วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

FDA สหรัฐฯ อนุญาตให้ทำการตลาดนิโคตินถุง 11 รายการชี้มีสารอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดอื่น

FDA สหรัฐฯ อนุญาตให้ทำการตลาดนิโคตินถุง 11 รายการ
ชี้มีสารอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดอื่น


 สำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US FDA หรือ อย. สหรัฐฯ) อนุญาตให้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์นิโคตินถุงจำนวน 11 รายการของผู้ผลิตรายหนึ่ง โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีระดับสารที่เป็นอันตรายและอาจเป็นอันตรายต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบใช้ในช่องปากและผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ไม่มีควันประเภทอื่น

 ประกาศดังกล่าวเผยแพร่ในเวปไซด์อย่างเป็นทางการของอย. สหรัฐฯระบุว่า “FDA กำหนดให้การอนุญาตจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ต้องผ่านการประเมินทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวด โดยพิจารณาทั้งประโยชน์และความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชากรโดยรวม ไม่เพียงแต่ผลกระทบต่อผู้สูบบุหรี่ผู้ใหญ่ที่อาจเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเยาวชนและผู้ที่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบด้วย ทั้งนี้ อย. สหรัฐฯ จะอนุญาตให้ทำการตลาดได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานเพียงพอว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของประชากรโดยรวมมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น”
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นนิโคตินถุงที่ใช้วางไว้ใต้ริมฝีปาก ระหว่างริมฝีปากและเหงือกเพื่อให้นิโคตินเข้าสู่ร่างกาย โดยนิโคตินถุงถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์นิโคตินที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐฯ
การอนุญาตตรั้งนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 11 รายการ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ความเข้มข้น 9 มิลลิกรัมในรสส้ม เมนทอล และวินเทอร์กรีน ที่ผลิตโดยบริษัทในเครือของผู้ผลิตรายดังกล่าว


การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ อย. สหรัฐฯ ได้เคยอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์นิโคตินถุงของผู้ผลิตรายเดียวกันจำนวน 20 รายการสามารถใช้ข้อความในการสื่อสารได้ว่ามีความเสี่ยงต่อโรคและสารอันตรายน้อยกว่าบุหรี่
นิโคตินถุงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ เนื่องจากสามารถส่งนิโคตินเข้าสู่ร่างกายได้โดยไม่ต้องเผาไหม้ยาสูบ อย่างไรก็ตาม การอนุญาตของ อย. สหรัฐฯ เป็นการพิจารณาในด้านระดับสารอันตรายและความเสี่ยงเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยาสูบบางประเภท ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวปราศจากความเสี่ยงหรือปลอดภัยต่อสุขภาพ

"เดินต่อต้านสงครามโลก" ขึ้นโดยท้าทายความสามารถของนักแสดงนำดาวรุ่งรุ่นล่าสุดของบริษัททั้งฝ่ายชาย-หญิงจำนวน 50 คนว่าจะมีนักแสดงคนใดกล้าท้าทายการเดินต่อต้านสงครามจากกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี เป็นระยะทาง 122 กิโลเมตร ทั้งนี้จะเริ่มต้นเดินทางไกลตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนจนถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2569


"เดินต่อต้านสงครามโลก" ขึ้นโดยท้าทายความสามารถของนักแสดงนำดาวรุ่งรุ่นล่าสุดของบริษัททั้งฝ่ายชาย-หญิงจำนวน 50 คนว่าจะมีนักแสดงคนใดกล้าท้าทายการเดินต่อต้านสงครามจากกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี เป็นระยะทาง 122 กิโลเมตร ทั้งนี้จะเริ่มต้นเดินทางไกลตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนจนถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2569 



"จอมทรนง" กล่าวว่านี่คือ project โหดสุดสำหรับนักแสดง 2122 ที่จะวัดใจวัดความอดทนของร่างกายและพิสูจน์ความจริงใจว่านักแสดงเข้ามาร่วมงานภาพยนตร์ต่อต้านสงครามนี้ เพื่อต่อต้านสงครามโลกจริงๆ หรือมาเพื่อจุดประสงค์เพียงชื่อเสียงเงินทองแต่ทั้งหมดของกิจกรรมนี้ทางบริษัทไม่ได้บังคับให้ทำกิจกรรมนี้แต่อย่างใดนักแสดงต้องสมัครใจทำเอง

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

สุดปลื้ม!! “อภิษฐา ตั้งภัทรสมบูรณ์” ร่วมทีมคุณแม่รับเกียรติยศ “แม่ของแผ่นดิน 2569” ร่วมเชิดชูพลังหญิงผู้เสียสละ


ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยคุณค่า สำหรับงาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบ ผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ศาสนา และสังคม พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา



ไฮไลต์สำคัญของงานได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีมงคล ท่ามกลางพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พระราชวชิรโมลี หลวงพ่อรวย กนุตสาโร และพระราชวัชราทร (เจ้าคุณโชคดี) ที่ร่วมประกอบพิธีอันเป็นสิริมงคล


ภายในงานมีพิธีมอบเหรียญพระราชทาน รวมถึงท้าวเวสสุวรรณ “แม่ของแผ่นดิน” และพิธีประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลต้นแบบจากหลากหลายสาขา เพื่อยกย่องผู้ที่อุทิศตนทำความดี สร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคม


หนึ่งในภาพที่ได้รับความสนใจ คือการร่วมแสดงความยินดีกับกลุ่มบุคคลต้นแบบที่เข้ารับการเชิดชูเกียรติในหลายสาขา โดยมีทั้ง ดร.กนกนุช ตันเจริญ (สุ) ในรางวัล “แม่ดีเด่น”,คุณณัฐกานต์ ตระกูลหมิง ในโครงการ “แม่ของแผ่นดิน”,Miss Pei Lin ในรางวัล “ผู้บริหารดีเด่นแห่งปี”,คุณพุทธรักษ์ พัฒนเจริญ ในรางวัล “ผู้นำเพื่อคุณประโยชน์ดีเด่น” และ คุณพริดา สิริพิทักษ์ธรรม ในรางวัล “ผู้บริหารดีเด่นแห่งปี” รวมถึงบุคคลต้นแบบอีกหลายท่านที่ร่วมสร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์แก่สังคม

“อภิษฐา ตั้งภัทรสมบูรณ์” นำทีมคุณแม่ร่วมรับเกียรติ


อีกหนึ่งบุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นในงานครั้งนี้คือ คุณอภิษฐา ตั้งภัทรสมบูรณ์ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและนำทีมคุณแม่เข้าร่วมรับการเชิดชูเกียรติในโครงการ “แม่ของแผ่นดิน” โดยมุ่งหวังให้ผู้หญิงและคุณแม่ที่ทุ่มเททำหน้าที่เพื่อครอบครัวและสังคม ได้รับการยอมรับและมีพื้นที่ในการถ่ายทอดเรื่องราวของการทำความดี

การนำทีมคุณแม่เข้ารับรางวัลในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเข้าร่วมพิธีรับประกาศเกียรติคุณ แต่ยังสะท้อนถึงแนวคิดในการ ส่งต่อกำลังใจและยกย่องผู้หญิงที่ทำหน้าที่เป็นพลังสำคัญของครอบครัวและสังคม โดยคุณอภิษฐาได้ร่วมผลักดันให้กลุ่มคุณแม่ได้รับโอกาสในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเวทีแห่งการเชิดชูเกียรติครั้งนี้


ภาพของคุณอภิษฐาฯ ที่ร่วมแสดงความยินดีและนำทีมคุณแม่เข้าร่วมงาน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันสำคัญของงาน “แม่ของแผ่นดิน 2569” และสะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในการสนับสนุนผู้หญิงด้วยกันเอง โดยเฉพาะกลุ่มคุณแม่ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของครอบครัวมาอย่างยาวนาน


ด้าน คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ในฐานะประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของการจัดงานว่า บุคคลต้นแบบไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่ได้รับรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมเห็นคุณค่าของการทำความดี โดยเฉพาะเรื่องของการเสียสละ ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งถือเป็นคุณค่าที่ควรได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มี รองศาสตราจารย์ ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล ทำหน้าที่ประธานในพิธี ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราวุธ ตีระนันทน์ รองประธานคณะกรรมการการพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน ร่วมเปิดงานและแสดงความยินดีในโอกาสวันแม่ของแผ่นดิน พร้อมด้วย คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ในตำแหน่งประธานอำนวยการจัดงาน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ มีบุคคลจากหลากหลายวงการเข้าร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พระสงฆ์ ศิลปิน นักแสดง นักธุรกิจ และบุคคลผู้มีชื่อเสียง เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับบุคคลต้นแบบที่ได้รับการเชิดชูเกียรติ


งาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” จึงนับเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ต้องการสะท้อนพลังของการทำความดี การตอบแทนสังคม และการยกย่องผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของครอบครัว โดยเฉพาะ “คุณแม่” ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างคน สร้างครอบครัว และสร้างสังคม

และสำหรับ คุณอภิษฐา ตั้งภัทรสมบูรณ์ การนำทีมคุณแม่เข้าร่วมรับการเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่สะท้อนแนวคิดของการเป็น “ผู้ให้โอกาส” และผู้สนับสนุนคนทำความดี ให้ได้มีพื้นที่ยืนและได้รับการยอมรับในสังคมอย่างภาคภูมิใจ


เพราะเบื้องหลังคนเก่ง อาจมี “แม่” ที่เสียสละอยู่เสมอ และเบื้องหลังเวทีแห่งการเชิดชูเกียรติ ก็มีคนอีกหลายคนที่พร้อมผลักดันให้ความดีได้ถูกมองเห็น

#แม่ของแผ่นดิน2569 #โครงการแม่ของแผ่นดิน #แม่ดีเด่น #บุคคลต้นแบบ #อภิษฐาตั้งภัทรสมบูรณ์ #มาดามเอมมี่

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

วช. สนับสนุน มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข จัดกิจกรรม “มหกรรมปล่อยแก่ ครั้งที่ 2 ปี 2569” สร้างกระบวนการวิจัยและนำดนตรีบำบัด สร้างสุขภาวะที่ดีเพื่อผู้สูงวัย


วันที่ 25 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุน มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข จัดกิจกรรม “มหกรรมปล่อยแก่ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569” ภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้วงปล่อยแก่ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ กล่าวต้อนรับ, รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข, นางสาววิภาณี อริยภิญโญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วม ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดนครปฐม


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “มหกรรมปล่อยแก่” เป็นการนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้มาสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้และโครงการดนตรีพลังบวก เปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้กลับมาใช้ศักยภาพ ความรู้ ความสามารถ มาถ่ายทอดผ่านเสียงดนตรี ซึ่งถือเป็นสื่อกลางในการสร้างความสุข ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพื้นที่ในการแสดงออก ช่วยเสริมสร้างคุณค่าและความภูมิใจในตนเอง โดย วช. มุ่งหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการงานวิจัย ศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และพลังของชุมชน เพื่อนำองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม และร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกช่วงวัย ให้สามารถเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาสังคม


ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้เป็นโอกาสสำคัญที่คนทุกช่วงวัยได้มารวมตัวกันและร่วมกันสร้างสรรค์เสียงดนตรีอย่างมีความสุข วงปล่อยแก่ถือเป็นกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของดนตรีในการเชื่อมโยงผู้คนและสร้างสรรค์สังคม โดยนำดนตรีพื้นบ้านมาผสมผสานกับแนวทางและวัฒนธรรมของวงดนตรีออร์เคสตรา เกิดเป็นรูปแบบการสร้างสรรค์ทางดนตรีที่มีความหลากหลายและน่าสนใจ พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงวัยได้แสดงออก เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการส่งเสริมการพัฒนาสังคมและสร้างคุณค่าให้แก่ดนตรีในมิติที่หลากหลาย


รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข กล่าวว่า ดนตรีเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน การริเริ่มวงปล่อยแก่จึงต้องการเปิดให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแบ่งปันประสบการณ์ และการสร้างความสุขร่วมกันผ่านเสียงดนตรี พร้อมทั้งสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่สามารถนำมาต่อยอดผ่านงานศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะการนำดนตรีพื้นบ้านและดนตรีในรูปแบบต่าง ๆ มาผสมผสานและถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ เป็นการช่วยสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการสร้างพื้นที่ให้คนต่างรุ่นได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน


ภายในงาน มีการแสดงขับร้องประสานเสียง “วงปล่อยแก่” 15 วงจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า ควบคุมวง โดย พลตรี ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ และ ดร.ธีรนัย จิระสิริกุล, การแสดงจากวงปล่อยแก่ประเทศไทย และการสร้างสรรค์ภาพจิตรกรรมประกอบบทเพลง โดย ดร.สุชาติ วงษ์ทอง เป็นการผสมผสานระหว่างดนตรีพื้นบ้านและดนตรีสากล ถ่ายทอดความงดงามของศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมผ่านเสียงดนตรี


ทั้งนี้ กิจกรรม “มหกรรมปล่อยแก่” นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำงานวิจัยและองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยใช้ดนตรีและศิลปวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงผู้คนทุกช่วงวัย เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงวัยได้แสดงศักยภาพ ถ่ายทอดประสบการณ์ และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคม ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น สอดคล้องกับบทบาทของ วช. ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569

“สมเด็จธงชัย” ร่วมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ งาน “แม่ของแผ่นดิน 2569” ด้าน “มาดามเอมมี่” ร่วมเชิดชูบุคคลต้นแบบผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม เป็นพลังแห่งการเสียสละและความรับผิดชอบ


ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยคุณค่า สำหรับงาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ศาสนา และสังคม พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา


ไฮไลต์สำคัญของงานได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีมงคล ท่ามกลางพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พระราชวชิรโมลี หลวงพ่อรวย กนุตสาโร และพระราชวัชราทร (เจ้าคุณโชคดี) ที่ร่วมประกอบพิธีอันเป็นสิริมงคล
ภายในงานยังมีพิธีมอบเหรียญพระราชทาน รวมถึงท้าวเวสสุวรรณ “แม่ของแผ่นดิน” แก่บุคคลต้นแบบผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม ประจำปี 2569 เพื่อเป็นการยกย่องและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่อุทิศตนทำความดีและสร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม


นอกจากนี้ ยังมีพิธีประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลต้นแบบจากหลากหลายสาขา ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีบทบาทในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่สังคม สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการเสียสละ ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในสังคมไทย
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ โดยมีบุคคลจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พระสงฆ์ ศิลปิน นักแสดง นักธุรกิจ ตลอดจนบุคคลผู้มีชื่อเสียง เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับบุคคลต้นแบบที่ได้รับการเชิดชูเกียรติในครั้งนี้
สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มี รองศาสตราจารย์ ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล ทำหน้าที่ประธานในพีธี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราวุธ ตีระนันทน์ รองประธานคณะกรรมการการพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน ร่วมเปิดงาน และแสดงความยินดีวันแม่ของแผ่นดิน และคุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ดำรงตำแหน่งประธานอำนวยการจัดงาน โดยทั้งสองฝ่ายร่วมกันผลักดันให้งาน “แม่ของแผ่นดิน” เป็นเวทีสำคัญในการยกย่องบุคคลผู้ทำความดีและสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ


ด้าน คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ในฐานะประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของการจัดงานว่า บุคคลต้นแบบไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่ได้รับรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมเห็นคุณค่าของการทำความดี โดยเฉพาะเรื่องของการเสียสละ ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งถือเป็นคุณค่าที่ควรได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
งาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” จึงนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนพลังของการทำความดีและการตอบแทนสังคม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมงานตระหนักถึงความสำคัญของการเสียสละและการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นคุณค่าที่สามารถนำไปต่อยอดและสร้างสรรค์สังคมไทยให้เกิดความเข้มแข็งและน่าอยู่ต่อไป


วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569

"จอมทรนง"กร้าวปฏิวัติวงการทางเลือกเดียว สร้างงาน สร้างคน


เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา
ที่ห้องแถลงข่าวของบริษัททเว็นตี้จูน
จอมทรนง* ผู้สร้างผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง"2122 กูนี่แหละอัจฉริยะ" ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนที่มาพบอย่างตรงไปตรงมาตามเคยว่า...


"ผมจำเป็นต้องปฏิวัติวงการภาพยนตร์ไทยอย่างเฉียบพลันทันใด ขืนชักช้าโอ้เอ้ต่อไป วงการภาพยนตร์ไทยจะเหลือแต่ชื่อ เหลือเพียงเรื่องราวเก่าแก่
ให้พูดถึงเท่านั้น เพราะในห้วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมาวงการภาพยนตร์ไทยได้จมดิ่งลงสู่ก้นหลุมดำดักดานที่ผ่านการพัฒนาทั้งทางโครงสร้างวงการ และการพัฒนาบุคลากรในวงการให้มีทักษะความรู้ความสามารถในสาขาอาชีพอย่างมีหลักการและเป้าหมายในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมที่แท้จริง"


ที่ผ่านมาเราทำการสร้างสรรค์ภาพยนตร์อย่างสะเปะสะปะ ใครใคร่สร้างเรื่องอะไรก็สร้างกันไปตามใจชอบ โดยมีเป้าหมายเดิมๆที่อ้างกันมานาน 80 ปี สร้างความบันเทิงเพื่อความสุขของผู้ชมภาพยนตร์....ซึ่งในเวลาต่อมาการสร้างความสุข หรือการทำมาหากินในรูปแบบนี้มันได้กลายเป็นการมอมเมาสังคม การสร้างความบันเทิงแบบยัดเหยียดไม่สนสภาวะทางสังคม
ใดๆทั้งสิ้น จะสร้างเพื่อโกยเงินหาเงิน เพื่อทำมาหากินโดยตรงแบบตัวใครตัวมันมือใครยาวสาวได้สาวเอา และนั่นมันคือบทสรุปที่เจ็บปวดกลายเป็นความหายนะล่มจมของผู้คนในวงการ
ทำให้มีการสร้างงานน้อยลง และมีคนตกงานเพิ่มมากขึ้นถึง 80%


จอมทรนง* กล่าวว่า" ผมอยู่ในวงการนี้มานานมากกว่า 45 ปี ทั้งสร้างภาพยนตร์และสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์
ตลอดเวลาได้เก็บข้อมูลและหาข้อสรุปอย่างเป็นรูปธรรมมาอย่างเอาจริงเอาจังมานาน

สรุปในชั่วโมงนี้ต้องปฏิวัติวงการภาพยนตร์ไทยสถานเดียว ต้องสร้างงาน ต้องสร้างคนให้โอกาสคนไม่ปิดกั้นให้คนที่จะเข้าสู่วงการภาพยนตร์ต้องเป็นกลุ่มคนรวย กลุ่มคนหน้าสวยรูปร่างดีอีกต่อไป....คนทุกคนคือคน
คนขี้เหร่อัปลักษณ์ ผู้พิการทุพลภาพ
จะยากดีมีจนทุกคนก็สามารถเป็นนักแสดงที่ดีมีคุณภาพได้


ด้วยเหตุนี้บริษัททเว็นตี้จูนเอ็นเตอร์เทนเม้นต์...จึงประกาศกร้าวสร้างงานมหากาพย์ภาพยนตร์ 3 ภาค* เรื่อง 2122 อะมาเกดดอน วอร์ หรือชื่อไทย " กูนี่แหละอัจฉริยะ" โดยแต่ละภาคจะใช้งบสร้างมากกว่า 500 ล้านบาท และใช้ทีมงาน นักแสดงมากกว่า 5,000 คน ในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ดังกล่าว


เราเตรียมงานมา 2 ปีเต็ม
และจะทำการเปิดกล้องถ่ายทำในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ และมีกำหนดปิดกล้องภาคแรกในเดือนธันวาคม 2570


นักแสดงและทีมงานที่สนใจจะเข้าร่วมงานยังมีตำแหน่งว่างอยู่อีกประมาณ 1,500 ตำแหน่ง สามารถยื่นการสมัครได้ที่บริษัท 20 จูนฯ ในวันเวลาราชการเท่านั้น

FDA สหรัฐฯ อนุญาตให้ทำการตลาดนิโคตินถุง 11 รายการชี้มีสารอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดอื่น

FDA สหรัฐฯ อนุญาตให้ทำการตลาดนิโคตินถุง 11 รายการ ชี้มีสารอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดอื่น  สำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่าองค์การอาหารและยาสหร...