การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าผลักดันโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่–มหาชัย ระยะทางประมาณ 36.8 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี หลังผลการศึกษาความเหมาะสมชี้ชัดว่าโครงการมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและมีศักยภาพในการยกระดับการเดินทาง การค้า การลงทุน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรีและจังหวัดสมุทรสาคร
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 (การประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ) ณ โรงแรมเซ็นทรัลเพลส จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย ดร.พิชิต จำนงพิพัฒน์กุล ผู้จัดการโครงการ กล่าวรายงาน และ ดร.พิเศษ เสนาวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วม โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่–มหาชัย ร่วมชี้แจงผลการศึกษาและตอบข้อซักถามจากผู้เข้าร่วมประชุม
ภายในงานมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมกว่า 200 คน นำโดย นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ (ปลัดแต) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร และ นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดสมุทรสาคร เขต 1 ซึ่งร่วมรับฟังผลการศึกษา พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อให้โครงการตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากที่สุด
โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่–มหาชัย ใช้โครงสร้างทางยกระดับตลอดสาย โดยประมาณร้อยละ 75 ของแนวเส้นทางอยู่ในเขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยลดผลกระทบด้านการเวนคืนที่ดิน เพิ่มความปลอดภัยจากจุดตัดทางรถไฟ และรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการศึกษายังระบุว่า โครงการมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 71,224.06 ล้านบาท และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ด้วยมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) กว่า 31,602 ล้านบาท อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อค่าใช้จ่าย (B/C Ratio) 1.69 และอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) ร้อยละ 12.12 สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
การรถไฟแห่งประเทศไทยยืนยันว่าจะรวบรวมข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป เพื่อผลักดันให้โครงการสำคัญนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานหลักในการขับเคลื่อนจังหวัดสมุทรสาครสู่อนาคต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น