วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2567

“พลิกโฉมคุณภาพการศึกษาโดยพัฒนาครูให้มีศักยภาพสอดคล้องกับศตวรรษที่ 21” วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2

                                   

ในระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จัดโครงการพัฒนาครูต้นแบบในเขตภาคกลาง เพื่อ “พลิกโฉมคุณภาพการศึกษาโดยพัฒนาครูให้มีศักยภาพสอดคล้องกับศตวรรษที่ 21” ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง        เชิงระบบไปสู่การสร้างผู้เรียนให้เป็นนวัตกร อันเป็นกิจกรรมสำคัญของการอบรมครูตามโครงการพัฒนานวัตกรรม   เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาด้วยรูปแบบ Active Learning สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (1 อําเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ) ระดับประถมศึกษา โดยแบ่งสถานที่อบรมเป็น 3 จุด ได้แก่ สพป.พิจิตร เขต 1 โรงเรียนอนุบาลบางมูลนาก “ราษฎร์อุทิศ” สพป.พิจิตร เขต 2 และ สพป.นครสวรรค์ เขต 2 ทั้งนี้มีครูเข้ารับการอบรมรวมทั้งสิ้น 468 คน เพื่อสร้างต้นแบบในพื้นที่ภาคกลาง 7 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี ลพบุรี อ่างทอง สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา  



ตามที่ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เห็นด้วยที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้นำรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active learning มาใช้และเห็นด้วยที่จะให้มีการผลักดันกันทั่วประเทศเพราะที่ผ่านมามีการนำรูปแบบนี้มาใช้แต่ยังไม่สมบูรณ์มากพอ ซึ่งการเรียนการแบบ Active learning เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เด็กไทยพัฒนาขึ้น และสามารถสร้างนวัตกรรมเองได้ โดยได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานรัฐและเอกชนที่เข้ามาร่วมสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนการศึกษาให้ดีขึ้น และอยากให้ขับเคลื่อนรูปแบบที่มุ่งเน้นให้ครูมีกระบวนการคิดขั้นสูงให้ครอบคลุมในประเทศโดยเร็ว เพราะอยากเห็นความสำเร็จของการศึกษาไทยออกมาอย่างสมบูรณ์ และเด็กไทยได้ประโยชน์สูงสุด 



ในการอบรมครั้งนี้ นายธงชัย จันแย้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1     ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม ณ ห้องประชุมชาละวัน สพป.พิจิตร เขต 1 นางสนม เสริฐผล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม ณ ห้องประชุมปทุมเพชร โรงเรียนอนุบาลบางมูลนาก “ราษฎร์อุทิศ” สพป.พิจิตร เขต 2 และนายสายัณห์ สีคง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2 เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม ณ ห้องประชุมเขาหลวง  สพป.นครสวรรค์ เขต 2 โดยสาระสำคัญในพิธีเปิดได้กล่าวถึง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เห็นความสำคัญของการพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้เกิดการเรียนรู้ที่นำไปสู่ยุทธศาสตร์และวิธีการปฏิบัติทั้งในด้านการคิดและการลงมือทำติดตัวผู้เรียน ให้สามารถนำไปใช้ในอนาคตที่มีองค์ประกอบที่ไม่แน่นอน ไม่ตายตัว ไม่มีสูตรสำเร็จให้ใช้ได้ คือ วิธีการเรียนรู้ วิธีการทำงานที่นำสู่ผลที่ดี และกระบวนการหาคำตอบจากตัวแปรที่หลากหลาย จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องปลูกฝังไว้ในตัวผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรมในทุก ๆ โรงเรียน ด้วยการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษาโดยพัฒนาครูให้มีศักยภาพสอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญให้เกิดการปฏิรูปการเรียนรู้ระดับห้องเรียนให้ครูเปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่จะนำไปสู่การสร้างและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นนวัตกร ที่นำไปสู่การเพิ่มพูนมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft Power) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล จึงขอให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านได้ให้ความสนใจ ในสาระสำคัญและเทคนิคกระบวนการ ให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง ให้มีทักษะอย่างเพียงพอที่จะไปผลักดันการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ระดับห้องเรียนในการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนให้ผู้เรียนเกิดรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ที่สามารถประเมินตามสภาพจริงโดยใช้เกณฑ์มิติคุณภาพ (Rubrics) สะท้อนให้เห็นถึงระดับคุณภาพและร่องรอยการพัฒนาของผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรมให้ตอบสนองนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งหากทำได้สำเร็จก็จะเป็นการพัฒนานวัตกรรมการสอนของครูให้ส่งผลถึงการสร้างนวัตกรรมของนักเรียน สร้างคุณค่าให้เกิดคุณประโยชน์กับประเทศชาติด้วยการยกระดับพลิกโฉมคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น นับเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของชาติในระยะยาว

บริษัท มาจิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Majin International Ltd) ร่วมกับ หอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC) จัดงานสัมมนาเครือข่ายการแพทย์ ในหัวข้อ “การรักษา ฟื้นฟูสุขภาพ และ โนวาสเต็ม บีซี

บริษัท มาจิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Majin International Ltd) ร่วมกับ หอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC) จัดงานสัมมนาเครือข่ายการแพทย์ ในหัวข้อ “การรักษา ฟื้นฟูสุขภาพ และ โนวาสเต็ม บีซี”
(Regenerative Therapies & NovaStem BC)
แนะนำแนวโน้มอนาคตการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ (Regenerative Therapy) สำหรับอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงามไทย


กรุงเทพ, เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท มาจิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Majin International Ltd) บริษัทการค้าและผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำระดับสากล และผู้จัดจำหน่ายเพียงรายเดียวสำหรับผลิตภัณฑ์ RevMed NovaStem ในประเทศไทย ร่วมกับหอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC) และ จีไอเอ คลินิก (GIA clinic) ศูนย์ความงาม GIA Aesthetics จัดงานสัมมนา หัวข้อ “การรักษา ฟื้นฟูสุขภาพ และ โนวาสเต็ม บีซี” (Regenerative Therapies & NovaStem BC) โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์มาร่วมบรรยาย ได้แก่ ดร.นพ. กำพล ศรีวัฒนกุล ประธานกฎบัตรสุขภาพ และ ดร.คริส กอนอู คิม (Dr. Chris Gunwoo Kim) คลินิกสเต็มเซลล์ Le Diamant Stemcell โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลี, คลินิกชะลอวัยและศัลยกรรมความงาม ผู้ให้บริการด้านความงามทางการแพทย์ชั้นนำในเกาหลีใต้ เพื่อแลกเปลี่นความรู้ ความก้าวหน้าในเวชศาสตร์ฟื้นฟู และศักยภาพการพัฒนาในอนาคตสำหรับอุตสาหกรรมความงามในไทย ณ ห้องบอลรูม โรงแรมปาร์คไฮแอท กรุงเทพ
โดยงานสัมมนาครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ "Fondo Intercamerale 2024" ซึ่งหอการค้าไทย-อิตาเลียน ริเริ่มขึ้นเพื่อเพิ่มความร่วมมือทางการค้าระหว่างสมาชิก และอำนวยความสะดวก เพื่อการส่งเสริมการทำงานร่วมกันทั้งในเชิงเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และวัฒนธรรมในประเทศไทย


มร. แดเนียล คว็อก (Mr. Daniel Kwak) คู่ค้าทางธุรกิจ (Partner) บริษัท มาจิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและความงาม (Beauty and Personal care Products) ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 6,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นหนึ่งในตลาดใหญ่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น ยังเป็นปัจจัยหนุนสำหรับประเทศไทย ในการเป็นตลาดสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมด้านเวชศาสตร์ความงาม (Aesthetics Medicine Industry) โดยงานสัมมนาครั้งนี้ จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ เทรนด์อนาคตและความก้าวหน้าล่าสุด ในด้านการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ โดยใช้ โนวาสเต็ม (Novastem)”
การจัดงานในครั้งนี้ ได้เน้นย้ำถึงความโดดเด่นของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางสำหรับการบำบัดฟื้นฟู และนวัตกรรมทางการแพทย์ สัมมนานี้ ไม่เพียงแต่เน้นจุดเด่นของความก้าวหน้าทางนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเน้นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นประตูสำคัญของการพัฒนาในอนาคตของอุตสาหกรรมการแพทย์ด้านความงามอีกด้วย

เกี่ยวกับบริษัท มาจิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
บริษัท มาจิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Majin International Ltd) เป็นบริษัทการค้าและผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำระดับสากล และเป็นผู้จัดจำหน่ายเพียงรายเดียวสำหรับผลิตภัณฑ์ RevMed NovaStem ในประเทศไทย นำเสนออุปกรณ์การรักษาและฟื้นฟูเซลล์ด้วยนวัตกรรมระดับสูงด้วยการใช้เกล็ดเลือด (Platelet Rich Plasma : PRP) “TriCell PRP” สำหรับ แพทย์และคลินิกในอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงาม เพื่อใช้ในการรักษาฟื้นฟูเซลล์จากภายในโดยใช้เกล็ดเลือดของผู้ป่วยรายนั้นๆ โดยผ่านกรรมวิธีเฉพาะในการปั่นเพื่อแยกชั้นพลาสมา และสกัดเกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นสูงสุดมาใช้ฉีดกลับเข้าไปในร่างกายผู้ป่วย เพื่อไปกระตุ้นให้เซลล์เกิดการซ่อมแซมตัวเอง สำหรับอุปกรณ์ที่นำเข้ามาจำหน่ายนี้ ได้รับการออกแบบสำหรับผู้หญิงอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ที่สนใจการดูแลสุขภาพด้านความงาม และการชะลอวัย
เกี่ยวกับ RevMed
RevMed มีความมุ่งมั่นต่อพันธกิจในการพัฒนานวัตกรรมด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) เพื่อให้มนุษย์มีอายุยืนยาวขึ้น และเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บ นวัตกรรมนี้ครอบคลุมทั้งการสร้างสรรค์โซลูชั่นการรักษาด้วยยา และความล้ำหน้าด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ด้วยความทุ่มเท อดทน และอุตสาหะในทุกขั้นตอนของการพัฒนา โดยได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง และการรับรองมาตรฐานด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในประเทศและระดับสากล
https://rev-med.co.kr/en/main-en/
เกี่ยวกับ จีไอเอ คลินิก (GIA clinic) ศูนย์ความงาม GIA Aesthetics เป็นผู้ให้บริการด้านความงามและการดูแลสุขภาพระดับพรีเมียม ด้วยนวัตกรรมล่าสุดด้านเทคโนโลยีโปรแกรมความงาม (Aesthetic Treatments)
https://www.facebook.com/GIA.Aesthetics.TH/

SETA 2024 และ SustainAsia Week 2024 มหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย อัปเดตเทรนด์พลังงานกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก จุดประกายความหลงใหลในความยั่งยืน หนุนไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero

 

SETA 2024 และ SustainAsia Week 2024 มหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย

อัปเดตเทรนด์พลังงานกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

จุดประกายความหลงใหลในความยั่งยืน หนุนไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero 

      

ระเทศไทยพร้อมเปิดบ้านรับนานาชาติ โชว์ศักยภาพการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในงานสัปดาห์แห่งความยั่งยืน SustainAsia Week 2024 ภายใต้แนวคิด “Low Carbon & Sustainable ASEAN Economy” ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 จัดเต็มการแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีด้านพลังงานและการขนส่งยุคใหม่สุดล้ำ และการประชุมสัมมนาวิชาการเกาะติดเทรนด์สุดฮอตของโลก ไฮไลท์สำคัญ การประชุม “Asia CCUS Network Forum” ครั้งที่ 4 ผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศในภูมิภาค พร้อมเปิดเวที “โครงการขับเคลื่อน มองไกล เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด” หนุนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

 

โดยรัฐบาลไทยนำโดยนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงาน มุ่งมั่นผลักดันประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดตามข้อตกลงของการประชุมระดับผู้นำของรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28) เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ.2065                                  

 

ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ประธานการจัดงาน SustainAsia Week 2024 และ Sustainable Energy Technology Asia 2024 หรือ SETA 2024 กล่าวว่า การจัดงาน SustainAsia Week 2024 เป็นโอกาสที่ไทยและนานาชาติจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาดและไฟฟ้าสีเขียว เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดมลพิษ และสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานและเศรษฐกิจ โดยมี บริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพลังงาน สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรุงเทพมหานคร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้จัดเตรียมงานมหกรรมด้านพลังงานครั้งยิ่งใหญ่นี้ 

 

SustainAsia Week 2024 เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในยุคที่อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเผชิญกับความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทั้งนี้ หลังปี ค.ศ. 2040 เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ (CCS) และเทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอน การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ (CCUS) จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมายดังกล่าว” ศ.ดร.พิสุทธิ์ เผย 

   

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia : ERIA) ระบุว่าชาติสมาชิกอาเซียนมีการใช้เทคโนโลยี CCS ใน 85% โรงงานไฟฟ้าถ่านหิน และ 91% ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ไปจนถึงปี ค.ศ.2050 ดังนั้น การใช้เทคโนโลยี CCS จึงจำเป็นสำหรับประเทศที่ต้องการบรรลุเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน ปัจจุบัน มีการดำเนินโครงการ CCS หลายโครงการในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น อินโดนีเซียและมาเลเซีย ทั้งนี้ โครงการสาธิตเทคโนโลยี CCS ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและโอกาสทางธุรกิจด้วย ซึ่งคาดการณ์ว่า โครงการสาธิตเทคโนโลยี CCS จะค่อยๆ เปลี่ยนผ่านสู่โครงการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปี ค.ศ. 2025 – 2030

 

โดยงาน SETA 2024 มีการจัดงานพร้อมกัน 7 งานภายใต้แนวคิดหลัก Low Carbon & Sustainable ASEAN Economy การจัดงาน SETA 2024 และมีไฮไลท์ในเรื่องการใช้เทคโนโลยี CCUS และ Green Infrastructure เพื่อการ เข้าถึงคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ประกอบด้วยงานดังนี้

1.) งานแสดงพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย (Sustainable Energy Technology Asia 2024 : SETA 2024)

2.) งานแสดงเทคโนโลยีแสงอาทิตย์และระบบการกักเก็บพลังงาน (Solar+Storage Asia 2024 : SSA 2024)
3.) งานยานยนต์อนาคตของเอเชีย(Sustainable Mobility Asia 2024 : SMA2024)
4.) งานฟอรั่มในระดับรัฐมนตรีและระดับผู้นำ ในภาคตะวันออกและอาเซียน The Fourth Asia CCUS Network Forum (ACNF#4) จัดภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งอาเซียน ERIA และ IEEJ ประเทศญี่ปุ่น

5.) งานประชุมวิชาการเรื่องเซลล์แสงอาทิตย์ไทย ครั้งที่ 1 (The Thai Photovoltaic Science and Engineering Conference :Thai PVSEC-1) โดยคณะกรรมการ PVSEC-36 สมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย และ SETA เพื่อสร้างเวทีนําเสนอผลงานทางวิชาการเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ ของ ประเทศไทย และการเตรียมความพร้อมสําหรับการจัดงาน PVSEC ครั้งที่ 36 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน

6.) Energy job fair : Energy Job Fair เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ค้นหางานที่น่าสนใจกว่า 5,000 ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน, พลังงาน CSR และเทคโนโลยี พร้อมด้วยกิจกรรมให้ความรู้อย่างและตัวช่วยในการสมัครงาน (Resume Clinic) จาก Jobsdb by SEEK และไฮไลท์ที่น่าสนใจอีกมากมาย

7.) Sustainable Day : Leave Your Carbon Behind, Not People. พื้นที่กิจกรรมและเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนในแง่มุมของธุรกิจกับความยั่งยืนว่า ในโลกที่เผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือเศรษฐกิจก็ตาม กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยหรือมีความเปราะบางทางสังคมจะได้รับผลกระทบก่อนเป็นกลุ่มแรกเสมอ พื้นที่กิจกรรมนี้จึงตอกย้ำความตั้งใจที่ว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสามารถก้าวไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อม และผู้คนในสังคมได้อย่างยั่งยืนโดยไม่จำเป็นต้องทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

อีกหนึ่งเวทีที่น่าสนใจ คือ โครงการขับเคลื่อน มองไกล เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด  (Empowering Communities: Engaging Citizens in Local Sustainability Initiatives) โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้นำในระดับท้องถิ่น จึงจัดทำโปรแกรมให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อการตระหนัก เรียนรู้ และการสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้จริง ในการใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อพลังงานสะอาด เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนไปพร้อมกับทุกภาคส่วนในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริง

 

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน SustainAsia Week 2024 ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ รวมกว่า 15,000 คน จาก 55 ประเทศทั่วโลก เปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาขยายเครือข่ายทางธุรกิจ และแสดงศักยภาพของประเทศไทยในตลาดพลังงานเพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก

 

ติดตามความเคลื่อนไหว และไม่พลาดโอกาสเชื่อมต่อทางธุรกิจและความร่วมมือกับผู้นำด้านพลังงานและความยั่งยืนได้ที่เว็บไซต์ www.setaasia.com www.SolarStorageAsia.com และ www.sustainasiaweek.com ลงทะเบียนเข้างานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่คลิก: https://setaasia.com/registration/

                                                                                                                                                           

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2567

นายกฯ ส.ยัดห่วงประธานพิธีปิด บาสเกตบอลเยาวชนนานาชาติ 2567

ปิดศึกการแข่งขันบาสเกตบอลเยาวชนนานาชาติ 2567 หรือ ไอวายบีซี 2024 แข่งขันที่โรงเรียนนานาชาติรักบี้ จังหวัดชลบุรี งานนี้นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน พร้อมมอบถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และเกียรติบัตร ให้นักกีฬายัดห่วงชาย-หญิง ทั้งไทยและต่างชาติ

 


วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม ที่สนามบาสเกตบอลศูนย์กีฬาเว็บบ์ เอลลิส โรงเรียนนานาชาติรักบี้ (Rugby School Thailand) อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้มีพิธีปิดการแข่งขันบาสเกตบอลเยาวชนนานาชาติ 2567  หรือ ไอวายบีซี 2024 (International Youth Basketball Championships 2024) : IYBC 2024 จัดโดย "กลุ่มผู้ปกครองนักกีฬาบาสเกตบอลเยาวชนไทย" ภายใต้การสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน

ทั้งนี้ บาสเกตบอลเยาวชนนานาชาติ 2567 หรือ ไอวายบีซี 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 -5 สิงหาคม ที่โรงเรียนนานาชาติรักบี้ จังหวัดชลบุรี 

 




บาสเกตบอลรายการนี้ มีทีมเข้าแข่งขันคิดเป็นจำนวนนักกีฬาเยาวชนชาย -หญิง อายุ 12-18 ปี รวม 800 คน จาก 71 ทีม โดยมีที่มาจาก 12 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ครอบคลุม 5 ภูมิภาค ได้แก่ อาเซียน, เอเชียใต้, เอเชียตะวันออก, ตะวันออกกลาง และโอเชียเนีย สำหรับการแข่งขันจะแบ่งกลุ่มนักกีฬาประเภททีมชาย-หญิง เป็น 4 รุ่นอายุ ได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี โดยมีผู้เข้าแข่งขันทีมละ 5 คน ยึดหลักกติกาของสหพันธ์บาสเกตบอลระหว่างประเทศ (FIBA)

 


สำหรับพิธีปิดการแข่งขัน พร้อมกับมอบถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และเกียรติบัตรให้กับนักกีฬา โดยได้รับเกียรติจาก นายนิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย  เป็นประธาน  ส่วนบุคคลสำคัญที่เข้าร่วมในพิธีปิดการแข่งขัน พร้อมด้วยนายพีระวัฒณ์ มงคลศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดชลบุรี, นายจิม เกา ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสัมพันธภาพและประสานงานทีมนักกีฬาต่างประเทศ IYBC 2024 และ นางสาวชูพิศ ชุติธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสโครงการแข่งขับาสเกตบอลเยาวชนนานาชาติ 2567 หรือ IYBC 2024

 




ด้านผลการแข่งขันทีมชนะเลิศในแต่ละรุ่นประกอบด้วย

1. รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชาย ดิวิชั่น 1

รางวัลชนะเลิศ ทีม AIRONE

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม SIAM RAPTORS

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Broadstreet Elite Pilipinas

2. รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีชาย ดิวิชั่น 2

รางวัลชนะเลิศ ทีม Bave Sport Davao Pilipinas

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม Mowen Basketball Academy

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Next Generation Heat

3. รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ชาย ดิวิชั่น 1

รางวัลชนะเลิศ ทีม AIRONE

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม Broadstreet Elite Pilipinas

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Young Vikings Basketball

4. รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ชาย ดิวิชั่น 2

รางวัลชนะเลิศ ทีม ARAS GADING MUDA

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม XGC ELITE BASKETBALL

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Bave Sport Davao Pilipinas

5. รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี หญิ

รางวัลชนะเลิศ ทีม AIRONE

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม Ari SportTechPro

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Wisdom Sport Academy

6. รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ชาย ดิวิชั่น 1

รางวัลชนะเลิศ ทีม Broadstreet Elite Pilipinas

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม DPS BANGALORE SOUTH

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม SEAHAWKS JAKARTA

7. รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ชาย ดิวิชั่น 2

รางวัลชนะเลิศ ทีม SIAM RAPTORS

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม Wisdom Sport Academy

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม LBDL X Pilipinas

8. รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปีหญิง

รางวัลชนะเลิศ ทีม Wisdom Sport Academy

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม No One

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม SIAM RAPTORS

9. รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชาย ดิวิชั่น 1

รางวัลชนะเลิศ ทีม Traill International School

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม SIAM RAPTORS

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Sutomo Medan Indonesia

10. รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชาย ดิวิชั่น 2

รางวัลชนะเลิศ ทีม Own The Rock Academy

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม STARWORKS

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Kandy District

11. รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีหญิง

รางวัลชนะเลิศ ทีม SIAM RAPTORS

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม JCCSS

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Wisdom Sport Academy

 





ทางด้านรางวัล MVP ของแต่ละรุ่นมีดังนี้

1. รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชาย ได้แก่ หมายเลข 3 จากทีม Bave Sport Davao Pilipinas

2. รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ชาย ได้แก่ หมายเลข 19 จากทีม AIRONE

3. รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี หญิง ได้แก่ หมายเลข 5 จากทีม AIRONE

4. รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ชาย ได้แก่ หมายเลข 81 จากทีม Broadstreet Elite Pilipinas

5. รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี หญิง ได้แก่ หมายเลข 19 จากทีม Wisdom Sport Academy

6. รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชาย ได้แก่ หมายเลข 25 จากทีม Traill International School

7. รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี หญิง ได้แก่ หมายเลข 8 จากทีม SIAM RAPTORS

 





บาสเกตบอลเยาวชนนานาชาติ 2567  หรือ ไอวายบีซี 2024 (International Youth Basketball Championships 2024) : IYBC 2024 ได้รับการสนับสนุนจาก กรมพลศึกษา , สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย , โรงเรียนนานาชาติรักบี้ พร้อมด้วย บริษัท สยาม คานาเดี่ยน ฟู้ดส์ จำกัด , บริษัท สยาม คานาเดี่ยน กูร์เมต์ จำกัด บริษัท มอลเทน (ไทยแลนด์) จำกัด, โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาโพคารี่สเวท,บริษัท ทาท่า สปอร์ต จำกัด, บริษัท วินซ์ โปรดักส์ จำกัด,   ดิ เอเจนซี คอลเลจ รีครูท, .โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพ มักกะสัน, บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด,มาดาม ปลา ซัพพอร์ต บรา, บริษัท สยาม กลอรี่ วู้ดเวิร์ค จำกัด, บริษัท กรุงเทพออโตไวร์ แอนด์ เคเบิ้ล จำกัด , โอเชียน บลู เอ็นเนอร์จี้, บริษัท คอฟฟี่ สเลนเดอร์ ประเทศไทย จำกัด, อินเตอร์ พริ้นท์, มาม่า ในเครือบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ บริษัท โคมอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด

SASOM ชวนสายแฟชั่นเปิดประสบการณ์ช้อปแบรนด์เนมใน “Brandname Fest” 7 วันเต็ม มอบส่วนลดรวมสูงสุด 750,000 บาท พร้อมดีล One Price เริ่มต้นเพียง 3,900 บาท

แพลตฟอร์มช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นที่ให้บริการตรวจสอบความแท้ของสินค้าก่อนจัดส่ง เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนรักแฟชั่นและสินค้าแบรนด์เนมอีกครั...