วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

“สุดาวรรณ” มอบนวัตกรรมเพื่อชุมชนสะแกราช ชี้เป็นการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง

วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มอบนวัตกรรมเครื่องผลิตปุ๋ยหมัก และมอบต้นกล้าอะโวคาโด ในกิจกรรมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และผู้บริหาร วช. เข้าร่วม

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดภายใต้กิจกรรมการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ณ สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา

หลังจากมอบนวัตกรรมฯ นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า การมอบนวัตกรรมเครื่องผลิตปุ๋ยหมักแก่ชุมชนสะแกราช และต้นกล้าอะโวคาโด แก่เกษตรกรอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง พร้อมช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว ที่สำคัญสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน

ดร.วิภารัตน์ กล่าวถึงกิจกรรมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการและการส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมในครั้งนี้ว่า วช. มีพันธกิจในการสนับสนุนทุนวิจัยและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยในวันนี้ได้ส่งมอบผลงาน 2 รายการ ได้แก่ นวัตกรรมเครื่องผลิตปุ๋ยหมักแบบรวดเร็ว ซึ่งช่วยลดขยะอินทรีย์และใช้พื้นที่น้อย และเทคโนโลยีสกัดน้ำมันอะโวคาโดและการแปรรูป ที่ต่อยอดจากงานวิจัยของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรและสร้างรายได้ให้กับชุมชน การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับนโยบายการใช้วิจัยเพื่อสร้างประโยชน์เชิงรูปธรรม และยังเป็นส่วนหนึ่งของการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วช. มุ่งหวังให้ผลงานวิจัยเหล่านี้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ยั่งยืนต่อไป

ผศ.ดร.วีรชัย กล่าวว่า สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ซึ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยระยะยาวด้านระบบนิเวศป่าเขตร้อน โดยเฉพาะป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง รวมถึงการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของ วว. ซึ่งดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนของ วช. อย่างต่อเนื่อง และในโอกาสนี้ ได้ร่วมกับ วช. จัดกิจกรรมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการภายใต้กิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ชุมชนในพื้นที่

ภายในงาน ยังมีการบรรยายสาธิตและฝึกปฏิบัติ “การผลิตปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ และวัสดุปลูกพืชด้วยนวัตกรรมเครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” โดย ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และการบรรยายสาธิตและฝึกปฏิบัติ “การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากอะโวคาโด (สาธิตการสกัดน้ำมันอะโวคาโด และอบรมการทำน้ำอะโวคาโดสูตรน้ำผึ้งและสูตรโกโก้)“ 

 

โดย นางสาวขวัญหทัย ทนงจิตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ทั้งนี้ วช. มุ่งหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะสามารถส่งเสริมการใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาอาชีพ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน


วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ปราบหนักบุหรี่ไฟฟ้า ทำบุหรี่เถื่อนโต-เฟคนิวส์ระบาด “หมอเอก” หวั่นผู้บริโภคได้รับผลกระทบ

 ปราบหนักบุหรี่ไฟฟ้า ทำบุหรี่เถื่อนโต-เฟคนิวส์ระบาด “หมอเอก” หวั่นผู้บริโภคได้รับผลกระทบ



“หมอเอก” เผยนโยบายปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มข้นกำลังส่งผลทางลบ ทำตลาดบุหรี่เถื่อนขยายตัว เกิดเฟคนิวส์ระบาดว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็นยาเสพติด หวั่นผู้บริโภคอาจตกเป็นเหยื่อของการตีความกฎหมายผิดพลาด จี้ รมต. สธ. ตรวจสอบคณะทำงานที่ควบคุมนโยบายควบคุมยาสูบ

นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ. เชียงราย และอดีตที่ปรึกษาคณะ กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ “ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีความคึกคักของหลายหน่วยงานในการตามจับการขายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งผลการดำเนินการก็เหมือนกับว่าได้ผล ทำให้การขาย การสูบบุหรี่ไฟฟ้าลดลง แต่…ในขณะเดียวกัน ตลาดบุหรี่เถื่อนก็โตขึ้นมากเช่นเดียวกัน”

พร้อมแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวว่า “การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า อาจจะเป็นการส่งเสริมการเจริญเติบโตของมูลค่าการขายของบุหรี่เถื่อน”

นอกจากนี้ “หมอเอก” ยังตั้งหมอเอกยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลผิดพลาดเกี่ยวกับสาร Etomidate ซึ่งถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โดยชี้ว่ามีหลายสื่อและเพจสาธารณะที่สร้างความสับสนให้ประชาชนเข้าใจว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” ถูกประกาศให้เป็นยาเสพติดประเภท 2 ไปด้วย

“มีการแปลความผิด บอกว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นยาเสพติดประเภท 2 เพราะมีสาร Etomidate เป็นส่วนผสม ซึ่งทำให้คนเข้าใจผิดไปว่า Etomidate เป็นสารประกอบหลักของบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งที่จริงแล้ว สารที่ถูกจัดเป็นยาเสพติดคือ Etomidate ซึ่งพบในสิ่งที่เรียกว่า ‘บุหรี่ซอมบี้’ ไม่ใช่นิโคตินที่มีอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไป”

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชน โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า “มีบางเพจบอกว่า ถ้าเจอคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะจับก่อน แล้วเอาน้ำยาไปตรวจ ถ้าเจอสารก็จะโดนอีกข้อหา มันทำให้สถานการณ์เละเทะไปใหญ่ เพราะความเข้าใจผิดของผู้บังคับใช้กฎหมาย บางคนก็อาศัยช่องนี้หาผลประโยชน์โดยมิชอบ เช่น การรีดไถและข่มขู่”

ซึ่งหมอเอกได้เข้าไปตอบคอมเม้นท์ดังกล่าวว่า “จากเดิมที่ กมธ. หลายคณะเห็นตรงกันว่าผู้ครอบครองไม่มีความผิด แต่การทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเสพติดตัวนี้ อาจทำให้ยัดข้อหายาเสพติดได้!! น่ากังวลมากๆ” 

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมของผู้สื่อข่าวพบว่า Etomidate เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่างแรง ถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ใช้เฉพาะทางการแพทย์ เช่น ระงับความรู้สึกในห้องผ่าตัด และหากนำไปใช้ผิดวิธีหรือใช้เกินขนาด อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ โดยมีรายงานการนำไปใช้เป็นสารเสพติดและใช้มอมเหยื่อ จึงต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด

ในขณะที่ บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะมีสารนิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่มีผลต่อร่างกาย แต่ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทแบบเดียวกับ Etomidate โดยมีมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมาย เพื่อเป็นทางเลือกในการลดอันตรายจากการสูบบุหรี่แบบดั้งเดิม

“หมอเอก” ทิ้งท้ายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค NCDs ว่า “บุหรี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่กลับถูกควบคุมแบบไม่ครบถ้วนทุกมิติ ถ้ายังทำแบบเดิมๆ ก็ยิ่งจะทำให้ปัญหายิ่งพันยุ่งเหยิง” พร้อมจี้ให้มีการตรวจสอบกลุ่มคนที่ทำงานด้านการควบคุมยาสูบให้มีความโปร่งใส



ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1C72PA8h8J/?mibextid=wwXIfr

ตาม “มาวิน-เชฟบุช” ไปตกกุ้ง เที่ยวกรุงเก่า ชิมอาหารระดับมิชลิน ที่ อยุธยา ใน “เที่ยวฟินกินฉ่ำ” วันอาทิตย์นี้ทางไทยรัฐทีวี

 ตาม “มาวิน-เชฟบุช” ไปตกกุ้ง เที่ยวกรุงเก่า ชิมอาหารระดับมิชลิน ที่

อยุธยา ใน “เที่ยวฟินกินฉ่ำ” วันอาทิตย์นี้ทางไทยรัฐทีวี

พระนครศรีอยุธยา เมืองใกล้กรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวกัน โดยเฉพาะที่วังช้างอยุธยาแลเพนียด มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำมากมาย ทริปนี้ 2 พิธีกรหนุ่ม “มาวิน ทวีผล” และ “เชฟบุช เลอชาญ” จะพาไปกินเที่ยวรอบเมืองกรุงเก่า โดยรถสามล้อหน้ากบ พาหนะที่ชาวอยุธยาได้อนุรักษ์ไว้ นอกจากนี้อยุธยายังมีเสน่ห์ด้านอาหารที่ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็น “โรตีสายไหม” “กุ้งแม่น้ำ” รวมถึงร้านอาหารที่เป็นเจ้าตำนานอีกมากมาย

ไปตะลุยกินกับ 2 หนุ่มกันเลย เรียกน้ำย่อยกันที่ “หมูสะเต๊ะเฮียแกละ” ร้านดังในตำนานสืบทอดมากว่า 100 ปี ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือ ไส้อ่อน ตับ รสชาติถูกปาก และอีกอย่างที่ต้องสั่งคือขนมปังย่างเตาถ่าน ทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรของร้าน ที่อร่อยนัวสุดๆ แล้วร้านนี้เขาได้มิชลินถึง 3 ปีซ้อน ขยับมาอีกแค่หนึ่งก้าวก็เจอกับ ”ร้านอาจิวอาหารตามสั่ง” ร้านนี้ดังไปไกลถึงญี่ปุ่น  เมนูที่ห้ามพลาดก็คือ “หมูผัดใบมะกรูด” และ “ผัดเต้าหู้ดำขึ้นฉ่ายต้นหอม” รสชาติเหมือนกินข้าวบ้านแม่ ต่อกันด้วยร้านรักษ์โลกที่ใช้ใบตองห่อข้าว เสิร์ฟพร้อมข้อความน่ารักๆ ที่ “ร้านข้าวห่อใบตอง“ บรรยากาศแสนอบอุ่น เมนูแนะนำคือ ”ข้าวยำปลาทู“ ”ข้าวแมว“ ”ข้าวผัดรถไฟ“ และอีกหลายเมนู
 


มาอยุธยาต้องไม่พลาดก๋วยเตี๋ยวเรือ ”ร้านป้านาลุงตี๋“ ก๋วยเตี๋ยวเรือรสชาติแบบโบราณ อร่อยอิ่มจุกๆ เพราะให้เยอะ อยู่ที่วัดสะแก แวะมาไหว้หลวงปู่ดู่ก็แวะมาหาลุงกับป้าได้ เอาใจสายเส้นกันต่อด้วยร้าน “นายเลี๊ยกก๋วยเตี๋ยวเนื้อเอ็นตุ๋น” ตำนานเนื้อเอ็นตุ๋นยาจีน สูตรเด็ดมานานกว่า 80 ปี เอ็นแก้วหนุบๆ สายเนื้อแบบ 2 หนุ่ม ถึงกับร้องกรี๊ด
 
เดี๋ยวจะว่ามาไม่ถึงอยุธยา เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ต้องเจอ “โรตีสายไหม” “เที่ยวฟินกินฉ่ำ” มาทั้งทีจะแค่แวะมาชิมคงไม่ใช่ 2 หนุ่มเขาไปเจาะให้ดูเลยว่ากว่าจะมาเป็นโรตีสายไหมให้เราได้กิน เขาทั้งเคี่ยวทั้งนวดและยืด ไปกันที่ร้านระดับมิชลิน “ร้านป้าป้อม” และ ”ร้านอาบีดีน-ประนอม แสงอรุณ“ (สาขา 2)

อิ่มครบจบทั้งคาวหวาน กับร้านเจ้าตำนานแห่งอยุธยากันแล้ว ก็มาถึงภารกิจแห่งชาติที่ต้องบอกว่าหนึ่งในพิธีกรถึงกับต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความเจ็บปวด ซึ่งจะเป็นใครต้องติดตาม กับการตามล่ากุ้งแม่น้ำ วัตถุดิบที่ “เชฟบุช” จะนำมาปรุงเมนูเด็ดสำหรับทริปนี้ หากใครอยากมาตามรอย 2 หนุ่มตกกุ้งแม่น้ำ สามารถเตรียมอุปกรณ์มาเอง หรือจะมายืมกับไต๋ก็ได้ ถ้าใครที่ตกกุ้งไม่เป็นไม่เป็นไร ไต๋มี workshop ตกกุ้งให้ด้วย
 
ติดตามชมความสนุกสนานของ 2 หนุ่ม ได้ในรายการ “เที่ยวฟินกินฉ่ำ” วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฏาคมนี้ เวลา 12.45 – 13.45 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 หรือ ชมย้อนหลังได้ทาง YouTube : Thairath Variety และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook และ Tiktok ”เที่ยวฟินกินฉ่ำ“
 

เที่ยวฟินกินฉ่ำ #กินฉ่ำๆกับมาวินเที่ยวฟินๆกับเชฟบุช #มาวินฟินเวอร์ #เชฟบุชเบบี๋ #ไทยรัฐทีวีช่อง32

GBC House สานฝันคนอยากมีบ้าน งบไม่เยอะก็เป็นเจ้าของได้

 GBC House สานฝันคนอยากมีบ้าน งบไม่เยอะก็เป็นเจ้าของได้ หลายคนฝันอยากมีบ้านของตัวเอง แต่ก็ต้องหยุดความคิดเอาไว้ เพราะเข้าใจว่าต้องมีเงินเก็บก้อนโต จนสุดท้ายฝันก็ถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ แบบไม่มีกำหนด แต่อันที่จริงแล้วการสร้างบ้านไม่จำเป็นต้องเริ่มจากทุนมหาศาลเสมอไป เพราะ “GBC HOUSE” สามารถช่วยให้คุณเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายกว่าที่คิด

GBC HOUSE คือบริษัทรับสร้างบ้านที่เติบโตจากความเข้าใจคนอยากมีบ้าน สู่แบรนด์คุณภาพระดับประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001:2015 และเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน มีบริการที่ครอบคลุม รวมถึงระบบให้คำปรึกษาและวางแผนทางการเงินแบบครบวงจร พร้อมนำเสนอแบบบ้านหลากหลายสไตล์ในราคาเริ่มต้นเพียง 2 ล้านบาท ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านสวย คุณภาพดี ได้มาตรฐาน ในราคาที่จับต้องได้จริง 


คุณพิมพิชญา มาเนตร CEO หญิงยุคใหม่ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ GBC House กล่าวว่า “บ้านคือพื้นที่แห่งความรัก ความปลอดภัย และความฝันของแต่ละครอบครัว เราไม่ได้แค่สร้างบ้าน แต่เราสร้างความสุขที่จับต้องได้” เธอจึงพลิกโฉมการตลาดของธุรกิจรับสร้างบ้าน ให้กลายเป็นเรื่องอบอุ่นและเข้าถึงง่าย ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง “เข้าใจบ้าน เข้าใจคุณ” ซึ่งไม่เพียงแต่จะสะท้อนออกมาผ่านรูปแบบการให้บริการเท่านั้น แต่ยังถูกถ่ายทอดผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ “พิมพิชญา พาสร้างบ้าน” ที่กำลังเป็นกระแสไวรัล มียอดวิวบน TikTok ทะลุหลักล้าน และผู้ติดตามบน Facebook เกือบ 200,000 คน 


ทำไมใครๆ ถึงเลือก GBC House ?


● มาตรฐานระดับสากล – รับรองโดย ISO 9001:2015 และเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน

● บริการครบวงจร – ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ ประเมินราคา การก่อสร้าง ไปจนถึงการดูแลหลังส่งมอบ

● โครงสร้างและวัสดุคุณภาพสูง – ระบบหล่อในที่แข็งแรงทนทาน พร้อมวัสดุพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ รับประกันโครงสร้างยาวนานถึง 20 ปี 

● แบบบ้านตอบโจทย์ทุกความต้องการ – ตั้งแต่บ้านครอบครัว เริ่มต้น 2 ล้านบาท จนถึงพูลวิลล่าหรู เริ่มต้น 4 ล้านบาท


เดินหน้าขยายบริการครอบคลุมทั่วประเทศ

 


เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค GBC House ได้ขยายการให้บริการให้ครอบคุลมมากขึ้น รวมถึงมีการจัดตั้งทีมวิศวกรและแอดมินเข้าไปดูแลแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำตั้งแต่การวางแผนก่อสร้างไปจนถึงบ้านเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีดีไซน์บ้านหลากหลายแบบที่สามารถปรับได้ตามงบประมาณของลูกค้า และยังคงคุณภาพสูงสุดในทุกหลัง มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยปัจจุบัน GBC House มีบริการครอบคลุมในหลายพื้นที่ ได้แก่


● GBC House : ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่ 2 ล้าน และทั่วประเทศ 5 ล้าน

● GBC House Eastern : ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี

● GBC House Khaoyai : ดูแลพื้นที่ปากช่อง เขาใหญ่ และสระบุรี

● GBC Designed : คลังแบบบ้านกลาง ให้บริการพื้นที่นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี หัวหิน เชียงใหม่ และภูเก็ต


หากคุณกำลังวางแผนจะสร้างบ้านสักหลัง อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจจนกว่าจะได้พูดคุยกับ GBC House เพราะนี่คือแบรนด์ไทยที่เข้าใจหัวอกคนอยากมีบ้านอย่างแท้จริง ตั้งแต่เรื่องของงบประมาณ ไปจนถึงความกังวลต่างๆ จึงสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างตรงจุด พร้อมส่งมอบบ้านที่ไม่ใช่เพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่จะเป็นพื้นที่อันแสนอบอุ่นที่ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : GBC House รับสร้างบ้าน

TikTok : พิมพิชญา พาสร้างบ้าน

Website : https://gbchouse.com 

Youtube : Gbc House รับสร้างบ้าน

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

วช. ลงพื้นที่ภาคเหนือ ติดตามความก้าวหน้าโครงการแผนมุ่งเป้า ววน. “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5“ ณ อ.เทิง จ.เชียงราย

 วช. ลงพื้นที่ภาคเหนือ ติดตามความก้าวหน้าโครงการแผนมุ่งเป้า ววน. “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5“ ณ อ.เทิง จ.เชียงราย

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหมูดำเหมยซานเกษตรพอเพียง ตำบลศรีดอนไชย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามผลสำเร็จ "โครงการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือด้วยนวัตกรรมบูรณาการเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน" โดยมี รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นหัวหน้าโครงการ ร่วมกับเครือข่ายนักวิจัยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและปรับใช้ นวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เพื่อรับมือกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.ได้ให้ความสำคัญกับโครงการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือด้วยนวัตกรรมบูรณาการเชิงพื้นที่ จะเห็นได้ว่า ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงรายและพะเยา ซึ่งยังคงร่วมแก้ปัญหาการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในหลายพื้นที่ โดย วช.ได้สนับสนุนงานวิจัยที่มีเป้าหมายชัดเจนในการแก้ไขปัญหาโครงการวิจัยที่มุ่งลดการเผา และใช้นวัตกรรมนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาสร้างและเพิ่มรายได้ ด้วยการพัฒนาเครื่องมือ เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่นำไปใช้ได้จริงในชุมชน และยังตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมทั้งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน วช.เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างนักวิจัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชน คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการแก้ปัญหา วช. พร้อมสนับสนุนการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดผลกระทบจากฝุ่นพิษ และเสริมสร้างระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการ และคณะ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า จากปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงรายและพะเยา เกิดจากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในระดับสูง จนนำไปสู่การเกิดจุดความร้อน (Hotspot) และค่าฝุ่นละออง PM2.5 ที่อยู่ในระดับวิกฤตต่อเนื่องทุกปี ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง งานวิจัยจึงถูกนำมาใช้เป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยโครงการวิจัยนี้มุ่งลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะในแหล่งปลูกข้าวและข้าวโพด ผ่านแนวคิด “ลดเผา เพิ่มรายได้ แก้ปัญหาได้จริง” ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีเตาเผาถ่านไบโอชาร์ประสิทธิภาพสูง และการแปรรูปวัสดุเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เช่น น้ำส้มควันไม้ ปุ๋ยอินทรีย์ อิฐปลูกกล้วยไม้ และบรรจุภัณฑ์จากฟาง พร้อมสร้างแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย โครงการนี้ดำเนินงานแบบ Plug-in Solution ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่ ตั้งเป้าลดการเผาในพื้นที่เป้าหมายไม่น้อยกว่า 50% ตั้งแต่ปีแรก พร้อมสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ทดแทน และลดจำนวนผู้ป่วยจากโรคทางเดินหายใจ นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในระดับพื้นที่ และขยายผลสู่ภาคเหนือในระยะยาว

กิจกรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของ ววน. ที่นำงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ พร้อมสร้างโอกาสให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน

“นากรักมาก” เพลงประกอบภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก” จาก “ญดา นริลญา” ที่อยากบอกว่ารักม๊ากมาก แต่กลัวจะเสียเธอไป

 “นากรักมาก” เพลงประกอบภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก”

จาก “ญดา นริลญา” ที่อยากบอกว่ารักม๊ากมาก แต่กลัวจะเสียเธอไป

 นี่คือเพลงที่เป็นตัวแทนของความรักม๊ากมาก แต่ไม่อาจพูดออกมาให้เธอได้ยิน “นากรักมาก” เพลงประกอบภาพยนตร์ “นากรักมาก          ม๊ากมาก” ที่ได้นางเอกสาวมากฝีมืออย่าง ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร นอกจากจะมาเป็นแม่นากเวอร์ชันใหม่และยังมารับหน้าที่เป็นคนขับร้องด้วยตนเอง ถ่ายทอดความรู้สึกของนากที่มีต่ออ้ายมาก ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความรักนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนไป ซึ่งญดาได้ให้สัมภาษณ์ถึงเพลงนี้ไว้ว่า “จริง ๆ เรื่องราวและเนื้อหาเพลงนี้ค่อนข้างเศร้า แต่ญดาอยากตีความให้น้ำเสียงร้องเพลงนี้ออกมาไม่เศร้ามาก อยากให้ยังฟังและรับรู้ได้ถึงความรักที่สวยงามและมีความผูกพันอยู่”
 “นากรักมาก ม๊ากมาก” ภาพยนตร์รวมตัวในรอบ 15 ปี ของแก๊งตลกตัวพ่อ “หม่ำ, เท่ง, โหน่ง”  ฝีมือการกำกับครั้งแรกของ โหน่ง               ชะชะช่า เมื่อผู้กำกับหน้าเก่าไฟแร๊ง (โหน่ง ชะชะช่า) ร่วมมือกับผู้ช่วยผู้กำกับคู่มือคู่เท้า (เท่ง เถิดเทิง) ลุยสร้างหนังรีเมคจากตำนานรักอมตะ นางนาก หวังเขย่าวงการให้สะเทือน! แต่เรื่องกลับหลุดบทไปไกล เมื่อ นางนากตัวจริง (ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร) โผล่มาเล่นเอง! พร้อมภารกิจตามหารักแท้ ที่กลับชาติมาเกิดเป็นซุปตาร์ขวัญใจมหาชน! (คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์) มื่อกองถ่ายมีผีจริงร่วมจอ โปรเจกต์นี้จะปังจนเป็นตำนาน หรือพังจนเป็นตำนานกันแน่!?
 แฟน ๆ เตรียมตัวไปพิสูจน์ความโรแมนติกม๊ากมากและคอมเมดี้ม๊ากมาก ใน "นากรักมาก ม๊ากมาก" เข้าฉายวันที่ 24 กรกฏาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

นากรักมาก เพลงประกอบภาพยนตร์ นากรักมาก ม๊ากมาก : https://youtu.be/Dp4wwQVsYsc
นากรักมาก ม๊ากมาก - Official Trailer : https://youtu.be/hbVTUJqShNU?si=EeLNgWv1ehnjRvZc

พิธีเปิดอย่างเป็นทางการของสำนักงานและศูนย์โลจิสติกส์ของพิเรลลี่ ในประเทศไทย

 พิธีเปิดอย่างเป็นทางการของสำนักงานและศูนย์โลจิสติกส์ของพิเรลลี่ ในประเทศไทย




กรุงเทพฯ, 14 กรกฎาคม 2568 – บริษัท พิเรลลี่ ไทร์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองการเปิดสำนักงานและศูนย์โลจิสติกส์แห่งใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หมุดหมายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทฯ ในการเสริมสร้างสถานะในภูมิภาคอาเซียนซึ่งพิเรลลี่มีฐานการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ทั้งยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของบริษัทฯ ต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย

ในฐานะที่พิเรลลี่เป็นบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์เพื่อผู้บริโภคโดยเฉพาะ กลยุทธ์หลักจึงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาธุรกิจยางรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและยางรถจักรยานยนต์ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์พิเรลลี่ในประเทศไทย

นอกจากการยกระดับความร่วมมือกับผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ชั้นนำในกลุ่มลูกค้าโรงงานประกอบ (OE) อย่างมีนัยยะสำคัญแล้ว การเปิดศูนย์โลจิสติกส์แห่งใหม่ในประเทศไทย ยังมีบทบาทสำคัญในการขยายความร่วมมือในกลุ่มลูกค้ารถยนต์ OE และธุรกิจมอเตอร์สปอร์ตอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะช่วยเสริมขีดความสามารถของพิเรลลี่ในกลุ่มธุรกิจการเคลื่อนที่ (mobility sector) ที่สำคัญต่าง ๆ ยิ่งขึ้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการส่งมอบโซลูชันระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของตลาดในภูมิภาค

งานเปิดตัวจัดขึ้นที่อาคารวัน แบงค็อก โดยได้รับเกียรติจากรองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย นายอันเดรีย คอนติ เลขาธิการหอการค้าอิตาเลียน-ไทย นายยาโคโม โยบิซซี พร้อมด้วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของพิเรลลี่ นายอันเดรีย มากันซานี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พิเรลลี่ เอเชีย จำกัด นายติง เฉิน และกรรมการผู้จัดการ บริษัท พิเรลลี่ ไทร์ (ไทยแลนด์) จำกัด นายลีโอนาโด้ ซัคโชนี่ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

“การเปิดสำนักงานและศูนย์โลจิสติกส์แห่งใหม่ในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแค่ก้าวสำคัญ แต่เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของพิเรลลี่ต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง” นายอันเดรีย มากันซานี กล่าว “ด้วยการเสริมสร้างสถานะของเราที่นี่ เรามุ่งหวังที่จะมอบการสนับสนุนที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภคและพันธมิตรในประเทศไทย พร้อมกับยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตชั้นนำอีกด้วย”

พิเรลลี่มีสถานะที่มั่นคงในประเทศไทยมาโดยตลอด ผ่านความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นกับเครือข่ายผู้ค้าปลีกและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ชั้นนำทั่วประเทL สำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์ พิเรลลี่เป็นผู้ผลิตยางให้กับผู้ผลิตระดับโลก อาทิ Triumph, Ducati, Royal Enfield, Honda และ BMW 

การเปิดสำนักงานแห่งใหม่นี้จะเป็นฐานปฏิบัติการในประเทศ สำหรับการทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ทำให้พิเรลลี่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว และขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตภายในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยที่มีความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


เกี่ยวกับพิเรลลี่
พิเรลลี่ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2415 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบริษัทแห่งเดียวที่มุ่งเน้นเฉพาะตลาดผู้บริโภคโดยตรง โดยมีผลิตภัณฑ์และบริการทั้งสำหรับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และจักรยาน ด้วยการจัดวางตำแหน่งของตนเองที่โดดเด่นในกลุ่มสินค้าระดับสูงสุดและระดับพรีเมียม—หรือที่เรียกว่า ‘กลุ่มสินค้ามูลค่าสูง’ — พิเรลลี่จึงกลายเป็นเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีรากฐานอันแข็งแกร่งจากอิตาลี เป็นที่รู้จักในด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย ความเป็นเลิศในการผลิต และความหลงใหลในนวัตกรรม เพื่อให้บรรลุประสิทธิภาพระดับสูงสุด ความปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พิเรลลี่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอยู่เสมอ โดยในปี 2567 ได้ลงทุนคิดเป็น 5.3% ของรายได้จากกลุ่มสินค้ามูลค่าสูง พิเรลลี่ยังมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในโครงการเพื่อความยั่งยืน ซึ่งทำให้บริษัทได้รับการจัดอันดับสูงสุดในตารางอันดับโลกชั้นนำมาเป็นเวลาหลายปี และได้รับการบรรจุในดัชนีที่สำคัญ เช่น ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ทั้งระดับโลกและในทวีปยุโรป จากการมีส่วนร่วมในวงการมอเตอร์สปอร์ตมาตั้งแต่ปี 2450 ปัจจุบัน พิเรลลี่มีบทบาทในการแข่งขันมากกว่า 350 รายการ และตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ก็ได้ร่วมเป็นพันธมิตรผู้จัดหายางอย่างเป็นทางการระดับโลกของการแข่งขัน Formula 1® World Championship ซึ่งได้ต่อสัญญาความสัมพันธ์สุดพิเศษนี้ออกไปอย่างน้อยจนถึงปี 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นตลาดกลุ่มพรีเมียมและระดับสูง พิเรลลี่ ดีไซน์จึงได้สร้างสรรค์โครงการเฉพาะร่วมกับพันธมิตรชั้นเยี่ยมในแต่ละสาขา เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่น

ช้อปให้ฟินกินไม่อั้น! ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” บุก เซ็นทรัล พิษณุโลก

ช้อปให้ฟินกินไม่อั้น! ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” บุก เซ็นทรัล พิษณุโลก    พบกับความอร่อยที่คุณต้องประทับใจ ตลอด 7 วันเต็ม! ที่งาน “ครัวคุณต๋อ...