วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569

กกต.เปิดผลการวิจัยประเมินผลและถอดบทเรียนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติพร้อมกันครั้งแรกของประเทศ ชูข้อเสนอการยกเครื่องกฎระเบียบ เทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของประชาชน


กรุงเทพ-7 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมพระอินทร์ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต)จัดงานสัมมนาเปิดผลการวิจัยประเมินผลและถอดบทเรียนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกันซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ผลการศึกษาวิจัยประเมินผลและถอดบทเรียนครั้งนี้เป็นผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับรวมทั้งภาค
ประชาชนและสื่อมวลชน ดำเนินการโดย สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา


ผลการศึกษาวิจัยประเมินผลและถอดบทเรียนชี้ว่า การจัดการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ ทุกภาคส่วนมีความเชื่อมั่นต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของการจัดการเลือกตั้งแม้อยู่ในเกณฑ์ต่ำอันเป็นผลมาจากมีการจัดการเลือกตั้งบางหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งตามกฏระเบียบ ระบบรายงานผลการนับคะแนนที่ไม่เสถียรและล่าช้า รวมทั้งกระบวนการตรวจสอบเรื่อง
ร้องเรียนขาดความโปร่งใส
ผู้ร้องเรียนไม่ได้รับแจ้ง ความคืบหน้าคดี เป็นต้น แต่ความตื่นตัวและความพึงพอใจต่อการจัดการเลือกตั้งอยู่ในระดับสูง


ส่วนประเด็นที่มีความสำเร็จที่ปรากฏในเชิงประจักษ์ อาทิ การมีส่วนร่วมของประชาชนจากการออกไปใช้สิทธิสูงถึงร้อยละ 71.42 การลงทะเบียนขอไปใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งและการไปใช้สิทธิตามที่ลงทะเบียนไว้ ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการออกระเบียบให้มีการจัดที่เลือกตั้งกลางสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ


จากการประมวลและวิเคราะห์ผลการศึกษาผลการศึกษาวิจัยทั้งแบบสอบถาม การประชุมกลุ่มย่อย และสัมภาษณ์เชิงลึกนำไปสู่ข้อค้นพบและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ประกอบด้วย การทบทวนให้กฎหมายเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติมีความสอดคล้องกันถ้าจะต้องมีการจัดการทั้ง 2 ประเภทพร้อมกันในครั้งต่อไป ลดความสับสนของประชาชนที่มีต่อการแบ่งเขตเลือกตั้งให้อยู่
บนฐานอำเภอ การลดจำนวนแบบพิมพ์และเอกสารที่ต้องใช้ในหน่วยเลือกตั้ง การพัฒนาระบบรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ การเสนอให้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้มีภาคประชาชนและประชาสังคมเข้าร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง และให้ผู้แทนผู้สมัครและพรรคการเมืองมาจากผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ออกกฎหมายคุ้มครองพยาน ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้และการศึกษาทุกกลุ่มอายุอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างความเป็นพลเมืองด้วยการมุ่งเน้นความรอบรู้ทางการเมือง ตลอดจนเร่งรัดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อลดความบกพร่องผิดพลาดของคน สะดวก รวดเร็ว และลดปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง


นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า การเปิดผลวิจัยเพื่อประเมินผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันเดียวกันครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะต่างๆอันจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไขให้การจัดการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติครั้งต่อไปเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขอขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชา
สังคม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และมหาวิทยาลัยบูรพา ที่ปรึกษาโครงการผู้จัดทำผลวิจัย รวมทั้งสื่อมวลชนที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและช่วยเหลือให้การทำงาน ของ กกต.ให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลการวิจัยจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมสัมมนา


ดร.ณฐาภพ สมคิด รองผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำนักบริการวิชาการ
มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การศึกษาวิจัยครั้งนี้ต้องการศึกษาถึงความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างรอบด้านเพื่อนำมาวิเคราะห์การรับรู้ข้อมูลข่าวสารความพึงพอใจต่อความสะดวกในการไปใช้สิทธิประกอบกับการประเมินผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการ กิจกรรมหลักและการใช้จ่ายงบประมาณ ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นและปัจจัยแห่งความสำเร็จโดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างแบบสอบถามร่วมกับวิจัยภาคสนาม ครอบคลุมพื้นที่ 7 ภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 3,000 คน จัดประชุมกลุ่มย่อยทั้งแบบ ออนไซต์และออนไลน์ใน 5 ภูมิภาคจำนวน 300 คน คาดหวังว่าข้อมูลที่ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยบูรพานำเสนอครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ


สำหรับผลการศึกษาวิจัยการจัดการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติครั้งนี้มีนางสาวปาริฉัตร ป้องโล่ห์ หัวหน้าโครงการ จากสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้นำเสนอ ดร.ทันตแพทย์ อนุศักดิ์คงมาลัย อดีต สว. และ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมวิพากษ์ผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนทัศนะ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการสัมมนาเป็นจำนวนมาก

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ทัพนักแสดง ทีมนักเตะ และแฟนคลับรวมตัวอบอุ่น ส่งกำลังใจเต็มพื้นที่ รอบกาล่าพรีเมียร์ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” เตรียมออกขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ 8 ต.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์


ถือเป็นงานที่รวมพลทั้งนักแสดง นักเตะ แฟนหนัง และแฟนบอลไว้อย่างคับคั่งและอบอุ่น สำหรับ รอบกาล่าพรีเมียร์ของ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” (THE COACH OF DREAMS) ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องราวชีวิตจริงส่วนหนึ่งของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ที่ไม่เพียงแค่ปั้นเหล่าก้อนดินให้กลายเป็นดาวเตะแห่งวงการฟุตบอลขาสั้น แต่ยังมอบโอกาส สร้างชีวิต และพาเหล่านักเตะเยาวชนฝ่าฟันทุกอุปสรรคเพื่อเดินทางสู่ความฝัน จนกลายเป็นปรากฏการณ์สะเทือนวงการกีฬาของประเทศไทย ซึ่ง คุณวาฐิตา เพ็ญชาญวัฒนกิจ เจ๊ใหญ่ มีเดียเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (JAEYAI MEDIA ENTERTAINMENT CO., LTD.) ได้นำเรื่องราวมาถ่ายทอดบนแผ่นฟิล์ม และได้ผู้กำกับฯ มากฝีมืออย่าง สำรวย รักชาติ นั่งแท่นกำกับการแสดง ซึ่งได้จัดรอบกาล่าพรีเมียร์ไปเมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท-เอกมัย


ภายในงาน ทั้งทีมนักแสดงนำ นักแสดงรับเชิญชื่อดังมากันพร้อมหน้า รวมทั้งมีผู้สร้าง ผู้กำกับในวงการมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย กิจกรรมบนเวทีเริ่มต้นอย่างสดใส เมื่อสามสาว พะแพง – ณัชภัสร์ ชินณรงค์ , เชอรี่ – ชมพูนิกข์ พรหมพิไชย และ ข้าว – ณัฐกฤตา มณีเนียม แท็กทีมโชว์เพลงประกอบภาพยนตร์สุดน่ารัก “หัศจรรย์ครั้งแรก” ก่อนส่งต่อเข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์พูดคุย ที่ผู้กำกับ สำรวย รักชาติ และทัพนักแสดง นำโดย อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ รวมทั้งหนุ่มๆ นักเตะที่วันนี้สลัดชุดนักบอลมาหล่อในชุดสูท อย่าง เต - วรากร ช่างเขียนดี, นาว - เจษฎา ลังกา, ฟาก๊อฟ - นพัฒน์ หัศไสว, แต้งกิ้ว - ปัญณวัฒน์ พงษ์บุญญพัฒน์ ต่างมาเล่าถึงความรู้สึกในการได้เป็นส่วนหนึ่งของ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” 


อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ เผยว่า “เดอะโค้ช รถขนฝัน ไม่ได้ให้เฉพาะความบันเทิงอย่างเดียว แต่สามารถยังนำบางช่วงบางตอนไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ และผมเชื่อว่าบางฉากจะทำให้คนเสียน้ำตา และเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกสู่สายตา คนดูจะเห็นถึงคุณค่าของนักกีฬาทุกคนมากขึ้นครับ” 


ด้านนักแสดงรับเชิญชื่อดังมากประสบการณ์ ทั้ง กวาง – กมลชนก เขมะโยธิน และ ฮันนี่ – ภัสสร บุญยเกียรติ และไอซ์ - อธิชนัน ศรีเสวก ก็ได้เปิดเผยเบื้องหลังการทำงานสนุกๆ ที่สร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ เมื่อคุณแม่ตัวจริงของ นาว - เจษฎา ที่แม้จะไม่ได้มาร่วมงานแต่ก็ฝากข้อความผ่าน กวาง – กมลชนก คุณแม่ในภาพยนตร์ เพื่อบอกลูกชายว่า “ขอให้เขาเป็นเด็กดีของทุกคน” ซึ่งแม่กวางก็ส่งต่อความรักให้แก่ลูกนาวอย่างสุดซาบซึ้ง


ความพิเศษเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อ คุณ อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย (บอย ท่าพระจันทร์) หนึ่งในผู้สนับสนุนและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีมฟุตบอลเยาวชนที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ภายใต้การฝึกฝนของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ มาจนถึงปัจจุบัน ได้ร่วมกล่าวถึงความประทับใจ “ผมสนับสนุนอาจารย์สกล เพราะอาจารย์สกลสร้างคน สร้างเด็ก และสร้างอนาคต ใครอยากดูแนวทางการดำเนินชีวิตของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เอ็นดูเด็กๆ ก็อยากให้มาดู เดอะโค้ช รถขนฝัน ครับ”


ด้าน คุณวาฐิตา เพ็ญชาญวัฒนกิจ ผู้บริหาร บริษัท เจ๊ใหญ่ มีเดียเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (JAEYAI MEDIA ENTERTAINMENT CO., LTD.) ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราอยากให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจแก่เยาวชน แก่ผู้ปกครอง ให้ใส่ใจ ดูแล และส่งเสริมความสามารถของเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม ให้ได้ใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติดค่ะ”         
 

ใครที่รอคอยภาพยนตร์จากเรื่องจริงของโค้ชหนึ่งคนกับรถหนึ่งคัน “เดอะโค้ช รถขนฝัน” (THE COACH OF DREAMS) มาวันนี้พร้อมแล้วที่จะออกขับเคลื่อนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกครอบครัว 8 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

#เดอะโค้ชรถขนฝัน #Thecoachofdreams #เจ๊ใหญ่สั่งลุย #แตงโมยูไนเต็ด #หมอนทอง

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ทีเส็บ ร่วมกับ สกพอ. และ TEA ถอดรหัสความสำเร็จโครงการ EEE ดัน “ไมซ์” เครื่องมือยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปลุกพลังการลงทุน ยกระดับ EEC สู่ MICE City

ทีเส็บ ร่วมกับ สกพอ. และ TEA ถอดรหัสความสำเร็จโครงการ EEE ดัน “ไมซ์” เครื่องมือยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปลุกพลังการลงทุน ยกระดับ EEC สู่ MICE City


เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. และสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA แถลงผลสำเร็จโครงการ "Empower Eastern Exhibition" (EEE) ชี้ผลสัมฤทธิ์ช่วยปลุกพลังอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าไทย กระตุ้นการลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ และสร้าง MICE Ecosystem ที่ยั่งยืนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ณ Club Siam Glowfish


คุณปาริฉัตร เศวตเศรนี ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคกลางและภาคตะวันออก เปิดเผยว่า โครงการ EEE เป็นโครงการนำร่องที่ใช้งานแสดงสินค้าเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายรายได้และยกระดับพื้นที่ การดึงงานแสดงสินค้าศักยภาพสูง อาทิ Automation Expo 2026 และ The Print Cycle Tech 2026 เข้าสู่พื้นที่จริง สามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนในพื้นที่ EEC โดยตรง อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินสะพัดและทราฟฟิกของผู้เข้าร่วมงานเป็นเพียงผลลัพธ์ขั้นแรก แต่เป้าหมายสำคัญคือการใช้งานแสดงสินค้าเป็น 'หัวเจาะ' ในการเร่งพัฒนาพื้นที่ เกิดการกระตุ้นให้ภาคธุรกิจ โรงแรม และผู้ให้บริการปรับตัวสู่มาตรฐานสากล


นอกจากนี้ โครงการ EEE ยังสร้างหมุดหมายสำคัญ โดยจังหวัดระยองได้รับการรับรองเป็น MICE City เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สะท้อนความพร้อมและการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น ซึ่งช่วยเปลี่ยนภาพจำของระยองจากเมืองอุตสาหกรรม สู่จุดหมายปลายทางทางธุรกิจที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม นวัตกรรม และไมซ์เข้าด้วยกัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นเข้ามาอยู่ใน Supply Chain ของอุตสาหกรรมไมซ์ได้อย่างทั่วถึง


ด้าน ดร.ชลจิต วรวังโส วีรกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า กิจกรรมไมซ์และงานแสดงสินค้าถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ นักลงทุน และอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้าสู่ EEC งานแสดงสินค้าทำหน้าที่เป็นเวทีสร้าง Business Connection และเป็นจุดเชื่อมที่ทำให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่ ทั้งด้านระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และเขตอุตสาหกรรม ทาง สกพอ. มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและอำนวยความสะดวก เพื่อผลักดัน EEC จากการเป็นเพียง Industrial Area ให้ก้าวสู่การเป็น Business Destination ที่รวมธุรกิจ นวัตกรรม การลงทุน และไลฟ์สไตล์ไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์


ขณะที่ ดร.ศุภลักษ์ สุวัตถิ เลขาธิการ สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) ระบุถึงมุมมองของผู้จัดงานว่า โครงการ EEE ช่วยปลดล็อกความท้าทายและลดความเสี่ยง (De-risking) สำหรับผู้จัดงานที่ต้องการขยายการจัดแสดงสินค้าออกนอกกรุงเทพฯ โดยเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้จัดงานมืออาชีพกับผู้ประกอบการและโรงงานในพื้นที่ EEC นอกจากนี้ยังเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer) และมาตรฐานสากลไปสู่ Local Supply Chain เช่น ผู้รับเหมาสร้างบูธ ระบบโสตทัศนูปกรณ์ ขนส่ง และทีมจัดเลี้ยง ช่วยยกระดับศักยภาพแรงงานในพื้นที่ และลดการพึ่งพาทีมงานจากส่วนกลาง สร้างความมั่นใจให้ผู้จัดงานทั้งในและต่างประเทศในระยะยาว


ความสำเร็จของโครงการ EEE จึงถือเป็นบทเรียนและต้นแบบสำคัญสำหรับพื้นที่ยุทธศาสตร์อื่น ๆ ของประเทศ ในการนำโมเดล "MICE as an Engine" มาเป็นตัวเร่งการพัฒนาเมือง ซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการสร้างคนและ Supply Chain ในท้องถิ่น การวางนโยบายกระตุ้น Ecosystem ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเติบโตร่วมกันอย่างแท้จริง

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน (มพม.) สานต่อภารกิจ “โรงครัวน้ำพระทัยพระราชทาน” ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบภัย


วันที่ 2 ตุลาคม 2569 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน (มพม.) เดินหน้าสานต่อภารกิจ “โรงครัวน้ำพระทัยพระราชทาน” ณ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เพื่อจัดเตรียมอาหารและสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ก่อนนำไปส่งต่อให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล


การดำเนินงานดังกล่าวเป็นภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่าง ๆ และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสนับสนุนทั้งอาหาร สิ่งของจำเป็น และทุนทรัพย์ เพื่อให้สามารถนำไปจัดเตรียมอาหารและสิ่งของสำหรับส่งมอบแก่ผู้ประสบภัยในชุมชนต่าง ๆ พร้อมเป็นกำลังใจแก่ประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน


สำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม ประธานพุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ร่วมสนับสนุนเงินจำนวน 20,000 บาท ขณะที่ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด สนับสนุนน้ำมันพืชตราองุ่น จำนวน 600 ขวด รวมมูลค่า 30,000 บาท


นอกจากนี้ ภาค 4 จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดราชบุรี ร่วมมอบไข่ไก่ จำนวน 10,020 ฟอง มูลค่า 43,086 บาท เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารและส่งต่อให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย


จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้การดำเนินงานของโรงครัวสามารถจัดเตรียมอาหารและสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนนำไปส่งมอบให้แก่ประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยในช่วงสถานการณ์อุทกภัย


ทั้งนี้ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ และ มพม. ยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานความร่วมมือจากหน่วยงาน องค์กร ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา เพื่อร่วมกันส่งต่ออาหาร สิ่งของจำเป็น และกำลังใจไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับ มพม. เปิดโรงครัวน้ำพระทัยพระราชทาน จัดเตรียมอาหารและสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย


วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน (มพม.) เปิดโรงครัวน้ำพระทัยพระราชทาน ณ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เพื่อร่วมกันจัดเตรียมอาหารและสิ่งของจำเป็นสำหรับนำไปมอบให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย


การดำเนินงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยมีการร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมอาหารและสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ


ทั้งนี้ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ และ มพม. ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์และการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความห่วงใยและกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว


กกต.เปิดผลการวิจัยประเมินผลและถอดบทเรียนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติพร้อมกันครั้งแรกของประเทศ ชูข้อเสนอการยกเครื่องกฎระเบียบ เทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของประชาชน

กรุงเทพ-7 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมพระอินทร์ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต)จัดงานสัมมนาเปิดผลการวิจัยประ...