วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ชาวไร่ยาสูบลุกฮือต้านแนวคิดห้ามผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. ที่กำหนดซื้อบุหรี่ ลั่นนโยบายสุดโต่งไม่ช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่

ชาวไร่ยาสูบลุกฮือต้านแนวคิดห้ามผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. ที่กำหนดซื้อบุหรี่ 
ลั่นนโยบายสุดโต่งไม่ช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่


กระแสคัดค้านจากกลุ่มชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศปะทุขึ้น หลังสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ (สคสบ.) ได้เสนอมาตรการ “ห้ามผู้ที่เกิดในปีที่กำหนดซื้อบุหรี่” เพื่อลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ สร้างความไม่พอใจในหมู่ยาวไร่ยาสูบต่อท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่มาจากพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างยิ่ง


นายกิตติทัศน์ ผาทอง เลขาภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ขณะนี้อุตสาหกรรมยาสูบไทยประสบปัญหามากมายอยู่แล้ว พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นจะพูดแล้วทำ เพราะทำแต่สิ่งที่ไม่เคยพูดไว้ กฎหมายห้ามผู้ที่เกิดในปีที่กำหนดซื้อบุหรี่จะยิ่งซ้ำเติมอุตสาหกรรมยาสูบ โดยเฉพาะเรื่องบุหรี่เถื่อนที่จะทะลักมาล้นหลามแน่นอน ปัจจุบันบุหรี่ถูกกฎหมายยังขายได้ แต่บุหรี่เถื่อนกลับครองส่วนแบ่งการตลาดถึงกว่า 25% นอกจากนี้ หากกฎหมายนี้ผ่าน รัฐจะไม่สามารถจัดเก็บภาษีบุหรี่ได้เลย รายได้ที่เคยมีกว่า 47,000 ล้านบาทต่อปีอาจหายไป และส่งผลต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศแน่นอน ผู้ทรงคุณวุฒิที่เสนอกฎหมายนี้ควรพิจารณาผลกระทบในวงกว้างอย่างรอบคอบ เพราะปัจจุบันไทยต้องกู้เงินเพิ่มเติมถึงกว่า 4 แสนล้าน การออกกฎหมายที่ขัดขวางการจัดเก็บรายได้รัฐถือเป็นการบั่นทอนการทำงานของทีมเศรษฐกิจอย่างยิ่ง”


นายสงกรานต์ ภัคดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แสดงความผิดหวังต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ซึ่งเป็นชาวเพชรบูรณ์โดยกำเนิด และกล่าวว่า “จังหวัดที่มีต้นยาสูบเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ชีวิตเราเกิดและโตมากับการทำยาสูบ แต่รัฐมนตรีพัฒนาเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย ไม่เคยสัมผัสชีวิตเกษตรกร คงไม่ทราบว่ายาสูบสำคัญกับชาวเพชรบูรณ์อย่างไร การทำยาสร้างรายได้ที่มั่นคง ไม่ต้องคอยลุ้นราคารับซื้อ ไม่ต้องลุ้นว่าผลผลิตจะล้นตลาดไหม ทุกครั้งที่ปลูกก็สามารถการันตีกำไรได้เลย ต่างจากพืชชนิดอื่นที่ต้องคอยหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รายได้ที่มั่นคงจากยาสูบได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวเกษตรกรจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันยาสูบเพชรบูรณ์ถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญ สร้างรายได้ให้จังหวัดกว่า 210-250 ล้านบาทต่อปี หากกฎหมายนี้ผ่าน จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรยาสูบกว่า 2,500 ครัวเรือนในเพชรบูรณ์ และกว่า 23,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ หากท่านรัฐมนตรีหวังจะเป็นฮีโร่ด้านสุขภาพ คงต้องแลกกับการเป็นผู้ร้ายทำลายชีวิตชาวไร่ยาสูบด้วย”
นายสงกรานต์ยังเสริมว่า “การแบนคนที่เกิดในปีที่กำหนดไม่ให้ซื้อบุหรี่มีการเริ่มทำแล้วในต่างประเทศก็จริง แต่ก็ยังไม่มีการวัดผลออกมาเลยว่าเป็นมาตรการที่ได้ผลจริง ช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ได้จริงหรือไม่ ไม่อยากให้เอาชีวิตและวิถีความเป็นอยู่ของชาวไร่ยาสูบมาแลกกับการชิงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก”  
“ชาวไร่ยาสูบไทยขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ทบทวน “มาตรการห้ามผู้ที่เกิดในปีที่กำหนดซื้อบุหรี่” อย่างรอบคอบอีกครั้ง โดยคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและแรงงานในไร่ยาสูบกว่า 100,000 คน เพราะการตัดสินใจครั้งนี้อาจไม่เป็นผลดีกับการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่อย่างที่หวัง แต่กลับเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจฐานราก รายได้ของประเทศในอนาคต และเพิ่มภาระให้กับการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายแทน ทั้งนี้ ชาวไร่ยาสูบยืนยันว่าความสุดโต่งไม่ใช่ทางออกของนโยบายสาธารณสุขไทย บทเรียนมากมายในการควบคุมยาสูบเกิดขึ้นและยังไม่ได้รับการแก้ไข และชาวไร่เป็นคนกลุ่มแรกที่รับผลกระทบอย่างแสนสาหัส อยากวอนขอให้รัฐพิจารณาหามาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย เพื่อรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพประชาชนและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ” นายสงกรานต์ กล่าวทิ้งท้าย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ชาวไร่ยาสูบลุกฮือต้านแนวคิดห้ามผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. ที่กำหนดซื้อบุหรี่ ลั่นนโยบายสุดโต่งไม่ช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่

ชาวไร่ยาสูบลุกฮือต้านแนวคิดห้ามผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. ที่กำหนดซื้อบุหรี่  ลั่นนโยบายสุดโต่งไม่ช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ กระแสคัดค้านจากกลุ่มชาวไร...