนาเหล่าผู้ประกอบการ ได้มีโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจนำมาแสดงในงานครั้งนี้ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

     จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมในงาน "มหกรรมวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ของใช้ในโรงแรม กรุงเทพฯ ประจำปี 2569" ระหว่างวันที่ 3 - 5 มิ.ย.69  ณ HALL ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 18.00 น.


Change Music เปิดตัว “Young Talents Thailand Competition 2026” เวทีแห่งโอกาสเพื่อเยาวชนไทยสู่มาตรฐานสากล

Change Music เปิดตัว “Young Talents Thailand Competition 2026” เวทีแห่งโอกาสเพื่อเยาวชนไทยสู่มาตรฐานสากล กรุงเทพฯ – บริษัท Chang...