วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

สช.สงขลา พลิกโฉมการศึกษาเอกชน ดึง AI – Active Learning ผ่าน GPAS 5 Steps ยกระดับ 162 โรงเรียนปลอดภัย สร้างภูมิคุ้มกันเชิงรุกดูแลจิตใจเด็ก


เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเซาท์เทอร์นแอร์พอร์ต อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สช.สงขลา จับมือ พว. เดินหน้ายกระดับคุณภาพการศึกษา และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนเอกชน 162 แห่ง นำกระบวนการเรียนรู้ Active Learning ด้วย GPAS 5 Steps จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ “162 Schools Safe & Care + Strong โรงเรียนอุ่นใจ ใส่ใจทุกคน สร้างภูมิคุ้มกัน” โดยมีผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน 350 คน เข้าร่วม เพื่อยกระดับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ควบคู่กับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่สร้างทักษะคิดขั้นสูงและภูมิคุ้มกันทางสังคม ทุกมิติ ให้เยาวชน ผสานเทคโนโลยี AI สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้เด็ก รู้เท่าทันภัยออนไลน์ จัดการอารมณ์และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง พร้อมพัฒนาครูให้เข้าใจและดูแลผู้เรียนได้ตรงตามความต้องการ


  ดร.บุศรินทร์ นาคอุบล ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ความปลอดภัยของนักเรียนต้องครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ โรงเรียนจึงต้องมีระบบดูแลช่วยเหลือที่ชัดเจน สามารถคัดกรอง เฝ้าระวัง และช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพจิตและภัยคุกคามในสังคมออนไลน์ พร้อมพัฒนาครูให้มีความรู้ด้านจิตวิทยาเบื้องต้น แม้ไม่ได้สำเร็จการศึกษาด้านนี้โดยตรง เพื่อสร้างความไว้วางใจให้เด็กกล้าเปิดใจเมื่อเผชิญปัญหา อย่างรอบด้าน ทั้งนี้ สช.สงขลา จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนเอกชนทั้ง 162 แห่ง เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนเกิดผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณ พว. ที่สนับสนุนงบประมาณ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และเครื่องมือเทคโนโลยีในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและครู “การนำแพลตฟอร์ม PW Plus และกระบวนการ GPAS 5 Steps มาใช้ จะช่วยสนับสนุนให้ครูจัดการเรียนรู้ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิด การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาของนักเรียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการรับมือกับภัยออนไลน์และปัญหาสังคม ขณะเดียวกันครูยังสามารถประสานส่งต่อนักเรียนที่มีความเสี่ยงไปยังเครือข่ายสาธารณสุขหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และทันท่วงที อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะไม่จบเพียงการจัดอบรม แต่จะมีระบบติดตามและประเมินผลโรงเรียนเอกชนที่เข้าร่วมทั้ง 162 แห่ง โดยร่วมกับกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับวิธีประเมินจากการตรวจเอกสารรายงาน มาเป็น การประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment)โดยจะนำเครื่องมือคัดกรองดิจิทัลและระบบ Digital Journaling มาใช้ติดตามพัฒนาการและร่องรอยกระบวนการคิดของนักเรียน ตลอดจนประเมินคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือ เพื่อนำผลที่ได้กลับไปปรับปรุงการดำเนินงานของแต่ละโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน”ดร.บุศรินทร์ กล่าวและว่า เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการทำให้โรงเรียนปลอดภัยจากอันตรายเท่านั้น แต่ต้องการให้เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง มีสุขภาพจิตที่ดี มีภูมิคุ้มกันทางความคิด รู้จักการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เคารพสิทธิผู้อื่น และสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ ขณะเดียวกันผู้ปกครองต้องเกิดความเชื่อมั่นว่า เมื่อส่งบุตรหลานมาเรียนโรงเรียนเอกชนแล้ว เด็กจะได้รับทั้งการคุ้มครองสิทธิและการพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้าน” ดร.บุศรินทร์ กล่าว


ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการพัฒนากระบวนการคิด ขั้นสูง ที่เป็นแบบแผนเชิงระบบ ไม่ใช่เพียงการเฝ้าระวังหรือแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาให้ผู้เรียนรู้จักรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และกลั่นกรองข้อเท็จจริง สร้างองค์ความรู้ ลงมือปฏิบัติ และประเมินตนเองอย่างเป็นระบบ
กระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้เด็กมีทักษะคิดวิเคราะห์ แยกแยะสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม รู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี รวมถึงสามารถควบคุมอารมณ์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้ด้วยเหตุผล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตในสังคมที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ดร.ศักดิ์สิน ยังชี้ว่า การศึกษาต้องก้าวข้ามการเรียนแบบท่องจำเพื่อสอบ ไปสู่การสร้างความรู้ที่ แท้จริง ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในทุกศาสตร์ทุกวิชา โดยมี AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนครู เป็นแอปพลิเคชัน ทั้งการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ การสร้างกิจกรรมกระตุ้นความคิด และการประเมินสมรรถนะผู้เรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อลดภาระงานและเพิ่มโอกาสให้ครูดูแลเด็ก เพื่อยกระดับความสามารถเป็นรายบุคคลมากขึ้น

ขณะที่เสียงสะท้อนจากผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในจังหวัดสงขลา แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของบริบทการศึกษา และโอกาสในการนำ GPAS 5 Steps ไปประยุกต์ใช้จริง


ดร.ถนัด อนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนแสงทองวิทยา เห็นว่า การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning จะช่วยพัฒนาผู้เรียนได้เต็มศักยภาพ ควบคู่กับการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้ และผู้ปกครองมั่นใจในการส่งบุตรหลานมาโรงเรียน

นายยูซุฟ แขกพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาคาร กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีปัญหาและความต้องการแตกต่างกัน จึงเห็นความสำคัญของการนำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาผสานกับวิถีการศึกษาตามหลักศาสนาอิสลาม โดย GPAS 5 Steps เป็นอีกแนวทางที่สามารถศึกษาและพัฒนาต่อยอดสู่การจัดกิจกรรมในห้องเรียนได้

นางสุนันทา เขียวหอม ผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติบลูมส์เบอรี่–หาดใหญ่ กล่าวว่า แม้โรงเรียนนานาชาติจะมีรูปแบบการเรียนรู้แตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป แต่สามารถนำกระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps ไปเสริมการจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะรายวิชาภาษาไทย ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมการสอน และขยายองค์ความรู้สู่เครือข่ายโรงเรียนอีก 4 แห่ง

นายมังโสด หมะเต๊ะ ผู้อำนวยการโรงเรียนสันติวิทย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนศึกษาสงเคราะห์ที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส มองว่า Active Learning และ GPAS 5 Steps มีความสำคัญต่อการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีศักยภาพแตกต่างกัน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรม พร้อมเสนอให้มีการอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับครูใหม่ที่หมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติงานในแต่ละปี


สำหรับการอบรมครั้งนี้ พว. สนับสนุนงบประมาณ วิทยากร และเครื่องมือการเรียนรู้ รวมถึงการนำ AI มาช่วยจัดการข้อมูล คัดกรองและติดตามนักเรียนกลุ่มเสี่ยง โดยมุ่งเชื่อมโยงระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเข้ากับกระบวนการจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps เพื่อให้โรงเรียนสามารถพัฒนาเด็กได้ทั้งด้านความรู้ ทักษะชีวิต และการรับมือกับปัญหาสังคม ความร่วมมือของ สช.สงขลา และ พว. จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาทักษะครู แต่เป็นการวางรากฐานให้โรงเรียนเอกชนทั้ง 162 แห่ง ก้าวสู่การเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัย สร้างเด็กให้คิดเป็น รู้เท่าทันโลก และมีภูมิคุ้มกันจากภายใน เพื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพในสังคมอนาคต


ราชวินิตบางเขนเดินหน้า AI สู่ห้องเรียนจริง เตรียมหลักสูตรปี 70 ดึงครูรุ่นใหม่ขับเคลื่อน GPAS 5 Steps


พว. ผนึก สพม.กท 2 พัฒนาครูใช้ AI ควบคู่ Active Learning โรงเรียนบรรจุ AI และนวัตกรรมในแผนพัฒนา 5 ปี ชูครู Gen Y เชื่อมเทคโนโลยีกับการเรียนรู้ของเด็กยุคดิจิทัล


เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ความท้าทายของการศึกษาไทยจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ครูใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ต้องตอบให้ได้ว่า AI จะช่วยให้ครูเข้าใจความแตกต่างของผู้เรียน ลดข้อจำกัดในห้องเรียน และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนได้อย่างไร โดยไม่ทำให้เด็กพึ่งพาเทคโนโลยีจนขาดกระบวนการคิดด้วยตนเอง


วันที่ 29 ตุลาคม 2569 สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 (สพม.กท 2) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ AI Classroom Management ที่โรงเรียนราชวินิตบางเขน เพื่อพัฒนาศักยภาพครูในการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้กับหลักสูตร Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มุ่งยกระดับการจัดการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ผู้เรียนรายบุคคล


ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ร่วมถ่ายทอดแนวคิดผ่านระบบ Video Conference โดยเน้นการพัฒนาครูให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง หรือ Change Agent พร้อมเสนอให้บุคลากร Gen Y เป็นสะพานเชื่อมประสบการณ์ของครูต่างรุ่นกับเทคโนโลยีและพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนยุคใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการใช้ AI ควบคู่กระบวนการ GPAS 5 Steps อย่างเป็นระบบ


แนวคิดดังกล่าวมุ่งใช้ AI สนับสนุนการรวบรวมข้อมูล การคิดวิเคราะห์ การลงมือปฏิบัติ การสื่อสารองค์ความรู้ และการประเมินผล โดยครูยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทางการเรียนรู้และทำหน้าที่โค้ช กระตุ้นให้นักเรียนตั้งคำถาม คิดแก้ปัญหา และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง


ด้าน นางขวัญสุดา วงษ์แหยม รองผู้อำนวยการ สพม.กท 2 กล่าวว่า ครูจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่สามารถช่วยจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน พร้อมขอบคุณ พว. ที่เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพครูและผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การนำ AI มาใช้ร่วมกับ Active Learning ผ่าน GPAS 5 Steps ยังช่วยลดข้อจำกัดของการเรียนรู้ โดยเฉพาะเนื้อหาที่ไม่สามารถทดลองจริงในห้องเรียนได้ ผ่านการจำลองสถานการณ์และสื่อที่ช่วยให้นักเรียนเห็นภาพและเชื่อมโยงความรู้สู่การปฏิบัติ ขณะเดียวกันยังช่วยลดเวลาในการผลิตสื่อการสอน ทำให้ครูมีเวลาเพิ่มขึ้นในการดูแลและส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียน


นายสามารถ จันหา ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิตบางเขน เปิดเผยว่า โรงเรียนให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะ AI ของครูมาอย่างต่อเนื่อง โดยบุคลากรส่วนใหญ่เป็นครูรุ่นใหม่ อายุประมาณ 20–30 ปี ซึ่งมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีอยู่แล้ว การอบรมร่วมกับ พว. ครั้งนี้ จึงเป็นการเติมเต็มทักษะการนำ AI ไปใช้จัดการเรียนการสอนจริงในห้องเรียน ให้สอดคล้องกับแนวทาง Active Learning และกระบวนการ GPAS 5 Steps เพื่อให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนโดยตรง


ที่สำคัญ โรงเรียนได้จัดทำหลักสูตรด้าน AI เตรียมใช้ในปีการศึกษา 2570 พร้อมบรรจุเรื่อง AI และนวัตกรรมไว้ในแผนพัฒนาสถานศึกษาระยะ 5 ปี ขณะที่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทุกคนได้รับ iPad สำหรับใช้ในการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการสืบค้นข้อมูล การเข้าถึงสื่อการสอน และการเรียนรู้ด้วยตนเองเมื่อมีการนำ AI มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ โรงเรียนยังได้หารือกับ พว. ถึงแนวทางพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้วย AI ในแต่ละกลุ่มสาระวิชา เพื่อนำมาเสริมการสอนของครู โดยจะต้องพิจารณาความเหมาะสม ทดลองใช้ และประเมินข้อดีข้อจำกัดก่อนนำไปใช้จริง เพื่อให้เทคโนโลยีตอบโจทย์การจัดการเรียนรู้และเกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียน

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้าน Active Learning และ GPAS 5 Steps เข้ากับเทคโนโลยี AI โดยมีบุคลากรทางการศึกษารุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน ขณะที่โรงเรียนราชวินิตบางเขนเตรียมต่อยอดสู่หลักสูตรและแผนพัฒนาสถานศึกษาในระยะยาว

โจทย์สำคัญจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการทำให้ครูใช้ AI ได้คล่องขึ้น แต่ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีจะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ ทำให้เด็กคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้มากเพียงใด

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เจ้าสำนักสงฆ์พุปะหัง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์งานบุญกฐินสามัคคีประจำปี 2569 รับมอบเงินกฐินสามัคคีจากประธานฝ่ายฆราวาส 4 รายนำโดยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รวมกว่า สองแสนบาท มั่นใจยังมีผู้มุ่งมั่นศรัทธาในพระพุทธศาสนา ยืนยันจะนำเงินกฐินสมทบปัจจัยซื้อที่ดินถวายเป็นพุทธบูชา จัดตั้งเป็นวัดในบวรพุทธศาสนาต่อไป


เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโมเจ้าสำนักสงฆ์พุปะหังเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในงานบุญกฐินสามัคคีประจำปี 2569โดยมีประธานฝ่ายฆราวาสเข้าร่วม 4 ราย ประกอบด้วย พลตำรวจตรี สุวรรณ เชี่ยวนาวินธวัช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นายชาติ แก้วตาทิพย์ กต.ตร. สภ.คลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ นายนรินธร กันสิทธิ์ อดีตผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอพล จังหวัดขอนแก่นและนายชูชาติ พิพัฒน์ศรัทธา นายอำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมผู้ร่วมพิธีจำนวนมาก ณ สำนักสงฆ์พุปะหัง ได้ยอดเงินรวมทั้งสิ้น 277,543.75 บาท เพื่อร่วมสมทบปัจจัยซื้อที่ดินถวายเป็นพุทธบูชา จัดตั้งสำนักสงฆ์เป็นวัดในบวรพุทธศาสนาต่อไป


พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เปิดเผยว่า ทุกปีในทางพระพุทธศาสนา พระอารามต่างๆจะจัดให้มีการถวายผ้าพระกฐินให้แก่พระที่อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือน วันนี้
(1 พฤศจิกายน ) สำนักสงฆ์พุปะหังจึงได้จัดให้มีการถวายกฐินและผ้าป่า กฐินคือผ้า ผ้าป่าคือปัจจัยที่เป็นบริวารของกฐิน ซึ่งส่วนตัวมีเจตนารมณ์ต้องการนำกฐินและผ้าป่าไปมอบให้แก่วัดและสำนักสงฆ์ที่มีความสามารถในการผลักดันให้เป็นพระอารามได้ โดยครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากพลตำรวจตรี สุวรรณ เชี่ยวนาวินธวัช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และคณะชักชวนผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญ ทำให้เห็นว่า เรายังมีพุทธศาสนิกชนที่ไม่ได้หวั่นไหวกับข่าวของพระสงฆ์ที่ประพฤติผิดวินัย แต่ยังมีผู้ที่มีศรัทธามุ่งมั่นในพระพุทธศาสนา จึงอยากฝากให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักว่าการที่มีพระสงฆ์ทำผิดพระธรรมวินัย ท่านก็ต้องได้รับกรรมของท่าน ใครทำใครได้ 
 
“การที่เราไปนำความผิดของพระรูปใดรูปหนึ่งมาบั่นทอนการที่จะสร้างบุญกุศลแสดงว่าเราไม่เข้าใจในพระพุทธศาสนา ดังนั้นอยากให้ทุกคนหมั่นสร้างบุญสร้างกุศลและที่สำคัญ บุญไม่ได้เกี่ยวกับปัจจัยบุญไม่ได้เกี่ยวกับวัตถุแต่อยู่ที่เจตนา เมื่อไรก็ตามที่เราคิดดีทำดีกุศลก็เกิดกับเรา ขอให้มองเข้าไปในจิตของเรา ถ้าวันนี้จิตของเราแจ่มใสเบิกบานเราก็มีความสุข แต่ถ้าเราจิตใจขุ่นมัวมันก็คือบาป ทำให้เราทุกข์กายทุกข์ใจ ขอให้ตั้งใจสร้างกุศลไปเรื่อยๆ ทำนิดทำหน่อยก็ไม่เป็นไรให้ทำไปจนกว่าจะหมดโอกาสที่จะได้ทำ ”
   

ขออานุภาพแห่งบุญกุศลครั้งนี้ จงเปิดดวงเศรษฐี เปิดทรัพย์ เปิดโชควาสนา เปิดรับสิ่งดีๆให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงมีความสุข โขคดี รวยในทุกช่องทาง
   ทางสำนักสงฆ์พุปะหงไม่เคยเรียกร้อง หรือรับการบริจาค แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความศรัทธาในการทำความดีของพุทธศาสนิกชนเอง 
  
อาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม กล่าวทิ้งท้าย 

พลิกโฉมห้องเรียนดิจิทัล โรงเรียนสีกันฯ จับมือ พว. จัดติวเข้มครู 120 ชีวิต ลุยเวิร์กช็อปผลิตสื่อการสอนขั้นเทพด้วย AI คืนนวัตกรรม GPAS 5 Steps ยกระดับพหุปัญญาผู้เรียนสู่อนาคต


เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ร่วมมือกับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เปิดฉากขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การศึกษาครั้งสำคัญ จัดโครงการอบรม เชิงปฏิบัติการ "AI-Powered Content Creation ผลิตสื่อการสอนแบบมืออาชีพด้วย AI" ยกระดับศักยภาพครูแกนนำจำนวน 120 คน สู่นักสร้างสรรค์นวัตกรรมการสอนยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ หวังแก้โจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและกระตุ้นพหุปัญญาผู้เรียนรายบุคคล ณ โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) และในการอบรมในครั้งมีโรงเรียนแจ้งร้อนวิทยา ได้ส่งครู และวิทยากรเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ด้วย


การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษรูปแบบออนไลน์ ในหัวข้อ "AI - Enhanced GPAS 5 Steps พลิกโฉมการสอน สร้างพลังการคิด พัฒนาผู้เรียนสู่อนาคต" เพื่อวางรากฐานทัศนคติและการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับกระบวนการคิดขั้นสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ เปิดเผยว่า "เทคโนโลยี AI ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือที่ทันสมัย แต่คือชุมพลังที่เข้ามาพลิกโฉมบทบาทของครู จากเดิมที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปสู่การเป็น สถาปนิกผู้ออกแบบการเรียนรู้ การนำกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มาขับเคลื่อนร่วมกับ AI จะช่วยลดภาระงานประจำของครู และเพิ่มเวลาให้ครูได้โฟกัสกับการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งนี่คือเป้าหมายสูงสุดในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย" พว. จึงได้ผสานพลังของ AI เข้ากับกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps โดยต้องเปลี่ยนให้ AI ทำหน้าที่เป็นคู่คิดประลองปัญญา (Thinking Partner) ช่วยลดเวลาในการสืบค้นข้อมูลเชิงสถิติและข้อเท็จจริง (Gathering & Processing) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ครูและนักเรียนมีเวลาเหลือในการทำกิจกรรมเชิงรุก (Active Learning) การวางแผน การออกเสียงโหวตตามวิถีประชาธิปไตย และลงมือสร้างนวัตกรรมร่วมกัน โมเดลนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อ ทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำ ผ่านแนวคิดพหุปัญญา (Multiple Intelligences) เทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นสะพานเชื่อมโยงให้เด็กทุกคน ไม่ว่าจะถนัดวิชาการ ศิลปะ เทคโนโลยี หรือดนตรี สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนในการสร้างสรรค์ชิ้นงานระดับมืออาชีพ เพื่อต่อยอดสู่หนทางอาชีพใหม่ในอนาคต และสร้างนิสัยการกำกับตนเอง (Self-Regulating) ผ่านการทำบันทึกสะท้อนคิดในรูปแบบดิจิทัล (Digital Journaling) เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตไปเป็นพลเมืองดีที่มีจิตสาธารณะต่อชุมชนอย่างแท้จริง โดย พว. มีความพร้อมทั้งหลักสูตร แพลตฟอร์ม และเครือข่ายวิทยากรที่จะเดินหน้าลดภาระงานครูและเปลี่ยนผ่านห้องเรียนไทยไปด้วยกันอย่างยั่งยืน


ดร.วัชรพงษ์ แพร่หลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) ได้กล่าวย้ำถึงจุดเปลี่ยนสำคัญว่า การศึกษาต้องก้าวจากการถ่ายทอดและท่องจำ ไปสู่การสร้าง “กระบวนการคิดและกระบวนการเรียนรู้” ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน ให้ผู้เรียนเป็นผู้ค้นพบความจริงจากการสร้างความรู้ในแต่ละมิติ เพราะความจริงต้องเกิดขึ้นจากผู้เรียน ซึ่งจะกลายเป็นความรู้บันทึกอยู่ในความจำระยะยาวตลอดไปหลายคนคิดว่าจัดการศึกษา เพื่อนำไปใช้ในอนาคตแต่ความจริงการศึกษาคือชีวิตจริงในปัจจุบันที่ผู้เรียนต้องใช้ และนำวิธีการสร้างความรู้ไปใช้ออกแบบกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตได้ทุกปัญหาและตลอดไป ครูจึงไม่ใช่คนที่ต้องมีคำตอบให้เด็กทุกเรื่อง แต่ต้องเป็นคนออกแบบสถานการณ์ที่ทำให้เด็กได้ตั้งคำถาม ค้นหา วิเคราะห์ ทดลอง ลงมือทำ และค้นพบคำตอบด้วยตัวเองนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่วงการศึกษาไทยต้องจับตามองเพราะในวันที่ AI สามารถตอบคำถามได้ภายในไม่กี่วินาที การศึกษาที่แข่งขันกันเพียงว่าใคร “รู้คำตอบ” มากกว่า อาจไม่เพียงพออีกต่อไปสิ่งที่มีค่ามากขึ้นคือ คนที่รู้จักตั้งคำถาม รู้จักคิดกับข้อมูล รู้จักตรวจสอบคำตอบ และรู้ว่าจะนำความรู้ไปใช้อย่างไร ดังนั้น Active Learning จึงไม่ควรเป็นเพียงกระแส และ GPAS 5 Steps ไม่ควรเป็นเพียงชื่อที่อยู่ในแผนการจัดการเรียนรู้แต่ต้องลงไปถึงห้องเรียนจริงลงไปถึงวิธีคิดของครู และสุดท้าย ต้องกลายเป็น “กระบวนการคิด” ที่ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต AI อาจเก่งขึ้นทุกวัน แต่ภารกิจของการศึกษาคือทำให้มนุษย์ไม่หยุดคิด และหากโมเดลโรงเรียนต้นแบบ Active Learning–GPAS 5 Steps กำลังจะขยายเพิ่มขึ้นจริง สิ่งที่วงการศึกษาควรจับตาจากนี้จึงไม่ใช่เพียง “มีกี่โรงเรียน” แต่คือ โรงเรียนเหล่านั้นจะพิสูจน์ให้เห็นได้หรือไม่ว่า เราสามารถเปลี่ยนห้องเรียนจากพื้นที่ “จำคำตอบ” ให้กลายเป็นพื้นที่ “สร้างคนที่คิดเป็น” ได้จริง
แม้ว่า AI จะเข้ามามีบทบาทอย่างมหาศาลและสามารถช่วยมนุษย์ทำงานได้หลายด้าน แต่ AI ไม่สามารถแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะความสามารถในการคิด ตัดสินใจ คุณธรรม และความรับผิดชอบ พร้อมส่งสัญญาณสำคัญว่า “เราไม่ควรทำให้เด็กคิดน้อยลง แต่ต้องทำให้เด็กคิดเป็นมากขึ้น”


สำหรับหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการตลอดทั้งวัน เป็นการลงมือปฏิบัติจริง (Workshop) ในรูปแบบห้องปฏิบัติการนวัตกรรม (Innovation Lab) ครอบคลุมทักษะแห่งอนาคต 6 มิติสำคัญ ประกอบด้วย :
Prompt Like a Pro : เทคนิคการเขียนคำสั่ง AI เพื่อเจาะลึกและออกแบบเนื้อหาการเรียนรู้
AI Content Studio & Visual Studio : การประยุกต์ใช้ AI สร้างสรรค์ภาพและกราฟิกเพื่อการศึกษา
AI Media Factory : การใช้ AI ผลิตสื่อนำเสนอและสื่อวิดีโอแบบมัลติมีเดียระดับมืออาชีพ
AI Interactive & Assessment Lab : การสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลอัจฉริยะแบบเรียลไทม์
AI Smart & Safe : การสร้างความตระหนักรู้ในการใช้งาน AI อย่างรับผิดชอบและปลอดภัย
AI Classroom Showcase : การจัดแสดงและแลกเปลี่ยนนวัตกรรมชั้นเรียนต้นแบบ


ด้านผู้แทนคณะกรรมการจัดการอบรม ระบุว่า การจัดอบรมครั้งนี้คาดหวังผลสัมฤทธิ์ในระดับสูง โดยครูทั้ง 120 คน ที่ผ่านการอบรม จะต้องนำองค์ความรู้ไปเปลี่ยนแปลงห้องเรียนจริงทันที เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล และร่วมขับเคลื่อนโรงเรียนสีกันฯ ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้วย AI


สช.สงขลา พลิกโฉมการศึกษาเอกชน ดึง AI – Active Learning ผ่าน GPAS 5 Steps ยกระดับ 162 โรงเรียนปลอดภัย สร้างภูมิคุ้มกันเชิงรุกดูแลจิตใจเด็ก

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเซาท์เทอร์นแอร์พอร์ต อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สช.สงขลา จับมือ พว. เดินหน้ายกระดับคุณภาพการศึกษา และระบบด...