วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568

"บิ๊กแจ๊ส" หนุนจัดศึก "ปทุมธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ซอฟท์เทนนิส ทัวร์นาเม้น 2025" นักหวด 9 ชาติ ร่วมดวล ที่ มทร.ธัญบุรี คลอง หก ระหว่าง 17-20 ธ.ค.นี้

"บิ๊กแจ๊ส" หนุนจัดศึก "ปทุมธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ซอฟท์เทนนิส ทัวร์นาเม้น 2025" นัก
หวด 9 ชาติ ร่วมดวล ที่ มทร.ธัญบุรี คลอง หก ระหว่าง 17-20 ธ.ค.นี้


     "บิ๊กแจ๊ส" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ร่วมกับสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดแข่งขัน "ปทุมธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ซอฟท์เทนนิส ทัวร์นาเม้น 2025" นักหวด 9 ชาติรวมไทยเจ้าภาพดวลเดือด 16-20 ธ.ค.68 ที่สนามเทนนิส ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี
 
   
วันที่ 11 ธ.ค.68 เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุมสงค์ธนาพิทักษ์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี  ร่วมกับนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย , นายบรรลือชัย ผิวสานต์ นายกฯกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย , กรรมการบริหารสมาคมฯ , ผู้บริหาร อบจ.ปทุมธานี และสื่อมวลชน ร่วมในการแถลงข่าวการจัดการแข่งขันซอฟท์เทนนิสนานาชาติ "ปทุมธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ซอฟท์เทนนิส ทัวร์นาเม้นท์ 2025" ในระหว่างวันที่ 16-20 ธ.ค.68 ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลโยราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี
     โดยพล ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ในฐานะประธานในการแถลงข่าวกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันรายการนี้ว่า "อบจ.ปทุมธานี ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันรายการนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว และปีนี้พิเศษกว่า 3 ปีที่ผ่านด้วยการปรับการแข่งขันจากการแข่งขันเฉพาะนักกีฬาไทยเท่านั้นเป็นรายการระดับนานาชาติ และจัดในห้วงเวลาเดียวกับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ด้วยเหตุผลที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติที่ได้มาตราฐานของ จ.ปทุมธานี และความสามารถของนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย ที่สามารถแข่งขันรายการระดับนานาชาติกับนักกีฬาซอฟท์เทนนิสชาติสมาชิกอาเซี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากที่มีเป้าหมายหลักที่ต้องการให้ประชาชนทั่วไป เมื่อนึกถึงกีฬาซอฟท์เทนนิสต้องนึกถึง จ.ปทุมธานี นอกจากนี้เรายังพร้อมสนับสนุนกีฬาชนิดอื่นๆอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน
     นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย กล่าวว่า"ต้องขอบคุณท่านนายก อบจ.ปทุมธานี ที่ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันรายการนี้ รวมถึงผู้สนับสนุนราย อื่นๆ ซึ่งการจัดแข่งขันจะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย เพื่อเตรียมพร้อมในการแข่งขันรายการอื่นๆต่อไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นการยกระดับมาตราฐานการจัดการแข่งขันของสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสฯ ในระดับนานาชาติให้สูงยิ่งขึ้นอีกด้วย
     ส่วนผู้สนับสนุนหลัก คุณธานินทร์ วรรณะ และ คุณวิชญารัตน์ ศิริกุลเลิศรัฐ จาก บ.มาร์คไปโอเทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า" เราให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันของสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทยมาตลอด 4 ปี ด้วยเล็งเห็นศักยภาพของนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย และยังพร้อมให้การสนับสนุนต่อไปในอนาคตด้วยความยินดี เพื่อความสำเร็จในทุกด้านของสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย
    

 สำหรับการแข่งขัน"ปทุมธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ซอฟท์เทนนิส ทัวร์นาเม้นท์ 2025 จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 16 ธ.ค.68 เวลา
15.00 น. ที่ อาคารที่พักผู้เข้ารับการฝึกอบรม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา ต.รังสิต อ ธัญบุรี จ.ปทุมธานี  

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง สมาคมนักข่าวบันเทิงร่วมกับ “สายไหมอเวนิว”โดยมีผู้อำนวยการเขตสำนักงานเขตสายไหม เป็นประธานในการเปิดงาน เปิดรับบริจาคช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมเหล่าบรรดาศิลปินดารานักร้องจิตอาสาร่วมงาน

ดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง สมาคมนักข่าวบันเทิงร่วมกับ “สายไหมอเวนิว”โดยมีผู้อำนวยการเขตสำนักงานเขตสายไหม เป็นประธานในการเปิดงาน เปิดรับบริจาคช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมเหล่าบรรดาศิลปินดารานักร้องจิตอาสาร่วมงาน


เมื่อวันที่ 3-4 ธ.ค.2568 ที่ผ่านมา ดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง,สมาคมนักข่าวบันเทิง,สำนักงานเขตสายไหม,ตลาดวงศกร,สวนนันทวันปาร์ค 888 ร่วมกับ สายไหม อเวนิว พร้อมด้วยหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้การสนับสนุนการจัดงานโดยได้รับความอนุเคราะห์จากผู้บริหารของ”สายไหม
อเวนิว”

ย่านใจกลางถนนสายไหม เขตสายไหม เปิดให้ใช้สถานที่เพื่อจัดกิจกรรมเป็นศูนย์ จุดรับบริจาคการช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชนที่นำสิ่งของมามอบให้ รวมทั้ง 2 วันในการจัดงานครั้งนี้


ในส่วนของผู้จัดงานโดยมี น.ส.จินตนา เมธากิตติพร(นา ดาราวาไรตี้)ประธานบริหารดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง และ นายปราโมทย์ สารรัตน์ นายกสมาคมนักข่าวบันเทิง รวมถึง ดร.กู้ ท่าน้ำนนท์ บรรณาธิการบริหารดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง

ซึ่งได้ให้การต้อนรับ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ได้เดินทางมาร่วมเป็นเกียรติในงานพร้อมกับเป็นประธานกล่าวเปิดงานรวมถึงแขกท่านผู้มีเกียรติอาทิเช่น นายชัยวัฒน์ รังษีภโนดร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสายไหม,พ.ต.อ.ณธัชพงศ์ กิรัมย์ ผกก.สน.สายไหม,นายเฉลิมพล รัตนพิทักษ์
ประธาน กต.ตร.สายไหม,คณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตสายไหม,นายทรงสิทธา จันทรา กรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

มาดามนันทวัน สวนนันทวันปาร์ค 888,อ.มงคลพัฒน์ ทิพยจันทร์,น.อ.ดร.รณยุทธ หิรัญบูรณะ,ดร.ชาญณรงค์ นักเรียง,ดร.สมมารถ พึ่งจันดุม,ดร.ฐิตารีย์ ชัยคุณทวีชลธร(ฟาร์โรห์ จิว) พร้อมทั้งศิลปินดารานักร้องที่เริ่มทยอยเดินทางกันมา อย่างเช่น ติ๊ก ชิโร่ ศิลปินดารานักร้อง,พิชัย น้อยรอด อดีตผู้กำกับภาพยนตร์,ทีมผู้สร้าง 4 ทรชนคนอันตราย,เหลือเฟือ มกจ๊ก ซ่าส์ หมาว้อ,ชาลี พันหน้า,สาววงเดือน ดารา,
ภารดี ฉัตรานันท์,ทีมงานละครสั้นแสงอาทิตย์อะคาเดมี่,เอก ฐากร,ธัช พระสมุทร,ตุ๋ย ดอกกระโดน,หนุ่มสมบัติ วงทิพย์,อ๋อมแอ๋ม,ชาติ มหาชน,สมใจลักษณ์กลิ่นธูป,พร ข่าวกรม,

นายไทยใหญ่รัฐพร แก้วเก้าศิริ ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ไทยโปลิศพลัศ,นายศิริเดช เดชะไกศยะ,นายสรรเสริญ จันทรมณี,ป๋าเหน่ง หนังสือพิมพ์ 4 เหล่าทัพ,วินิจ นิ่มราศรี,โก้ ทยากร, นายรัชฏะ สมรทินกร,คุณธัญญารัตน์ นันต๊ะรัตน์,คุณดาราธร วงศ์เดชภากร รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ได้เดินทางร่วมมาเป็นเกียรติในงานนี้อีกจำนวนมาก


บรรยากาศในงานอบอุ่นไปด้วยภาพของพี่น้องประชาชนที่ตั้งใจเดินทางร่วมบริจาคสิ่งของต่างๆเพื่อมอบให้กับพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม อีกทั้งศิลปินดารานักร้องที่มาร่วมสร้างสีสันความบันเทิงพร้อมทั้งมอบความสุขในด้านเสียงเพลงให้กับหลายท่านที่อยู่ภายในบริเวณงาน
ไฮไลท์ครั้งนี้เหมือนมินิคอนเสิร์ตย่อยๆโดยได้รับความกรุณาแบบจิตอาสาสุดๆของนักร้องดังในตำนานอย่างติ๊ก ชีโร่ ที่มาวาดลวดลายสร้างความครื้นเครงรวมถึง ปีเตอร์ โมดิฟาย

และศิลปินพันหน้า ซ่าส์ หมาว้อ ชาลี พันหน้า หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยน กับนักร้องจิตอาสา ศิลปินจิตอาสา รวมถึงน้องๆนักเรียนนักศึกษาขึ้นร้องเพลงร่วมแจม เรียกเสียงกรี๊ด ดังสนั่นลั่นบนเวที สร้างความสุขให้กับผู้ที่มาร่วมทำบุญร่วมบริจาคสิ่งของอย่างมีความสุขร่วมสนุกไปกับงาน

นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก”นายจีรเกียรติ ภูมิสวัสดิ์”อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยภริยา จัดเต็มสนับสนุนการจัดงานนำอุปกรณ์สิ่งของมามอบให้ พร้อมกับเชิญทีมงานทุกคนรับประทานอาหารที่”ร้านครัวคุณตุ้ม”แบบสั่งไม่อั้นกินเต็มที่เพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน

วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568

Pilgrym แบรนด์น้ำหอมสายมู จัดพิธีมงคลส่งท้ายปีเก่าด้วยพลังแห่งศรัทธา

Pilgrym แบรนด์น้ำหอมสายมู จัดพิธีมงคลส่งท้ายปีเก่าด้วยพลังแห่งศรัทธา



แบรนด์น้ำหอมสายมู Pilgrym (พิวกริม) โดย บริษัท พลัส 1 จำกัด จัดมหาพิธีบูชาสามมหาเทพ พระพิฆเนศ พระแม่ลักษมี และพระวิษณุ เพื่อส่งท้ายปีเก่าด้วยศรัทธา โดยมีดารานักแสดง มายด์ ณภศศิ สุรวรรณ, เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า และ หยก ทอง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังใน TikTok มาร่วมงาน เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ณ เรือนไทยนวลจันทร์ กรุงเทพฯ  

พิธีเริ่มด้วยการแห่และภารตะนาฏยัม (รำถวาย) เป็นการสื่อสารศรัทธาผ่านร่างกาย จิตใจ และดนตรี เพื่ออัญเชิญพลังศักดิ์สิทธิ์ เสริมมงคล ชำระจิตใจ และเชื่อมศรัทธา ของผู้ร่วมงานกับเทพโดยตรง ทำให้ทุกก้าวของการรำ เป็นทั้งบทสรรเสริญและพลังบวกที่ใหลเข้าสู่ชีวิต จากนั้น ตามด้วยพิธีบูชาสามมหาเทพ ได้แก่ พระพิฆเนศ พระแม่ลักษมี และพระวิษณุ โดยผู้ร่วมงานได้ร่วมขอพร เพื่อความเป็นการรับพลังงานดีๆ สุขสมหวังในทุกพรที่ปรารถนา ต้อนรับปีใหม่ที่กำลังมาถึง ช่วยเสริมพลังและความเป็นสิริมงคล

สำหรับน้ำหอมสายมู Pilgrym ชื่อมาจากคำว่า Pilgrim ที่หมายถึง “ผู้เดินทางแสวงบุญ” ตัวตนของแบรนด์จึงเกิดจากความเชื่อในพลังแห่งเทพฮินดู ผสานกับความเชี่ยวชาญด้านน้ำหอม จนเกิดเป็น “น้ำหอมสายมู” ที่ใช้กลิ่นเป็นพลังเสริมบุคลิก ความมั่นใจ และดึงดูดพรดี ๆ ให้กับผู้ใช้  

น้ำหอม Pilgrym รุ่นพิเศษ ผ่านการปลุกเสกในพิธีบูชามหาเทพฮินดู ผ่านพิธีปูจา (ปลุกเสกน้ำหอม) จากพราหมณ์ที่ประเทศเนปาล และนำไปบูชาในวัดที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ 3 แห่งในเนปาล

โดยเนปาลเป็นดินแดนที่หลอมรวมรากฐานของพุทธและฮินดู เป็นแผ่นดินประสูติของพระพุทธเจ้า และที่ตั้งของเทวสถานฮินดูที่สืบทอดมาหลายพันปี มีความเป็นธรรมชาติ พลังบริสุทธิ์ มีเทือกเขาหิมาลัย ที่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ

 ​น้ำหอม Pilgrym รุ่นพิเศษ ได้แก่

Pashmina Kiss – น้ำหอมแห่งความรักและความร่ำรวย (พระแม่ลักษมี)

ปลุกเสกที่ วัดปัญจมหาลักษมี เทวสถานศักดิ์สิทธิ์แรกในโลกที่อุทิศให้กับประทับของ พระแม่ลักษมีทั้ง 5 ปาง ที่หาได้ยากมากๆ ได้แก่ Dhana (ความมั่งคั่ง), Dhanya (ความอุดมสมบูรณ์), Santana (บุตรหลาน), Vijaya (ชัยชนะ) และ Aishwarya (ความรุ่งเรือง) ผู้คนมาขอพรเรื่องโชคลาภ การงานรุ่งเรือง ครอบครัวมีความสุข 

Mantra Mist – น้ำหอมแห่งโชคลาภและความแคล้วคลาด (พระวิษณุ)

ปลุกเสกที่ วัดชางกูนารายัน วัดโบราณอายุกว่า 1,500 ปี (ตั้งแต่ศตวรรษที่ 4) และเป็นมรดกโลก UNESCO ประดิษฐานองค์พระวิษณุ ผู้คนเชื่อว่ามีอำนาจปกป้องจากภัยร้าย และช่วยให้ครอบครัวมั่นคง

Everest Dreams – น้ำหอมแห่งความสำเร็จ (พระพิฆเนศ)

ปลุกเสกที่ วัดกมลาฑีคเนศ เทวสถานสำคัญกลางกาฐมาณฑุ ประดิษฐานองค์พระพิฆเนศ ผู้ขจัดอุปสรรคและเปิดทางสู่ความสำเร็จ

ความพิเศษอีกหนึ่งอย่าง คือ กลิ่นน้ำหอมของ Pilgrym ถูกออกแบบโดยนักปรุงน้ำหอมระดับประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และส่วนผสมต่างๆ ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้น้ำหอม Pilgrym นั้นนอกจากจะเต็มไปด้วยพลังแห่งเทพแล้ว ยังมาพร้อมคุณภาพให้ลูกค้าทุกคนสามารถฉีดได้อย่างมั่นใจ

แบรนด์ Pilgrym เป็นน้ำหอมที่ยึดมั่นในคุณค่าแห่งศรัทธา ความประณีตสร้างสรรค์ และพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เพื่อให้ผู้ใช้สัมฤทธิ์ผลในทุกคำอธิษฐานและพรที่ตั้งใจขอ

เสนอเร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ให้มีอัตราเดียวหลังรัฐสูญรายได้กว่า 7 หมื่นล้าน

เสนอเร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ให้มีอัตราเดียวหลังรัฐสูญรายได้กว่า 7 หมื่นล้าน


ล่าสุดกรมสรรพสามิตได้เผยแพร่ข่าวข้อเสนอการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ให้กระทรวงการคลังพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในเดือน ธันวาคมนี้ หลังมีการศึกษามายาวนาน 
รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทรกิตติ์ เนตินิยม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเศรษฐศาสตร์ ในฐานะนักวิชาการอิสระ ซึ่งได้เข้าร่วมรับฟังผลการศึกษางานวิจัยเรื่องภาษีสรรพสามิตบุหรี่ของกรมสรรพสามิตเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 และได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของกลุ่มเกษตรกรยาสูบพื้นที่จังหวัดสุโขทัย มีความเห็นว่า “การสร้างความชัดเจนของโครงสร้างภาษีบุหรี่มีความจำเป็นอย่างมากต่อกลุ่มเกษตรกรในฐานะผู้ผลิต ซึ่งรัฐบาลควรเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะล่าสุดของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังที่จะปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จาก 2 อัตราให้เป็นอัตราเดียวโดยเร็วที่สุด เพราะผลการศึกษายืนยันแล้วว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่ตามมูลค่า 2 อัตรานั้น ไม่มีประสิทธิภาพทั้งด้านรายได้และผลกระทบโดยรวมทางด้านสาธารณสุข หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ คาดว่าจะทำให้รัฐสูญรายได้มากกว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยาสูบมีการเติบโตติดลบ กระทบกับกลุ่มเกษตรกรยาสูบตั้งแต่มีการใช้โครงสร้าง 2 อัตราในปี 2560 เป็นต้นมา” 
“โครงสร้างภาษีอัตราเดียวไม่ได้มีผลกระทบต่อบุหรี่ผิดกฎหมายหากมีการกำหนดอัตราภาษีที่เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่งในวันที่ได้เข้าร่วมรับฟังผลงานวิจัยทางกรมสรรพสามิตก็ได้รับทราบประเด็นดังกล่าวและรวมไว้ในผลการศึกษาอยู่แล้ว การปรับโครงสร้างภาษีเป็นอัตราเดียวในครั้งนี้จึงไม่น่ามีผลต่อการเพิ่มขึ้นของบุหรี่เถื่อน ในทางกลับกันบุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการปรับภาษี 2 อัตรา โดยเฉพาะหลังเดือนตุลาคม 2564 ที่มีการปรับนโยบายภาษีบุหรี่ครั้งล่าสุด ซึ่งทำให้บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นสูงจากการที่รัฐบาลยุคนั้นยังคงเลือกที่จะคงโครงสร้างบุหรี่แบบ 2 อัตราไว้จนถึงปัจจุบัน”
รศ. ดร. ภัทรกิตติ์ ยังเสริมว่า “รายงาน WHO Report on the Global Tobacco Epidemic (2025) ได้เสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของภาษียาสูบ โดยรวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างภาษีที่ไม่เป็นมาตรฐานและการยกเว้นโครงสร้างภาษีที่เอื้อประโยชน์ให้ยาสูบบางประเภท จึงอาจอนุมานได้ว่าสำหรับประเทศไทย เรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไขคือ โครงสร้างภาษียาสูบแบบหลายอัตรา (Multiple Tiers) ซึ่งเอื้อให้ตลาดยาสูบราคาถูกขยายตัว โดยรายงานของ WHO ยังคงพบปัญหานี้ใน 31 ประเทศ จาก 178 ประเทศ ซึ่งใช้ระบบภาษีหลายอัตรา ทำให้มาตรการภาษียาสูบไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการใช้ภาษีอัตราเดียวหรือที่เรียกว่า Uniform Tax Rate
นอกจากนี้ รายงาน WHO ยังได้ยกตัวอย่างประเทศปากีสถาน ซึ่งกำหนดภาษียาสูบมีความซับซ้อน เนื่องจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาสูบ โดยในปี 2556 ปากีสถานได้นำระบบภาษีสรรพสามิตบุหรี่แบบ 2 อัตรามาใช้ แม้รายได้ภาษีจะเพิ่มขึ้นในช่วงแรก แต่หลายปีต่อมารายได้ของรัฐบาลกลับลดลง ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่ผู้ผลิตรายงานยอดผลิตสินค้าต่ำกว่าความจริง ทำให้ในปี 2560 รัฐได้กำหนดเพิ่มอัตราภาษีอีก 1 ชั้น รวมเป็นอัตราภาษี 3 อัตรา เพื่อลดภาษีให้กับบุหรี่ราคาถูก แต่มาตรการนี้กลับส่งผลเสีย ทำให้รายได้จากภาษียาสูบของรัฐบาลลดลงประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2561 เพียงปีเดียว และเป็นเหตุให้ประเทศปากีสถานยุบรวมภาษี 3 อัตราจนเหลือ 2 อัตรา ในปี 2562” 
รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทรกิตติ์ เนตินิยม จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งตัดสินใจให้โครงสร้างภาษีบุหรี่ เป็นอัตราเดียว โดยไม่ควรรอรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง เพราะส่งผลต่อรายได้ของรัฐบาลจากภาษีบุหรี่สูญหายไปจำนวนมาก

ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี ชูธงการเรียนรู้แบบ Active Learning GPAS 5 Step คือหัวใจ พลิกโฉมนักเรียนไทยให้เป็นนวัตกร

ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี ชูธงการเรียนรู้แบบ Active Learning  GPAS 5 Step คือหัวใจ พลิกโฉมนักเรียนไทยให้เป็นนวัตกร



          เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568  ที่ ห้องประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน( ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง) จังหวัดนครราชสีมา ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบนโยบาย การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ระดับห้องเรียน โดยมี ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เป็นผู้กล่าวรายงาน ในการประชุมวิชาการครั้งนี้ มีผู้บริหารโรงเรียนและครูจากโรงเรียนต้นแบบในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ยโสธร มหาสารคาม ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และนครราชสีมา จาก 86  โรงเรียน จำนวน  1,151 คน เข้าร่วม ทั้งนี้ มีการนำเสนอผลงานนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู และนวัตกรรมนักเรียนมากกว่า 700 รายการ 



ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) มีโรงเรียน 25,009 โรง มี ครู ผู้บริหาร และบุคลากร รวมกว่า 500,000 คน เพราะฉะนั้นนโยบายและจุดเน้นที่สำคัญประการหนึ่ง คือ ต้องมีการพัฒนาผู้บริหาร ครูบาอาจารย์ เพื่อให้มีความรู้ประสบการณ์ที่จะไปพัฒนาผู้เรียนที่มีอยู่ประมาณ 6 ล้านคน ดังนั้นอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์กับเด็กนักเรียนสามารถพัฒนาครูและให้กำลังใจครูอาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมพัฒนาการเรียนการสอนการใช้กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ที่ให้เด็กมีส่วนร่วม มีความสุขในการเรียน ก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหารและครูที่จะต้องตระหนัก รวมถึงศึกษานิเทศก็เป็นกำลังสำคัญ  เพราะฉะนั้นเราต้องเน้นการพัฒนาคนในทุกรูปแบบ เพื่อให้คิดเรียนรู้พัฒนาสิ่งใหม่ ๆ โดย Active Learning ก็เป็นกระบวนการที่พัฒนาครูให้เข้าใจการเรียนการสอน การจัดทำสื่อ การให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนและตอบโจทย์ รมว.ศึกษาธิการ ที่กล่าวไว้ว่าการเรียนการสอนต้องมีความหลากหลายกับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม และมีการวัดประเมินผลที่หลากหลายสอดคล้องกับศักยภาพของนักเรียนแต่ละกลุ่มด้วย ซึ่งเป็นไปตามหลักของพหุปัญญา 


           ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ความร่วมมือวันนี้ให้ถือเป็นสิ่งที่ดียิ่งของฝ่ายผลิตและพัฒนาครูที่ได้มาทำงานร่วมกัน เพื่อให้ไปถึงเด็กเพราะฉะนั้นการพัฒนา Active Learning จึงเป็นเรื่องสำคัญจำเป็นต้องมีการขยายผลด้วยรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ โดยเรามีการจัดกิจกรรมเป็นรายภูมิภาค ทำให้เห็นว่ามีกิจกรรมของนักเรียน นวัตกรรมของเด็กที่เกิดจากการอบรมและพัฒนาครู ศึกษานิเทศก์และผู้บริหาร ทำให้นักเรียนได้ร่วมคิด ผลิตงาน มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมา และทำให้เห็นว่าเด็กไทยทุกระดับมีศักยภาพในตัวเอง เพียงแต่ครูอาจารย์จะดึงศักยภาพเด็กออกมาเป็นนวัตกรรมได้แค่ไหน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ท้าทายการจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน และวันนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าครูอาจารย์ที่มีหัวใจจิตวิญญาณความเป็นครูและผู้บริหารได้มานำเสนอผลงานของลูกหลาน และเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าถ้าครูเก่ง ศึกษานิเทศก์เก่ง ผู้บริหารให้ความสำคัญผลก็จะเกิดกับเด็ก ทำให้เด็กเป็นคนเก่ง คนดี และ มีความสุข “Active Learning คือ หัวใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งถ้าทำได้แล้วก็จะอยู่ในหัวใจของเด็ก ของครู เด็ก ๆ จะเจริญก้าวหน้า ไม่ว่าจะเรียนในสาขาใดก็จะสามารถใช้กระบวนการคิดในการสร้างนวัตกรรมได้ รวมถึงครูอาจารย์เองก็จะมีความสุข ทำให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ไปพร้อมกับครู ซึ่งแน่นอนว่านโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ว่าถ้าครูมีผลงาน มีความรู้ ความสามารถก็จะประเมินวิทยฐานะตามศักยภาพของครู ก็จะเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานให้กับครู ทำให้ครูทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนการสอนมากขึ้น และจะมีรายได้จากผลการทำงานวิชาการด้วย ซึ่งเป็นผลที่เชื่อมโยงกันมาเมื่อเด็กได้ดี ครูก็ได้ดี สังคมไทยก็จะได้ดี เพราะทุกวันนี้เขาแข่งกันด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ดังนั้นขอให้ครูอาจารย์ผู้บริหารภาคภูมิใจกับความเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง เป็นคนที่จุดประกายการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ต่อไป”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว


           ผศ.ดร.คณิศรา ธัญสุนทรสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กล่าวว่า การประชุมวิชาการครั้งนี้ เป็นการเติมเต็มบทบาทภารกิจของมหาวิทยาลัยที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านคุณภาพบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะความสามารถในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps แล้วนำไปสู่การเรียนรู้ของนักเรียน และจากความร่วมมือครั้งนี้เท่าที่คุยกับ ดร.ศักดิ์สิน โรจนสราญรมย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว) ซึ่งเป็นผู้จุดประกายกระบวนการเรียนรู้นี้ คิดว่า ปี 2569 จะต้องขยายผลต่อแน่นอน และกระบวนการนี้ไม่ใช่เป็นกระบวนการที่จะใช้กับโรงเรียนของ สพฐ.เท่านั้น แต่ระดับอุดมศึกษาก็สามารถใช้กระบวนการนี้ในการบ่มเพาะและพัฒนาทักษะ ความสามารถ ของผู้เรียนได้ โดยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ในเรื่องของการค้นหาองค์ความรู้และการวิจัยต่าง ๆ เพื่อนำไปต่อยอดในเรื่องของนวัตกรรม ซึ่งกระบวนการนี้มีความสำคัญมากในการผลิตบัณฑิตที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป
ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดี ม.ราชภัฏอุดรธานี กล่าวว่า การทำงานร่วมกันกับ สพฐ.เป็นมิติที่เป็นภารกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฎที่ได้นำการเรียนรู้ แบบActive Learning เข้าไปช่วยพัฒนาครู เพื่อให้เป็นการเรียนการสอนที่เป็นปกติวิสัย โดยนำเรื่องของ  GPAS 5 Steps เข้ามาเปลี่ยนครูจากการเป็นผู้บรรยายมาเป็นคุณอำนวย  ซึ่งกลุ่มแรกที่เข้ามาร่วมคือ ศึกษานิเทศก์ ที่จะไปทำงานกับครูเพื่อให้ครูไปทำงานกับเด็ก จะเห็นว่า GPAS 5 Steps ที่ครูถอดออกมาสร้างเป็นสื่อการเรียน ทำให้เด็กว้าว ครูก็ว้าว การเรียนการสอนของครูจึงไม่ใช่ให้เด็กจดจำแต่สอนให้เด็กเกิดกระบวนการคิด ตอนนี้ครูไม่ใช่สอนหนังสือ แต่เป็นคุณอำนวยไปแล้ว ถือว่าครูได้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ตอนนี้ครูส่วนใหญ่ก็เริ่มเข้าใจแล้วมีการปรับตัวนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์มากขึ้น เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวอยากให้โครงการนี้กระจายออกไปอีก เพื่อให้กระเพื่อมไปทั่วประเทศ เพราะคือการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา เปลี่ยนระบบคิดของครู  ถึงแม้ครูทำงานหนักนอกห้องเรียนแต่พอมาถึงห้องเรียนคนที่แอคทีฟคือเด็ก โดยครูจะทำหน้าที่กำกับให้ถูกต้อง ถ้าวันหนึ่งไม่มีครูแต่เด็กได้กระบวนการที่ถูกต้องก็จะเป็นเกราะป้องกันทั้งเรื่องความรู้และคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งเด็กจะไปได้อีกไกล


           ดร.ศักดิ์สิน โรจนสราญรมย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว)  กล่าวว่า เท่าที่ได้คุยกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ทราบว่า ต้องการปรับแนวทางการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยโดยใช้กระบวนการนี้  เพราะเป็นการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ไม่ใช่เรียนแค่ระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษาเท่านั้น แต่ระดับมหาวิทยาลัยก็เรียนได้ แม้แต่ต่างประเทศก็สามารถเรียนได้เช่นกัน  ทั้งนี้ ถ้าประเทศไทยจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ทั้งประเทศจะทำให้เรามีนวัตกรรมเป็นล้านนวัตกรรม เพราะประเทศไทยมีเด็ก 10 ล้านคน ถ้าสร้างนวัตกรรมได้ล้านนวัตกรรม ลองคิดดูว่าเศรษฐกิจไทยจะไปได้ไกลขนาดไหน ซึ่งที่ผ่านมามีชาวต่างชาติให้ความสนใจเรื่องนี้และอยากมาดูงาน ตนมองว่าสิ่งนี้น่าจะผลักดันให้เป็นจุดขายของประเทศไทยได้
“ขณะนี้นโยบายของ สพฐ.และ นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ไปในทิศทางเดียวกันที่จะพัฒนาครูและกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งเป็นจุดสำคัญมาก เพราะถ้าชูธงเรื่องการพัฒนาครูจะมีความหมายมากกว่าพัฒนาหลักสูตร เพราะการพัฒนาหลักสูตรเป็นแค่การพัฒนาหนังสือเรียน เนื้อหาไม่เกี่ยว จริง ๆ แล้วเนื้อหาทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นเรื่องที่เด็กต้องรู้ เพราะเป็นบริบทของประเทศบริบทของชีวิตคนไทย แต่จะให้เข้าใจรู้ความหมายเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ได้ต้องใช้ Active Learning  ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ไปศึกษาให้เข้าใจรู้ความหมายของทั้งบริบท เมื่อเข้าใจแล้วก็เอากระบวนการ GPAS 5 Steps ไปเรียนรู้ต่อ และไปสร้างนวัตกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม ต่ออาชีพของตนเอง ของพ่อแม่ เป็นการต่อยอดไปเรื่อย ๆ ไม่จบสิ้น”ดร.ศักดิ์สินกล่าวและว่า จากการเสนอผลงานวันนี้ ตนรู้สึกภาคภูมิใจที่ทำให้เด็กภาคอีสานตอนล่างมีความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างเยอะมาก เช่นการที่เด็กสามารถพัฒนารูปทรงเลขาคณิตให้เป็นรูปแบบของอาหารทำให้อาหารน่ารับประทาน ซึ่งเป็นการบูรณาการได้ทั้งหมดจริง ๆ และจากการสอบถามครูผู้สอนก็บอกว่าเป็นแนวทางจัดการเรียนการสอนที่ง่ายและดีมาก ซึ่งคาดไม่ถึง เพราะฉะนั้นโดยเป้าหมายของตนคืออยากเห็นเด็กทางภาคอีสานนำวัตถุดิบในพื้นที่มาสร้างเป็นนวัตกรรมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ข้าวของ เครื่องใช้ และถ้าทุกภูมิภาคของประเทศไทยทำได้แบบนี้ เชื่อว่าประเทศไทยจะมีนวัตกรรมเยอะมาก ๆ

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568

"เสี่ยโก้"โปรโมเตอร์มวยโลก ร้องนายกฯ โดน บ.แพลน บี ร่วมเจ้าหน้าที่รัฐโกง!สู้มา10 ปีไม่ได้รับความเป็นธรรม

"เสี่ยโก้"โปรโมเตอร์มวยโลก ร้องนายกฯ โดน บ.แพลน บี ร่วมเจ้าหน้าที่รัฐโกง!
สู้มา10 ปีไม่ได้รับความเป็นธรรม


"เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมของเอเชีย 3 สถาบัน เดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรม ในวันคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) พร้อมหอบหลักฐานเหตุการณ์ บ.แพลน บี. ร่วมมืออดีตเจ้าหน้าที่ภาครัฐปลอมแปลงเอกสารสำคัญ ทำให้ตนเสียหายกว่า กว่า 5,000 ล้านบาท และภาครัฐสูญรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท


     วันที่ 9 ธ.ค.68 ที่ ฮอลล์ 4 อิมแพค เมืองทองธานี รัฐบาล ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. , สำนักงาน ป.ป.ท. , องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดงาน "วันต่อค้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด "HERO OF THE TRUTH ร่วมหยุดคอร์รัปชั่น" โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายยกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งโอกาสนี้ "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลก ของ "ก่อเกียรติ บ็อกซิ่ง กรุ๊ป จำกัด" เตรียมนำหลักฐาน บ.แพลน บี.ร่วมอดีตผู้บริหาร ขสมก.ทุจริตสัมปทานโฆษณา บนรถเมล์ ขสมก. และตนเองได้รับความไม่เป็นธรรมจนเกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จากการกระทำของ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด และอดีตผู้บริหาร  ขสมก.เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่รัฐร่วมทุจริตปลอมลายเซ็นต์นายก่อเกียรติและภรรยาเพื่อยึดครองสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ขสมก. ก่อให้เกิดความเสียหายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 มีการทุจริตภายในร่วมกับภาคเอกชนร่วมการปลอมแปลงและเปลี่ยนแปลงเอกสารทางราชการจำนวนมาก 


     เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก บ.ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ได้รับสัมปทานบนรถเมล์ ขสมก. ซึ่งจำนวนรถที่จะติดป้ายโฆษณาเพิ่มขึ้นตามสัญญาแต่ละช่วง ก่อนที่ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด และอดีตผู้บริหาร ขสมก.ได้เร่งขยายสัญญาโฆษณาล่วงหน้า 5 ปี และมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าตอบแทนกับจำนวนรถที่โฆษณา ทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ ขสมก.ได้รับ เมื่อเทียบกับรายได้ของ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด ทำให้ บ.ก่อเกียรติ กรุ๊ป ต้องเป็นผู้รับผิดชอบกรณีการขาดทุนที่จะเกิดขึ้นในเวลาอีก 10 ปี 


    ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเจตนาทุจริตร่วมกันระหว่าง บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด และ อดีตผู้บริหาร ขสมก.ด้วยการปลอมลายเซ็นต์ นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และภรรยา เพื่อถือครองสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ขสมก.โดยมิชอบด้วยการเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้น จนทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และความเสียหายต่อภาครัฐไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท 


     นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ เผยว่าตนเองเชื่อมั่นในระบบความยุติธรรมของประเทศไทยมาโดยตลอด และในวันที่ 9 ธันวาคม ซึ่งเป็น "วันคอร์รัปชั่นสากล" (ประเทศไทย) ได้มีการจัดกิจกรรม "HERO OF THE TRUTH" ร่วมหยุดคอร์รัปชั่น เพื่ออนาคตไทยที่โปร่งใสและยั่งยืน ที่ ฮอลล์ 4 อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เวลา 09.00 น. โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมของเอเชีย 3 สถาบัน จึงเดินทางมาพบกับ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรม และยังเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามการทุจริตคิดมิชอบ เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ประชาชนทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขสืบไป

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568

สพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ลงใต้ ส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนหลังสถานศึกษากว่า 800 แห่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ หนุนรถบรรทุกเสริมกำลังขนส่งสิ่งของ ขณะรัฐมนตรีศึกษาธิการย้ำยืนเคียงข้างครู–นักเรียนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ลงใต้ ส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนหลังสถานศึกษากว่า 800 แห่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ หนุนรถบรรทุกเสริมกำลังขนส่งสิ่งของ ขณะรัฐมนตรีศึกษาธิการย้ำยืนเคียงข้างครู–นักเรียนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย


เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่สวนวันครู สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ นำโดย ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “คาราวานช่วยเหลืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ประจำปี 2568” เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่สถานศึกษา นักเรียน ครู และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายจังหวัดในภาคใต้


ภายในงานมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, รองเลขาธิการ กพฐ., ผู้บริหาร สพฐ., ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง


หนึ่งในกำลังสำคัญของภารกิจครั้งนี้คือ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธาน พว. ซึ่งประกาศสนับสนุน รถบรรทุกสำหรับขบวนคาราวาน เพื่อใช้ลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภค ชุดยังชีพ วัสดุฟื้นฟูสถานศึกษา และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ลงสู่พื้นที่ประสบภัยใน 10 จังหวัดภาคใต้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งและความรวดเร็วในการเข้าถึงโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก


จากรายงานสถานการณ์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พบว่า อุทกภัยรอบนี้ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้ถึง 813 แห่ง จากทั้งหมด 7,012 แห่ง คิดเป็นกว่า 11.59% ของสถานศึกษาในพื้นที่ นักเรียนที่ได้รับผลกระทบมีมากถึง 90,453 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะเดียวกันครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบมีจำนวน 8,206 คน นอกจากนี้ ยังมีการเปิด ศูนย์พักพิงในสถานศึกษา 142 แห่ง รองรับผู้ประสบภัยรวมกว่า 12,433 คน ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี สตูล สงขลา พัทลุง และนราธิวาส

เลขาธิการ กพฐ. รายงานว่า สพฐ. ได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงานผู้ประสบอุบัติภัย ที่ส่วนกลางและในพื้นที่ พร้อมจัดสรรงบเยียวยาระยะสั้นแล้วกว่า 3.15 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและครู รวมถึงลงพื้นที่มอบสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ระหว่างการฟื้นฟูสถานศึกษาในรอบแรก


ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ระบุว่า คาราวานครั้งนี้สะท้อนความห่วงใยของกระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ. ที่มีต่อสถานศึกษาในภาคใต้ พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าช่วยเหลือและฟื้นฟูด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสวัสดิการ ความปลอดภัย และการดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนและครู เพื่อให้ทุกโรงเรียนสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้โดยเร็วที่สุด


ภายหลังพิธีเปิด ขบวนคาราวานจาก สพฐ. พร้อมรถบรรทุกที่ได้รับการสนับสนุนจาก ประธาน สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ หรือ พว. ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ได้ออกเดินทางลงสู่พื้นที่ทันที เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกในพื้นที่จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการช่วยเหลือเชิงรุกของ สพฐ. และพันธมิตรทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันยืนหยัดเคียงข้างสถานศึกษาภาคใต้จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลายอย่างสมบูรณ์.

SASOM ชวนสายแฟชั่นเปิดประสบการณ์ช้อปแบรนด์เนมใน “Brandname Fest” 7 วันเต็ม มอบส่วนลดรวมสูงสุด 750,000 บาท พร้อมดีล One Price เริ่มต้นเพียง 3,900 บาท

แพลตฟอร์มช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นที่ให้บริการตรวจสอบความแท้ของสินค้าก่อนจัดส่ง เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนรักแฟชั่นและสินค้าแบรนด์เนมอีกครั...