วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2568

สนุกสนาน! อิศรากรณ์ สุวรรณทิพย์ ร่วมกิจกรรม ร.ร.คลองต้นไทร (สุขล้อมอุทิศ)จัดงานวันเด็กแห่งชาติ

 อิศรากรณ์ ! เอเชียวาณิช ร่วมกิจกรรม รร.คลองต้นไทร (สุขล้อมอุทิศ) จัดงานวันเด็ก 2568


นายอิศรากรณ์ สุวรรณทิพย์ กรรมการบริหาร บริษัท เอเชียวาณิช จำกัด ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนคลองต้นไทร (สุขล้อมอุทิศ) นางสาวบุญโสม อภิบุณโยภาส ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และนางสาวพิมนวัลย์ บุญชนิตวรณัน ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนคลองต้นไทร (สุขล้อมอุทิศ) นำคณะครู ให้การต้อนรับผู้ใหญ่ใจดี ที่มาร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 

นายอิศรากรณ์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ได้มีการมอบทุนการศึกษา พร้อมรางวัลให้แก่เด็กนักเรียนต้นแบบ รวมถึงเลี้ยงอาหารนานาชนิดแก่นักเรียนทั้งโรงเรียน และยินดีกับนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา รับรางวัลต่างๆ ของตนและจากผู้ใหญ่ใจดี  ที่นำมามอบให้กับเด็กๆ ในวันนี้ พร้อมอ่านสารคำขวัญ ของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งมอบไว้เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2568 ที่ว่า “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคต ที่เลือกเอง” 

ด้าน นางสาวพิมนวัลย์ กล่าวว่า ด้วยวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคม ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพราะเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่ง ซึ่งจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อจะได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี โรงเรียนคลองต้นไทร (สุขล้อมอุทิศ) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ขึ้น พร้อมอ่านคำขวัญ นายชัชขาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ให้ไว้เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่ว่า “ชีวิตเปลี่ยนได้ ด้วยนิสัยดีๆ เริ่มเลยทันที ไม่ต้องให้ถาม กี่โมง”  พร้อมกล่าวถึงวัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรมวันเด็กก็เพื่อสร้างเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชน ได้รับความสนุกสนาน กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ ตระหนักในสิทธิหน้าที่ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีพัฒนาการเต็มศักยภาพทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีสุขภาพพลามัยที่สมบูรณ์และห่างไกลจากยาเสพติด เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตน เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ”ตลอดจนขอบคุณ ผู้ใหญ่ใจดี และหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมสนับสนุนรางวัล ทุนการศึกษา และอาหารให้กับเด็กๆ ในกิจกรรมครั้งนี้









วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568

HEALING YOURSELF กับกิจกรรม “สันกำแปง ONSEN FESTIVAL ครั้งที่ 1” ♨️

 HEALING YOURSELF  กับกิจกรรม “สันกำแปง ONSEN FESTIVAL ครั้งที่ 1” ♨️

ครั้งแรกกับการเปิดโลกท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ HEALTH&WELLNESS

สัมผัสความผ่อนคลายด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย

“REFRESH YOURSELF!” 🍃ท่ามกลางธรรมชาติและน้ำพุร้อนที่จะช่วยเยียวยาและฟื้นฟูสุขภาพกายใจของคุณ😉

เต็มอิ่มกับการฟังดนตรี🎶, ชิมอาหารและเครื่องดื่มพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพ🍵 ศาสตร์การนวดแผนไทย  ศาสตร์แห่งความเย็นสุดฮิต ICE BATH

เรียนรู้วิถีชีวิต, วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน

💖สร้างประสงการณ์สนุกๆ อย่างสร้างสรรค์ด้วยตัวคุณเอง มีกิจกรรม WORKSHOP ให้ลองลงมือทำจริง อาทิ อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ, เบลนกาแฟ, ย้อนรอยตำนานช่างคนปั้นดิน

📍พบกันที่ “น้ำพุร้อน สันกำแพง” วันที่ 24 - 26 มกราคม 2568


#SANKAMPHENGONSENFESTIVAL

#น้ำพุร้อนสันกำแพง #สันกำแพง 

#ออนเซนเชียงใหม่ #SKPHOTSPRING #สันกำแพงเฟสติวัล #HEALTHY #WELLNESS

#ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ #AMAZINGTHAILAND

วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568

วช. ร่วมกับ HTAPC นำชุดความรู้ด้านผลกระทบสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 รับมือกับมลพิษทางอากาศ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

 


วันที่ 8 มกราคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนา “รู้ทันผลกระทบสุภาพจากฝุ่น PM2.5 ร่วมกับ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ (Hub of Talents of Air Pollution and Climate – HTAPC) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการเสวนาในครั้งนี้ ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ชั้น 1 อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)




ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึง วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมตามแผนงานสำคัญของประเทศ ให้ความสำคัญกับ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5” โดย วช. ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมเชิงรุกที่ช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง (PM2.5) ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและมีความเสี่ยงสูง และร่วมกับเครือข่ายนักวิจัย สถาบันวิจัย และหน่วยงานต่าง ๆ ในการช่วยกันขับเคลื่อนผลผลิตและผลสำเร็จจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งมีการต่อยอด ขยายผลกับชุมชนและหน่วยงานผู้ใช้ประโยชน์ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมา วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม เพื่อลดการปลดปล่อย PM2.5 จากแหล่งกำเนิด และจำนวนวันที่มีปริมาณ PM2.5 เกินค่ามาตรฐานลดลง จึงกำหนดกรอบวิจัยและนวัตกรรมขึ้น จนเกิดเป็นผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ และนำไปสู่เป็น “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ” หรือ HTAPC ภายใต้แผนงานการพัฒนาการเป็นศูนย์กลางกำลังคนระดับสูง (Hub of Talent) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) โดยการจัดเสวนาในครั้งนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ให้กับประชาชน เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นสุขภาพอีกด้วย




ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “รู้ทันผลกระทบสุขภาพจากฝุ่น PM2.5” และมีการเสวนาในหัวข้อย่อยต่าง ๆ ดังนี้ 




1. เรื่อง “สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย” โดย ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ 


2. เรื่อง “ผลกระทบสุขภาพจากฝุ่น PM2.5” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.บุญรัตน์ ทัศนีย์ไตรเทพ แห่งคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 

3. เรื่อง “ผลกระทบสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ในกลุ่มเด็ก” โดย อาจารย์ พญ.รัชนีวรรณ สินิทธ์กุล แห่งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 


4. เรื่อง “มาตรการรับมือกับผลกระทบสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนของกระทรวงสาธารณสุข” โดย นางสาวนัยนา ใช้เทียมวงศ์ ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข



ทั้งนี้ การเสวนาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อการเสวนาช่วยเพิ่มความเข้าใจในผลกระทบของ PM2.5 ต่อสุขภาพ ส่งเสริมมาตรการลดผลกระทบผ่านการวิจัยและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และสร้างความพร้อมในการรับมือปัญหา PM2.5 ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กและผู้ป่วยเรื้อรัง

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2568

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานสุดปลื้ม! แรงงานไทยเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถกว่า 6,000 คัน เดินทางกลับเข้าทำงานอย่างปลอดภัยหลังปีใหม่

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานสุดปลื้ม! แรงงานไทยเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถกว่า 6,000 คัน เดินทางกลับเข้าทำงานอย่างปลอดภัยหลังปีใหม่



นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่ห่วงใยประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานตั้งจุดบริการตรวจสภาพรถ ช่วงก่อนและระหว่างเทศกาลปีใหม่ รวม 9 วัน ให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ระหว่างวันที่ 24 - 1 มกราคม 2568 โดยสามารถเข้ารับบริการตั้งแต่ 24 - 27 ธ.ค. 67 ณ สถาบัน และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกจังหวัด และในช่วงวันที่ 28 ธ.ค 67 - 1 ม.ค. 68 ณ จุดบริการบนถนนสายหลักหรือสายรองทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดนครสวรรค์ นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ฯลฯ นั้น


นายเดชา กล่าวต่อว่า ตลอดช่วงระยะเวลา 9 วันที่ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานตั้งจุดบริการดังกล่าว มีประชาชนเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมจำนวน ทั้งสิ้น 6,471 คัน แบ่งเป็น ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 24 - 27 ธ.ค.67 รถยนต์ จำนวน 944 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 2,003 คัน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.67 - 1 ม.ค.68 เป็นรถยนต์ จำนวน 1,143 คัน รถจักรยานยนต์ 2,381 คัน รวมจำนวน 3,524 คัน

ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้แรงงานไทยได้เดินทางท่องเที่ยวหลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดปี และได้กลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะครอบครัว พร้อมทั้งเดินทางกลับมาทำงานอย่างปลอดภัย ในส่วนของการให้บริการล้างแอร์ฟรี บ้านละ 1 เครื่อง จำนวน 10,000 ครัวเรือน สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ขอให้รอการติดต่อกลับของเจ้าหน้าที่ และจะเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป อธิบดีกล่าวทิ้งท้าย


วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568

“พรรคไทยสมาร์ท” ออกตัวแรง..อย่าล้ำเส้น จี้รัฐบาลพิจารณาประเด็นร้อนเกาะกูด MOU 44 ของไทย 100 เปอร์เซ็น

 “พรรคไทยสมาร์ท” ออกตัวแรง..อย่าล้ำเส้น จี้รัฐบาลพิจารณาประเด็นร้อนเกาะกูด MOU 44  ของไทย 100 เปอร์เซ็น




นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสมาร์ท จัดแถลงข่าวกรณี เกาะกูด หรือ MOU 44 งัดหลักฐานอ้างเป็นของไทย 100 % และจะสู้ให้ถึงที่สุด จะดูความเคลื่อนไหวของรัฐบาล 1 เดือน หากรัฐบาลนิ่งเฉยในเรื่องนี้ก็จะยกระดับการคัดค้านให้ถึงที่สุด 




เมื่อเร็วๆนี้ (26 ธ.ค.) ที่โรงแรมดิเอมเมอร์รัล ถนนรัชดาภิเษก กทม. นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสมาร์ท จัดแถลงข่าวประเด็นเกี่ยวกับเกาะกูด MOU 44 ในหัวข้อ เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน เป็นเรื่องที่ไม่สามารถเจรจาต่อรองกันได้ เราต้องการให้คนไทยทำหน้าที่พลเมือง การแถลงข่าวครั้งนี้ต้องการให้ความรู้กับประชาชน และให้เพื่อนบ้านได้เข้าใจตามหลักฐานที่ถูกต้อง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกบันทึกความเข้าใจพื้นที่ทับซ้อนของไหล่ทวีปหรือ "MOU 44" ที่ไทยลงนามร่วมกับกัมพูชาไว้เมื่อปี 2544 โดยนายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสมาร์ท ชี้แจงว่า  ตัวเองเกิดมาตั้งแต่เกิด และเป็นเจ้าของที่ดินในเกาะกูด อ.เกาะกูด เกิดมาก็รับรู้มาตลอดว่าเกาะกูดเป็นของประทศไทย   ไม่ใช่ของกัมพูชา และไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลดำเนินการไปตามสัญญา MOU44 เพราะนั้นอาจทำให้ไทยเสียดินแดนในส่วนนี้ไปได้ เขมรลากเส้นเอง ซึ่งมันไม่ถูกต้อง “อย่าล้ำเส้น”   ซึ่งตัวเองและชาวเกาะกูด ก็จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมมองว่า MOU44 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ได้ผ่านรัฐสภา  จึงจี้รัฐบาลพิจารณาประเด็นร้อนเกาะกูด MOU 44  ของไทย 100 เปอร์เซ็น



พร้อมกันนี้ในช่วงท้าย นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสมาร์ท ได้ร่วมพูดคุยสนทนาและให้ความรู้กับกับพิธีกร 2 ท่านคือ น.ส.ธนัญญา  พิพิธวณิชยการ (แตงกวา) และ มิ้นท์ รพิรัตน์ นาดี  โดยกล่าวว่าครอบครัวตนเป็นคนเกิดที่อำเภอเกาะกูด มีครอบครัวอยู่ที่นั่นมาตลอด   ตนเกิดมาที่นี่ส่วนมากทำสวนมะพร้าว ยางพารา และปัจจุบันเจริญเติมโต ก็มีรีสอร์ท ที่พัก ที่ท่องเที่ยวสวยๆ หลายจุด  และที่สำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆของประเทศ จึงรู้มาว่าเกาะกูดไม่ได้เป็นของกัมพูชา อยู่ๆจะมีการแบ่งเขตและผลประโยชน์กันหน้าตาเฉยไม่ได้  เพราะไม่ได้เป็นตามหลักสากล แต่กัมพูชามาขีดเส้นทางทะเลเอง ในฐานะที่เป็นชาวเกาะกูดใน อ.เกาะกูด  จึงอยากให้รัฐบาลยกเลิก MOU 44 เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศไทยไว้ และศึกษารายละเอียดเชิงลึกในเรื่องนี้อย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้ไทยเสียเปรียบและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าไทยไม่ควรเสียดินแดนทางทะเลไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว


เพราะฉะนั้นเขตแดนนี้ก็ไม่เป็นไปตามสนธิสัญญา สยาม-ฝรั่งเศษ ตามที่กัมพูชากล่าวอ้างไม่ได้ และอีกอย่างจึงยังไม่มีผล เพราะไม่ผ่านรัฐสภา แต่เราต้องจี้รัฐให้โปร่งใส ชัดเจน แน่นอน จึงต้องมีการเรียกร้องให้ถึงที่สุด  และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีพระบรมราชโองการ ประกาศเส้นเขตแดนของไทยเองเช่นกัน ซึ่งปรากฏในพระบรมราชโองการประกาศเขตไหล่ทวีปของประเทศไทย ด้านอ่าวไทยปี 2516 และตามด้วยการประกาศเขตไหล่ทวีปของเวียดนามในปี 2517


สำหรับการออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ก็ต้องให้ความรู้กับประชาชน และรักที่จะป้องกันประเทศ พร้อมให้รัฐบาลจงพิจารณาและชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจ  1 เดือน หากรัฐบาลนิ่งเฉยในเรื่องนี้ ก็จะยกระดับการคัดค้านให้ถึง ที่สุด

สามารถติดตามคลิปเต็มได้ที่ ช่องYouTube บันเทิงสตอรี่ หรือคลิ๊กลิ้งค์ https://youtu.be/iAyATFVfM4U

จังหวัดระยอง จัดใหญ่! จัดเต็ม! คืนข้ามปี ในงาน "อ่าวมะขามป้อมเคาท์ดาวน์ 2025"

 จังหวัดระยอง จัดใหญ่! จัดเต็ม! คืนข้ามปี ในงาน "อ่าวมะขามป้อมเคาท์ดาวน์ 2025"


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง ร่วมกับ จังหวัดระยอง องค์การบริหารส่วน จังหวัดระยอง เทศบาลตำบลสุนทรภู่ สมาคมประมงสุทรภู่ เดอะ รีสอร์ท วิลล่า และบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดงาน "อ่าวมะขามป้อมเคาท์ดาวน์ 2025" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้คอนเซ็ปต์ "A Shade of Living สีสันแห่งอ่าวมะขามป้อม สีสันแห่งความสนุก เคาท์ดาวน์ ดูพลุฟังเพลงริมเล"  โดยมี นายกันตภณ สุขสงค์ นายอำเภอแกลง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง นายคเชนทร์ แจ่มใส. นายกเทศมนตรีตำบลสุนทรภู่ นางพรทิพย์ วีระพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กิจกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคมและโครงการพิเศษ ผู้แทนบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ “SPRC” และนางณัฐณิชา โยธาแก้ว เรอโน ผู้จัดการฝ่าย CSR The Resort Villa ร่วมในพิธีเปิดงาน โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมาก ที่มาร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขและความสนุกสนานไปพร้อมกัน ณ บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวมะขามป้อม แหลมแม่พิมพ์ ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 





การจัดงานอ่าวมะขามป้อมเคาท์ดาวน์ในปีนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง และสร้างความสุขให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-31 ธันวาคม 2567 ภายในงานมีกิจกรรมการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล อาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ประกอบด้วย พลพล พลกองเส็ง, วง Motif, และไท ธนาวุฒิ 



ทั้งนี้ ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ศิลปิน Motif  และ ไท ธนาวุฒิ ได้มาร่วมแสดงดนตรี ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลย "พลุสายรุ้งตระการตา" จุดยาวเป็นระยะเวลาถึง 15 นาที ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก ด้วยสีสันที่สวยงามและรูปแบบที่แปลกตา ทำให้ท้องฟ้าเหนืออ่าวมะขามป้อมสว่างไสวไปด้วยแสงสีที่งดงามตระการตา ผู้คนต่างพากันยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพและคลิปวิดีโอเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก


งาน "อ่าวมะขามป้อมเคาท์ดาวน์ 2025" ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง และเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้มาร่วมงาน นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดระยองในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของประเทศไทย


การจัดงานในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดระยองในการจัดงานระดับนานาชาติ และเป็นการตอกย้ำความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดระยองอีกด้วย.






#AoMAKHAMPOMCountdown2025 

#AmazingRayong

#TATRayong

#อ่าวมะขามป้อมเคาท์ดาวน์2025 #เที่ยวระยอง

#สุขทันทีที่เที่ยวระยอง

#กินทุเรียนอร่อยก่อนใครไประยอง

SASOM ชวนสายแฟชั่นเปิดประสบการณ์ช้อปแบรนด์เนมใน “Brandname Fest” 7 วันเต็ม มอบส่วนลดรวมสูงสุด 750,000 บาท พร้อมดีล One Price เริ่มต้นเพียง 3,900 บาท

แพลตฟอร์มช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นที่ให้บริการตรวจสอบความแท้ของสินค้าก่อนจัดส่ง เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนรักแฟชั่นและสินค้าแบรนด์เนมอีกครั...